0 Views

         “หา! มีคนอยากท้าประลองชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์หรือ ช่างกล้าจริงๆ”

        พอผู้มาชมการประลองที่เตรียมจะก้าวเท้ากลับไปได้ยินก็หยุดชะงักทันที ดูท่าจะมีเรื่องน่าสนุกให้ชมอีกแล้ว

        เหล่าทายาทบ้านสกุลตู้สิบกว่าคนก็หันกลับมายืนอยู่บนเวทีประลอง แต่ละคนแสดงสีหน้าพอใจ ในเมื่อมีคนอยากรนหาที่เจ็บตัว พวกเขาก็จะลงมืออย่างไม่เกรงใจ

   ตู้ฉีก็ประหลาดใจมาก เงยหน้าเล็กน้อยมองไปที่บุรุษผิวคล้ำคนนั้น ฝีมือของเขาตอนที่ประลองเมื่อครู่เขาก็สังเกตอยู่ เขาน่าจะผ่านการฝึกฌานมาอย่างถูกต้อง แต่ฌานยังอยู่ในขั้นสองที่ไม่สูงเท่าไร วรยุทธที่ฝึกก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไร ทว่าในเมื่อเปรียบกับบรรดายี่สิบคนที่ผ่านการทดสอบก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าแล้ว

      “เจ้าอยากท้าประลองชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์จริงหรือ มีจิตใจที่ทะเยอทะยานเป็นเรื่องดี แต่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ หรอกนะ”

      ตู้ฉีสนใจในตัวเจ้าดำคนนั้น เหล่าทายาทที่อยู่เรือนหน้าที่ฝีมือระดับต่ำที่สุดในขณะนี้ก็อยู่ขั้นสดับเวหาขั้นสี่ใกล้จะห้าแล้ว แม้ว่าเขาจะถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดาเหล่าผู้ที่ผ่านการทดสอบ แต่หากคิดจะเอาชนะหรือเสมอกับเหล่าทายาทละก็ คงต้องพึ่งแค่ปาฏิหาริย์แล้ว

      เจ้าดำสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัศมีบารมีของตู้ฉี ไม่กล้าสบตาโดยตรง แต่พอคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหากได้เป็นหัวหน้ากลุ่มองครักษ์แล้ว ทั้งตัวเขาเองก็มีญาติที่อยู่ในบ้านสกุลตู้ จึงไม่เกรงกลัวแม้อาจพูดอะไรล่วงเกินรองผู้บัญชาการไปบ้าง ขบฟันเล็กน้อย จากนั้นพูดกับตู้ฉีอีกครั้งว่า “หรือว่าบ้านสกุลตู้ไร้สัจจะไม่พูดจริงทำจริง อย่างน้อยก็ต้องให้ข้าลองดูหน่อยใช่หรือไม่”

  “ท้าประลองหัวหน้ากลุ่มองครักษ์”

  “บ้านสกุลตู้คงไม่กลับคำเอาดื้อๆ หรอกใช่หรือไม่”

      มีกลุ่มคนในฝูงชนที่ตะโกนโวยวายขึ้นมาอย่างไม่เหมาะสม สำหรับผู้มารอดูเหตุการณ์ กลับชอบใจเข้าไปใหญ่ เพราะมีเรื่องสนุกๆ ให้พวกเขารอชมแล้ว

      ตู้ฉีกวาดสายตาไปมองกลุ่มคนที่โห่ร้องที่อยู่รอบๆ เวทีประลอง จากนั้นก็เหลือบไปมองเจ้าดำที่ไม่รักตัวกลัวตายคนนั้น เก็บสายตาที่ไม่พอใจไป กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เจ้าอยากท้าประลองกับคุณชายน้อยหรือคุณหนูท่านไหนของบ้านสกุลตู้ล่ะ?”

      เจ้าดำกลืนน้ำลาย ค่อยๆ กวาดสายตาไปมองคุณชายน้อยกับคุณหนูสิบกว่าคนนั้นที่จ้องเขาด้วยแววตาก้าวร้าวดุดันราวกับเสือ จากนั้นก็หมุนตัวหันขวับกลับมา จ้องไปที่ชายหนุ่มสวมชุดคุณชายสีม่วง กล่าวว่า “เขาก็เป็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ใช่หรือไม่?”

  “ตู้เซ่าฝู่”

      ทุกสายตามองผ่านฝูงชนจ้องตรงไปที่ชายหนุ่มที่สวมชุดคุณชายสีม่วงคนนั้นตามทิศทางที่เจ้าดำชี้ คนของบ้านสกุลตู้ตะลึงแปลกใจกันยกใหญ่ ชายหนุ่มคนนั้นต้องเป็นตู้เซ่าฝู่แน่นอน ไม่รู้เลยว่าเจ้าทึ่มโผล่มาตั้งแต่เมื่อไร ปกติที่ที่คึกคักเช่นนี้เขาไม่เคยโผล่มาเลย

      ผู้ชมเหตุการณ์ที่รายล้อมเวทีประลองทั้งหมดหันมามองตู้เซ่าฝู่ ขณะนี้ผู้ชมทั้งหมดพึ่งพบว่า เจ้าทึ่มประจำบ้านสกุลตู้ก็อยู่ยืนอยู่ข้างๆ พวกเขา แต่เมื่อครู่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยจริงๆ

      ตู้ฉีมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ที่ไม่รู้ว่ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร พยายามเก็บความกระอักกระอ่วนที่แสดงออกทางสีหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วมองไปยังเจ้าดำและพูดว่า “ไม่เลว เขาก็คือคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่ แน่นอนว่าเป็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ของข้า”

  “เช่นนั้นก็ถูกแล้ว วันนี้ข้าจะท้าประลองกับคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ท่านนี้ หากข้าชนะ ก็สมควรได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ใช่หรือไม่”

      เจ้าดำหัวเราะออกมา ยิ้มอย่างดีใจสุดๆ แล้วมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ เรื่องราวของบ้านสกุลตู้เขารู้มาอย่างดี บังเอิญเหลือบไปเห็นคุณชายน้อยตู้เซ่าฝู่ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนมาที่สนามประลองพอดี สวรรค์ประทานโชคดีมาให้แก่เขา ดังนั้นเขาก็ควรรีบคว้ามันมาใช้

      แม้ว่าการท้าประลองเจ้าทึ่มจะดูเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายไปหน่อย แต่พอคิดว่าจะได้เป็นหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ ต่อให้ถูกคนว่าประณาม แต่ตอนนี้เจ้าดำคิดว่า การได้เป็นหัวหน้ากลุ่มองครักษ์ ถึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

      “อะไรนะ……”

      “ท้าประลองตู้เซ่าฝู่เจ้าทึ่มคนนั้น…หมอนั่นช่างหน้าด้านสิ้นดี”

      แววตาคนของบ้านสกุลตู้ทุกคนที่อยู่ที่สนามประลอง ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที ใครๆ ก็รู้ว่าตู้เซ่าฝู่เป็นบุคคลที่ไม่อาจฝึกฌานได้ ทั้งยังเป็นเจ้าทึ่มอีก เมื่อเห็นท่าทางเซ่อซ่าของเขา ต่างต้องคิดว่าเขาเป็นเจ้าทึ่มกันจริงๆ แน่

      “เจ้าดำท้าประลองตู้เซ่าฝู่ หมอนั่นหน้าไม่อายเลยจริงๆ ทว่าบ้านสกุลตู้คงเจ็บจุกจนพูดไม่ออกกันเลยแน่”

  “คนของบ้านสกุลตู้คงไม่กล้าให้ประลองหรอก ถ้าอย่างนั้นก็ให้ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มองครักษ์กับเจ้าดำไปเลยแล้วกัน”

      “เจ้าดำนี้สุดย๊อดสุดยอด อัดคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้จนหมอบได้ ฮ่าๆ…”

      ผู้คนที่มุงกันอย่างหนาแน่น ทุกคนต่างกำลังมองด้วยความสงสัยและแปลกประหลาดใจ คุณชายจอมทึ่มชื่อดังคนนี้ ทั้งเมืองสือเฉิง มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก

      พวกชอบก่อเรื่องที่อยู่ในมุมหนึ่งท่ามกลางฝูงชน ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง หากตะโกนอย่างโดดเด่นมากเกินไป พวกเขากลัวที่จะพูดล่วงเกินบ้านสกุลตู้

  “เจ้าทึ่มนี่ วันนี้เผ่นมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้กับบ้านสกุลตู้เลยนะ”

  “แล้วนี่จะทำอย่างไรดีล่ะ?”

      คนของบ้านสกุลตู้ราวกับถูกตำหนิอ้อมๆ ไม่ว่าอย่างไรตู้เซ่าฝู่ก็เป็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ พอถึงตอนนั้นหากเจอกระบวนท่าเดียวขององครักษ์คนนั้นก็ล้มหมอบ บ้านสกุลตู้จะขายหน้าแค่ไหน

  เสียเงินจ่ายค่าสวัสดิการให้เจ้าดำนั่นแค่เรื่องเล็กๆ ทว่าชื่อเสียงของบ้านสกุลตู้จะทำให้เสื่อมเสียไม่ได้

      ตู้ฉีรู้สึกหน้าตึง ไม่มีใครคิดว่าเจ้าดำจะขอท้าประลองกับตู้เซ่าฝู่ได้อย่างหน้าไม่อาย การรับสมัครองครักษ์วันนี้เขาก็เป็นผู้รับผิดชอบ หากทำให้ชื่อเสียงของบ้านสกุลตู้ต้องด่างพร้อย รองผู้บัญชาการคนนี้ก็น่าจะโดนยำเละแน่ๆ

  “ใครเรียกข้า มีคนตามหาข้าหรือ?”

      ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ชมการประลองบนเวทีเสร็จเตรียมตัวจะกลับไป ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองอยู่ และสายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขา และสุดท้ายสายตาก็กลับมองไปที่เวทีประลอง

      มีเสียงโห่รอบๆ และสายตาแปลกประหลาดมองมา เจ้าดำแอบมองผ่านคนสกุลตู้ที่อยู่หน้าเวทีประลองไป เขาสังเกตเห็นญาติห่างๆ ของเขาคนนั้น ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เขาจึงกำเริบเสิบสานยิ่งขึ้น

  “นายน้อยบ้านสกุลตู้ ท่านขึ้นเวทีประลองมาฝึกฝีมือกันหน่อยเถิด”

      เจ้าดำประสานมือคารวะตู้เซ่าฝู่ ตะโกนเรียกมองมาจากบนเวทีประลอง สายตาของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความเคารพคนบ้านสกุลตู้คนอื่นเลยแม้แต่น้อย กลับแสดงให้รู้สึกว่ากำลังเยาะเย้ยด้วยซ้ำ

  “เจ้าอยากท้าประลองข้า?”

      ตู้เซ่าฝู่ตะลึง คราวนี้ได้ยินชัดแจ๋ว จึงค่อยๆ เงยศีรษะ นัยน์ตาสั่นเล็กน้อย มองไปทางเจ้าดำที่อยู่บนเวทีประลอง เผยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมพูดว่า “แบบนี้ไม่ค่อยดีกระมัง เจ้าท้าประลองญาติผู้น้องของข้าที่ฝีมือด้อยที่สุดพวกนั้นก่อน ดูสิว่าพอมีโอกาสสู้ได้บ้างหรือไม่”

  “หืม วันนี้เจ้าทึ่มพูดได้ด้วย เขาทึ่มจริงหรือทึ่มหลอกกันแน่”

  “พูดเช่นนี้ได้ ดูท่าก็ไม่ได้ทึ่มมากอย่างที่คิดนะ”

  “วันนี้เจ้าทึ่มอ้าปากพูดเป็นแล้ว”

      เมื่อได้ยินตู้เซ่าฝู่พูด บรรดาคนในบ้านสกุลตู้ แววตาก็ดูพอใจขึ้นมาบ้างทันที

      เจ้าดำมองตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ด้านหน้าเวทีประลอง ได้ยินเสียงตะโกนทั้งหลายจากรอบๆ จึงยิ่งทะนงตนขึ้นไปอีก อย่างไรเสียเขาก็ได้ยินมาจากปากของญาติห่างๆ ที่อยู่ในบ้านสกุลตู้คนนั้นมา ว่า คุณชายน้อยจอมทึ่มไร้วรยุทธคนนี้ไร้ฐานะใดๆ ในตระกูล พูดล่วงเกินไปอย่างไรก็ไม่เป็นไร จึงหัวเราะและพูดกับตู้เซ่าฝู่ว่า “เป็นถึงนายน้อยบ้านสกุลตู้แต่กลับไม่กล้าประมือกับข้า หากเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าให้ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มองครักษ์เลยใช่หรือไม่”

      “นายน้อยบ้านสกุลตู้ไม่กล้าขึ้นเวทีประลอง”

  “เป็นถึงบ้านสกุลตู้ยังเป็นเสียแบบนี้”

      เสียงตะโกนรอบๆ กลายเป็นประโยคที่โอหังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ฝูงชนเริ่มก่อความวุ่นวาย

      “นายน้อยท่านนี้ของบ้านสกุลตู้ ท่านไม่กล้าประมือกับข้าจริงๆ หรือ เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มองครักษ์เลยแล้วกันนะ ฮ่าๆ” เจ้าดำหัวเราะชอบใจ เขาน่าจะเป็นคนแรกในเมืองสือเฉิง ที่กล้าพูดจาดูหมิ่นใส่คุณชายน้อยบ้านสกุลตู้ การกระทำที่กล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ ที่จริงเขาก็ไม่เคยทำมาก่อน

      “ในเมื่อเจ้ายืนหยัดจะประมือให้ได้ ข้าก็ยอมทำตามที่เจ้าหวัง”

      ได้ยินเสียงเรียกชื่อตู้เซ่าฝู่เบาๆ ท่ามกลายสายตาผู้คนมากมายที่จ้องมอง ตู้เซ่าฝู่กางแขนขาออก บริเวณรอบเท้าของเขาแผ่ลมปราณสีมรกตออกมาอย่างท่วมท้น ผู้คนที่อยู่รอบๆ เวทีประลองตะลึงจนพูดไม่ออก เขาเคลื่อนไหวร่างอย่างรวดเร็ว กระโดดขึ้นไปบนเวทีปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าดำ พอเท้ากระทบกับพื้น เวทีก็สั่นไหวอย่างรุนแรง

      “เป็นไปไม่ได้ ทำไม……”

      เมื่อตู้เซ่าฝู่โผล่แว็บขึ้นมาอยู่ต่อหน้าในชั่วพริบตา เจ้าดำก็ทั้งตกใจและตะลึง ท่าทางอย่างตอนนี้ คุณชายน้อยบ้านสกุลตู้ที่อยู่หน้าเขาตอนนี้ไร้วรยุทธและทึ่มอย่างที่เล่าลือจริงๆ หรือ?

      ตู้เซ่าฝู่ตอนนี้อยู่ข้างหน้าเจ้าดำแล้ว สีหน้ายังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เขาตั้งมือเตรียมต่อสู้ ชุดของเขาขยับเล็กน้อย แววตาสดใสเป็นประกาย พูดกับเจ้าดำที่กำลังตะลึงเบาๆ ว่า “เริ่มลงมือได้แล้วหรือยัง?”

  “เป็นไปไม่ได้ ข้าตาลายไปแล้วแน่ๆ”

      ประโยคเมื่อครู่เตือนสติเจ้าดำกลับมา เมื่อครู่ข้าต้องตาลายไปแล้วแน่ๆ ข้าจะมากลัวคุณชายจอมทึ่มได้อย่างไร เขากัดฟัน จากนั้นโค้งตัวเล็กน้อยตั้งท่าต่อสู้ กำหมัดแน่น เตรียมปล่อยพลังปราณ และแล้วเขาก็เริ่มปล่อยท่าหมัดมายาสามสายใส่ตู้เซ่าฝู่

    ในชั่วพริบตา หมัดมายาสามสายก็พุ่งมาที่ตู้เซ่าฝู่ สามสายของหมัดมายารวมเป็นสายเดียว พุ่งโจมตีที่อกของตู้เซ่าฝู่

  “ฟู่ว!”

      ไม่น่าเชื่อ เมื่อพลังหมัดนั้นโจมตีที่อกของตู้เซ่าฝู่ ตู้เซ่าฝู่ก็พ่นลมปราณออกมาคำใหญ่ ลมที่ปล่อยออกมายาวราวกับมังกรพ่นลม และรุนแรงราวกับสัตว์เทพร้องคำราม นัยน์ตาสองข้างของเขามีลำแสงเปล่งออกมา ชายชุดสีม่วงที่เขาสวมพลิ้วไหวอย่างรุนแรงตามแรงสั่นสะเทือนของลม เวทีประลองสั่นไหวอีกครั้ง เท้าทั้งสองข้างของตู้เซ่าฝู่เป็นศูนย์กลางของแรงสั่นไหว จากนั้นพื้นเวทีก็ค่อยๆ ร้าวแตกออก

      “ตึง ครืน!”

      ทุกคนจ้องตะลึงตาค้างไม่ได้สติกัน รวมถึงเจ้าดำคนนั้นด้วย จากนั้นก็มีเสียงดังตึงแรงๆ คล้ายกับเสียงกระดูกหักตามมา ทุกคนมองอย่างมึนงง จากนั้นก็เห็นเงาชายร่างยักษ์ลอยขึ้นฟ้าราวกับว่าว กระเด็นตกจากเวทีล้มอย่างรุนแรงดังตุ๊บ

      บนเวทีประลอง ยังคงเห็นเงาของตู้เซ่าฝู่ยืนสง่าตั้งมือเป็นท่าเตรียมสู้อยู่ ดูน่าเกรงขามเป็นที่สุด

  “ปึก! ตุ๊บ!”

      เจ้าดำที่ถูกกระแทกลอยตกจากเวทีพยายามลุกขึ้นมา เขากุมหน้าอกจากนั้นไอออกมาเป็นเลือด ดูท่าแล้ว กระดูกน่าจะหักหลายท่อน สายตาทั้งหลายจับจ้องที่ชายหนุ่มชุดม่วงร่างบางคนนั้น สีหน้าแต่ละคนตะลึงงันกันอย่างมาก

      แทบจะไม่มีใครไม่ได้ดู ทุกคนเห็นชัดกันดี เจ้าทึ่มประจำตระกูลตู้ผู้เลื่องลือคนนั้นยังไม่ได้ขยับมือเลย แค่พ่นลมฟื้ดออกมา เจ้าดำนั่นก็ถูกกระแทกกระเด็นลอยฟิ่วไปแล้ว พลังนั้นของเขาสุดยอดมาก ทำให้ผู้คนงงงวยกับเหตุการณ์ แม้จะเห็นเองกับตาก็ยังไม่อยากเชื่อ

      รอบเวทีประลองร้องโห่ด้วยความประหลาดใจกันยกใหญ่ ภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา ทำให้พวกเขามีสีหน้าสับสนค้างเป็นเวลานาน พวกคนที่เพิ่งพูดจาดูถูกไปเมื่อสักครู่ รู้สึกราวกับมีคนตบหน้า เขาใช่คุณชายน้อยที่ฝึกฌานไม่ได้คนนั้นจริงหรือ

      คนที่พูดสบประมาทบ้านสกุลตู้ไป ตอนนี้ก็ทำหน้าทำตาไม่ถูก รู้สึกใบหน้าร้อนๆ ชาๆ อย่างพิลึก

      “พวกท่านเชิญต่อเลย ข้าขอตัวกลับก่อน”

      ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่บนเวทีประลอง ไม่ได้เหลือบมองเจ้าดำที่กองอยู่ใต้เวทีอีก มองไปที่ตู้ฉีที่ยืนอยู่ไกลๆ พูดกับเขาประโยคหนึ่ง ขยับมือทั้งสองภายใต้ชายแขนเสื้อ จากนั้นก็ก้าวเดินออกจากที่นั่นไป

      “ตึงโครม!”

      หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่เพิ่งจากไป เวทีประลองก็เขย่า มีรอยแตกยาวเริ่มต้นจากจุดที่ตู้เซ่าฝู่ยืนเมื่อครู่ สุดท้ายทั้งเวทีก็พังครืนลงมาเป็นหลุมใหญ่ ผู้คนที่อยู่รอบๆ รีบถอยไปจากตรงนั้น

  “กึกๆ……”

      ผู้คนรอบๆ เวทีประลองมองหน้ากันอย่างงุนงง หลายคนรู้สึกอึ้งตะลึงจนกระอักกลืนน้ำลายลงในลำคอ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)