0 Views

เมื่อหลี่โหยวได้เห็นพญางูเห่าตัวนี้ ในใจเขารู้สึกไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงตะโกนคำว่า “งูยักษ์” ออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ในคณะ เดิมการจู่โจมของงูเห่าโดยนิสัยก็ก้าวร้าวมาก นอกจากนี้ พญางูตัวนี้ก็เป็นเจ้าที่มีศาล ปกติได้รับความศรัทธากราบไหว้จากผู้คนไม่น้อย เทียบกับงูตัวนั้นที่ศาสตราจารย์ฉีเห็นในไหหลําดูยิ่งแสนรู้กว่า

        นั่นหมายความว่า มันยิ่งเกลียดคนเหล่านั้นที่เรียกตัวตนจริงๆ ของมันออกมามากขึ้น

        นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมอาอู่ขอให้เจ้าหน้าที่ในคณะ ที่กล่าววาจานี้รั้งรออยู่ในศาลเจ้า หากพญางูเห่าต้องการฆ่าผู้คนเพื่อระบายความโกรธ สิ่งแรกที่ต้องการมองหาก็คือคนเหล่านี้

        เจ้าหน้าที่ในคณะหลายคนดูสีหน้าซีดเซียวแต่พวกเขารู้ชัดเจนว่า การต่อต้านงูยักษ์เช่นนี้ตัวหนึ่ง โอกาสรอดแทบมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ พวกเขาคงถูกอาอู่ทอดทิ้งไว้เบื้องหลังแล้ว

        เจ้าหน้าที่ในคณะคนหนึ่งกรีดร้องเสียงแหลมขึ้น จะพุ่งหนีออกจากศาลเจ้า แต่กลับถูกอาอู่จับคอหอยไว้อย่างแรงคราหนึ่ง หลังจากนั้นโยนไปยังตำแหน่งของพญางูโดยแรง

        “ซวบ” เสียงหนึ่ง คอของพญางูสืบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก็คาบถูกเจ้าหน้าที่ในคณะที่อาอู่เหวี่ยงไป เขมือบกลืนอย่างตะกละในครั้งเดียว คนที่ถูกกลืนเข้าไปในปาก เหลือเพียงขาข้างหนึ่งที่ยังคงดิ้นอยู่ข้างนอก

        “เทพมังกรเบื้องสูง เหล่าข้าไม่ตั้งใจล่วงละเมิด วันนี้ขอถวายเครื่องบูชาคือคนเป็นหนึ่งคน ขอรับการชำระความผิดเหล่าข้าให้พ้นบาปเถิด” อาอู่โยนเจ้าหน้าที่คนหนึ่งออกไป พลางปกป้องหลิงหลงออกจากประตูศาลเจ้า เจ้าหน้าที่ที่เขาสั่งบังคับด้วยกฎไม่ให้จากไป ยืนอยู่ที่ประตูศาลเจ้าอย่างหวาดกลัว ตัวสั่นงันงก มือที่กุมปืนไรเฟิล 81 สั่นระริก พวกเขากลับคิดอยากยิงปืน แต่ก็ชัดเจนว่าก่อนอาอู่จะสั่งการลงมา การยิงมั่วจะไม่มีจุดจบที่ดี การไม่ได้มีจุดจบที่ดีเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ตัวตายก็แล้วไป แต่จะทำให้ครอบครัวลำบากไปด้วย

        ลำคอของพญางูโป่งออกเป็นก้อนใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเป็นมนุษย์ที่ยังมีชีวิตซึ่งถูกมันกลืนลงไป คนนั้นยังไม่ตายผิวหนังของงูยังเป็นรอยนูนขึ้นมาเป็นลูกๆ ในบางครั้ง แต่ไม่นานก็เงียบไปแล้ว

        “ฟ่อๆ” พญางูได้ยินวาจาของอาอู่ ปากก็เผยอโชว์เขี้ยวในปาก เสียงแข็งกร้าวดุดัน เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับการชดเชยเพียงเล็กน้อยเท่านี้ แววตาอำมหิตเลือดเย็นคู่นั้นจ้องไปที่เจ้าหน้าที่สามคนที่เหลืออยู่ในศาลเจ้า ทำท่าทางจู่โจมอย่างสุดแรง

        อาอู่สูดลมหายใจลึกๆ คราหนึ่ง

        เห็นได้ชัดว่าพญางูเห่าตัวนี้ไม่ได้ญาติดีด้วย โลภมาก ตะกละเกินไปบ้างจริงๆ เขาไม่ได้รู้วิชาการสำเร็จมรรคผล ต่อรองกับพญางูไม่เป็น แต่เขากลับรู้ชัดว่าเดิมคณะเล็กๆ ของเขาจำนวนคนก็ไม่มากพออยู่แล้ว หากถูกพญางูกินไปคราหนึ่งสี่คน งานถัดมาก็มิอาจรับผิดชอบทำให้ลุล่วงไปด้วยดี แผนการครั้งนี้คงจะต้องถูกยกเลิกแล้ว สี่ชีวิตในสายตาอาอู่ดูเหมือนไม่นับว่าสำคัญ แต่หากทำงานไม่สำเร็จ จุดจบของเขาอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าถูกกลืนเข้าไปในท้องของพญางูเสียอีก

        “ทั้งหมดเตรียมพร้อม!” อาอู่กัดฟันเตรียมเข้าห้ำหั่นกับพญางูให้ตายตกกันไปข้างหนึ่ง ในเวลาเพียงไม่กี่สิบวินาที เขาได้คำนวณอย่างชัดเจนว่า หากเลือกฝืนเข้าต่อสู้เจ้าหน้าที่ในคณะต้องได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างแน่นอน แต่มากที่สุดก็เพียงคนหนึ่งหรือสองคนก็สามารถจัดการพญางูตัวนี้ กำจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดได้ ไม่มีใครสามารถมั่นใจได้ว่า พญางูจะกินเพียงคนสามคนนี้ที่เหลือไว้ให้เท่านั้น นอกจากนี้อาอู่ยิ่งรู้ดีว่า แม้เจ้าหน้าที่สามคนนี้ยังเชื่อฟังคำสั่ง รั้งอยู่ในศาลเจ้า แต่ก็คงยอมรับความตายโดยดีแน่ ก่อนที่จะตายต้องยิงปืนสู้กลับ เมื่อถึงเวลานั้นหากทำให้พญางูบาดเจ็บ พญางูก็ต้องบ้าคลั่งระบายความโกรธด้วยเช่นกัน ดีไม่ดียิ่งเสียหายสาหัส

        “แฟค…”

        เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ข้างนอกได้กระจายออกไปแล้ว ไรเฟิล 81 ในมือเล็งไปที่ดวงตาของพญางูเห่า และตำแหน่งเจ็ดนิ้วอย่างแม่นยำ คนพวกนี้ล้วนเป็นทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์การต่อสู้อันโชกโชน รู้ชัดเจนดีว่าจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอยู่ที่ไหน

        “เดี๋ยวก่อนๆ” หลี่โหยวกล่าวด้วยเสียงสั่นเล็กน้อยว่า “งูตัวนี้แปลกมาก กลัวว่ากระสุนจะเจาะไม่เข้า…” อำนาจการฆ่าทำร้ายของไรเฟิล 81 ความจริงแล้วไม่ธรรมดา แต่หลี่โหยวกลับพบว่า ผิวหนังของพญางูเห่าตัวนี้เป็นโลหะสีดำเลื่อมพราย ยามที่ลากผ่านพื้นดิน คาดไม่ถึงว่าบนพื้นยังทิ้งรอยตื้นลึกไม่เท่ากัน เป็นรอยเหมือนใบมีดคมกริบปานนั้น

        ได้เห็นภาพนี้ หลี่โหยวยิ่งเข้าใจชัดเจน ผิวหนังของพญางูเห่าตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างนั้นที่จะจัดการได้ ดีไม่ดีดาบแทงปืนยิงไม่เข้า แม้ว่าดาบแทงปืนยิงไม่เข้านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยาย มีเพียงไม่กี่สิ่งที่สามารถทนต่อกระสุนปืน ไม่บาดเจ็บ ไม่ตายในชีวิตประจําวัน แต่พูดอีกแง่หนึ่งพญางูเห่าขนาดใหญ่เช่นนี้ ไหนเลยสามารถเห็นได้ในชีวิตประจําวันจริงๆ ดังนั้น จึงไม่อาจตัดสินด้วยสามัญสำนึกตามปกติได้

        “แล้วจะทำยังไงล่ะ?” อาอู่ขมวดคิ้วแน่นคราหนึ่ง ดูเหมือนจะพบความร้ายกาจของพญางูตัวนี้ พลันในใจลังเลแล้ว ในกรณีที่อำนาจทะลุทะลวงของกระสุนไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ผลที่ได้อาจกระตุ้นความโกรธของงูยักษ์ตัวนี้อย่างถึงที่สุด อาอู่ไม่กล้าคิดถึงผลนั้น

        “สำเร็จมรรคผล!” หลี่โหยวกัดฟันกล่าวว่า “อาอู่ อวยชัยสถาปนาให้เทพมังกรองค์นี้ กล่าววาจาไพเราะเสนาะหู!” หลี่โหยวก็คิดวิธีดี ๆ อะไรอื่นไม่ออก ระลึกถึงเรื่องราวในครั้งก่อน ๆ ที่ศาสตราจารย์ฉีเคยบอกเล่าแก่เขา รีบเสนอความคิดให้อาอู่ทันที

        “ข้าทำไม่เป็น!” อาอู่สีหน้าเต็มไปด้วยความงงงัน องค์กรที่อาอู่ประจำการอยู่ มีบุคคลแปลกๆ มากมายก็จริง แต่อาอู่กลับมีพื้นหลังคลุกคลีตีโมงกับกลุ่มอิทธิพลมืด จึงเข้าใจในวิถีชั่วร้ายคดเคี้ยว แต่ยังจำกัดเพียงได้ยินผู้เชี่ยวชาญภายในเล่าเรื่องให้ฟัง เพิ่มพูนข้อมูลทั้งได้ยินได้เห็น ถ้าต้องนำออกมาใช้จริง ก็ช่างเถอะ

        “ไอ้หนุ่ม ในเมื่อเอ็งได้เสนอออกมา ดูท่าเอ็งน่าจะเข้าใจนะ!” อาอู่แสยะยิ้มเย็นชาจนเห็นฟัน มือหนึ่งเอื้อมมาดึงหลี่โหยวไปตรงหน้า กล่าวว่า “เอ็งมา! พวกเราช่วยเอ็งดูอยู่ข้างหลัง ถ้าไม่ไหวค่อยใช้ปืน!”

        “ผม…” หลี่โหยวขาสั่นทันที เกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ผมไม่ใช่เสนอความคิดให้เจ้าเท่านั้นหรอกหรือ ทำไมจึงดึงเอาข้าเข้าไปเกี่ยว ในใจของหลี่โหยวราวกับมีสิงสาราสัตว์มากมายเหยียบย่ำ

        หลี่โหยวรู้ตัวดีว่า สิ่งที่เขาสามารถทำได้มีน้อยเพียงไร จากปากศาสตราจารย์ฉี พ่อมดหลีถัวเป็นผู้ชายที่มีความสามารถมากจึงได้อวยชัยสถาปนางูยักษ์ ผลสุดท้ายมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้ยังมีจุดจบที่ไม่ดี เขาที่เป็นเพียงฆราวาสไร้วิชาคนหนึ่ง ไปบังอาจประกอบพิธีสำเร็จมรรคผลให้พญางูเห่า ที่เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่างูยักษ์ตัวที่ศาสตราจารย์ฉีได้กล่าวไว้ คนโง่งมต่างก็ยังรู้ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร หากไม่ใช่ทำพิธีสำเร็จมรรคผลไม่สำเร็จถูกพญางูกลืนไปแล้ว ก็คงถูกฟ้าผ่าที่เหนี่ยวนำมาจนต้องตกตายตามกันไปกับพญางูตัวนั้น

        แต่ผลสุดท้ายทั้งสองนี้ ต่างไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดอยากได้!

        อาอู่ไม่อนุญาตให้หลี่โหยวปฏิเสธ เขาดึงหลี่โหยวไปทันที ในเวลาเดียวกันก็มีไรเฟิล 81 สองกระบอกจ่อเข้าที่บั้นเอวของหลี่โหยว ขอเพียงเขาต่อต้านเพียงเล็กน้อย คาดว่าจะไม่ได้รับผลที่ดีอันใดแล้ว

        “ได้ ผมจะไป!” บนหน้าผากหลี่โหยวเหงื่อเท่าเมล็ดถั่วเหลืองผุดออกมา ยืนอยู่ประจำตำแหน่งของตัวเองแล้วเดินไปข้างหน้า พญางูเห่าก็ได้กระสับกระส่ายไม่สงบ มันสัมผัสได้ถึงการคุกคามซึ่งส่งผ่านมาจากปากกระบอกปืนไรเฟิล 81 อันมืดทะมึน แทบทนไม่ได้ที่จะพุ่งทะยานเข้าต่อสู้ฆ่าฟันสักครา แต่พญางูเห่าตัวนี้ดูเหมือนจะเข้าใจภาษาของมนุษย์ จากจุดเริ่มต้นที่ได้ยิน “เฟิงเจิ้ง” สองตัวอักษรจากในปากหลี่โหยวดูเหมือนจะมีการรอคอยด้วยความคาดหวัง

        ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถประกอบพิธีกรรมสำเร็จมรรคผลให้แก่สัตว์ที่ได้บำเพ็ญเพียรภาวนาจนเกิดผลสมบูรณ์ หากไม่ใช่ไร้ทางเลือก โดยทั่วไปสัตว์ต่างเลือกจะอยู่ห่างไกลผู้คน ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง อาศัยเวลานานในการฝึกตนเองจนบรรลุมรรคผล แต่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก้าวหนึ่งคือ การบำเพ็ญเพียรจนปรากฏรูปร่างของมนุษย์ออกมา ดังนั้นมนุษย์ก็เป็นจิตวิญญาณแห่งสรรพสิ่ง มีเวลารับความสำเร็จมรรคผลของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สำหรับสรรพสัตว์ก็เป็นพลังการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่ได้กล่าวก่อนแล้วคือ สิ่งนี้ได้ให้บุคคลที่จะประกอบพิธีสำเร็จมรรคผล มีพลังลมปราณเคลื่อนไหวอย่างเพียงพอ


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)