0 Views

        เพียงกล่าวถึงพลังลมปราณหมุนเวียน หลี่โหยวเชื่อแน่ๆ ว่าช่วงเวลานี้ ต้องเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของเขาแน่ๆ ประสบการณ์ในช่วงนี้เรียกได้ว่า เป็นหลุมบ่อขรุขระง่ายๆ อย่างไม่มีเงื่อนไขผู้ฟังเศร้าร้องไห้หลั่งน้ำตา

        แต่เรื่องได้มาเป็นแบบนี้ หลี่โหยวรู้อย่างชัดเจนดีว่าถ้าไม่ประกอบพิธีอวยชัยสถาปนาให้พญางูเห่า ชะตากรรมจุดจบของเขาอาจจะสังเวชมากยิ่งกว่านี้ จึงได้พยายามรำลึกสิ่งที่ศาสตราจารย์ฉีได้บอกกล่าวกับเขา เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องระวังขณะอวยชัยสถาปนาแก่สรรพสัตว์แสนรู้ รวมถึงบางส่วนที่ได้บันทึกไว้ใน “บัญญัติลับสิบประการ” ทำตามแบบอย่าง เขาแยกฝูงชนออกไปอย่างระมัดระวัง เดินไปเบื้องหน้าพญางู กล่าวเสียงสั่นว่า “พญางู พญางู วันนี้ท่านและผมมีโอกาสประสบพานพบ นับเป็นวาสนาในอดีตที่สั่งสมมา ขออวยชัยสถาปนาแก่ท่านให้สำเร็จมรรคผลเป็นพิเศษ!”

        เริ่มต้นเสียงหลี่โหยวยังตึงเครียดแต่เห็นพญางูจู่ๆ ชูลำตัวขึ้นตรงแหน็ว ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด ในใจเขาจึงรู้สึกผ่อนไปบ้าง และเริ่มพิธีกรรมอวยชัยสถาปนา

        พิธีกรรมอวยชัยสถาปนาเป็นไม่ใช่พิธีเล็กๆ น้อยๆ วาจาต้องกล่าวได้เหมาะเจาะพอดี กล่าวหนักเกินไป สัตว์ที่รับสถาปนาทนวาจาเหล่านี้ไม่ไหว เกรงว่าจะถูกฟ้าผ่าฟาดใส่เปรี้ยง ลำบากแก่ผู้ประกอบพิธีอวยชัยสถาปนา พ่อมดหลีถัวแห่งเกาะไหหลำก็เป็นตัวอย่างที่มีชีวิตเป็นๆ

        นอกจากนี้ วาจาอวยชัยสถาปนาก็ไม่ควรเบาเกินไปเช่นพญางูตัวนี้ ถ้ามันมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นมังกร แต่เจ้ากลับอวยชัยสถาปนาให้มันกลายเป็นเจียว (มังกรมีเกล็ดรอบกาย) นั่นยิ่งก่อให้เกิดความเคียดแค้นชิงชัง ไม่ถูกมันฉีกออกเป็นชิ้นๆ ทั้งเป็น จึงน่าประหลาดใจ

        แต่พิธีกรรมอวยชัยสถาปนาก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากที่กินแรงไม่น่าทำ ถ้าทำการอวยชัยสถาปนาได้ถูกทาง สรรพสัตว์แสนรู้ได้รับวิถีถูกหลักการทันที ก็จะนำมาซึ่งความโชคดีมีสวัสดิ์แก่ผู้ที่ประกอบพิธีอวยชัยสถาปนา ผู้ใดที่ได้รับโชคดีนี้ อนาคตต้องพุ่งทะยานไกล พระพรหลั่งไหลตลอดนิจนิรันดร์

        “วิถีสวรรค์อันยิ่งใหญ่ก่อกำเนิดสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง หยินหยางกระตุ้นไพศาลพลังเปี่ยมล้น สรรพสัตว์แสนรู้บำเพ็ญถูกครรลอง ยาวนานนับพันๆ ปี ตนเองตรัสรู้ความเป็นอมตะ ยามวายุเมฆาพานพบโอกาสดีย่อมกลายรูปเป็นเจียว (มังกรมีเกล็ด) สักวันเกล็ดทองเริ่มสลัดออก กู่ก้องกังวานจรดสวรรค์นพนภา…” หลี่โหยวมีไหวพริบคิดอ่านไว ในใจของเขาได้ชั่งน้ำหนักวิธีที่จะพูดคำประกอบพิธีกรรมอวยชัยสถาปนาเหล่านี้ออกมาได้อย่างไรอย่างรวดเร็ว

        หลี่โหยวกล่าวคำพูดนี้อย่างระมัดระวังและฉลาดที่สุด เขาไม่ได้รีบกำหนดเวลาสำเร็จมรรคผลให้พญางูทันที เวลาที่กำหนดออกมาล้วนเป็นการกล่าวอย่างคลุมเครือ เป็นสถานการณ์ที่วายุเมฆาพานพบประสบอย่างเหมาะสมในสักวันหนึ่ง แต่คำอวยชัยให้สมหวังยิ่งมีเทคนิค ได้อวยชัยให้พญางูเป็นเจียว หลังจากนั้นแล้วจึงกลายเป็นมังกร เป็นแนวโน้มที่ก้าวไปสองขั้นตอนอย่างสมบูรณ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ให้พญางูเกิดวิสัยทัศน์ที่ดีงาม แต่ยังเหลือเวลาที่จะมีชีวิตอยู่ให้ตนเอง

        ขณะหลี่โหยวกำลังอวยชัยสถาปนาพญางู ฝูงชนต่างพากันถอยไปด้านหลัง ฉวยโอกาสลากระยะห่างปลอดภัยออกมาช่วงหนึ่ง เวลานี้หลี่โหยวตั้งสมาธิอยู่ในพิธีกรรมอวยชัยสถาปนา กลับไม่ได้พบว่าผู้คนที่บอกว่าจะอารักขาเขาได้วิ่งออกไปห่างเกือบยี่สิบเมตรแล้ว

        แต่ก็มีข้อยกเว้น ฉินอี้ที่ได้ซ่อนอยู่หลังหลี่โหยวมาตลอด จับแขนเสื้อของหลี่โหยวไว้แน่น ดูไปแล้วแม้ว่าสีหน้าเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ปฏิเสธที่จะก้าวถอยหลังแม้สักก้าว รวมถึงก่อนหน้านี้ม่อเหลียนเฉิงคิดไปข้างหน้าดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลัง ล้วนไม่ประสบความสำเร็จในการดึงเธอออกไป

        “ฟ่อๆ!”

        ได้ยินเสียงของหลี่โหยวอวยชัยสถาปนาจบลง คาดไม่ถึงว่าดวงตาอำมหิตหม่นหมองของพญางูได้ตกตะกอนแสดงสีหน้าที่เป็นกันเองออกมาแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน มันก็ก้มหัวพยักหน้าให้หลี่โหยวสามครั้งแล้วหันศีรษะไปข้างหนึ่ง ปรากฏเสียงอ้วกที่ทุ้มต่ำออกมาครั้งหนึ่ง จู่ๆ บนพื้นก็มีเสียง “โครม” เสียงหนึ่ง ของชิ้นหนึ่งตกลงมา

        หลี่โหยวมองไป กลับเห็นเจ้าหน้าที่ซึ่งเพิ่งถูกพญางูกลืนเข้าไปในท้อง ดูลักษณะการอวยชัยสถาปนาของหลี่โหยวได้เกิดผลแล้วแน่นอน สรรพสัตว์แสนรู้ใดๆ ที่กำลังปฏิบัติบำเพ็ญเพียร ต่างพยายามที่จะไม่ทำอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นี่เป็นการขัดต่อกฎสวรรค์เป็นอันตรายต่อการปฏิบัติบำเพ็ญเพียรของพวกมัน กินคนยิ่งขัดกฎสวรรค์ กินแล้วคิดสำเร็จมรรคผลอีก นั่นยิ่งเป็นเรื่องยากยิ่งกว่ายาก

        แต่น่าเสียดายที่เจ้าหน้าที่คนนั้นแม้ว่าถูกอาเจียนออกมา แต่ก็ได้ขาดอากาศจนถึงแก่ความตาย ตอนนี้ร่างกายเปื้อนเมือกเต็มไปหมด ส่งกลิ่นเหม็นคาวตลบไปหมด ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้

        หลังจากคายศพออกมาแล้ว ร่างโป่งพองเป็นลูกๆ ของพญางูดูเหมือนจะเล็กลงไปรอบหนึ่งทันที หลี่โหยวได้พบอย่างรวดเร็วว่าหัวของงูได้มีก้อนเนื้อสามลูกโตปูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กำลังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าดูเหมือนมีอะไรที่กำลังทะลุผิวออกมา แต่ก้อนเนื้อสามเพียงงอกออกมาประมาณสิบเซนติเมตรแล้วก็หยุดเติบโต

        “คิดไม่ถึงอวยชัยสถาปนาสำเร็จแล้ว?” หลี่โหยวได้เห็นฉากนี้ ในใจแทบไม่น่าเชื่อ เรื่องจริงแท้แล้วแต่ดวงแบบนี้ คิดไม่ถึงว่าล้วนสามารถทำได้สำเร็จ แทบไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ? กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหลี่โหยวกระตุกเต้นสองครั้ง คิดอยากหัวเราะ แต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้เขาไหนเลยหัวเราะออกมาได้

        “ฟ่อๆ” หลังจากที่ก้อนเนื้อสามลูกบนศีรษะได้งอกออกมาแล้ว พญางูดูเหมือนจะเหนื่อยล้ามาก พยักหน้าให้หลี่โหยวอีกสามครั้ง หลังจากนั้นลากร่างอันใหญ่โตมโหฬาร วนรอบตัวหลี่โหยวไปอีกรอบ ค่อยๆ มุดกลับไปที่ถ้ำใต้แท่นบูชาไปแล้ว ปราศจากร่องรอย

        นอกศาลเจ้า เหล่าผู้คน อาอู่และหลิงหลงต่างพากันมองหน้าเลิ่กลั่ก

        อาอู่เกาศีรษะ พูดกับหลิงหลงอย่างไม่น่าเชื่อ “สำเร็จมรรคผล…แม่งง่ายแบบนี้หรือ?”

        “ไม่ง่ายเลย” ถึงแม้ว่าสีหน้าหลิงหลงจะสงบ แต่ปลายจมูกกลับมีเหงื่อออกมาแล้ว เธอถอนหายใจโล่งอกไปคำแล้วกล่าวว่า “วาจาที่หลี่โหยวพูดไม่ธรรมดา ถ้าเปลี่ยนเป็นฉัน เป็นไปได้อาจจะเกิดปัญหาขึ้น”

        อาอู่พยักหน้า เขายิ่งรู้ชัดเจนดีว่าเปลี่ยนเป็นเขาไป เป็นไปได้ก็คือส่งอาหารไปส่วนหนึ่งแล้ว

        “เรายังต้องออกไปจากที่นี่หรือ?” อาอู่มองดูหลิงหลงด้วยความสงสัยไม่แน่ไม่นอน

        “จากไป” หลิงหลงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “อวยชัยสถาปนาให้มันคือหลี่โหยวไม่ใช่เรา มันอาจจะไม่ทำร้ายหลี่โหยวอีก แต่พวกเรา…”

        อาอู่ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นไปกันเถอะ เดินทางไปข้างหน้าสิบลี้เป็นหุบเขาราบที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง คืนนี้เราปักหลักตั้งค่ายที่นั่น”

        หลี่โหยวลากศพของเจ้าหน้าที่ซึ่งตายไปแล้วออกไปด้านนอก อาอู่มองดูเมือกที่มีสีสันบนศพ สีหน้าขยะแขยง แต่กลับกล่าวว่า “ทหาร ขุดหลุมฝังอู่จิ่ว”

        หลี่โหยวถอนหายใจอีกครั้ง เมื่อได้เห็นสีหน้าแสดงออกที่เย็นชาโหดร้ายไร้น้ำใจแบบนี้ของอาอู่ แม้จะกล่าวว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ถูกงูกลืนกินจนตาย แต่ฆาตกรที่ฆ่าเขาจริงจึงเป็นอาอู่ เพียงแต่เมื่ออาอู่มองดูศพเย็นแข็งทื่อนี้ กลับมีสีหน้าที่ไม่แยแส ยังมีเจ้าหน้าที่ในคณะคนอื่นๆ ก็เย็นชาไร้ความรู้สึก หลี่โหยวอดไม่ได้รู้สึกใจหนาวเหน็บไปพักหนึ่ง

        นี่เป็นกลุ่มสาวกไม่กลัวตายที่แท้จริงกลุ่มหนึ่ง พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับชีวิตของผู้อื่นหรือแม้กระทั่งชีวิตของพวกเขาเองด้วย ติดตามกลุ่มคนเช่นนี้ที่ข้างกาย คิดจะรักษาชีวิตน้อยๆ ไว้ ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ นะ หลี่โหยวแอบคิด

        ขบวนกองกำลังเริ่มออกเดินทางแล้ว หลี่โหยวหักแผ่นขนมบีบอัดในมือออกมาหนึ่งในสาม ที่เหลือยัดใส่มือของฉินอี้พร้อมกับหยิบเนื้อกระป๋องออกมาหนึ่งกระป๋องให้ฉินอี้ ในเวลาเดียวกันกล่าวว่า “กินเถอะ ไม่พอก็ถามผมเอาอีกได้”

        ฉินอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง รับเอาอาหารแห้งจากในมือของหลี่โหยว ค่อยๆ แทะ แต่กระป๋องเนื้อดูเหมือนเธอจะไม่รู้วิธีเปิด หลี่โหยวหยิบกระป๋องมา เปิดฝาออก

        “ถึงหุบเขาแล้ว!” เจ้าหน้าที่กองกำลังที่เดินอยู่ด้านหน้าสุด  จู่ๆ ก็ส่งเสียงร่าเริงดีใจออกมาแล้ว หลี่โหยวได้ยินเสียงนี้ มองนาฬิกาบนข้อมือ ได้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าในตอนกลางคืนแล้ว


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)