0 Views

        โลงศิลาถูกแขวนอยู่ในห้องศิลาโบราณ ห้องศิลาโบราณแห่งนี้ดูราวกับตำหนักโบราณ พื้นทำด้วยแผ่นหินที่มีลวดลายทั้งหมด สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความโบราณ

      รูปแบบการจัดวางในห้องศิลานี้ราบเรียบ มีเพียงป้ายวิญญาณบรรพบุรุษตั้งอยู่ บนผนังห้องศิลา มีรอยจารึกและยันต์ที่ดูน่าพิศวงจำนวนหนึ่ง ลายอักษรเขียนอย่างวุ่นวายยุ่งเหยิง เป็นรอยที่ดูเก่าแก่โบราณ ดูรวมๆ แล้วห้องศิลาแห่งนี้น่าจะเป็นโถงบูชาบรรพบุรุษ

      “มาอยู่ที่นี่อีกแล้ว”

      ตู้เซ่าฝู่ทำการปรับอารมณ์สักครู่ เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด ช่วงสิบปีมานี้ หลายครั้งแล้วที่เขาตื่นมาอยู่ในโลงศิลาที่อยู่ในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษของบ้านสกุลตู้ที่นี่

      ตู้เซ่าฝู่ยังจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อน หลังจากที่ตัวเองตื่นขึ้นมาอยู่ในโลงศิลาบูชานี้ เมื่อตอนนั้นตกใจแทบแย่

      หลังจากนั้นพอพบว่าตอนเช้าตัวเองมักจะตื่นมาในโลงศิลา ตู้เซ่าฝู่ก็ยิ่งตกใจขนหัวลุก จึงไปเล่าเรื่องนี้ให้ท่านลุงใหญ่ท่านลุงรองฟัง

      เพียงแต่ตอนนั้น เขาได้รับสมญานามว่า “คุณชายน้อยจอมทึ่ม” ไปแล้ว คนในบ้านสกุลตู้ไม่มีผู้ใดเชื่อคำพูดเขาเลย ทั้งยังมีคนกล่าวว่า เขาเล่นสนุกไปเอง ทำตัวทึ่มปีนขึ้นไปนอนในโลงศิลาในโถงบูชาบรรพบุรุษเอง

      มิหนำซ้ำยังมีผู้อาวุโสของตระกูลบางคนตักเตือนตู้เซ่าฝู่ไว้ โลงศิลาในโถงบูชาบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่บรรพบุรษของบ้านสกุลตู้ทิ้งไว้ให้ ห้ามเอามาล้อเล่น หากปีนเข้าไปอยู่ในโถงศิลา จะต้องได้รับการลงโทษอย่างหนัก

  สิบปีมานี้ แม้ว่าไม่ว่าตื่นมาในโลงศิลาทุกวัน แต่ทุกเดือน ก็มีหลายวันที่ตู้เซ่าฝู่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในโลงศิลาที่อยู่ในโถงบูชาบรรพบุรุษ เรื่องที่ว่าเขาไปนอนในนั้นอย่างไร เขาเองก็ไม่รู้

        ดังนั้นเมื่อเกิดแบบนี้ขึ้นหลายครั้ง ตู้เซ่าฝู่จึงชินแล้ว และก็ไม่ได้พูดกับคนในตระกูลอีก เพราะยังไงตู้เซ่าฝู่รู้ดี ต่อให้บอกเรื่องนี้กับคนในตระกูล ก็ไม่มีใครเชื่อ และจะได้ไม่ต้องหาเรื่องให้ตัวเองถูกคนในตระกูลลงโทษอีก

        ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาในโลงศิลา จากที่ตอนแรกตกใจและประหลาดใจ ภายหลังตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มตั้งตารอคอยให้เกิดขึ้นอีกอย่างตื่นเต้น เพราะทุกครั้งหลังที่จากตื่นมาจากโลงศิลา ตู้เซ่าฝู่พบว่ามีผลดีกับตัวเขาเอง

  ในตอนแรก ตู้เซ่าฝู่พบว่าทุกครั้งที่ตัวเองตื่นขึ้นมาในโลงศิลา ชุดบนตัวของเขาจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหงื่อที่ไหลติดชุดมีคราบดำสกปรกติดมาด้วย และมีกลิ่นเหม็นโชยมาก

        พอผ่านมาหลายครั้ง ปริมาณเหงื่อที่ไหลออกมาก็ลดลงเรื่อยๆ และกลิ่นเหม็นก็หายไปแล้ว

        ตู้เซ่าฝู่ก็พบว่าร่างกายของแข็งแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่อยู่ในนั้น ร่างกายเหมือนได้ชำระล้างของเสียอย่างหมดจด รวมช่วยให้บรรลุกระบวนวิชาลึกลับของแท่นศิลาโบราณนั้นได้ง่ายดายขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยในการฟื้นฟูชีพจรลมปราณอีกด้วย

      ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาในโลงศิลา ตู้เซ่าฝู่พบว่าชีพจรลมปราณในตัวของเขาที่ใช้การไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนไปอย่างไร ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดหรือสรุปออกมาได้

      “รู้สึกว่าพลังปราณเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว โลงศิลานี้คือสมบัติอันเลอค่าจริงๆ”

      ตู้เซ่าฝู่กระโดดลงมาจากโลงศิลา เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของภายในร่างกาย เขาหันกลับไปมองโลงศิลาที่ถูกแขวนอยู่ นัยน์ตาที่เป็นประกายของเขาแสดงความรู้สึกสงสัย เขามั่นใจสุดๆ ว่าโลงศิลาคือสมบัติอันล้ำค่าแน่นอน

      “ต้องไปหอเก็บคัมภีร์วรยุทธฝึกฌานฝึกวิทยายุทธแล้ว”

      ตู้เซ่าฝู่พูดกับตัวเองเบาๆ ลมปราณในร่างกายเขาเพิ่มขึ้นและถูกปรับให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ลมปราณมากมายไหลเวียนรอบตัว รู้สึกเอ่อล้นราวกับจะระเบิดพลุ่งพล่านออกมา

  ตู้เซ่าฝู่เริ่มครุ่นคิดถึงปัญหานี้ หากลมปราณจะระเบิดออกมาจริงๆ นั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย

      ตู้เซ่าฝู่หยุดคิดเรื่องนั้นไปก่อน เขาเดินออกจากโถงบูชาบรรพบุรุษของบ้านสกุลตู้ โถงบูชาบรรพบุรุษของบ้านสกุลตู้ตั้งอยู่หลังเขา ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษคนใดของบ้านสกุลตู้ ที่สร้างโถงบูชาบรรพบุรุษไว้อย่างลึกลับเช่นนี้ เพราะเหตุนี้จึงไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นสถานที่แห่งนี้ และหากไม่มีธุระอันใด ก็แทบจะไม่มีใครย่างกรายมาที่โถงบูชาบรรพบุรุษเลย

       หอเก็บคัมภีร์วรยุทธเป็นสถานที่ที่บ้านสกุลตู้เอาไว้เก็บคัมภีร์วิทยายุทธทั้งหลายและสิ่งของล้ำค่าทั้งหมด ถือเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับบ้านสกุลตู้

      หอเก็บคัมภีร์วรยุทธเป็นสถานที่ที่แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านสกุลตู้ก็ไม่สามารถมาได้ตามใจ เหล่าทายาททั้งหลายที่อยากเข้ามาเลือกคัมภีร์วรยุทธหรือตำราวิทยายุทธใดๆ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง

  ทว่าทุกครั้งที่ทายาทของบ้านสกุลตู้จะไปหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ต่อให้ได้รับอนุญาต ก็ไม่แน่ว่าจะเข้าไปหาคัมภีร์วรยุทธหรือตำราวิทยายุทธและนำออกมาได้อย่างราบรื่น เพราะผู้ที่ดูแลหอเก็บคัมภีร์วรยุทธคือท่านอาจารย์ฝู

  หากอยากจะหยุดยั้งการขัดขวางจากท่านอาจารย์ฝู ต้องนำของกินอร่อยๆ หรือของสนุกๆ น่าสนใจติดไม้ติดมือไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็คงต้องภาวนาให้ท่านอาจารย์ฝูอารมณ์ดีสุดๆ มิเช่นนั้น ก็อย่าหวังว่าจะนำคัมภีร์วรยุทธออกไปได้สำเร็จ วิธีปกติทั่วไปใช้ไม่ได้ผลกับท่านอาจารย์ฝูแน่นอน

      ท่านอาจารย์ฝูไม่เหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป หากเขาไม่ให้คนเข้าหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ทุกคนต่างก็ยอมรอคอยกันโดยดี

      ท่านอาจารย์ฝู มีนามว่าฝูอี้ไป๋ ทุกคนในบ้านสกุลตู้ต่างรู้จัก แม้แต่เจ้าบ้านของบ้านสกุลตู้ เมื่อพบท่านอาจารย์ฝูยังต้องโค้งคารวะแสดงความเคารพ เรียกเขาว่าท่านอาจารย์ฝู ฐานะของเขาสูงส่งเพียงใดคงพอเดาได้

      ว่ากันว่าท่านอาจารย์ฝูอาศัยอยู่ในบ้านสกุลตู้นานมากแล้ว ในสมัยของเจ้าบ้านคนก่อนของก่อนหน้า ท่านอาจารย์ฝูก็อาศัยอยู่ที่บ้านสกุลตู้แล้ว หมายความว่าระยะเวลาที่ท่านอาจารย์ฝูอยู่ในบ้านสกุลตู้ เท่ากับอยู่มาสามยุคสามสมัยเลยทีเดียว

      ในบ้านสกุลตู้ มีคนบอกว่าท่านอาจารย์ฝูฝึกฌาน และก็มีคนบอกว่าท่านอาจารย์ฝูไม่ได้ฝึกฌาน ทั้งยังมีคนบอกว่าท่านอาจารย์ฝูฝึกฌานมานิดหน่อย

      ทว่าท่านอาจารย์ฝูฝึกฌานบ้างไหม ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัด เพราะผู้อาวุโสของบ้านสกุลตู้ที่มีอายุมากที่สุด ก็ยังไม่เคยเห็นท่านอาจารย์ฝูแสดงฝีมือให้เห็นเลย

      แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีผลกระทบต่อฐานะท่านอาจารย์ฝูที่อยู่บ้านสกุลตู้มาสามยุคสามสมัยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นผู้ดูแลหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ทำให้ท่านอาจารย์ฝูมีตำแหน่งฐานะที่สูงส่งยิ่งขึ้น

   หอเก็บคัมภีร์วรยุทธเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเป็นอารามที่มีทั้งหมดสามชั้น ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของพื้นที่ในบ้านสกุลตู้ ขนาดไม่ใหญ่ และไม่ได้ดูอลังการ แต่มีกลิ่นอายความเป็นโบราณที่ยากจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูด

  เมื่อตู้เซ่าฝู่มาถึงหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ก็พบกับผู้เฒ่าคนหนึ่งที่หน้าตาดูสกปรกมอมแมม บนศีรษะมีเศษฟางหญ้าติดบนผมขาว เสื้อผ้าเก่าขาดดูโทรมๆ กำลังถือไม้กวาดเก่าๆ ดูผุพังที่น่าจะใช้มานานหลายปีแล้ว กวาดพื้นด้านนอกของหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ กวาดซ้ายทีขวาที ฝุ่นกำลังลอยตลบอบอวล

  ผู้เฒ่ามอมแมมที่กำลังกวาดพื้นรู้สึกได้ว่ามีคนมา  ก็เงยหน้ามามอง พอเห็นว่าคือตู้เซ่าฝู่ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ศีรษะยังไม่ทันหันกลับไปก็เตรียมจะจรลีหนีไปแล้ว

  “อะแฮ่ม…”

      ตู้เซ่าฝู่จงใจแกล้งไอแห้งๆ ให้ได้ยิน จ้องมองผู้เฒ่าผมขาวที่กำลังเตรียมจะหนีไป จากนั้นก็อ้าปาก เอ่ยเรียกด้วยความสนิทสนมว่า “เหล่าไป๋ ท่านกวาดพื้นอยู่หรือ?”

      เมื่อผู้เฒ่าคนนั้นได้ยินเสียงของตู้เซ่าฝู่ สีหน้าก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที หมุนตัวเดินไปหาตู้เซ่าฝู่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นนั้นพยายามฝืนทำหน้ายิ้มออกมา พร้อมกับหัวเราะแหะๆ สีหน้าดูฝืนอย่างสุดๆ กล่าวว่า “ลูกพี่ เมื่อครู่ข้าไม่เห็นเจ้า เจ้ามาที่นี่มีเรื่องอันใดหรือ?”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)