0 Views

       “น่าสนุกจริงๆ ข้าพาเจ้าไปดูเรื่องสนุกๆ ต่อ”

  เมื่อสตรีงามชุดเรียบคนนั้นพูด พร้อมกับปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ที่เอาแต่ตะลึงกับเหตุการณ์จนตาค้างในทันใด นางใช้มือคว้าบ่าตู้เซ่าฝู่เหาะลอยบนฟ้าด้วยความเร็วไม่ช้าไม่เร็ว ราวกับว่าไม่ใส่ใจเรื่องที่พวกคนของสำนักกระเงี้ยวนิลเดินหน้าไปก่อนแล้ว

   พื้นที่อันกว้างใหญ่ของเทือกเขานี้พังทลายเป็นซากกองต้นไม้และหินไปทั้งแถบ วิหคยักษ์ที่ตกลงพื้นยังนอนนิ่งอยู่ในเขาราวกับว่าได้ตายไปแล้ว สองร่างยักษ์ของอสูรตกอยู่ในหุบเขาลูกเดียวกัน พลังอันรุนแรงที่พุ่งวนเวียนบริเวณอสูรสองตัวนี้ ทำให้ปราณในร่างกายของมนุษย์เกิดอาการติดขัดอย่างปริศนา และจิตวิญญาณในร่างรู้สึกสั่นไหว

       อสูรวิหคยักษ์สองตัว ตัวหนึ่งมีแสงสีทองเปล่งประกาย ให้พลังความรู้สึกถึงความเฉียบคมและดุดัน เป็นเหยี่ยวขาดใหญ่ที่มีปีกสีทองอร่าม

       อีกตัวหนึ่งเป็นสีม่วงทั้งตัว ขนดูมันวาวสะท้อนแสง รูปร่างเหมือนหงส์ รอบกายยังคงมีเปลวเพลิงที่ยังไม่มอด พลังเปลวเพลิงที่ร้อนระอุให้ความรู้สึกน่ากลัว ไม่น่าย่างกรายเข้าใกล้มัน

  เมื่อสำนักอสรพิษสวรรค์ สำนักกระเงี้ยวนิล ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ไปถึงบริเวณใกล้ร่างของวิหคยักษ์สองตัวนั้น ทุกคนต่างแววตาเป็นประกาย ใจเต้นเร็วระรัว นี่คือของเลอค่าที่ยิ่งกว่าเลอค่า เป็นโอกาสทองที่สวรรค์ประทานให้

       “ในร่างของอสูรที่พลังยิ่งใหญ่มหาศาลต่างมีกระดูกหายาก กระดูกหายากคือสมบัติที่ล้ำค่ามากๆ”

  เจ้าสำนักถงเสอ กวังโถวจง ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนสามคนนี้มุ่งมาถึงร่างวิหคยักษ์สองตัวนั้นก่อนใครเพื่อนในเวลาไล่เลี่ยกัน

  “ระดับพลังอย่างเจ้าคิดจะมาแย่งชิงสมบัติเช่นนี้ด้วยหรือ รนหาที่ตายจริงเชียว!”

       เสียงเกรี้ยวกราดของคนหนึ่งดังขึ้น ลำแสงสามเส้นมุ่งผ่านอากาศไป พลังรุนแรงจนน่ากลัว

  “ไม่ได้การล่ะ มียอดฝีมือมา”

       กวังโถวจง เจ้าสำนักถงเสอ ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนทั้งสามคนทันใดก็สีหน้าเปลี่ยน พลังอันตรายที่รุนแรงจู่ๆ ก็พุ่งมา ทั้งสามคนไม่มีใครกล้าประมาท ยันต์ที่สักบนศีรษะของกวังโถวจงราวกับมีชีวิต ทันใดก็ลอยพุ่งมาอัดแน่นเรียงเป็นเงารูปร่างดั่งระฆังยักษ์ป้องกันการโจมตีด้านหน้า

       เจ้าสำนักถงเสอเองก็ไม่ช้า เหวี่ยงไม้เท้าหัวงูไปข้างหน้า เกิดเป็นพลังรูปร่างงูเหลือมยักษ์ขนาดกว่าสิบจั้งพุ่งไปบังพลังที่พุ่งมาข้างหน้าไว้ได้ (1 จั้ง = 333.33 ซม.)

       วิชาของผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนพิเศษกว่าใคร พลังที่รวบรวมดูแล้วแปลกประหลาด ด้านหลังมีปราณไหลพุ่งออกมาจนน่าตกใจ พลังปราณกลายเป็นนกกระเรียนสีขาวปรากฏอยู่ด้านหน้า ซึ่งมันคอยคุ้มกันการโจมตีทั้งหลายที่มาใกล้เขาได้

  “ฉึกๆๆ!”

       เมื่อลำแสงสามเส้นพุ่งมา ระฆังยักษ์ที่ลอยเหนือศีรษะของกวังโถวจงก็ดังขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ เป็นรอยแตกร้าว ไม้เท้าหัวงูของเจ้าสำนักถงเสอก็เป็นรูมีรอยแตก เงานกกระเรียนนี่ปรากฏข้างหน้าก็ร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด

  “ปึงๆ ๆ!”

  ยอดฝีมือทั้งสามแค่กระบวนท่าเดียวก็ไม่สามารถตั้งรับการโจมตีไว้ได้ ทั้งสามคนที่ยังเหาะบนอากาศ ล้มตกกระแทกลงพื้น บาดเจ็บไปถึงข้างในสำลักเลือดออกมาและเริ่มสายตาตื่นตระหนก พวกเขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก พวกเขาสามคนไม่มีใครรับแค่กระบวนท่าเดียวนี้ไว้ได้เลย

  “โฮก!”

  “แกว่ก!”

  “แฮ่!”

       เกือบจะในเวลาเดียวกัน เกิดเสียงน่ากลัวของอสูรสามเสียงขึ้นมา เงาของอสูรยักษ์สามตัวปรากฏต่อหน้าทุกคน ตัวหนึ่งเป็นหมีดำขนาดมหึมา ใหญ่พอๆ กับยักษ์ ฝ่ามือใหญ่และดูแข็งแรงดั่งเสาศาลา พลังดูน่าเกรงกลัวอย่างยิ่ง

       อีกตัวคือเสือสีโลหิตตัวเท่ายักษ์ กำลังจ้องขู่ ท่าทางเหมือนจะกระโจนมา กรงเล็บคมกริบ มีแสงสะท้อนเปล่งบนเล็บด้วย ผู้ได้พบเห็นต่างกลัวจนใจสั่น อสูรอีกตัวมีเสียงร้องคำรามดั่งฟ้าผ่า ร่างของมันใหญ่ราวๆ สิบจั้ง พอๆ กับเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง ได้ยินแค่เสียงก็ทำให้ปราณในร่างกายไหลเวียนรุนแรง เลือดสูบฉีดรวดเร็ว

  อสูรสามตัวที่ปรากฏกระโจนใส่คนของสำนักอสรพิษสวรรค์ สำนักกระเงี้ยวนิลและผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนที่ตามมา สำหรับบรรดาผู้ฝึกฌานที่เหาะเหินเดินอากาศได้ เมื่ออยู่ภายนอกก็ถูกมองเป็นยอดฝีมือผู้แกร่งกล้า ทว่าเมื่อปรากฏต่อหน้าอสูรสามตัวนี้ กลับไม่มีพลังเพียงพอที่จะเอาชนะมันได้เลย

  “อ๊าก…………”

  เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดหลายเสียงดังขึ้น ยอดฝีมือทั้งหลายรวมถึงคนของสำนักอสรพิษสวรรค์ สำนักกระเงี้ยวนิลราวๆ สิบคน กะพริบตาเพียงไม่กี่ทีก็ถูกเจ้าอสูรยักษ์ทั้งสามฆ่าตายไปแล้ว สุดท้ายสายตาของอสูรยักษ์ทั้งสามก็จับจ้องไปที่กวังโถวจง เจ้าสำนักถงเสอ ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนด้วยสายตาเหี้ยมโหดและกระหายเลือด

       “พวกมันคือราชาแห่งบรรดาอสูรในเทือกเขาอสุรกาย ปกติมีปีศาจหงส์คอยคุมอำนาจ พวกราชาอสูรพวกนี้ไม่กล้าทำตัวเกเร ขณะนี้ปีศาจหงส์กับอสูรเหยี่ยวปีกทองตัวนั้นตายไปพร้อมกันแล้ว พวกอสูรเหล่านี้ก็อยากกินร่างกายอสูรวิหคสองตัวนั้นเช่นกัน เพื่อให้พลังของพวกมันแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น”

        ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียน เจ้าสำนักถงเสอ กวังโถวจงทั้งสามคนเข้าใจดีว่าอสูรที่น่ากลัวเหล่านี้ต้องการอะไร ต่อให้อยู่ในช่วงยุคทองของพวกเขา ก็ยากที่จะต่อกรกับราชาอสูรเหล่านี้ ขณะนี้ถูกโจมตีได้รับบาดเจ็บสาหัส ผลลัพธ์ที่จะเกิดต่อจากนี้คงพอเดากันได้

  “หนี รีบหนี บาดเจ็บสาหัสมาก คงไร้วาสนากับสมบัติล้ำค่านี้แล้ว”

  สมบัติล้ำค่าเมื่อเทียบกับชีวิตของตัวเองแล้ว แน่นอนว่าชีวิตสำคัญกว่า หากตายไป ต่อให้ได้สมบัติเลอค่านี้มาจะมีประโยชน์อันใด ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ก็ไม่ใช่พวกฝีมือกระจอกงอกง่อย ทั้งสามตัดสินใจเหาะพุ่งไปบนฟ้า รีบหนีอย่างรวดเร็ว

  “โฮก”

       อสูรทั้งสามตัวคำราม ราชาอสูรทั้งสามตัวนี้ไล่ตามผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและคนอื่นๆ ไม่ยอมปล่อย พวกมันบินขึ้นฟ้าพร้อมกับคำราม พุ่งตามไปไล่สังหาร การเคลื่อนไหวอย่างไวบนท้องฟ้า ทำให้บริเวณนั้นเกิดคลื่นลมพัดสั่นไหว กระแทกต้นไม้ที่สูงตระหง่านหักไปจำนวนมาก

  “ปึงๆ ๆ!”

        เมื่ออสุรกายทั้งสามตัวหายไปจากบริเวณนั้น ก็มีเงาของสองคน ร่างใหญ่คนหนึ่งร่างเล็กคนหนึ่ง ร่างใหญ่นั่นคือหญิงชราอายุราวๆ ห้าสิบกว่า หลังค่อมเล็กน้อย ผมยาวของนางถูกเกล้าเป็นมวยสูงเหนือศีรษะ และเส้นผมบางเส้นหงอกเป็นสีขาว ใบหน้าของนางเหี่ยวย่นดูแก่ชรา

       ทว่าเด็กสาวอีกคนที่อยู่ข้างกายหญิงชรา ท่าทางของนางดูสง่า สวมชุดนักสู้สีมรกต ในมือข้างหนึ่งถือคันธนูอยู่ ใบหน้าเล็กดูละเมียดละไม หุ่นสูงเพรียว ดูรวมๆ แล้วให้ความรู้สึกคล่องแคล่วพลิ้วไหว ลักษณะเหมือน “พราย” สาวที่อยู่กลางป่ากลางเขา “ดูท่า ในบรรดาทุกคน เหลือเพียงท่านกับข้าที่ต้องแย่งชิงกันแล้ว ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร?”

       หญิงชรามองไปข้างหน้า พยายามยืดตัวขึ้น หลังค่อมลดลงไปนิดหน่อย บนร่างไม่มีพลังปราณใดๆ เคลื่อนไหว ทว่าสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เสียงนางฟังดูแล้วทรงพลัง น้ำเสียงคล้ายกับก่อนที่ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนและอีกสองคนนั้นจะถูกโจมตี นี่หมายถึงเจ้าสำนักถงเสอและคนอื่นถูกหญิงชราคนนี้โจมตีใส่

       “ข้าไม่ได้ตั้งใจมาเยือนที่แห่งนี้ แค่บังเอิญเห็นเรื่องน่าสนุกจึงแวะมา ชื่อของข้าก็ช่างมันเถิด แต่นึกไม่ถึงนะว่าท่านจะพาคนตระกูลนั้นมา หรือว่าท่านเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลนั้นหรือ?”

  เสียงสดใสและกังวานดังขึ้น สตรีงามชุดเรียบขณะนี้ลอยอยู่กลางอากาศ สีหน้านิ่งเรียบ เหล่ไปมองเด็กสาวที่สวมชุดนักสู้ที่อยู่ข้างๆ สักครู่ จากนั้นก็หันไปมองร่างของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทองที่อยู่บนพื้น

  “แม่นางคนนั้นนี่”

        ตู้เซ่าฝู่ถูกสตรีงามคนนั้นจับห้อยยืนอยู่กลางเวหา แววตาตกใจเมื่อเห็นพรายสาวน้อยคนนั้นที่อยู่ข้างๆ หญิงชราตรงหน้า เด็กหญิงคนนี้คือผู้หญิงสวมชุดนักสู้ในตอนนั้นที่ยิงธนูห้าดอกสังหารปีศาจหมูทลายผาห้าตัวไปได้ นึกไม่ถึงว่าจะได้มาเจอนางที่นี่อีก

  ทว่าผู้หญิงท่าทางลักษณะเหมือนพรายคนนั้นไม่สนใจมองตู้เซ่าฝู่เลย สายตาจับจองไปแค่ร่างของอสูรยักษ์สองตัวบนพื้น

       “เป็นอสูรที่ช่างน่ากลัว” เมื่อตู้เซ่าฝู่จ้องมองไปที่ร่างของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทอง ก็ยิ่งรู้สึกตะลึง ร่างของมันใหญ่ขนาดเกือบเท่าเนินเขา มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาไม่หยุด ทำเอาตู้เซ่าฝู่เกือบตกใจร่วงลงจากบนฟ้า

        “ท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อท่านมาแค่เพื่อแวะดูเรื่องสนุก ถ้าอย่างนั้นกระดูกหายากของปีศาจหงส์สีม่วงและอสูรเหยี่ยวปีกทองก็เป็นของข้าแล้วกัน โลหิตสกัดและกระดูกส่วนอื่นๆ พวกเราแบ่งกันคนละครึ่งดีไหมล่ะ?” หญิงชรามองสตรีงามชุดเรียบ แล้วหญิงชรารับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของสตรีงามชุดเรียบนางนี้ได้อยู่ลึกๆ ทำให้นางกลัวเล็กน้อย มิเช่นนั้นนางคงไม่เอ่ยถึงเรื่องแบ่งกันขึ้นมาหรอก


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)