0 Views

        “มีเรื่องอันใด?”

        ลู่เซ่าโหยวหยุดเดินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชายชราคนนี้ตู้เซ่าฝู่รู้จักดี ผู้ดูแลเรือนหลังของบ้านสกุลตู้ในขณะนั้นตู้ไห่ เทียบกับตำแหน่งผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหน้าบ้านสกุลลู่มิได้ ทว่าคนที่อยู่ในบ้านสกุลลู่ก็ถือว่ามีฐานะไม่ต่ำต้อยแล้ว ปกติก็ไม่ได้เห็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้อยู่ในสายตา แน่นอนว่าหากเป็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้คนอื่น หากตู้ไห่พบ ก็คงก้มเอนตัวคำนับแต่ไกลแล้ว

         “วันนี้คือวันประลองฝีมือของทายาทตระกูลที่จัดขึ้นปีละครั้ง ของรางวัลครั้งนี้เลอค่าเป็นที่สุด เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก อย่าหาว่าข้าไม่ได้บอกเจ้า โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยหรอกนะ”

      ตู้ไห่ยืดอกยืนตัวตรง ราวกับว่าการแจ้งข่าวสารนี้ให้ตู้เซ่าฝู่ เป็นการทำไปด้วยความเวทนา แววตาที่มองตู้เซ่าฝู่ให้ความรู้สึกว่ากำลังเสียดสีและเยาะเย้ยว่า เป็นแค่ไอ้ทึ่มคนหนึ่ง เข้าร่วมการประลองก็คงไม่มีประโยชน์ใดๆ

       “วันประลองฝีมือประจำปีอีกแล้วหรือ”

      ตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ เขาไม่ได้สนใจอะไรตู้ไห่ และเดินจากไปเลย

  “เจ้าทึ่มคิดจะไปเข้าร่วมการประลองฝีมือจริงหรือ เหตุใดบ้านสกุลตู้จึงต้องมีทายาททึ่มๆ เช่นนี้ด้วยนะ” มองตามหลังตู้เซ่าฝู่ ตู้ไห่ยิ้มอย่างเย็นยะเยือก จากนั้นร้องเป็นทำนองเพลงออกมาเบาๆ เดินไขว้หลังจากไป มีสาวใช้มาใหม่หลายคนที่เขายังต้องไปอบรม มิเช่นนั้นล่ะก็ เขาก็คงไปที่งานประลองฝีมือนานแล้ว

        ทุกปีงานประลองฝีมือของวัยรุ่นในตระกูลจะจัดที่สนามประลองของบ้านสกุลตู้ เมื่อตู้เซ่าฝู่มาถึงสนามประลอง ก็ได้ยินเสียงร้องโห่ตะโกนกันให้แซด ตู้เซ่าฝู่มาที่งานก็เพราะอยากดูสนุกๆ เท่านั้นเอง

        จุดศูนย์กลางของสนามประลอง ทายาทที่อยู่ในอายุที่เหมาะสมของสายหลักและสายรองกว่าร้อยคนของตระกูลกำลังตั้งตารอคอยการประลองด้วยท่าทางกระตือรือร้น ในนั้นมีชายหนุ่มสาวน้อยที่ดูแล้วหยิ่งทะนงและโดดเด่นกว่าคนอื่น คนอื่นๆ ที่เหลือต่างรุมล้อมอยู่รอบๆ พวกเขากันอย่างขนัด

  “โอ๊ะ ดูเร็ว เจ้าทึ่มก็มาด้วยล่ะ”

      เมื่อตู้เซ่าฝู่มาถึงสนามประลอง ก็มีคนสังเกตเห็นทันที จากนั้นก็มีคนสนใจมองตู้เซ่าฝู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

      “ได้ยินมาว่าเจ้าทึ่มนั่นหายทึ่มแล้ว ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก”

  “คิดว่าน่าจะรักษาหายยาก ตอนนั้นตระกูลก็ทุ่มเททรัพย์สินและหายอดฝีมือมาช่วยรักษาตั้งมากแล้วก็ยังรักษาไม่หาย ตอนนี้ก็คงไม่น่าหายได้หรอก”

      “ฮ่าๆ เจ้าทึ่มก็มาเข้าร่วมการประลองฝีมือของตระกูลด้วย มาแข่งความทึ่มงั้นหรือ”

  “เจ้าทึ่มก็มาเข้าร่วมการประลองฝีมือของตระกูลด้วยหรือ มารนหาที่ให้ข้าอัดเละเลยล่ะสิ”

  “หากเจ้าทึ่มนี่เป็นปกติได้ ภายนอกก็ดูไม่เลว หน้าตาดูรูปร่างใช้ได้อยู่”

  “……”

  หลังจากเจอกับตู้เฮ่ากับสามคนนี้ ก็มีเสียงเยาะเย้ยดูถูกหัวเราะไม่หยุด มีสาวน้อยหลายคนหันมามองตู้เซ่าฝู่ด้วยความรู้สึกเสียดาย

      มีเสียงถอนหายใจอย่างเสียดายและเยาะเย้ยถากถางดังมาจากผู้คนรอบข้าง ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าเด็ดเดี่ยว เขาใช้นัยน์ตาดำขลับมองกวาดไปทางบรรดาคนในตระกูลที่ดูถูกเขา แต่ดวงตาก็ยังสุกสว่างงดงาม คำสบประมาทเหล่านั้นไม่มีผลใดๆ ต่ออารมณ์ของเขาเลย

      ทันใดนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เมื่อเงยหน้าเล็กน้อย ก็พบว่ามีชายหนุ่มสาวน้อยที่อายุพอๆ กับเขาที่อยู่ที่ลานประลอง จ้องมาทางเขา หนึ่งในนั้นมีตู้กุ้ยที่เคยถูกเขาจัดการสั่งสอนไปวันนั้น ที่จ้องมาหาเข้าด้วยสายตาอาฆาต พร้อมกับกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆ

       ชายหนุ่มที่สวมชุดคุณชายคนนั้นตู้เซ่าฝู่รู้จัก เขามีนามว่าตู้ชง คือพี่ชายของตู้กุ้ย และก็เป็นเด็กที่มีฝีมือโดดเด่นในบรรดารุ่นวัยรุ่นของบ้านสกุลตู้ในขณะนี้

      ข้างๆ ตู้ชงก็คือตู้เฮ่าที่ตู้เซ่าฝู่รู้จักเป็นอย่างดี และวัยรุ่นอีกคนหนึ่งก็คือตู้เหยียนที่ไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไรสำหรับตู้เซ่าฝู่เลย

  ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนสามคนนี้ล้วนอยู่ที่สนามประลองในขณะนี้ พวกเขาถูกเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ รายล้อมมากมาย แสดงให้เห็นถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาของพวกเขาสามคนนี้ เมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกัน

      ก็ไม่รู้ว่าตู้กุ้ยพูดอะไรกับตู้ชง ตู้ชงจึงส่งสายตาเย็นชามาให้แต่ไกลในฉับพลัน จากนั้นตู้เฮ่ากับตู้เหยียนสองคนนั้นก็ส่งสายตาเย็นชามาให้แต่ไกลด้วยทันที สายตาพวกนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่คิดดีด้วย

      ตู้เซ่าฝู่เหลือบไปมองตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนทั้งสามคนอยู่ห่างๆ ในอดีตยาลูกกลอนที่เขาถูกแย่งชิงทุกเดือนไป หลักๆ ก็มีพวกเขาสามคนเป็นหัวโจกนั่นแหละ

      มุมปากตู้เซ่าฝู่ยกขึ้นแสดงรังสีอำมหิตไปให้ จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างเย็นชา ถอนหายใจกับตัวเอง ส่ายศีรษะ จากนั้นก็ค่อยๆ เดินจากไปตรงนั้นเพื่อหาตำแหน่งที่ดีกว่านี้สำหรับดูงานการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น

  “เจ้าทึ่มมาทำอะไรที่นี่”

  “อยู่ห่างจากเจ้าทึ่มนั่นหน่อยดีกว่า จะได้ไม่ต้องติดเชื้อทึ่ม”

  เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่เดินมา คนของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ตามข้างทางทำท่าทางหลีกเลี่ยงถอยห่างจากเขา มองเขาด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจราวกับเขาเป็นตัวซวย ไม่มีใครยินดีอยากยืนข้างๆ ตู้เซ่าฝู่

  “นายท่านรองมาแล้ว”

      ในขณะนี้ กลุ่มนายท่านแต่ละเรือนของบ้านสกุลตู้ทยอยมาถึงสนามประลอง ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ ลานประลองเริ่มเคลื่อนไหว เกิดเสียงวุ่นวายขึ้นมา

  “น้อมคารวะนายท่านรองและนายท่านทุกคน”

      คนที่อยู่รอบๆ สนามประลอง หนุ่มสาวทั้งหลายรวมถึงตู้ชง ตู้เฮ่า ตู้เหยียนต่างแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้ที่มาทุกคน

  “พอเถิด”

      ในกลุ่มนายท่านในบ้านสกุลตู้ บุรุษที่ร่างกายดูกำยำแข็งแรงที่เป็นผู้นำยืนเด่นหน้าสุด เขามองไปที่บรรดาทายาทสายหลักสายรองของตระกูลทุกคน สายตาแสดงความปีติยินดีและความรู้สึกรอคอย ทว่าจากนั้นก็กวาดสายตาดูทุกคนที่อยู่รอบๆ สุดท้ายสายตาก็ตกไปอยู่ที่ตู้เซ่าฝู่ที่ยืนอยู่ในสนามประลองเพียงลำพัง

  “ครั้งนี้ท่านลุงรองเดินทางมาเป็นผู้ตัดสินเองเลยหรือ”

      เมื่อเห็นบุรุษที่ร่างกายดูกำยำแข็งแรงคนนั้น ตู้เซ่าฝู่มีสายตาที่ดูอ่อนโยนขึ้น ชายผู้นั้นคือตู้จื้อสยงที่เป็นท่านลุงแท้ๆ ของเขา ซึ่งดีกับเขามาตั้งแต่เล็ก เขาคือยอดฝีมือที่มีชื่อในเมืองสือเฉิง มีความสามารถเก่งกาจ มีกำลังมากจนทำให้ผู้ที่ไม่พึงพอใจกับบ้านสกุลตู้ต้องเกรงใจและเกรงขาม

      ตู้จื้อสยงมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความประหลาดสักครู่หนึ่ง ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็มองไปที่ตู้เฮ่า ตู้ชง และวัยรุ่นที่ท่าทางกระตือรือร้นอยากเข้าประลองทั้งหลาย ประกาศว่า “การประลองฝีมือระหว่างพี่น้องทั้งหลายในตระกูล ลงมือแค่พอหอมปากหอมคอพอล่ะ ก่อนอื่นจะเป็นรอบคัดเลือก คัดให้เหลือสิบสองคนในตอนสุดท้าย จากนั้นทำการจับฉลากเพื่อกำหนดรอบตัดสิน ทุกคนเข้าใจกฎการประลองแล้วหรือยัง?”

  “เข้าใจเจ้าค่ะ/ขอรับ”

      ได้ยินคำของบุรุษผู้นั้น วัยรุ่นแต่ละคนก็ตอบรับพร้อมกันเสียงดังฟังชัด ขณะนั้นทุกสายตาจับจ้องไปที่โต๊ะยาวตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกล บนโต๊ะมีกล่องผ้าฝ้ายและขวดหยกที่ขนาดประมาณเด็กทารก สายตาของทุกคนเป็นประกาย ราวกับทราบอยู่แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคืออะไร

      บุรุษรูปร่างกำยำคนนั้นพยักหน้า พูดต่อว่า “ครั้งนี้ในบรรดาพวกเจ้าทุกคน สามคนที่ทำคะแนนได้สูงสุด ผู้ชนะเลิศจะได้รับโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือที่ช่วยเสริมรากฐานปราณได้ ผู้ที่ได้อันดับที่สองและที่สามจะได้รับยาสร้างรากฐานปราณคนละเม็ด และคนอื่นๆ ที่แสดงความสามารถได้ดี ก็จะได้ของรางวัลกันทุกคน”

      “โลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือช่วยเสริมรากฐานปราณได้ หากได้มันมาอาจทำให้มีพลังความสามารถของอสูรหมาป่าเป้าสือ”

       “ครั้งนี้ตระกูลยอมลงทุนเพื่อทายาทพวกนี้มากเกินไปแล้ว ดูสิว่าใครจะได้รับโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือและเสริมรากฐานปราณได้”

        วัยรุ่นชายหญิงยืนเรียงกันอย่างเป็นเรียบร้อย เลือดในกายพวกเขาสูบฉีดพลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะเป็นโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือหรือยาสร้างรากฐานปราณ ต่างก็เป็นของชั้นเลิศที่ดึงดูดใจมากๆ

  “โลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือ ข้าต้องคว้ามันมาให้ได้!”

        ตู้เฮ่ากำสองมือเบาๆ สายตาเป็นประกายเร่าร้อน โลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือที่ช่วยเสริมรากฐานปราณได้ สำหรับบ้านสกุลตู้แล้ว มันก็เป็นของที่หามาได้อย่างยากลำบากที่ว่าเลือดตาแทบกระเด็น ส่วนประโยชน์ของมันใครๆ ต่างก็รู้ดี ดังนั้นครั้งนี้เขาจะต้องคว้าโลหิตสกัดจากอสูรหมาป่าเป้าสือให้ได้ จะได้รากฐานปราณของเขาพัฒนาจนทำให้บรรลุขั้นเบิกนภาได้

  “ของรางวัลล้ำเลิศจนน่าดึงดูดเสียจริงๆ”

        ได้ยินรายชื่อของรางวัล ตู้เซ่าฝู่ก็ใจเต้นแรงขึ้น หากเป็นแต่ก่อนเขาอาจไม่สนใจ ทว่าตอนนี้เข้าสามารถฝึกฌานได้แล้ว ความหมายในตอนนี้ก็ไม่เหมือนจากแต่ก่อนแล้ว


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)