0 Views

  “ฟิ่ว!”

      เมื่อแม่นางคนงามที่แต่งกายเรียบๆ พูดจบด้วยน้ำเสียงเย็นชา เงาร่างของนางที่เมื่อสักครู่อยู่ด้านหน้าก็ลอยไปหายแว็บไปกับตา

  “ในเมื่อเหาะได้ ก็พาข้าเหาะไปด้วยก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำเช่นนี้เลย”

      ตู้เซ่าฝู่เบื่อแสนเบื่อกับพฤติกรรมของสตรีคนสวยนางนั้น ทว่าเขาเองก็ไม่กล้าเดินซี้ซั้วเองจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะตนทานยาพิษที่นางยัดใส่ปากไปแล้ว แต่จากที่วันนี้ถูกเหล่าอสูรลอบโจมตีมากมาย ตู้เซ่าฝู่เพิ่งรู้จักข้อมูลใหม่จากเทือกเขาอสุรกายนี้ และตรงนี้น่าจะยังเป็นเพียงพื้นที่ชายแดนของแนวเขาอสุรกาย ในเมื่อแค่เขตโดยรอบความอันตรายยังมากเหลือล้นเช่นนี้ เขาพอจินตนาการได้ว่าหากเข้าสู่ภายในลึกกว่านี้จะอันตรายมากกว่านี้เพียงใด

  “กรอบแกรบๆ!”

  ทันใดนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง สายตาเขาเพ่งเล็งไปทางแนวพุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้าง

  “แอ๊ๆ”

  แนวพุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้างสั่นไหวจากด้านใน จากนั้นก็ได้ยินเสียง “แอ๊ๆ” ซึ่งเป็นเสียงร้องของอสูรชนิดหนึ่ง ตู้เซ่าฝู่เริ่มตื่นเต้นจังหวะหัวใจเต้นถี่ขึ้น ทันใดนั้นก็มีสหายยักษ์ขนาดราวๆ สามศอกตามตัวพุ่งตรงออกมาจากทางแนวพุ่มไม้

  “โครมๆ!”

      สหายยักษ์ห้าตัวพุ่งออกมา การเคลื่อนไหวของพวกมันทำให้พื้นดินสั่นระรัว พวกมันส่งพลังอาฆาตที่มุทะลุดุดันมาให้ตู้เซ่าฝู่

  สหายยักษ์สามตัวมีสีดำขลับดั่งสีหมึก แผงขนคอยาวเป็นเส้นตรง ขนาดตัวใหญ่ราวๆ หนึ่งจั้ง มีจมูกยาวสองอันที่ลักษณะคล้ายกับงวงช้าง พร้อมกับมีลำแสงเย็นส่องเป็นประกาย ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกขนหัวลุก (1 จั้ง = 333.33 ซม.)

  “ปีศาจหมูทลายผาห้าตัว”

  ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเปลี่ยนทันที ปีศาจหมูทลายผาเป็นอสูรที่อยู่ในขั้นเบิกนภาเต็มตัว ปีศาจหมูทลายผาที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความสามารถจะพัฒนาจนถึงขั้นเบิกนภาทุกตัว ความร้ายกาจต้องเหนือกว่าอสูรเกล็ดกล้าเป็นแน่

  อสูรเกล็ดกล้าเพียงตัวเดียวก็เล่นเอาซะตู้เซ่าฝู่เหนื่อยจนแข้งขาอ่อน ปีศาจหมูทลายผาปรากฏมาพร้อมกันห้าตัวเช่นนี้ ความรู้สึกของตู้เซ่าฝู่ขณะนี้เป็นอย่างไรทุกคนน่าจะพอเดาออก ปีศาจหมูทลายผาที่วิ่งนำมาก่อนตัวหนึ่งอยู่ห่างเขาเพียงนิดเดียวแล้ว

  “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

  ก่อนที่ปีศาจหมูทลายผาตัวแรกจะกระโจนมาถึงตัว ตู้เซ่าฝู่ไม่มีเวลาให้ลังเล จึงปล่อยหมัดคลื่นซัดสะท้านไปอีกครั้ง โจมตีใส่ร่างของปีศาจหมูทลายผา ขณะนั้นเองปีศาจหมูทลายผาก็มีแสงเปล่งบนลำตัว มันเองก็ปล่อยพลังปราณอสูรออกมา

  “ปึง!”

  ปีศาจหมูทลายผาถูกหมัดคลื่นซัดสะท้านของตู้เซ่าฝู่ซัดจนกระเด็น ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ใช่ว่าจะรอด ก่อนหน้านี้ไม่นานที่ต้องประชันกับอสูรเกล็ดกล้า ทำให้ขณะนี้เขาแทบไม่มีแรงต่อสู้เหลือแล้ว ขณะนั้นเจ้าปีศาจหมูทลายผาที่มีชื่อเสียงเรื่องพลังความป่าเถื่อนก็พุ่งกระแทกกลับมา ร่างของเขาถูกชนเข้าอย่างจังจนกระเด็นล้มกระแทกพื้น มุมปากของเขามีเลือดไหลออกมา

  “ปึง!”

  ปีศาจหมูทลายผาที่ถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีกระเด็นกระแทกพื้น ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเป็นเสียงแหลมที่เสียดแทงแก้วหูมาก ทว่ามันสามารถลุกขึ้นมายืนได้หลังจากนั้นในไม่ช้า

  “ปึง!”

  “แอ๊ๆ”

  ปีศาจหมูทลายผาอีกสี่ตัวอ้าปากแยกเขี้ยว จนเห็นแสงน่าขนลุกจากเขี้ยวของมัน พวกมันคำรามแผดเสียงขู่พร้อมกับกระโจนเข้าหาตู้เซ่าฝู่

  ตู้เซ่าฝู่พบว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร สีหน้าเริ่มซีดเผือด เขาแทบจะไม่เหลือแรงรับมือกับพวกมันแล้ว ปีศาจหมูทลายผามาอีกตัวก็ไม่รู้จะกำราบได้อย่างไรแล้ว แล้วนี่กระโจนรุมมาหาเขาพร้อมกันสี่ตัวเขาจะไหวได้อย่างไร

  “ฟิ่วๆๆๆ!”

      ระหว่างนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไปเสียหมด มีเสียงลมกระโชกแรงดังขึ้น ลำแสงจำนวนมากแล่นฉิวดั่งฟ้าแลบ พุ่งตรงไปที่บริเวณช่วงหว่างคิ้วของปีศาจหมูทลายผาทั้งสี่ตัว จากนั้นก็ได้ยินเสียงปีศาจหมูทลายผาล้มตึง พวกมันไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องตอบสนองด้วยความเจ็บปวด

  “ฟิ้ว!”

      ต่อจากนั้นติดๆ ก็มีลำแสงอีกเส้นพุ่งใส่กลางหว่างคิ้วของปีศาจหมูทลายผาอีกตัวที่กำลังคำรามพร้อมกับกระโจนใส่ตู้เซ่าฝู่ มันคือตัวที่เมื่อตะกี้ตู้เซ่าฝู่โจมตีกระเด็นถอยไปชั่วคราว จู่ๆ มันก็ล้มขาชี้ฟ้าไปเลย

      เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อกี้นี้ ทำให้ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจโล่งอกได้เปลาะหนึ่ง เขาคิดว่าจอมยุทธหญิงนางนั้นน่าจะกลับมาแล้ว

        ทว่าเมื่อมองที่ศพของปีศาจหมูทลายผา ตู้เซ่าฝู่ก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ที่หน้าผากบริเวณหว่างคิ้วของพวกมันมีศรปลายคมกริบปักอยู่ ปลายที่หางศรเป็นขนนกชนิดพิเศษ คิดว่าน่าจะเป็นศรคมที่สั่งทำมาเฉพาะตัว

        ศรคมห้าดอกสังหารปีศาจหมูทลายผาที่เป็นอสูรขั้นเบิกนภาได้ภายในเสี้ยวนาที เป็นการโจมตีที่รวดเร็วและเฉียบคมราวกับสายฟ้าแลบ แต่นี่ไม่ใช่รูปแบบการโจมตีของสตรีคนงามนางนั้น

  “ตุ๊บ!”

        ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังตกใจเจ้าปีศาจหมูทลายผาที่ล้มกองต่อหน้าเขา ด้านในพุ่มไม้ก็มีเงาตะคุ่มๆ  กระโจนออกมา

  มีสาวน้อยคนหนึ่งสวมชุดจอมยุทธสีมรกตขนาดกระชับพอดีตัว อายุน่าจะยังไม่มาก ราวๆ สิบหกสิบเจ็ด คิ้วดกเรียงตัวสวยงามดั่งขนนก ผิวพรรณผุดผ่องขาวเนียนราวกับหิมะ เส้นผมบางแต่ดกหนาถูกเกล้ามัดไว้เป็นมวยบนศีรษะอย่างง่ายๆ ในมือของนางข้างหนึ่งถือธนูที่ดูวิจิตรประณีตอยู่ นางมีใบหน้าเรียวสวย รูปร่างสูงเพรียว ดูรวมๆ แล้วให้ความรู้สึกถึงความพลิ้วไหวดั่งสายลม ทำให้เขาคิดถึงพรายที่อยู่กลางป่าเขา แม่นางคนนี้ช่างดูเหมือนภูตพรายยิ่งนัก

        สตรีนางนั้นที่ปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ ทำเพียงมองตู้เซ่าฝู่สักครู่ นางมีนัยน์ตาที่สดใสดั่งสายน้ำ ท่าทางดูผิวเผินเหมือนเป็นมิตร ทว่าลึกๆ กลับให้ความรู้สึกถึงความห่างเหิน ทำให้เขาไม่กล้ามองตรงๆ หรือเข้าใกล้ เพราะสายตาคู่นั้นของนางราวกับว่าสามารถอ่านทุกอย่างออกได้ทั้งหมด

  สตรีชุดเขียวคนนี้ควักมีดสั้นออกมาจากเสื้อตรงหน้าอก นางนั่งยองๆ บนพื้นข้างๆ ร่างของปีศาจหมูทลายผา จากนั้นใช้มีดตัดเขี้ยวที่ยาวดั่งงาช้างที่เปล่งแสงได้ของปีศาจหมูทลายผา นางมีสิบนิ้วที่เรียวยาว ผิวพรรณผ่องใส ผิวขาวแต่มีสีเลือดฝาดเป็นสีชมพูระเรื่อ มีดสั้นที่นางใช้คมกริบและแข็งแรง สามารถตัดทุกส่วนของปีศาจหมูทลายผาได้โดยง่ายราวกับแค่สับเต้าหู้ การเคลื่อนไหวของนางราวกับการเต้นรำ ไรผมพลิ้วตามลมโชย เอวสะโพกบางๆ โยกตามจังหวะการเคลื่อนไหว แขนขายาวเรียว ดูแล้วช่างงดงามอ่อนช้อย

  หลังจากนั้น สตรีนางนี้ก็นำเขี้ยวมุมปากของปีศาจหมูทลายผาทั้งห้าตัวเก็บเข้าถุง แล้วลุกขึ้นยืนพร้อมมองมาที่ตู้เซ่าฝู่ที่เพิ่งคลานดันตัวลุกขึ้นมายืนจากพื้น นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยว่า “มีพลังเพียงแค่นี้กลับกล้าเข้ามาในเทือกเขาอสุรกาย ไม่อยากตายไวก็รีบออกจากที่นี่ไปเถิด ช่วงนี้ที่นี่เจ้าไม่ควรมา”

  น้ำเสียงของนางเล็กๆ ใสๆ ฟังแล้วสดชื่น นางเพิ่งพูดจบ แต่พอตู้เซ่าฝู่ที่กำลังมึนๆ หันมามองอีกทีนางก็หายไปแล้ว

  “ความเร็วสุดยอด ช่างแข็งแกร่งจริงๆ”

      ตู้เซ่าฝู่ใช้ลิ้นเลียเลือดที่มุมปาก รู้สึกถึงรสชาติหวานคาวของเลือก ในใจของเขากำลังตกใจอยู่ สาวน้อยคนนี้อายุยังไม่มาก ทว่ากับมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากเหลือเกิน สังหารปีศาจหมูทลายผาได้ง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงลูกหมูธรรมดา แน่นอนว่าคนทั่วไปมิอาจทำได้

      “ดูท่าเจ้าเป็นคนโชคดีอยู่ ยังไม่ตาย”

  มีเสียงเย็นชาของสตรีคนหนึ่งดังขึ้นมา สตรีงามที่แต่งกายชุดราบเรียบนางนั้นกลับมาแล้ว ปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าตู้เซ่าฝู่โดยไม่ให้สุ้มให้เสียง

  “อีกนิดเดียวก็ตายแล้ว”

      ตู้เซ่าฝู่รู้สึกผิดหวัง หรือเรียกว่าน้อยเนื้อต่ำใจน่าจะเหมาะสมกว่า หากสาวน้อยนางนั้นปรากฎตัวไม่ทันเวลา ชีวิตน้อยๆ ของเขาคงดับสูญไปแล้ว

  “น่าสนใจ ช่างน่าสนใจจริงๆ คิดไม่ถึงว่าคนของตระกูลนั้นก็มา ดูท่าพรสวรรค์ไม่ใช่ย่อยๆ น่าจะยังมีคนอื่นตามมาอีกกระมัง ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่มีทางปล่อยให้ผู้มีพรสวรรค์ขนาดนี้ของตระกูลเข้ามาในเทือกเขาอสุรกายเพียงลำพังหรอก”

  สตรีชุดเรียบคนนี้ไม่สนใจตู้เซ่าฝู่เลย เอาแต่จ้องมองไปยังทิศทางที่สาวน้อยที่แต่งชุดนักสู้สีมรกตกำลังไป พึมพำเบาๆ ว่า “คึกคักกันใหญ่แล้ว อย่างไรก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน ไปดูสักหน่อยดีกว่า”

        “เจ้าหนู ข้าพาเจ้าไปดูเรื่องสนุกๆ หน่อยเป็นอย่างไร สนใจหรือไม่?”

      สตรีชุดเรียบๆ คนนี้เพิ่งจะหันหลังกลับมา ใช้สายตาจ้องมาที่ตู้เซ่าฝู่

      “ท่านรุ่นพี่ ท่านพี่สาวคนสวยขอรับ กระผมไม่สนใจเรื่องสนุกสักเท่าไร ท่านคือท่านยอดฝีมือ ท่านไม่ต้องกินอะไรก็ได้ แต่ข้าไม่ได้ทานอะไรมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว โครกๆ……” ตู้เซ่าฝู่พูดยังไม่ทันขาดคำ ท้องของเขาก็มีเสียงน้ำย่อยโครกๆ ดังออกมา ได้ยินก็รู้ว่าหิวมากๆ แล้ว

  ผู้ฝึกวิชาลมปราณได้ถึงระดับหนึ่ง ไม่ต้องกินอะไรสิบถึงสิบห้าวันก็ถือเป็นเรื่องปกติ มีตำนานว่า หากพลังปราณสูงถึงขั้นๆ หนึ่ง ผู้ฝึกฌานสามารถใช้พลังปราณมาหล่อเลี้ยงอวัยวะในร่างกาย ไม่จำเป็นต้องรับประทานอะไรอีกเลยก็เป็นได้

      ทว่าระดับสูงถึงขั้นนั้น ไม่ใช่ว่าแบบแรกหรือแบบที่สอง สภาพของตู้เซ่าฝู่ในขณะนี้ ไม่น่าจะทำได้สำเร็จ

       สตรีนางนี้ดูเหมือนว่าจะลืมเรื่องนี้ไป เหลือบมองตู้เซ่าฝู่ พลางกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้าไปหาอะไรมากินหน่อยก็ได้นะ”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)