0 Views

       ภายในกระดูกหักตรงหน้าอกครึ่งหนึ่งเกิดโลหิตสีทองซึมออกมา ทำให้โลหิตแต่เดิมภายในร่างของตู้เซ่าฝู่ค่อยๆ ระเหยขึ้นเป็นไอ โลหิตปริศนาชนิดนี้โหดร้ายดุดันและบ้าพลังมากจริงๆ ไม่สามารถผสมผสานเข้ากับโลหิตที่อยู่ในร่างของตู้เซ่าฝู่ได้เลย

       หัวใจ เส้นโลหิต เส้นลมปราณ เนื้อหนังมังสา และกระดูกในร่างของตู้เซ่าฝู่ รับพลังที่ดุดันของโลหิตชนิดได้ไม่ไหว ขณะนี้ทุกส่วนในร่างของเขาเริ่มที่จะถูกโลหิตพิเศษชนิดนี้ทำลาย ความเจ็บแสบทรมานนี้ ตู้เซ่าฝู่ที่ได้สติแล้วกลับไม่สามารถร้องระบายความรู้สึกทรมานนี้ออกไปได้ ทำได้เพียงอดทนรับความรู้สึกเจ็บปวดที่น่าจะเป็นความทรมานที่สุดบนโลกนี้แล้ว

  “นึกไม่ถึงว่าเจ้ามนุษย์น่าเวทนาคนนี้เป็นเพียงคนธรรมดา มนุษย์นี่ช่างน่ารังเกียจจริงๆ !”

       ขณะที่ตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าทั้งร่างกำลังถูกทำลายย่อยสลายเป็นผุยผง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแหลมๆ ดังขึ้นมาจากในร่าง เสียงแหลมเสียงนี้แฝงไปด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังและโกรธแค้น ตู้เซ่าฝู่รู้สึกเหมือนว่าในร่างมีก้อนไฟสีม่วงลอยอยู่ ร่างกายเขาห่อหุ้มเจ้าสิ่งนี้ไว้ ไฟก้อนนี้ช่วยต่อต้านพลังอันดุดันสีทองนั้นไว้ให้เกิดความสมดุล

       หลังจากมีก้อนไฟม่วงลอยขึ้นมา พลังโลหิตอันดุดันที่ปรากฏก่อนหน้าถูกสยบความบ้าระห่ำไว้ได้ส่วนหนึ่ง ทว่าก้อนไฟม่วงนั้นกลับนำพาความเจ็บปวดแบบแสบร้อนเพิ่มขึ้นมาให้อีก ทำให้อวัยวะภายใน กระดูกเอ็นและเนื้อของตู้เซ่าฝู่ราวกับถูกมันแผดเผามอดไหม้ เมื่อความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับความทรมานจากพลังโลหิตที่ดุดันของแต่ก่อน ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ทรมานยิ่งกว่าตายเหมือนกับตกนรกขุมที่สิบแปด

       ตู้เซ่าฝู่ไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น จำได้แค่ขณะที่อสูรวิหคสองตัวกำลังจะระเบิดตัวเอง ก็มีกระแสพลังรุนแรงอันน่ากลัวพัดสาดเข้าใส่ มีแสงสีม่วงพุ่งกระโจนใส่เขา ขณะนั้นเขาบาดเจ็บไม่สามารถตะเกียกตะกายดิ้นรนต่อสู้อะไรได้ อุณหภูมิสูงจัดที่แผดเผา สร้างความเจ็บปวดจี๊ดขึ้นไปถึงสมอง จากนั้นนัยน์ตาก็พร่ามัวจนหมดสติไป จากนั้นก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย

       ความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ ตู้เซ่าฝู่ไม่สามารถต้านทานได้ เป็นความเจ็บปวดที่มนุษย์ปกติไม่อาจรับได้ไหว การที่มีแหล่งสร้างความเจ็บปวดอันรุนแรงสองอย่างขึ้นพร้อมกัน ต่อให้ตู้เซ่าฝู่ได้สติก็ทุกข์ระทมจนสายตาพร่ามัว

  ภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัว ตู้เซ่าฝู่เริ่มหมดสติและสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เพลิงสีม่วงที่ลอยในกายเขากำลังช่วยเหลือเขา โลหิตสีทองที่แทรกซึมเขามาผ่านกระดูกหน้าอกที่หักร้าวและทำลายโลหิตและอวัยวะอื่นๆ ภายในร่างของเขา ราวกับว่าหวาดกลัวต่อพลังของเปลวไฟสีม่วง ร่างกายที่กำลังเหี่ยวเฉาของตู้เซ่าฝู่เมื่อได้รับกระแสไหลเวียนของสิ่งนี้ กระดูกที่หักก็เริ่มเชื่อมกัน ราวกับโลหิตสามารถผสานเชื่อมกันได้…

       แม้ว่าโลหิตสีทองจะทำให้โลหิตในร่างของตู้เซ่าฝู่จนระเหย แม้มันจะดุดันและร้ายกาจ เพียงใด ทว่ามีสายโลหิตในตัวของตู้เซ่าฝู่เส้นหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำลายให้ระเหิดหายไปได้หมด เพียงแต่สายเลือดเส้นนั้นอ่อนแอมาก การไหลเวียนของสายเลือดสีทองนั้นกำลังค่อยๆ กลืนกินเลือดเส้นนั้นไป

       เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในท่อนกระดูกหักกลางอกของตู้เซ่าฝู่ มีโลหิตสีทองไหลพรูออกมาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น จนกระทั่งทำให้เลือดทั้งตัวของตู้เซ่าฝู่เปลี่ยนเป็นสีทองอ่อน ไหลผ่านกระแสเลือดที่กระจายอยู่ภายในอวัยวะทุกอย่างในร่างกาย มันไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณและชีพจร กำลังบำรุงฟื้นฟูกระดูกที่แตกหักทั่วร่างให้กับเขา…

       ในระหว่างนั้น เพลิงสีม่วงก็คอยช่วยต้านทานพลังที่รุนแรงและดุดันของโลหิตสีทองนั่นอยู่ตลอด เพราะนั่นเป็นพลังที่ร่างกายของตู้เซ่าฝู่ไม่สามารถต้านทานมันได้ไหว ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงถูกแผดเผาจนกลายเป็นเศษขี้เถ้าไปเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว

  “แกว่ก!”

       ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว กระดูกหักกลางอกของตู้เซ่าฝู่มีเสียงแผดร้องของนกดังขึ้น จากนั้นกระดูกหักก็มีอักษรยันต์เปล่งแสงลอยออกมา เกิดพลังคลื่นสั่นไหวอย่างรุนแรงบริเวณกระดูกหัก ราวกับว่าจะระเบิดออก มันไม่อยากหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับร่างของตู้เซ่าฝู่

       คลื่นอักษรยันต์ที่ไหลออกมาจากกระดูกหัก เพลิงสีม่วงก็ยากที่จะต้านทานสะกดพลังมันไว้ได้ คลื่นพลังของมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โลหิตสีทองระเหิดพุ่งเป็นไอ ราวกับจะทำให้กระดูกหักระเบิดเป็นเสี่ยงๆ คลื่นพลังนี้ช่างน่ากลัว เกรงว่าร่างตู้เซ่าฝู่อาจจะต้องถูกระเบิดเป็นจุณในอีกไม่ช้า

  “ฉึกๆ ๆ!”

       ในขณะนั้นเอง ในร่างของตู้เซ่าฝู่ ทันใดก็มีแสงอันน่าพิศวงเปล่งออกมา ลำแสงอันน่าอัศจรรย์พุ่งออกมาเป็นเส้นๆ ลำแสงเหล่านี้ดูขุ่นๆ ดูแล้วทะมึนๆ อยู่บ้าง มันเชื่อมต่อกับเส้นลมปราณและชีพจรเส้นเลือด สุดท้ายแต่ละเส้นก็หลวมรวมมาบรรจบกัน เกิดเป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัว กลายเป็นตาข่ายแสง ที่เข้าไปห่อหุ้มบริเวณกระดูกหักไว้

  “แกว่กๆ”

  ในกระดูกหัก มีเสียงวิหคร้อง โครงกระดูกหักที่สั่นสะเทือนอย่างแรงถูกตาข่ายแสงที่ปกคลุมไว้ ตาข่ายค่อยๆ บีบอัดให้เล็กลง มันที่อยู่ข้างในพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายออกไป ทว่าก็ยังถูกขังไว้อย่างแน่นอน ราวกับว่าถูกพลังที่น่ากลัวที่สุดสยบมันไว้

       “ชีพจรฌานตราวิญญาณ ชีพจรฌานรวมตัวกันจนเกิดเป็นตราวิญญาณ นี่มันคือชีพจรฌานแบบใดกันฤา เหตุใดชีพจรฌานจึงสามารถควบคุมพลังปราณจนเกิดเป็นตราวิญญาณได้ล่ะ น่าจะมีเพียงชนเผ่ามนุษย์ที่ร้ายกาจที่สุดยอดที่สุดบนโลกนี้จึงเกิดมาพร้อมกับชีพจรลมปราณเช่นนี้ เจ้ามนุษย์คนนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนั้น”

       เพลิงสีม่วงสั่นไหวเป็นคลื่นอยู่ในตาข่ายแสง มันเองก็เริ่มถอยตัว ราวกับว่าหวาดกลัวตาข่ายแสงที่ห่อหุ้มกระดูกที่หัก

  “แกว่กๆ !”

       มันพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายในกระดูกที่แตกหักเป็นครั้งสุดท้าย อักษรยันต์ไหลพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเหยี่ยวยักษ์ปีกทองพุ่งกระโจนจากข้างในตาข่ายแสง มันหวังว่าจะทำลายตาข่ายนั้นให้สูญสิ้นไป

       ตาข่ายแสงถูกเหยี่ยวยักษ์ปีกทองพุ่งชนจนขาด ทว่าหลังจากนั้นร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็ถูกห่อหุ้มไว้แน่น ลมปราณที่งดงามแต่เย็นยะเยือกแผ่ออก พยายามต่อสู้กับเหยี่ยวยักษ์ปีกทองอย่างไม่หยุดหย่อน

       สุดท้ายเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็ถูกกำราบไว้ได้ มันถูกตาข่ายแสงโจมตีทะลุร่าง จากนั้นร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็แตกสลายกลายเป็นอักษรยันต์จำนวนนับไม่ถ้วน อักษรทั้งหลายโถมเข้าไปกลางศีรษะไหลเวียนในสมองของตู้เซ่าฝู่

       ตู้เซ่าฝู่รู้สึกราวกับฝันไป เป็นฝันที่แปลกประหลาดเหลือเกิน ในฝันที่พิสดารนั้น เขาเห็นฉากภาพที่ไม่น่าเชื่อภาพหนึ่ง ในฝันมีทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่มหาศาล มีดาวตก ห้วงท้องฟ้าสั่นไหวในนั้นมีเหยี่ยวยักษ์ปีกประกายทองกำลังบินข้ามผ่านทางช้างเผือก มันสยายปีกเหาะเหินขึ้นข้างบนไกลลับสุดตา โจมตีดวงดาราแต่ละดวงจนระเบิด แล้วบินวนเวียนอยู่ในทางช้างเผือก เสียงร้องของเหยี่ยวทองตัวนั้นทำให้ทางช้างเผือกสั่นไหว ดูแล้วน่าหวาดกลัว

        จากนั้นเหยี่ยวยักษ์ปีกทองตัวนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นอักษรยันต์จำนวนมากไหลเข้าสู่งสมองของเขา อักษรยันต์เหล่านั้นมีความหมายลึกซึ้งยากที่จะทำความเข้าใจได้ ทว่าตู้เซ่าฝู่กลับสามารถเข้าใจได้ในทันที ระหว่างที่เขาสะลึมสะลือ คือสภาวะที่เขากำลังทำสมาธิบรรลุเข้าใจอักษรยันต์ที่ไหลเข้ามาเหล่านั้น…

       ความฝันนี้เหมือนว่าเป็นฝันอันยาวนาน เมื่อตื่นจากฝัน ตู้เซ่าฝู่มีสติกลับมา ก็รู้สึกเวียนหัว และรู้สึกราวกับว่าร่างของเขาถูกฉีก ทั้งตัวไร้โครงสำหรับเคลื่อนไหวเนื่องจากกระดูกทั้งร่างแตกหัก ความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งร่างกายก็ยังไม่ได้หายไป

  “ไม่สิ นี่มันวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองนี่”

       จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ลืมตาขึ้น อักษรยันต์ในฝันและร่างเงาของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่เห็น เป็นวิชาการฝึกฌานของตระกูลสายพันธุ์เหยี่ยวยักษ์สีทอง แบ่งเป็นฝึกร่าง ฝึกปราณ ฝึกทักษะพรสวรรค์ของอสูรมีทั้งหมดสามส่วน

       จากนั้นตู้เซ่าฝู่พบว่าในร่างมีหลุมแปลกประหลาดอยู่ ยังคงปวดร้าวทั้งตัว ชุดบนร่างกายไม่รู้ว่าถูกเผาจนสลายไปตั้งแต่เมื่อไร เหมือนกับการที่ร่างขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่อย่างน้อยตู้เซ่าฝู่ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ ไม่รู้ว่าหลังจากวิหคยักษ์ปีกประกายทองและวิหคยักษ์เปลวเพลิงม่วงระเบิดตัวเองไปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ขอแค่ได้ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

  “ข้ายังไม่ตาย แถมยังได้วิชาการฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมาอีก”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)