0 Views

        “ปล้นชิงล่ะนะ!”

        ตู้เซ่าฝู่อมยิ้ม เริ่มตั้งฝ่ามือรวบรวมพลัง ราวกับมีคลื่นพลังแห่งพื้นดินและสรวงสวรรค์จำนวนมากเคลื่อนโดยรอบ ท่าฝ่ามือนี้ก่อให้เกิดรัศมีพลังเอ่อล้นมาห่อหุ้มรอบตัวของตู้เซ่าฝู่ พลังปราณในร่างกายไหลเวียนผ่านจุดและเส้นลมปราณที่ควบคุมไว้อย่างรวดเร็ว เสร็จหนึ่งกระบวนท่า ภายในลมหายใจหนึ่งเฮือก สุดท้ายพลังทั้งหมดก็ไปรวบรวมรอบๆ ฝ่ามือ บริเวณโดยรอบราวกับมีพื้นผิวน้ำที่เดือดพล่านร้อนระอุขยับเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง

        ตู้เซ่าฝู่ดูกลายเป็นคนที่ดูองอาจและทรงพลังในทันใด ราวกับอสูรร้ายที่เพิ่งฟื้นจากการหลับใหล

        ในชั่วเวลาเพียงพริบตา ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนก็แสดงสีหน้าตกใจกันก่อนใครเพื่อน

        “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

        ตู้เซ่าฝู่ปล่อยหมัดออกไป มีพลังปราณทะยานปล่อยออกมาจากหมัด เกิดเป็นเสียงคำรามดังโครมราวกับสายฟ้าฟาด จากนั้นที่ฝ่ามือเขา ก็มีคลื่นพายุซัดที่เห็นออกมาเป็นรูปร่างพุ่งออกไป หมัดคลื่นซัดสะท้านที่พลังร้ายกาจดั่งคลื่นพายุซัดพุ่งไปกระแทกสามหนุ่มตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนรัวๆ

        “ปึงๆ!ปึงๆ!ปึงๆ!”

        ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนหัวโจกสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้ายังไม่ทันตั้งตัว พอรู้สึกตัวก็กระอักเลือดพ่นออกมาจากปาก สุดท้ายร่างของทั้งสามคนก็ถูกกระแทกลอยห่างจากพื้นดินไปหลายเมตร เลือดสดไหลนอง สีหน้าซีดเผือด พวกเขาพยายามขยับตัวลุกแต่ก็ไม่ไหวได้แต่คลานอยู่ที่พื้น

        “โครมๆๆ !”

        คลื่นพายุแห่งพลังหมัดคลื่นซัดสะท้านถูกปล่อยออกไปเป็นดั่งเงาก้อนหิน ไหลแว็บผ่านตัวออกไป มีเสียงดังสะท้อนกลับมาไม่หยุด พวกเด็กหนุ่มที่หัวเราะจนกุมท้อง และเด็กสาวที่ปิดปากหัวเราะคิกคักกันเมื่อสักครู่ ไม่ทันได้เก็บสีหน้าและเสียงหัวเราะเยาะเย้ย สุดท้ายก็ถูกพลังคลื่นซัดกระเด็นกองบนพื้น เด้งกระจายไปคนละทิศคนละทางไปด้วย

        ในช่วงเวลาอันสั้น ทุกคนที่ดูถูกเยาะเย้ยตู้เซ่าฝู่ก็ถูกโจมตีกระจายกันไปหมด

        ทุกอย่างนิ่งจนเกิดความเงียบสงัด บนพื้นบริเวณประตูใหญ่ของสนามประลองดูระเกะระกะวุ่นวายไปหมด

        จู่ๆ ก็มีเสียงดังรุนแรงเกิดขึ้น ทำให้คนของบ้านสกุลตู้ทุกคนที่อยู่ในสนามสนใจ ทุกคนหันขวับไปทิศทางประตูสนามประลอง และตกตะลึงอ้าปากค้างจนทำอะไรไม่ถูก

        ตู้เซ่าฝู่สีหน้าไม่เปลี่ยนเท่าไร เขาเดินตรงไปหยุดอยู่ข้างหน้าตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียน จ้องมองดูรอบๆ จากนั้นยื่นมือออกไปล้วงกล่องผ้าฝ้ายที่บรรจุยาสร้างรากฐานปราณและขวดหยกที่บรรจุโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือของทั้งสามคนนั้นไป นำไปใส่ไว้ในสาบเสื้อของตัวเองด้วยท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ

        “ให้เวลาพวกเจ้าเอายาลูกกลอนที่เคยแย่งไปจากข้าทั้งหมดมาคืนภายในสามวัน มิเช่นนั้นต่อไปทุกครั้งที่เจอพวกเจ้าข้าก็จะปล้นชิงของพวกเจ้า ข้าพูดจริงทำจริงแน่นอน”

        เมื่อเอ่ยจบ ตู้เซ่าฝู่ก็เอามือตบก้น จากนั้นก็เชิดหน้าเดินจากไปโดยไม่สนใจ

        คนของบ้านสกุลตู้ที่ยังอยู่ในสนามประลองที่ยืนอยู่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกล เห็นลมปลิวว่อนสภาพยุ่งเหยิง ก็ทำหน้าตกใจราวกับเจอผี

         เมื่อเงาด้านหลังของตู้เซ่าฝู่หายลับไปจากสายตาของผู้คนที่มองกันอย่างตะลึงตาค้างไปแล้ว คนในสนามประลองถึงมีคนได้สติและตระหนักได้ว่า ตู้เซ่าฝู่ที่เพิ่งถูกทุกคนดูถูกหัวเราะเยาะใส่ เพิ่งปล้นชิงของไปจากผู้ชนะสามอันดับแรกจากการประลองฝีมือในรุ่นเดียวกันไป

        “ผู้ชนะสามอันดับแรกรุ่นเดียวกัน…”

        จากนั้นสายตาของคนในสนามประลองก็จับจ้องไปที่ตู้เฮ่า ตู้ฮง ตู้เหยียนสามคนที่คลานอยู่บนพื้นลุกขึ้นไม่ไหว

        คนที่เมื่อสักครู่แสดงท่าทางเหยียดหยามและรังเกียจใส่ตู้เซ่าฝู่ พอนึกย้อนถึงคำพูดเยาะเย้ยเหล่านั้น ก็รู้สึกถึงใบหน้าร้อนผ่าวบนใบหน้าเหมือนโดนตบบ้องหู…

        พระอาทิตย์อัสดงลาลับโลกในทิศประจิม ปรากฏแสงสวยงามแต้มหลากสีบนห้วงนภายามสายัณห์

        “น้องรอง ช่วงนี้พวกเรือนนั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรใช่หรือไม่?”

        ณ พื้นที่ในจวนของบ้านสกุลตู้ มีบุรุษท่าทางองอาจอายุราวๆ สี่สิบกว่าปีนั่งอยู่ บุรุษอีกคนที่อยู่ตรงข้ามคือตู้จื้อสยง พวกเขากำลังสนทนากัน

        ตู้จื้อสยงส่ายศีรษะ กล่าวว่า “ช่วงนี้พวกเรือนนั้นไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวอะไรนัก ทว่าวันนี้ในตระกูลเกิดเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่สนใจฟังหรือไม่”

        “อืม วันนี้น่าจะเป็นวันประลองฝีมือของเหล่าทายาทในตระกูลใช่หรือไม่ หรือว่าในบรรดาเด็กๆ พวกนั้นมีคนที่ฝีมือโดดเด่นมากหรือ?”

        บุรุษท่าทางองอาจผู้นั้นเกิดความสนใจขึ้นมา ในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านของบ้านสกุลตู้ ต้องให้ความสำคัญกับเหล่าทายาทในบ้านสกุลตู้เป็นพิเศษ เขาคนนี้คือตู้เจิ้นอู่ เจ้าบ้านของบ้านสกุลตู้ เป็นบุรุษที่มีชื่อเสียงเรียงนามไปทั่วเมืองสือเฉิง

        ตู้จื้อสยงเผยรอยยิ้มชวนพิศวงออกมา เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี จากนั้นเอ่ยว่า “พวกเด็กๆ แสดงฝีมือได้ไม่เลว ทว่าที่น่าสนใจหมายถึงเจ้าหนุ่มเซ่าฝู่จากบ้านสาม”

        “เซ่าฝู่…”

        เมื่อได้ยิน ตู้เจิ้นอู่ก็ถอนหายใจเบาๆ สีหน้าและแววตาของเขาที่แสดงออกมาคือความรู้สึกเสียดายและดูซับซ้อน เขามองไปที่บุรุษที่ร่างกายกำยำคนนั้นว่า “หรือว่าอาการป่วยของเขากำเริบหนัก เขาช่างน่าสงสาร หากเป็นไปได้ ไม่ว่าจะต้องทุ่มเทอะไรไปมากแค่ไหน ข้าก็อยากเชิญหมอเทวดามาช่วยดูอาการเขา”

        “พี่ใหญ่ ข้าว่าคงไม่ต้องแล้วล่ะ”

        นัยน์ตาของตู้จื้อสยงสั่นเบาๆ เขาบอกตู้เจิ้นอู่ว่า “ในการประลองฝีมือวันนี้ ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนคว้าสามอันดับแรกไป แต่ว่า…”

        “แต่ว่าอะไร น้องรอง เจ้ากลายเป็นคนพูดจาตะกุกตะกักตั้งแต่เมื่อไร” ตู้เจิ้นอู่จ้องหน้าตู้จื้อสยง ท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ เช่นนี้ไม่ใช่นิสัยตามปกติของตู้จื้อสยง

        “ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนสามคนนี้ได้รับโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณไป แต่ขณะที่กำลังจะออกจากประตูใหญ่ของสนามประลอง ก็ถูกเซ่าฝู่แย่งชิงไป”

        ตู้จื้อสยงมองหน้าตู้เจิ้นอู่ พยายามควบคุมอารมณ์หวั่นไหวที่เป็นมานานแล้วไว้ เขาหายใจเข้าลึกๆ กล่าวว่า “แค่เพียงกระบวนท่าเดียว ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนสามคนนั้นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็น เด็กๆ คนอื่นสิบกว่าคนก็ได้รับบาดเจ็บ วิชาที่เซ่าฝู่ใช้ คือหมัดคลื่นซัดสะท้าน”

        “หมัดคลื่นซัดสะท้านหรือ น้องรอง เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่!” ตู้เจิ้นอู่ตกใจจนสะดุ้งยืนขึ้นในทันที สีหน้าเคร่งเครียด จ้องหน้าตู้จื้อสยง นัยน์ตาเป็นประกาย

        ตู้จื้อสยงแสดงสีหน้าจริงจัง พยักหน้า และกล่าวว่า “คือกระบวนท่าหมัดคลื่นซัดสะท้านไม่ผิดแน่นอน ข้าเห็นเองกับตา!”

        “เร็ว รีบไปตามเซ่าฝู่มา ข้าอยากพบเขา ต้องพบเขาเดี๋ยวนี้เลย” นัยน์ตาของตู้เจิ้นอู่สั่นไหวเบาๆ สีหน้าที่เคร่งเครียด กลับกลายเป็นรอยยิ้ม

        เมื่อการประลองฝีมือประจำปีของบรรดาลูกหลานบ้านสกุลตู้สิ้นสุด ผลลัพธ์สุดท้ายทำให้คนทั้งบ้านสกุลตู้ตกตะลึงกันสุดๆ

        หนุ่มน้อยสามคน ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนที่เป็นผู้ชนะสามอันดับแรก สามคนนี้คือวัยรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันในบ้านสกุลตู้ สุดท้ายกลับถูกกระบวนท่าเดียวของตู้เซ่าฝู่ที่ใครๆ ก็เรียกเขาว่าเจ้าทึ่มเอาชนะได้ คุณชายน้อยจอมทึ่มคนนี้ยังจะทึ่มจริงๆ อีกหรือ?

        คนทั้งบ้านสกุลตู้ล้วนตื่นเต้นตกใจกันหมด และข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเข้าไปถึงหูบรรดาผู้มีอิทธิพลของเมืองสือเฉิงในช่วงเวลาอันสั้นที่สุด

        แน่นอนว่าขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ทราบว่ามีผู้มีอิทธิพลในเมืองสือเฉิงมากมายแค่ไหนที่ตกใจและเริ่มระแวงในตัวเขากัน

        “ยังไม่ฝึกวิชาลมปราณเลย ของพวกนี้เอาอย่างไรดีนะ?”

        ตกกลางดึก ในห้องส่วนตัว ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ขวดหยกและกล่องผ้าฝ้ายสองกล่องที่ปล้นชิงมาที่วางอยู่บนโต๊ะ แม้มีโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณไว้ในครอบครอง แต่ตู้เซ่าฝู่กลับแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ หากเป็นคนอื่นมีของพวกนี้อยู่ในมือ คงดีใจแทบกระโดดโลดเต้น พวกมันถึงขนาดสามารถทำให้พลังในการฝึกของผู้ที่ใช้พัฒนาขึ้นไปได้เลยอีกขั้น

        แต่ตู้เซ่าฝู่ทราบดีว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น ของเหล่านี้คือของชั้นเลิศ ทว่าจนถึงขนาดนี้เขาก็ยังไม่ได้ฝึกวิชาลมปราณ และลมปราณในตัวเขาก็อยู่ในจุดที่สูงมากพอตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือหรือยาสร้างรากฐานปราณ ขณะนี้เขาก็ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้

        “ไม่ได้ ข้าต้องรีบหาคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังให้พบให้ได้ไวๆ”

        ตู้เซ่าฝู่สร้างความตั้งใจไว้กับตัวเอง ขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกวิชาลมปราณ เป้าหมายคือคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังที่เป็นวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของบ้านสกุลตู้


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)