0 Views

       “ไม่เห็นต้องทำให้มันยุ่งยาก ข้าแวะผ่านมาที่นี่พอดีก็ถือว่านี่คือวาสนาของข้า ดังนั้นวาสนาครั้งนี้ข้าคงปล่อยผ่านเลยไปไม่ได้หรอก สมบัติในตัวเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงข้าจะรับไว้หมดเลยแล้วกัน” สตรีคนสวยชุดเรียบพูดเสียงเบา สีหน้านิ่งเย็นยะเยือก ดูแล้วน่าเกรงขาม ทำเอาคนไม่กล้าพูดปฏิเสธ

       “ท่านช่างพูดจาโอหังเสียจริง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นต้องดูว่าใครจะยืนได้ถึงตอนสุดท้ายแล้วล่ะ”

        หญิงชราพูดจบ รอบร่างกายก็มีพลังปราณระเบิดออกมา ไม่มีประโยชน์ให้นางพูดต่อไปแล้ว ในเมื่อบุคคลที่มาเยือนมีเจตนาที่ไม่ดี ในชั่วพริบตาพลังที่เดือดพล่านในตัวของนางก็พรั่งพรูพุ่งทะยานไปบนฟ้าปกคลุมราวกับผืนเมฆ ขณะเดียวกันนางก็ปล่อยผู้หญิงที่เหมือนพรายสาวคนนั้นให้ลงไปอยู่บนพื้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองเห็นได้ยาก ทว่าสามารถรับรู้ถึงพลังอันรุนแรงและน่ากลัวนี้ได้อย่างชัดเจน

        “เจ้าเองก็ลงไปเถิด ห้ามไปใกล้อสูรสองตัวนั้นเด็ดขาด”

  ตู้เซ่าฝู่ได้ยินเสียงของแม่นางคนสวยชุดราบเรียบคนนั้นกึกก้องในหู ทันใดนั้นร่างของเขาก็ถูกก้อนพลังบางอย่างที่ไร้รูปร่างห่อหุ้มพาตัวเขาลงไปอยู่บนพื้น

  ตู้เซ่าฝู่เงยหน้ามองสตรีงามชุดเรียบนางนั้นที่ลอยอยู่กลางเวหา ชายเสื้อขยับตามสายลมพัด รอบๆ มีประกายแสงไหลเวียนอย่างรวดเร็วรอบตัว สุดท้ายเกิดเป็นพลังอัดแน่นจนเกิดแสงจ้าทั่วท้องฟ้า มีอักษรยันต์ห่อหุ้มก้อนพลังนั้นบางๆ เวลานั้น ฟ้าดินบริเวณนั้นเกิดคลื่นสะเทือนโดยรอบ พลังที่ปล่อยออกมารุนแรงจนน่ากลัวน่าตกใจ

       “ข้าสามารถสัมผัสได้ ร่างกายของท่านมีร่องรอยการบาดเจ็บสาหัส ดูท่าท่านโชคไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่”

       คลื่นพลังปราณของหญิงชราเคลื่อนไหวกระเพื่อมเป็นคลื่น นางตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง อักษรยันต์ไหลพรูออกมาเป็นสาย และพลังก็พุ่งตรงไปทางสตรีงามชุดเรียบคนนั้น

       “ต่อให้ข้าร่างกายบาดเจ็บ ทว่าพลังลมปราณของท่านก็ไม่แข็งแกร่งพอ” แม่นางคนสวยไม่เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างไร ทว่าสายตาเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับว่าพลังของหญิงชรานางนี้แกร่งกว่าที่นางคาดไว้ทำให้นางประหลาดใจ มือเรียวงามของนางขยับ เกิดแสงจ้าจนแสบตา รอบๆ คลื่นพลังที่ฟุ้งรอบตัวเริ่มเคลื่อนไหว ราวกับว่าบนท้องฟ้ากำลังสั่นไหวได้ และพลังของนางก็สกัดการโจมตีของหญิงชราไว้ได้

  “ปึง!”

       เกิดเสียงพลังกระทบกันอย่างรุนแรง ราวกับว่าเกิดเศษละอองพลังแพร่กระจายทั่วทุกสารทิศ

       เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่สองยอดฝีมือกำลังต่อสู้กัน ทั้งสองต่างมีลำแสงจ้าห่อหุ้มกาย อักษรยันต์ไหลพรูออกมาไม่ขาดสาย พลังของพวกนางรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว ทุกครั้งที่เกิดการปะทะ พลังที่รุนแรงกระทบกันทำให้เกิดเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เงาของสองคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และยิ่งลอยห่างจากจุดเดิมเรื่อยๆ ราวกับว่าไม่อยากให้ร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงต้องถูกลูกหลงของการโจมตีและถูกทำลายไป

       การต่อสู้กันอย่างดุเดือดบนท้องฟ้า ตู้เซ่าฝู่มองตามไม่ทัน ยอดฝีมือระดับนั้น เขาทำได้แค่ชื่นชม ทว่าก็แอบอิจฉากัดฟันในใจ เขาตั้งใจไว้ว่า สักวันหนึ่งเขาต้องจะกลายเป็นยอดฝีมือเช่นนั้นให้ได้ สามารถโลดแล่นบนนภาและปฐพีได้อย่างใจให้ได้

  “ซู่!”

  สาวน้อยเหมือนพรายคนนั้นเริ่มขยับ มีเงาที่เป็นลักษณะของผู้หญิงสวยเคลื่อนไหวไปทางร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกับปีศาจหงส์เพลิงม่วง

  “ซู่ๆ ๆ!”

        จู่ๆ ก็เกิดคลื่นแสงสีทองแผ่ออกมา เหยี่ยวยักษ์ปีกทองเริ่มขยับ ร่างของอสูรยักษ์ที่ไร้พลังปราณ ทันใดก็มีคลื่นแสงสีทองไหลเวียนรอบๆ พลังที่ดูน่ากลัวและดุดันพรั่งพรูออกมาราวกับว่าเกิดคลื่นพายุระดับรุนแรงซัดกระหน่ำออกมา

  “ซูม!”

       สาวน้อยท่าทางเหมือนพรายป่าเพิ่งจะเข้าใกล้เหยี่ยวยักษ์ปีกทอง ก็เกิดคลื่นพลังรัศมีสีทองอร่ามพรั่งพรูออกมา ร่างของนางถูกแรงของพลังนั้นซัดกระเด็นจนปลิวขึ้นฟ้า มันรุนแรงมากจนนางกระอักเลือดและสำลักออกมาเป็นเลือด พลังของนางไม่สามารถตั้งรับไว้ได้แม้แต่นิดเดียว

  “ระวัง”

  เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินคำที่สตรีงามชุดเรียบคนนั้นเตือน ก็ไม่คิดจะเข้าใกล้ร่างของอสูรยักษ์สองตัวนั้นแม้แต่น้อย ทว่าขณะนี้เห็นสาวน้อยชุดนักสู้คนนี้ถูกโจมตีจนปลิวกระเด็น อย่างน้อยนางก็เคยช่วยเขาครั้งหนึ่ง สัญชาตญาณของเขาจึงสั่งให้เขารีบพุ่งออกไปรับร่างของสาวน้อยคนนั้นไว้

  “ตุ๊บ!”

       แม้ตู้เซ่าฝู่รับร่างของสาวน้อยชุดนักสู้ไว้ได้ ทว่าการโจมตีของอสูรยักษ์รุนแรงกว่าที่ตู้เซ่าฝู่จินตนาการไว้มาก เขารู้สึกเหมือนถูกก้อนพลังยักษ์พุ่งกระแทกใส่ ราวกับว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายถูกบดขยี้ จึงสำลักเลือดออกมา จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ล้มกระแทกพื้นไปด้วยกัน

       ทั้งสองคนล้มกระแทกตัวซ้อนกัน หญิงอยู่บนชายอยู่ล่าง ใบหน้าทั้งสองคนแนบชิด ริมฝีปากที่มีเลือดกบปากสัมผัสกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สาวน้อยที่ดูเหมือนพรายสาวคนนั้นใบหน้าสูบฉีดมีสีแดงระเรื่อ

  “แกว๊ก!”

       เหยี่ยวยักษ์ปีกทองฟื้นคืนชีพอีกครั้ง มันร้องแผดเสียงออกมา และลุกขึ้นมายืนได้ในฉับพลัน จากนั้นมันก็กางกรงเล็บเท้าพุ่งไปตรงท้องของปีศาจหงส์เพลิงม่วง เพื่อจะฉีกกระชากร่างของมัน

  ในขณะเดียวกัน ปีศาจหงส์เพลิงม่วงเองก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา กรงเล็บหงส์ที่แหลมเรียวและคมกริบตะครุบท้องของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองได้ก่อน ต่อมาในเวลาติดๆ กัน เหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็แสดงสีหน้าแววตาที่เปี่ยมไปด้วยรังสีโหดเหี้ยมอำมหิต จากนั้นก็เกิดแสงอันน่าสะพรึงกลัวออกมา รอบกายมันมีแสงจ้าสะท้อนของยันต์ที่เปล่งแสง พลังปราณพุ่งกระจายแว๊บดั่งสายฟ้าแลบ ทำให้มวลพลังแห่งฟ้าและดินพุ่งซู่ลอยขึ้นมา

  “แย่แล้ว อสูรยักษ์สองตัวนั้นฟื้นคืนชีพแล้ว รีบหนีเร็ว”

       ตู้เซ่าฝู่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ดูปวกเปียกราวกับไร้กระดูก สติเริ่มเลอะเลือนเหมือนว่าจะวูบ หยกที่ใส่ไว้กลางอกติดแนวกาย เขาคิดหาวิธีใดๆ ไม่ออก ได้แค่มองดูอสูรยักษ์สองตัวนั้นฟื้นคืนชีพ ยืนตระหง่านดั่งภูผาที่แข็งแกร่ง พลังร้ายกาจที่ท่วมท้นเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว

       เมื่อหญิงสาวชุดนักสู้คนนั้นได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ก็ได้สติกลับมา กระเด้งตัวลุกขึ้นมายืน และสำลักเลือดออกมาอีกครั้ง นางรีบวิ่งหนีไปข้างหน้าสุดตัว เพราะนางไม่มีความสามารถอะไรไปต่อกรอสูรสองตัวที่อยู่ตรงหน้าได้เลย

       ตู้เซ่าฝู่อยากหนี แต่เขารู้สึกร่างกายอ่อนปวกเปียกเหมือนไร้กระดูกไปทั้งตัว ไม่มีแรงแม้แต่จะคลานลุกขึ้น พลังปราณในร่างกายไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ราวกับจะระเบิดออกมา

  “ระเบิดตัวเองทำลายกระดูกหายาก บ้าจริง”

        ปีศาจหงส์เพลิงม่วงที่เพิ่งใช้กรงเล็บตะครุบทองของเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง ทันใดสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไป ราวกับว่ากำลังประสบเรื่องที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต

        เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นนิดเดียว

  “รีบหนีเร็ว”

       หญิงชราและสตรีงามชุดเรียบที่ลอยอยู่กลางเวหาในที่ห่างไกลจากบริเวณนั้น สะดุ้งรู้สึกได้ถึงเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ข้างล่างในทันที หญิงชราสีหน้าเปลี่ยน หายใจออกอย่างแรง และรีบพุ่งลงไปข้างล่าง คว้าตัวสาวน้อยที่ดูเหมือนพรายสาวไว้ และรีบเผ่นถอยหนีจากที่ตรงนั้นไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

  แม่นางคนงามชุดราบเรียบคนนั้นก็ตกใจหน้าซีด รีบเหาะพุ่งไปทางตู้เซ่าฝู่

  “โฮก!”

  “แฮ่!”

       พยัคฆ์สีโลหิต หมีดำ อสูรพลังเสียงคำรามอสูรสามตัวนี้ที่ก่อนหน้าพุ่งไปโจมตีถงเสอมุ่งหน้ากลับมา พวกมันสามตัวระดมโจมตีสตรีคนงามที่ลอยอยู่บนฟ้า

  “เจ้าอสูรโง่รนหาที่ตายนักนะ!”

  แม่นางคนงามคนนี้โมโหมาก สีหน้าที่ปกตินิ่งสงบ ทันใดก็ดูโหดร้ายน่ากลัว แสงรอบกายจ้าพร้อมกับมียันต์เปล่งแสงพุ่งออกมา เกิดเป็นพลังฝ่ามือที่มีรูปแบบพิเศษปรากฏอยู่ข้างหน้า

  พลังฝ่ามือที่ลอยอยู่ด้านหน้า ลักษณะคล้ายกับจันทรา ดูคล้ายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง มีความใสสะอาดดั่งหยกงาม และมีแสงเปล่งประกาย รัศมีพลังปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าบริเวณโดยรอบ คลื่นพลังที่น่ากลัวระเบิดออกมา ราวกับว่านภาและขุนเขาจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ พลังนั้นถูกส่งไปยังราชาอสูรสามตัวนั้น

  “ปึงๆ ๆ!”

        การโจมตีของราชาอสูรสามตัวนั้นถูกพลังฝ่ามือของนางทำลายสลายไปอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ทะลุไปโดนอสูร ทำให้ยันต์ที่ปกคลุมรอบกายพวกมันถูกทำลายจนแตกละเอียด เปลือกและผิวหนาๆ ของมันถูกระเบิดจนเนื้อข้างในเปิดออกจนเนื้อหลุดออกมาทั้งแผ่น จนเผยเห็นกระดูกขาวของมัน เลือดสดไหลโกรกออกมา สุดท้ายทั้งร่างของมันก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ กลางท้องฟ้า

       ราชาอสูรสามตัวนั้นถูกสตรีงามชุดเรียบนางนั้นปลิดชีพได้ในกระบวนท่าเดียว ความเก่งกาจของนางช่างน่ากลัวยิ่งนัก

  “ตึงโครม!”

       ร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองระเบิดอย่างรุนแรงไปพร้อมกับปีศาจหงส์เพลิงม่วง พลังแสงประกายทองและเพลิงอัคคีสีม่วงพุ่งทะยานสนั่นหวั่นไหว พลังที่ระเบิดกินพื้นที่ทั่วบริเวณตรงนั้น ทุกสรรพสิ่งรวมถึงอากาศตรงนั้นถูกทำลายมอดไหม้ บนผืนพิภพพังจนเกิดเป็นรอยแยกยาวและหลุมขนาดใหญ่

        ในขณะนั้นฟ้าดินเกิดการสนั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรง คลื่นอันน่าสยดสยองสาดพุ่งออกไปทำลายบริเวณรอบๆ พลังแสงกระจายทั่วสารทิศสะเทือนไปถึงท้องฟ้า มันทำลายปราณทุกอย่างบริเวณนั้นจนดับสูญ ราวกับโลกกำลังจะแตก


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)