0 Views

        หากมีคนในบ้านสกุลตู้เห็นภาพเหตุการณ์นั้นที่ผู้เฒ่าคนนั้นเรียกตู้เซ่าฝู่อย่างนั้น คาดว่าคนทั้งบ้านสกุลตู้ต้องเกรงใจเขากันแน่

        ผู้เฒ่าคนนี้คือใคร คือฝูอี้ไป๋ท่านอาจารย์ฝูเลยนะ ขนาดเจ้าบ้านเวลาพบเขายังต้องโค้งคารวะแสดงความเคารพเลย เขากลับเรียกคุณชายน้อยจอมทึ่มของบ้านสกุลตู้ว่า “ลูกพี่” ใครได้ยินต้องตกใจแน่

        “ข้ามาเยี่ยมท่าน อยากเข้าไปเดินเล่นในหอเก็บคัมภีร์วรยุทธสักหน่อย”

        ตู้เซ่าฝู่พอใจกับท่าทีของฝูอี้ไป๋มาก ทว่าเมื่อฝูอี้ไป๋ได้ยินว่าตู้เซ่าฝู่อยากเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ก็เบ้ปากกัดฟัน เผยให้เห็นฟันสีเหลืองอ่อนของคนชรา เขามองตู้เซ่าฝู่พลางพูดว่า “เจ้าจะเข้าไปทำอะไรอีก เจ้าก็รู้นี่ว่า หอเก็บคัมภีร์วรยุทธไม่ใช่ที่ที่ใครอยากจะเข้าก็เข้าได้”

        “อย่าลืมสิ ข้าคือลูกพี่ของท่านนะ ทำไม ไม่พอใจหรือ?”

        ตู้เซ่าฝู่จ้องฝูอี้ไป๋ตาเขม็ง ทำสีหน้าไม่พอใจให้กับผู้เฒ่าคนนี้ เลิกคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตอนแรกสาบานกันไว้แล้วนี่ ผู้ที่แพ้ ต้องเรียกผู้ที่ชนะว่าลูกพี่ และจะเชื่อฟังลูกพี่ทุกเรื่องไม่มีข้อยกเว้น หากผิดคำสาบาน ขอให้อั้นฉี่ไม่ได้ ฉี่บ่อย ฉี่ไหลไม่หยุด และก้นเป็นริดสีดวงทวาร!”

        “เปล่าเลย ไม่ได้ไม่พอใจ ช่วยไม่ได้เจ้าคือลูกพี่ของข้านี่”

        เมื่อฝูอี้ไป๋ได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ ก็จ๋อยจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาพยายามฝืนยิ้มอย่างร่าเริง หัวเราะคิกคักและเอ่ยเสียงเบาๆ ว่า “เจ้าเข้าไปเถิด ข้าช่วยดูต้นทางให้เจ้า อยากดูอะไรดูเลย ต้องการความช่วยเหลือเรียกข้าได้ทุกเมื่อ”

        “อืม เหล่าไป๋ ข้าชอบกิริยาแบบนี้ของท่าน วางใจเถิด ข้ารับปากท่านไว้แล้ว ไม่มีทางทำให้ท่านเสียหน้าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น” ตู้เซ่าฝู่ตบที่บ่าของฝูอี้ไป๋เบาๆ ด้วยความพอใจ จากนั้นก็รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ

        “เจ้าหนุ่มบ้านั่นหากทึ่มจริงก็คงจะดี เสียดายที่ทึ่มหลอก”

        ฝูอี้ไป๋กัดฟันด้วยความแค้น มองหลังของตู้เซ่าฝู่เดินจากไป หากรู้แต่แรกก็คงไม่สาบานอะไรพิเรนทร์เช่นนั้นหรอก

        เมื่อฝูอี้ไป๋นึกถึงการพนันครั้งนั้น มาถึงตอนนี้ก็ยังปวดใจอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก หลายปีมาแล้วก็ยังคิดไม่ตก เหตุใดเขาจึงแพ้ ทั้งยังแพ้ให้กับเจ้าทึ่มคนหนึ่ง

        ทั้งชีวิตของฝูอี้ไป๋ เขาเคยแพ้พนันก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แถมยังเป็นการแพ้อย่างไม่เข้าใจ คำสาปแช่งนั้นเขาก็เป็นคนพูดเอง พอคิดถึงคำสาปแช่งนั้น ฝูอี้ไป๋ก็สะดุ้งรีบลูบก้นสากๆ ของตัวเอง

        “ท่านอาจารย์ฝู ข้าได้รับอนุญาตให้ไปเลือกคัมภีร์วรยุทธบนชั้นที่สอง”

        ภายหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชายหนุ่มแต่งตัวดีวิ่งมาที่นี่อย่างดีใจ ได้มาหอเก็บคัมภีร์วรยุทธเลือกคัมภีร์วรยุทธไปศึกษา ถือเป็นการได้รับรางวัลจากตระกูลเลย

        “เลือกคัมภีร์วรยุทธอะไร เรียนวรยุทธไปเยอะขนาดนั้นมีประโยชน์อันใดกันเล่า การเรียนต้องค่อยเป็นค่อยไป มาช่วยข้ากวาดพื้นไปก่อนแล้วกัน”

        ฝูอี้ไป๋อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร ทำสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นก็โยนไม้กวาดเก่าๆ สภาพยับเยินในมือไปให้ชายหนุ่มคนนั้น เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจชายหนุ่มคนนั้นเลย

        “ขอรับ ท่านอาจารย์ฝู”

        ชายหนุ่มคนนั้นจากที่เมื่อครู่สีหน้าดีใจก็กลับกลายเป็นน้อยใจ แต่ก็ไร้หนทางอื่น เขาจึงจับไม้กวาดในมือ ตั้งใจเริ่มกวาดพื้นแต่โดยดี ไม่กล้าแอบขี้เกียจ

        ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้มาหอเก็บคัมภีร์วรยุทธเป็นครั้งแรก แม้ว่าการมาแต่ละครั้งไม่ได้มาอย่างถูกต้องเปิดเผยสักเท่าไร ทว่าสถานที่เก็บคัมภีร์วรยุทธและตำรายุทธวิธีแห่งนี้เขาคุ้นชินเป็นอย่างดีมากๆ

        เป้าหมายที่ตู้เซ่าฝู่มาหอเก็บคัมภีร์วรยุทธครั้งนี้ เพราะอยากหาวิชาลมปราณที่เหมาะสมกับตัวเอง

        วิชาลมปราณแบ่งเป็นสี่ขั้นคือเทียน ตี้ เสวียน หวง เทียนคือขั้นสูงสุด หวงคือขั้นต่ำสุด แต่ละขั้นยังแบ่งเป็นขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูงสามขั้น

        วิชาลมปราณสำหรับฝึกฌานของคนในสายหลักของบ้านสกุลตู้ หลักๆ มีสามชุด วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดเรียกว่า “วิชาจื่อชี่เฉาหยัง” นับได้ว่าอยู่ในระดับขั้นต้นของขั้นเสวียนแล้ว มีเพียงเจ้าบ้านและบุคคลสำคัญในตระกูลที่มีจำนวนน้อยมากที่มีสิทธิ์ฝึกได้

        ส่วนทายาทลูกหลานของตระกูลคนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะได้เรียน “วิชาเสวียนหยังเฮ่าชี่” กับ “วิชาหมิงเยวี่ย” ซึ่งก็อยู่ในขั้นหวงขั้นสูงแล้ว

        ตู้เซ่าฝู่เดินไปที่ชั้นสามของหอเก็บคัมภีร์วรยุทธอย่างคุ้นเคย ชั้นสามเป็นชั้นที่เก็บคัมภีร์วรยุทธและตำราวิทยายุทธขั้นสูงของบ้านสกุลตู้

        ตู้เซ่าฝู่ตั้งใจจะฝึกฌาน เขาจึงวางแผนฝึกวิชาขั้นสูง ไม่ว่าอย่างไรคนในตระกูลก็ไม่มีใครสนเขา เวลาทำผิดเรื่องไหนก็ไม่โดนเอาเรื่องมากมาย บางครั้งการถูกมองเป็นเจ้าทึ่ม ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน หากถูกเจอก็ไม่เป็นอะไร ฝึกให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน

        ชั้นสามของหอเก็บคัมภีร์วรยุทธกว้างใหญ่มาก กลับมีสิ่งของตั้งอยู่ไม่มาก ที่นั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความโบราณคร่ำครึ แน่นอนว่าผู้ที่สามารถขึ้นมาที่หอเก็บคัมภีร์วรยุทธชั้นที่สามได้ นอกจากเจ้าบ้านของบ้านสกุลตู้แล้ว ก็ไม่น่ามีใครที่อยากเข้ามาก็เข้ามาได้ตามใจดั่งที่ตู้เซ่าฝู่ทำอยู่ตอนนี้

        “วิชาจื่อชี่เฉาหยังอยู่ที่ไหนกันนะ?”

        ตู้เซ่าฝู่พยายามหาคัมภีร์วิชาจื่อชี่เฉาหยังที่มีพลังสูงสุดในขณะนี้ของบ้านสกุลตู้ ทว่าพยายามหาในชั้นที่สามทุกมุมแล้วก็หาไม่เจอ แต่กลับพบ “วิชาเสวียนหยา” กับ “วิชาหมิงเยวี่ย” เพียงแค่วิชาลมปราณสองวิชานี้ ตู้เซ่าฝู่ไม่คิดจะฝึก

        “ฟู่!”

        ตู้เซ่าฝู่กำลังวุ่นกับการหาคัมภีร์วิชาจื่อชี่เฉาหยังไปทั่ว ทันใดนั้นเอง ด้านหลังก็มีเสียงลมพัดเข้ามาอย่างไว ลมนั้นพัดมาจะกระแทกด้านหลังเขา

        “ใครน่ะ”

        ตู้เซ่าฝู่ตาเป็นประกาย เขารู้สึกตัวได้ในฉับพลัน ผู้บุกรุกคนนั้นหมุนตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง รอบกายเต็มไปด้วยพลังปราณพลุ่งพล่านออกมา ลมปราณที่ไหลเวียนพันรอบตัวเขาจากนั้นก็ไหลไปรวมอยู่ที่ฝ่ามือ เขากำหมัดแน่น ใช้กำปั้นรวบรวมพลัง มีอักษรยันต์ลอยออกมาพร้อมกับลมปราณ พุ่งไปใส่ลมที่พัดใส่หลังเขาเมื่อกี้ทันที

        “แคว่กๆ!”

        ลมที่พัดมาอย่างแรงเมื่อครู่แตกกระจายเป็นสาย พัดใส่เส้นผมที่ปิดหน้าผากของตู้เซ่าฝู่ เขาทรงตัวนิ่งไม่อยู่จนโซเซถอยหลังไปสามก้าว จากนั้นก็เอนตัวไปพิงกับกำแพงเพื่อทรงตัว เงยหน้าไปมอง นัยน์ตาที่เป็นประกายและดูตั้งมั่นของเขากะพริบรัวๆ ชั้นสามของหอเก็บคัมภีร์วรยุทธว่างเปล่าไม่มีใครสักคน แม้แต่เงาของผีก็ไม่เห็น

        “เอ๊ะ นั่นมันอะไร”

        ไม่มีแม้แต่เงาของใครสักคน ตู้เซ่าฝู่กลับเห็นของแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง ของชิ้นนั้นไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตกลงมาจากรอยแตกบนมุมของกำแพง และตกที่กลางหน้าผากของตู้เซ่าฝู่พอดี

        หากเมื่อกครู่ไม่ได้ก้าวถอยหลังมาชนกำแพง ของที่อยู่ในรอยแตกบนกำแพงก็คงไม่ตกลงมา

        ตู้เซ่าฝู่ยื่นมือออกมาคว้าของชิ้นนี้ไว้ มันคือเจดีย์เล็กโลหะ ที่ขนาดแค่หัวแม่โป้ง ดูไม่น่าสนใจเท่าไร พื้นผิวของเจดีย์มีฝุ่นเขรอะหุ้มไว้ ดูแล้วน่าจะเป็นของที่ปกติแล้วไม่มีใครสังเกตเห็น

        ตู้เซ่าฝู่สำรวจเจดีย์เล็กชิ้นนี้สักครู่ ก็รู้สึกว่าไม่ได้พิเศษอะไร อาจจะเป็นเพียงของเล่น ตู้เซ่าฝู่สนใจว่าเมื่อครู่เป็นผู้ใดที่มาลอบโจมตีเขามากกว่า

  “ใครกันแน่นะ”

        เขาหยิบเจดีย์เล็กนั้นใส่ไว้ในเสื้อตรงอก ตู้เซ่าฝู่ยังสงสัยอยู่ว่าใครกันแน่ที่ลงมือกับเขา ตอนนี้ทำได้แค่ออกไปก่อนค่อยคิดแล้ว

        แม้จะหาวิชาจื่อชี่เฉาหยังไม่พบ แต่ในเมื่อมาหอเก็บคัมภีร์วรยุทธแล้ว ด้วยนิสัยของตู้เซ่าฝู่แล้วเขาไม่ปล่อยให้กลับไปมือเปล่าได้หรอก ฝึกวิชาจื่อชี่เฉาหยังไม่ได้ แต่ยังมีวิชาลมปราณอื่นให้ฝึก ต่อไปไม่ใช่ว่ามีอะไรก็ใช้แต่กระบวนวิชาลับนั้นไม่ได้

        หลังจากอ่านคำแนะนำของวิทยายุทธไปจำนวนหนึ่งแล้ว ตู้เซ่าฝู่ก็คัดเลือกคัมภีร์ทั้งหลายที่ต้องการยัดใส่เสื้อทางหน้าอก จากนั้นเหมือนว่าจะเห็นของน่าสนใจบางอย่างเข้า จึงคว้าติดมือกลับไปด้วย

        จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ไปที่หอเก็บคัมภีร์วรยุทธชั้นสองควานหาดูอีกรอบ เสร็จแล้วจึงเดินจากที่นั่นไปอย่างพอใจ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)