0 Views

  “ที่แท้เมื่อคืนท่านให้ข้าทานยาพิษ ภายนอกดูงดงามราวกับเทพธิดา แต่ภายในจิตใจกลับอํามหิตดั่งนางงูพิษ ข้ากับท่านไม่เคยมีความแค้นต่อกัน…นี่ ท่านรอข้าด้วย ”

        ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ทานยาพิษไปแล้ว จะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ชีวิตตกอยู่ในกำมือของนางที่สามารถบีบให้ตายหรือคลายได้ทุกเมื่อ ตู้เซ่าฝู่คิดว่าจะอย่างไรก็ไร้ทางต่อกรได้ จึงเอาแต่ด่าพึมพำกับตัวเองเสียงเบาๆ แล้วจึงพบว่าตนมองไม่เห็นเงาของสตรีงามที่แต่งชุดราบเรียบนางนั้นแล้ว จึงต้องรีบปีนเขาตามนางไป

        ในเทือกเขาอันสงบเงียบ สตรีงามนางนั้นค่อยๆ เดินไปด้านหน้าด้วยความเร็วปกติ

        ตู้เซ่าฝู่ตามนางอยู่ข้างหลัง เขาแสดงสีหน้าโกรธแค้นเพ่งเล็งแต่สตรีนางนั้นตลอดทาง ทว่าในใจเขารู้ดี ด้วยกำลังของเขาในตอนนี้ ต่อให้ฝึกกระบวนวิชาลับนั้นสำเร็จมาแล้ว ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสตรีนางนี้

        “ฝูอี้ไป๋ พอข้ากลับไปได้ต้องคิดบัญชีกับท่านแน่”

        ตู้เซ่าฝู่ยังคงต้องระมัดระวังรอบด้านอยู่ตลอด หากมีอสูรตนใดปรากฏตัวออกมา ก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร ส่วนทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตู้เซ่าฝู่ล้วนโบ้ยฝากไว้ในบัญชีของฝูอี้ไป๋ทั้งหมด ไม่รู้ว่าฝูอี้ไป๋เคยทำอะไรไม่ดีกับแม่นางคนงามคนนี้มาก่อน และคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ

        “ซู่!”

        ทันใดนั้นเอง บนต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้า มีสายโค้งงอคดเคี้ยวเส้นหนึ่งไหลแว๊บราวกับสายฟ้าพุ่งไปทางตู้เซ่าฝู่

        “หมัดระบำคลื่น”

        ตู้เซ่าฝู่รู้สึกตัวได้ สีหน้ากระตุกด้วยความตกใจในช่วงสั้นๆ ทันใดนั้นก็รีบตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง ห้านิ้วประสานเป็นกำปั้น เขาปล่อยท่าหมัดระบำคลื่นออกไป พลังอันรุนแรงจนน่าตกใจระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน

        “ปึ้ง!”

        กิดเสียงปึ้งดังขึ้นมา คลื่นพลังซ้อนกันแต่ละชั้นจนถึงสิบสามชั้นพุ่งออกไปดั่งคลื่นยักษ์ โจมตีไปยังสายฟ้าที่กำลังจะพุ่งมาหาตู้เซ่าฝู่

        ลำแสงนั้นหยุดชะงักลง จากนั้นก็มีของสิ่งหนึ่งตกลงบนพื้น มันคืองูสีขาวที่มีลาย ขนาดยาวกว่าห้าศอก เขาหมดแรงจึงนอนแผ่หลาบนพื้นสักครู่ เพราะเหนื่อยจนขยับแทบไม่ไหวแล้ว

        “ซู่ๆ!”

        มีเสียงลมพัดดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสายฟ้าห้าเส้นกำลังพุ่งไปหาตู้เซ่าฝู่ ในชั่วพริบตาก็เกือบจะถึงหลังของเขาแล้ว

        “ซู่ๆๆ!”

        ห้วงอากาศเกิดสภาวะบิดเบี้ยว จากนั้นก็เกิดคลื่นพลัง ราวกับว่ามีใบมีดคมฟันผ่านห้วงอากาศ สายฟ้าห้าเส้นถูกสับแบ่งท่อนออกเป็นสิบชิ้นตกกองอยู่รอบๆ ตู้เซ่าฝู่ พวกมันคืองูสีขาวที่มีลายอีกแล้ว แต่คราวนี้มีห้าตัว

        “อสรพิษสายฟ้าขาว”

        ตู้เซ่าฝู่มองงูสีขาวที่มีลายบนพื้น ก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ คู่มือตำราที่เล่าถึงอสูรและปีศาจหลากหลายประเภทของบ้านสกุลตู้มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะอสูรที่อยู่ชายแดนเขตแนวเขาอสุรกายมักจะมีเขียนแนะนำไว้ อสูรอสรพิษสายฟ้าขาวพัฒนาได้ถึงแค่ขั้นสดับเวหา ไม่สามารถแกร่งกล้าไปกว่านี้แล้ว ถือเป็นแค่อสูรระดับต่ำ

        ว่ากันว่าอสรพิษสายฟ้าขาวไร้พิษ ทว่าเคลื่อนไหวได้ไวดั่งสายฟ้า หากถูกมันกัด ลมปราณในร่างกายจะถูกทำลาย ทั้งกายจะชาราวกับถูกไฟดูด พอคิดถึงเมื่อสักครู่ที่ถูกอสรพิษสายฟ้าขาวโผล่มาโจมตีเช่นนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็ยังกลัวอยู่ ในเมื่อนั่นมันคือครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับอสูร

        “ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลวนี่ แม้ยังไม่ได้ฝึกฌาน ก็สามารถสู้ชนะอสรพิษสายฟ้าขาวหนึ่งตัวได้ เพียงแต่เมื่อกี้แค่อีกนิดเดียว ชีวิตน้อยๆ ของเจ้าก็เกือบไม่รอดแล้ว”

        สตรีงามนางนั้นยืนอยู่ข้างหน้ามองดูตู้เซ่าฝู่อยู่เงียบๆ จากนั้นก็เดินทางไปข้างหน้าต่อ

        ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี ที่จริงเมื่อกี้เขาตื่นเต้นมากๆ หากต้องตื่นเต้นดั่งเมื่อสักครู่นี้อีก เกรงว่าชีวิตของเขาคงหายวับไประหว่างที่กำลังตื่นเต้นตกใจนี่แหละ

        ตู้เซ่าฝู่มองอสรพิษสายฟ้าขาวที่ถูกหมัดระบำคลื่นของเขาโจมตีจนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่สั่นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดใส่มันไปอย่างแรงอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าอสรพิษสายฟ้าขาวตายแน่นอนไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้อีก เขาจึงตามแม่นางคนงามนั้นไปต่อ ระหว่างทางก็เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น

        หากอยู่ในแนวเขาอสุรกาย และอยากหลบหลีกจากพวกอสูรล่ะก็ นั่นถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก แค่เพียงเวลาช่วงเช้า ตู้เซ่าฝู่ที่ตามสตรีงามนางนั้นถูกอสูรพุ่งโจมตีนับไม่ถ้วน

        ที่ทำให้ตู้เซ่าฝู่ยิ่งแปลกใจก็คือ อสูรพวกนั้นคิดอ่านเหมือนกันหมด ไม่มีตัวไหนเลยที่ลงมือกับสตรีจอมยุทธนางนั้นก่อน ล้วนพุ่งตรงมาหาเขาคนเดียว ดีที่อสูรที่เขาพบล้วนเป็นอสูรขั้นสดับเวหาทั้งหมด แม้ดูแล้วน่ากลัว ทว่าตู้เซ่าฝู่ยังคงพอรับมือไหว

        หลังจากเจออสูรลอบโจมตีหลายต่อหลายครั้งแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองและทักษะการรับมือของตู้เซ่าฝู่พัฒนาขึ้นไปไม่น้อย แม้กระทั่งแม่นางคนงามคนนั้นก็ยังมีเหลือบมามองเขาอยู่บ้าง

        “หมัดคลื่นซัดสะท้าน”

        ท่ามกลางพงไพรทึบ ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจเบาๆ ตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง ลมปราณไหลเวียนรอบฝ่ามืออย่างรวดเร็ว ท่าทางของเขาดูคลับคล้ายจอมยุทธที่ทรงพลัง ราวกับอสุรกายที่ถูกปลุก รอบกายมีผิวน้ำสั่นไหวรวดเร็วราวกับกำลังเดือดพล่านจนเกิดเป็นคลื่นขยับเรื่อยๆ พลังหมัดนี้ถูกส่งไปทางอสูรตัวหนึ่ง มันลำตัวยาวที่ทั้งตัวมีเกล็ดแข็ง มีสีเป็นสีดินเหลือง ความสูงประมาณสามเมตรครึ่ง

        “ปึ้ง!”

        ในบริเวณที่หมัดปล่อยผ่าน มีคลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถูกส่งออกไป มันกระแทกไปที่หลังของอสูรเกล็ดกล้า เสียงปะทะผิวดังกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าผ่า คลื่นพลังของหมัดคลื่นซัดสะท้านพุ่งโจมตีใส่เจ้าอสูรเกล็ดกล้าอย่างต่อเนื่อง

        “แกว่ก!”

        อสูรเกล็ดกล้าตัวนี้ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ตัวของมันกระเด็นถอยหลังตึกๆ รัวๆ สายตาสีโลหิตของมันส่งรังสีอำมหิตจับจ้องมาที่ตู้เซ่าฝู่

        “โฮกๆ!”

        ทันใดนั้นเอง ในเทือกเขานี้ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของอสุรกายมากมาย ราวกับพวกอสูรร้ายพวกนี้กำลังขู่คำราม

        “แกว่ก!”

        อสูรเกล็ดกล้าคำรามส่งเสียงดัง จ้องตู้เซ่าฝู่ราวกับอยากฉีกเนื้อสูบเลือดเขามากิน ทว่าทันใดนั้นก็กระโจมหลบเข้าไปในถ้ำหินที่มืดไม่เห็นด้านใน ขนาดราวๆ ครึ่งเมตรที่อยู่ใกล้ๆ มัน ราวกับว่าเสียงร้องของอสูรจำนวนมากเมื่อกี้ ทำให้มันเกิดความกลัว

        “อสูรเกล็ดกล้าเมื่อครู่ร้ายกาจใช่ย่อย สมกับเป็นอสูรขั้นเบิกนภา”

        ตู้เซ่าฝู่มองดูอสูรเกล็ดกล้าหนีไป เขาโล่งอกขึ้นมาเปลาะหนึ่ง มือที่ทรงพลังเมื่อสักครู่สั่นสะเทือนมากจนมือของเขาเองก็ชาไปหมด การใช้ท่าหมัดคลื่นซัดสะท้าน ทำให้เขาสูญเสียแรงกายแรงใจไปมาก

        หมัดคลื่นซัดสะท้านที่นับว่าเป็นวิทยายุทธขั้นเบิกนภา สำหรับตู้เซ่าฝู่มันคือวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้นอกเหนือจากกระบวนวิชาลับนั้นแล้ว ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้โจมตีเอาชนะอสูรเกล็ดกล้าที่อยู่ในขั้นเบิกนภาได้จริง มือของเขาก็สั่นจนชาแล้ว

        ตู้เซ่าฝู่ขบฟันด้วยความแค้นเคือง หากก่อนหน้านี้เขาได้พัฒนาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้สมบูรณ์ไปแล้วละก็ พลังก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ บางทีอาจโจมตีเอาชนะอสูรเกล็ดกล้าตัวเมื่อครู่ได้จริง

        “ผู้ฝึกฌานที่ยังฝึกวิชาลมปราณไม่ได้สำเร็จสักขั้น กลับใช้วิทยายุทธขั้นเบิกนภาได้ เป็นเด็กแปลกประหลาดที่ช่างน่าสนใจจริงๆ”

        สตรีงามนางนั้นไม่ได้คิดจะยื่นมือไปช่วย เมื่อสักครู่ที่อสูรเกล็ดกล้าหนีไปก็ยังไม่แม้แต่เหลือบไปมอง ทว่าราวกับว่านางเริ่มสนใจในตัวตู้เซ่าฝู่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่แทบจะไม่ชายตามองตู้เซ่าฝู่ แต่จนถึงตอนนี้ นางตกใจเพราะตู้เซ่าฝู่หลายต่อหลายครั้งแล้ว

        “พวกเราจะไปไหน?”

        ตู้เซ่าฝู่ไม่พอใจกับสตรีคนสวยนางนี้มากๆ แต่ก็ไม่มีทางเลือก ทุกครั้งที่มีอสูรโจมตี หากเขาไม่ได้ถึงกับเฉียดตาย นางจะไม่มีทางออกแรงช่วยเด็ดขาด

        แม้กระทั่งสองชั่วยามที่แล้วที่ตู้เซ่าฝู่ถูกอสูรตนหนึ่งคว้าน่องขาจนได้รับบาดเจ็บ เกิดรอยแผลลึกและมีเลือดไหลออกมามากมาย แม่นางคนสวยนางก็ยังไม่สนใจ ทว่าความไม่พอใจทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตู้เซ่าฝู่ทำได้แค่ทนไว้ เพราะก็ช่วยไม่ได้ เขาอยากสู้ชนะนางไม่ได้เองนี่

        ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ตู้เซ่าฝู่พบว่าทักษะการต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นไม่น้อย ชัดเจนว่า ประสบการณ์เช่นนี้ช่วยในการฝึกฝีมือของเขาได้อย่างดี

        “ตรงนี้คึกคักมากขึ้นเยอะเลย ดูท่ามีคนอื่นดึงดูดพวกอสูรไว้ก่อนแล้ว ต้องเพราะว่ามาตามหาอะไรบางอย่างแน่ๆ”

        สตรีงามนางนั้นไม่สนใจที่ตู้เซ่าฝู่พูด จ้องมองไปยังทิศทางต้นตอของเสียงคำรามของเหล่าอสูรที่ร้องอยู่ไม่ขาดสายที่อยู่ในเทือกเขาลึก จากนั้นหันหน้ามาพูดกับตู้เซ่าฝู่ว่า “เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูสถานการณ์หน่อย”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)