0 Views

        “วิ่งเร็ว!” หลี่โหยวผลักสือกว่างเซิงซึ่งตกใจจนงงงันไปบ้างที่ด้านข้างอย่างแรงครั้งหนึ่ง ยกเท้าก้าวทะยานไปยังส่วนลึกของถ้ำสุสาน ม่อเหลียนเฉิงที่มีไหวพริบเห็นท่าไม่ดี ได้วิ่งหนีสุดชีวิตตรงไปข้างหน้า วิ่งไปพึมพำกับตัวเองไป พูดเลอะเทอะว่า “เป็นไปไม่ได้! ตำราไม่ได้บอกว่าไอ้เจ้าของเล่นนี่บินได้!”

        ได้ยินคำพูดนั้น ในใจหลี่โหยวจมดิ่งลึกไปทันที

        กล่าวอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ หนอนแมงป่อง หนอนประหลาดนี้ไม่สามารถจัดไว้ในสารบบทางชีวภาพได้โดยสิ้นเชิง ในความเข้าใจของเขา นี่เป็นผลผลิตหลังจากการรวมตัวของแมงป่องพิษและตะขาบ สิ่งมีชีวิตที่แปลกใหม่ซึ่งมาจากการใช้สิ่งมีชีวิตสองชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงผสมกันออกมา ฝีมือพิเศษสุดยอดแน่นอน ที่สามารถจินตนาการได้คือ สิ่งมีชีวิตนี้ต้องมีอานุภาพที่น่าสยดสยองสุดขีด อาจเป็นลักษณะพิษ อาจเป็นสัญชาตญาณทางชีวภาพที่โหดร้าย

        อย่างไรก็ตาม อันตรายเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หลี่โหยวกังวลจริงๆ สิ่งที่ทำให้เขากลัวจริงๆ คือว่าขนาดม่อเหลียนเฉิงที่มีความเข้าใจกลไกสุสานโบราณอย่างแน่นอน ยังไม่รู้แน่ชัดในความน่ากลัวของหนอนแมงป่องว่ามีแค่ไหน ยิ่งไม่มีวิธีควบคุมอันมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ระบบปิดนี้ ในความเป็นจริงได้ประกาศการจบฉากที่น่าเศร้าของทั้งสามคนแล้ว

        ปูนขาวในมือม่อเหลียนเฉิงมีไม่มาก หลังจากขว้างออกไปไม่กี่ครั้ง เขาก็ได้แต่ดึงถุงพลาสติกที่ว่างเปล่าออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของเขา ในถุงไม่มีผงปูนขาวสักนิดแล้ว

        โชคดีที่หนอนแมงป่องกลายพันธุ์มีความต้านทานต่อปูนขาวไม่มาก หนอนแมงป่องพิษเปื้อนปูนขาวพากันตกสู่พื้นดิน ดิ้นรนต่อสู้กับความตาย แต่หนอนแมงป่องพิษมีปริมาณมากเกินไปแล้ว ปูนขาวรับมือไม่ไหวอย่างสิ้นเชิง ยิ่งร้ายแรงกว่านั้น ปูนขาวที่โปรยขึ้นไปตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีผลกระทบมากนักต่อหนอนแมงป่องที่บินโฉบไปมาอย่างดุร้าย ในไม่ช้าหนอนแมงป่องเหล่านี้ก็บินผ่านเขตกักกันด้วยปูนขาว ทำท่าทางขู่โฉบเฉี่ยวตามสามคนไปติดๆ

        “โอ๊ยยย!” ทันใดนั้น เท้าของหลี่โหยวสะดุดถูกสิ่งของอะไรบางอย่างครั้งหนึ่ง พลันเสียศูนย์แรงโน้มถ่วงยืนไม่มั่นคง โซซัดโซเซไปหนึ่งก้าว แล้วหกล้มไปบนพื้นดินหลายตลบ

        “เสี่ยวหลี่!” ม่อเหลียนเฉิงและสือกว่างเซิงมองกลับไปที่หลี่โหยวแวบหนึ่ง ในสายตาของพวกเขาทั้งสองเริ่มมีแววตื่นตระหนกขึ้นมา ในสายตาม่อเหลียนเฉิงมีแววมิอาจอดทนได้แวบผ่าน เท้าก้าวช้าลงทันที แต่ยังคงวิ่งหนีต่อไปข้างหน้า ส่วนสือกว่างเซิงกลับหยุดฝีเท้าลง หันกลับไปเรียกหลี่โหยวด้วยเสียงดังขึ้นมา “รีบปีนขึ้นมา! หนอนตามมาแล้ว!” สือกว่างเซิงกล่าวเสียงสั่น ม่อเหลียนเฉิงหันกลับไปมองอิริยาบถของสือกว่างเซิงในครั้งนี้ ปากด่าทอ แต่กลับหยุดฝีเท้าลงทันที พลันถอดกระเป๋าเป้สะพายหลังลงมาเทเขย่าข้าวของออกมาตกลงที่พื้นไม่น้อย แล้วหยิบขวดพลาสติกที่ข้างในบรรจุของเหลวขุ่นออกมาจากท่ามกลางของเหล่านั้น

        “ไอ้สารเลวสองคนมาที่นี่เดี๋ยวนี้” เสียงม่อเหลียนเฉิงค่อนข้างแหบแห้ง แต่ไม่กล้าสบตาประสานมองหลี่โหยว

        ในใจหลี่โหยวทักทายบรรพบุรุษของม่อเหลียนเฉิงทั้งสิบแปดรุ่นครบหนึ่งตลบ หลี่โหยวซาบซึ้งการช่วยเหลือของสือกว่างเซิงมาก ไม่ได้เก็บความรู้สึกไม่พอใจของพฤติกรรมของม่อเหลียนเฉิงมากเกินไปนัก เดิมเขากับม่อเหลียนเฉิงก็มีความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนกันเท่านั้น รู้จักกันมาไม่นาน เขาไม่มีความจำเป็นต้องสละชีวิตช่วยหลี่โหยว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าม่อเหลียนเฉิงต้องตกอยู่ในอันตราย ถ้าหากความสามารถหลี่โหยวไม่พอ ก็ต้องประจบสอพลอหนีเอาตัวรอดไว้ก่อน

        ม่อเหลียนเฉิงหมุนบิดเปิดขวดพลาสติกในมือ หลี่โหยวได้กลิ่นน้ำมันก๊าดระลอกหนึ่ง หลังจากนั้นก็เห็นม่อเหลียนเฉิงอ้าปาก กรอกเทเข้าไปในปากคำหนึ่ง

        ได้เห็นฉากนี้ หลี่โหยวลืมอันตรายข้างหลังทั้งหมด อ้าปากค้างใหญ่ๆ น้ำมันก๊าดสามารถดื่มได้? หรือว่าม่อเหลียนเฉิงเป็นยอดคนที่ซ่อนไว้ ดื่มน้ำมันก๊าดหนึ่งคำก็สามารถระเบิดพลังเหนือมนุษย์ออกมา? ถึงแม้รู้ชัดเจนว่าไม่มีบุคคลดังกล่าวในโลกนี้ แต่เมื่อมาถึงเวลาที่สิ้นหวัง คนมักจะหวังว่าข้างกายจะปรากฏพระผู้ช่วยให้รอดพระองค์หนึ่งออกมา

        แล้วหลี่โหยวเห็นแก้มม่อเหลียนเฉิงโป่งพองขึ้นตามมา และยังดึงไฟแช็กอันหนึ่งออกมาจากอก พร้อมเสียงดังแป๊ก เขาจุดไฟแช็กติดแล้ว เดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ในดวงตาดูเหมือนเต็มไปด้วยความกลัว แต่กลับโบกมือที่ถือขวดพลาสติก ส่งสัญญาณให้หลี่โหยวและสือกว่างเซิงออกไปก่อน

        “ฉี่…ฉี่…”

        หนอนแมงป่องมาถึงตรงหน้าม่อเหลียนเฉิงอย่างรวดเร็ว ม่อเหลียนเฉิงพ่นน้ำมันก๊าดอย่างแรงไปที่ไฟแช็ก พลันไฟลุกโชนไปทั่วทางเดินสุสานข้างหน้า หนอนแมงป่องที่บุกฝ่าเข้ามาในเปลวไฟ อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงดังราวกับถั่วทอดกรอบระเบิดพักหนึ่ง ต่างพากันตกสู่พื้น แม้ว่าจะยังไม่ได้ตายทันที แต่ปีกและรยางค์บนร่างกลับถูกเผาจนพิการ เคลื่อนไหวลำบาก

        เมื่อได้เห็นม่อเหลียนเฉิงใช้เทคนิคการเล่นอันซับซ้อนนี้ หลี่โหยวหยุดอึ้งสักครู่ แต่สือกว่างเซิงกลับรู้สึกโล่งใจ กล่าวว่า “พี่ม่อเคยฝึกมาก่อน! สมัยก่อนที่อยู่ในชนบท พี่ม่อเคยได้เรียนรู้วิชาไม่น้อยกับปรมาจารย์ยิ่งใหญ่ด้านชี่กงคนหนึ่ง การพ่นไฟยังเป็นอาหารว่างจานน้อยหนึ่งจาน ที่ร้ายกาจที่สุดคือการย้ายงูผ่านความว่างเปล่า ตามที่กล่าวกันคือวิชาการใช้เคล็ดลับจิตวิญญาณล่องูบนภูเขาที่ห่างไปสิบกว่าลี้มา…พวกเราปลอดภัยแล้ว…”

        “แม่งคุยโวน้อยหน่อย!” ม่อเหลียนเฉิงไอสองครั้ง ขากเสลดออกมาไม่กี่คำแล้วรีบบอกว่า “รีบไป หนอนแมงป่องมาอีกแล้ว!”

        ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจ หนอนแมงป่องที่ถูกเปลวไฟขู่ให้ถอยไปเห็นแสงไฟดับลง ก็พากันหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง ม่อเหลียนเฉิงถูกบังคับให้อมน้ำมันก๊าดอีกคำ แล้วพ่นเปลวไฟกลุ่มหนึ่งออกมา ในเวลาเดียวกันก็ส่งสัญญาณให้หลี่โหยวและสือกว่างเซิงเก็บข้าวของที่ตกหล่นบนพื้นดิน วิ่งตะบึงไปที่ห้องสุสาน

        หลังจากมีม่อเหลียนเฉิงรั้งท้ายระวังหลังแล้ว ในใจหลี่โหยวก็สงบลงบ้าง วิ่งตะบึงอย่างบ้าคลั่งไปในทิศทางของห้องสุสาน แต่เคราะห์ร้ายจริงๆ วิ่งไปยังไม่ทันได้สิบเมตร จู่ๆ ก็พบว่าแสงจากไฟฉายเหมืองแร่บนศีรษะส่องพื้นดินปรากฏเงาดำก้อนหนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับมา ก็เหยียบเข้าไปในเขตของเงาดำซะแล้ว!

        “แย่แล้ว!” หลี่โหยวตกใจ เท้าที่เหยียบไปได้เหยียบถูกความว่างเปล่า ร่างกายโถมไปข้างหน้า ตกร่วงลงเข้าไปในเงาดำ

        “จบเห่แล้วทีนี้!” ในห้วงสมองหลี่โหยวมีเพียงความคิดนี้ที่แวบผ่านเข้ามาเท่านั้น เหยียบถูกกับดักแล้ว! ช่วงไฟสว่างวาบ ภาพนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในห้วงสมองของหลี่โหยว ล้วนเป็นขวากหนามเหล็กและตะปูแหลมข้างใต้กับดักของสุสานโบราณที่อยู่ในนิยาย รวมทั้งซากศพของเขานั้นที่เต็มไปด้วยเลือดทั่วร่างซึ่งถูกแทงจนพรุนไปหมด

        “ปัง!” เสียงทึบคราหนึ่ง หลี่โหยวกระแทกกับหลุมกับดักหินด้านล่างอย่างจัง กระดูกทั่วร่างเจ็บปวดพักหนึ่ง แต่ฉากคาวเลือดในความคิดไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างของเขา ทว่าหน้ากากป้องกันพิษกลับแตกยับเยินเป็นชิ้นๆ เขาได้แต่ดึงออกแล้วโยนทิ้งไปข้างๆ ดิ้นรนยืนขึ้นมา

        หลี่โหยวตะลึงสักพัก มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วก็พบว่า หลุมที่เขาตกลงมาไม่ได้เป็นหลุมกับดัก แต่เป็นบ่อส่งน้ำเสียในสุสานโบราณ เป็นการออกแบบระบายน้ำเสียที่มีน้ำซึมลงมาจากชั้นพื้นผิวในสุสาน

        ความลึกของบ่อน้ำที่ซึมลงมาทั้งบ่อลึกไม่น้อยกว่าสามเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางเกินสองเมตร หลี่โหยวสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ตกลงมาอยู่ในบ่อน้ำเสียก็ไม่ได้รู้สึกคับแคบแต่อย่างใด แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีอะไรสำหรับเขาจริงๆ นี่หมายความว่าต้องอาศัยความสามารถของหลี่โหยว คิดจะปีนขึ้นไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

        เมื่อมาถึงสถานการณ์เช่นนี้ หลี่โหยวมิอาจหวังให้สือกว่างเซิงและม่อเหลียนเฉิงมาช่วยชีวิต สือกว่างเซิงวิ่งนำหน้าเขา แต่ไอ้หมอนี่โชคดีกว่าหลี่โหยวมากนัก กลับคลาดจากบ่อน้ำเสียวิ่งผ่านไป คาดว่าเวลานี้ยังไม่รู้ว่าหลี่โหยวตกลงไปในหลุมแล้ว และม่อเหลียนเฉิง…หลี่โหยวไม่ได้คาดหวังอะไรเลย

        “ควรทำยังไงดี?” หลี่โหยวหายใจเข้าลึกๆ พยายามให้ตนเองใจเย็นลง เขารู้อย่างชัดเจนดีว่าความกลัวไม่มีความหมายสักนิดเลยในเวลานี้

        มองดูผนังอิฐเรียบของบ่อน้ำซึมรอบๆ หลี่โหยวค้นพบความผิดหวังที่เขามิอาจหาที่ให้เขาหยิบยืมพลังวางเท้าได้ แต่นี่ก็ไม่ได้เป็นข่าวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะรู้ว่าเหนือบ่อน้ำซึม หนอนแมงป่องกำลังสยายปีกร่ายรำไปตามทางเดินไล่ฆ่าม่อเหลียนเฉิงและสือกว่างเซิง เปรียบกับเขาที่ตกลงมาในบ่อน้ำซึม กลับค่อนข้างโชคดีกว่า  แน่นอน ถ้าหนอนแมงป่องไม่ตามมาถึงตรงหน้า…

        ในขณะที่หลี่โหยวมัวคิดว้าวุ่น ปลอบใจตัวเอง “เพียะ” เสียงดังเบาๆ คราหนึ่ง ดูเหมือนมีของอะไรตกลงมาบนกระเป๋าเป้สะพายหลังของเขา แล้วหล่นลงกับพื้น “ฉี่ๆ” หนอนหลายตัวบิดตัว เสียง “หึ่งๆ” กระหึ่มของผึ้งผ่านเหนือศีรษะไป ดีที่ความสนใจของพวกมันไม่ได้อยู่ในบ่อน้ำซึม คอยจิกตามม่อเหลียนเฉิงและสือกว่างเซิงไม่ปล่อย แต่หนอนแมงป่องที่บังเอิญตกลงมาในบ่อน้ำ ก็ได้เป็นปัญหาที่มากพอ

        หลี่โหยวไม่กล้าหายใจแรงสักครั้ง ยืนนิ่งเหมือนท่อนไม้ไม่กล้าเคลื่อนไหว หวังหยิบยืมเวลานี้หลีกเลี่ยงจากความสนใจของหนอนแมงป่อง แต่เขาก็รู้อย่างชัดเจนว่าการกระทำวิธีนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย พอๆ กับปิดหูขโมยระฆัง หนอนแมงป่องที่ซ่อนตัวอยู่ในหรดาลตื่นขึ้นมาด้วยการกระตุ้นจากกลิ่นของคนเป็นๆ สามคน จึงไวต่อลมหายใจของคนเป็นตามธรรมชาติอย่างมิอาจเทียบได้ และหลี่โหยวซึ่งเป็นคนเป็นๆ ตัวโตคนหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าพวกมัน ไหนเลยจะไม่ถูกพบได้เล่า?

        คิดถึงตรงนี้ หลี่โหยวก็ค่อยๆ กลั้นลมหายใจ ยกเท้าเหยียบหนอนด้วงแมงป่องหลายตัวให้ตาย แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าผมบริเวณต้นคอเย็นเล็กน้อย ตามมาด้วยรยางค์บางส่วนที่เย็นเฉียบได้ตกลงบนไหล่ของเขา ที่ค่อยๆ ขยับขึ้นมาแถวลำคอ

        “จบแล้ว…” เมื่อตื่นเต้นขึ้นมา หลี่โหยวกลับลืมหนอนแมงป่องตัวนั้นที่ตกใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง ตอนนี้มันไม่ได้เปิดตัวโจมตีหลี่โหยวทันที แต่คืบคลานจากกระเป๋าเป้สะพายหลังไปบนไหล่ของหลี่โหยวแล้วปีนขึ้นไปบนศีรษะของเขา คืบคลานอย่างระมัดระวัง และหนอนแมงป่องตัวนี้ก็ดูเหมือนจะใหญ่กว่าเล็กน้อย เมื่อแสงที่เหลือจากในดวงตาหลี่โหยวสะท้อนกลับไปข้างหลัง ยังสามารถเห็นแส้หางยาวๆ เส้นหนึ่ง ตามด้วยตะขอสีดำเป็นมันที่สะบัดไปมา…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)