0 Views

        ที่เรียกว่า “สำเร็จมรรคผล (เฟิงเจิ้ง)” ความจริงหลี่โหยวไม่เข้าใจว่า มีหรือไม่มีที่ทำให้เรื่องเป็นอย่างนี้หรือไม่ แต่ใน “บัญญัติลับสิบประการ” มีบันทึกไว้ เขายังได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์เรื่องหนึ่งที่ศาสตราจารย์ฉีได้บอกเขาก่อนหน้านี้

        นั่นเป็นเมื่อสิบปีก่อน ศาสตราจารย์ฉีเนรเทศตัวเอง เรื่องที่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นขณะกำลังท่องยุทธจักร ศาสตราจารย์ฉีมาถึงพื้นที่ห่างไกลแห่งหนึ่งในไหหลํา

        เวลานั้นที่นั่นกำลังสร้างถนน ขณะรถแทรกเตอร์กำลังขุดถนน ก็ได้ขุดเอางูยักษ์ตัวหนึ่งออกมาด้วย ลำพังความยาวก็ได้สามสิบกว่าเมตร ทำเอาไอ้หนุ่มที่ขับรถแทรกเตอร์ตกใจกลัวจนปัสสาวะราด เกือบจะขับรถแทรกเตอร์กลิ้งตกลงหน้าผาไป คนงานก็ตกใจกลัวแทบตาย คนส่วนใหญ่หนีกระจัดกระจายหายไปกว่าครึ่ง

        โชคดีที่งูยักษ์นั้นมีนิสัยธรรมชาติที่ค่อนข้างเชื่อง หลังจากที่ถูกขุดขึ้นมาจากดินก็ไม่ได้โจมตีใส่มนุษย์ เพียงขดม้วนตัวอยู่ตรงตำแหน่งถ้ำในที่เดิม ไม่ยอมเคลื่อนย้ายแม้สักครึ่งก้าว แต่หากมีคนเข้าใกล้บริเวณร้อยเมตร มันก็จะยกตัวขึ้น ทำทีโจมตีข่มขู่

        คนงานที่เหลือในบริเวณนั้นต่างขวัญกล้าไม่น้อย เห็นงูยักษ์ไม่ได้โจมตีมนุษย์ ความกล้าหาญก็โลดแล่นขึ้นมา หลายคนยังชี้โน่นนี่ บอกว่างูนี้ใหญ่โตฆ่าแล้วสามารถกินได้นานเพียงใด

        ทว่า ในขณะที่มีคนชี้ไปที่งูยักษ์แล้วเอ่ยคำว่า “งู” ผลคืองูยักษ์ที่ดูเหมือนจะเชื่อง จู่ๆ ก็ราวกับบ้าคลั่งขึ้นมา พุ่งตัวฉกเข้าใส่กลุ่มคน รัดม้วนคนงานเหล่านั้นที่ชี้โน่นนี่กลายเป็นก้อนเนื้อเหลวก้อนหนึ่ง

        เมื่อมีคนตาย เรื่องนี้ก็ยิ่งแย่ลงจนไม่สามารถปกปิดได้แล้ว คนงานได้หลบหนีไปจนหมด หัวหน้างานก็ไม่มีทางเลือก ได้แต่ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลท้องถิ่น

        ไม่นานนัก ทหารกองหนึ่งที่ปักหลักเฝ้าในบริเวณนั้นก็มาถึงที่เกิดเหตุ ได้เห็นงูยักษ์ตัวใหญ่ขนาดนี้ ก็รู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะขับไล่ออกไป คิดจะจับเป็น ส่งไปอยู่ในสวนสัตว์ก็ยิ่งมีโอกาสน้อย นอกจากนี้งูยักษ์ตัวนี้ดูค่อนข้างแตกต่างไปจากงูเหลือมที่เห็นข้างนอก ไม่คาดคิดว่าหัวของมันมีโหนกเนื้อสองก้อนงอกสูงขึ้นมาเหมือนเขา ดูไปแล้วเหมือนมังกรในเทพนิยาย เหมือนปีศาจงูที่ปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาทางจิตในภูเขา

        วิธีการจัดการของทหารก็มีไม่กี่วิธี เนื่องจากความเป็นไปได้ที่จะขับไล่หรือจับเป็นมีไม่มาก ถ้าเช่นนั้นก็เหลือเพียงหนึ่งวิธีที่จะจัดการ พวกเขาเตรียมจะระเบิดงูยักษ์ตัวนี้ สถานที่ก่อสร้างอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่ หากงูยักษ์นี้บุกรุกเข้าไปในหมู่บ้าน นั่นก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว

        แต่ในขณะที่กองทหารกำลังเตรียมตัว ศาสตราจารย์ฉีก็ปรากฏตัวขึ้น ขณะที่ศาสตราจารย์ฉีเดินทางเร่ร่อนไปเกาะไหหลำ เขาได้พบกับพ่อมดท้องถิ่น ศาสตราจารย์ฉีเป็นคนประเภทที่เมื่อได้พบคนซึ่งมีวิชาแปลกๆ ก็คิดจะคบเป็นเพื่อน ไม่กี่วันก็ขลุกอยู่กับพ่อมดจนคุ้นเคยกัน วันหนึ่งพ่อมดบอกเขาว่า เทพเจ้าแห่งภูเขาในท้องถิ่นได้พบความรำคาญจึงจะไปจัดการเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ฉีก็ตามเขาไป ผลสุดท้ายไม่ได้เห็นเทพเจ้าแห่งภูเขา กลับได้เห็นงูยักษ์ตัวหนึ่ง

        ได้เห็นงูยักษ์ตัวนี้ ศาสตราจารย์ฉีเกือบกระโดดขึ้นและตะโกนว่างูยักษ์ ผลที่ได้คือถูกพ่อมดที่ด้านข้างซัดเข้าเท้าหนึ่งที่ใบหน้า ฝืนบังคับให้เก็บคำพูดนี้กลับเข้าไปในท้อง พ่อมดคนนี้มีชื่อเสียงในท้องถิ่นมากพอควรบวกกับเป็นชนกลุ่มน้อย เมื่อได้พูดคุยกับทหารสักพัก ในที่สุดก็สามารถโน้มน้าวให้ทหารยอมตกลงให้พ่อมดลองดูสักครั้ง ปลดปล่อยให้งูยักษ์จากไปเอง กลับเข้าสู่ภูเขาลึก ถ้าไม่สำเร็จจึงให้ทหารมาจัดการเรื่องนี้อีกครั้ง

        ดังนั้นศาสตราจารย์ฉีจึงได้เห็นพิธีกรรมสำเร็จมรรคผลเป็นครั้งแรกในชีวิต เหตุผลที่ศาสตราจารย์ฉีจำได้ชัดเจนมากเช่นนี้ เป็นเพราะการสำเร็จมรรคผลในครั้งนั้นล้มเหลว

        ชื่อของพ่อมดคือหลีถัว เป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งในแผ่นดิน และมีเพียงเขาคนเดียวที่สามารถสื่อสารกับท้องนภา พื้นพสุธา ภูเขา และแม่น้ำ หลีถัวสัมผัสได้ถึงงูยักษ์ที่กำลังประสบเคราะห์ร้าย หลังจากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับกองกำลังทหารแล้ว เขาก็รีบเตรียมประกอบพิธีกรรมสำเร็จมรรคผลแก่งูยักษ์ทันที เดิมงูยักษ์ที่ได้เจริญปฏิบัติภาวนาในถ้ำบนภูเขาไม่รู้ว่านานกี่ปีแล้ว แต่สามารถเห็นได้จากเขาที่งอกคู่นั้น การเจริญปฏิบัติภาวนาของงูยักษ์น่าจะได้มาถึงจุดที่สำคัญแล้ว หากไม่มีใครรบกวน ฤดูวสันต์ในปีหน้าก็น่าจะสามารถผ่านพ้นเภทภัยกลายร่างเป็นมังกรอมตะได้ แต่หากจัดการไม่ดี มันก็จะสูญเสียโอกาสที่จะกลายเป็นมังกรไปตลอดกาล

        งูยักษ์จะกลายเป็นมังกรหรือไม่ หลีถัวกลับไม่ใส่ใจมากนัก ในความรางเลือนทุกสิ่งนี้สวรรค์ก็ได้กำหนดไว้แล้ว หากงูยักษ์ไม่ได้ฝึกตัวเองเจริญภาวนามากพอก็ไม่อาจโทษใครได้ แต่งูยักษ์ถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ขัดจังหวะในการปฏิบัติเจริญภาวนาด้านจิตวิญญาณ การผ่านพ้นเภทภัยกลายร่างเป็นอมตะต้องล้มเหลว ความคับข้องใจของมันต้องพุ่งเป้าเข้าเล่นงานเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นแน่ ปีศาจงูตัวหนึ่งบุกรุกเข้าสถานที่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั่นต้องจ่ายค่าชดใช้มากเท่าไรจึงจะสามารถสยบเรื่องนี้ได้?

        หลีถัวจุดธูปหอม แล้วให้คนส่งแกะสีดำตัวหนึ่งและแกะสีขาวตัวหนึ่ง ฆ่าแล้วพรมเลือดไปรอบๆ งูยักษ์ ค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ ต่องูยักษ์

        กล่าวไปก็แปลก งูยักษ์ดูเหมือนจะรู้อย่างชัดเจนในทุกสิ่งที่หลีถัวได้ทำ อนุญาตให้หลีถัวประกอบพิธี หลังจากที่หลีถัวคุกเข่าลงแล้ว ท้ายที่สุดมันยังคงชูหัวสูงขึ้นจากพื้นดิน ใช้ลิ้นยาวเลียหน้าหลีถัวทันที

        ตอนนั้นศาสตราจารย์ฉีที่กำลังอยู่ไม่ไกล ได้เห็นอย่างชัดเจนฉากนี้ทำให้เขาตกใจอย่างมาก

        หลีถัวได้เริ่มประกอบพิธีกรรมสำเร็จมรรคผลให้งูยักษ์อย่างรวดเร็ว ปากเริ่มท่องร่ายมนตร์ เริ่มด้วยเสียงต่ำ ผู้คนที่ด้านข้างไม่มีใครสามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูดอย่างชัดเจน แต่ภายหลัง เสียงยิ่งพูดยิ่งดัง ศาสตราจารย์ฉีก็ได้ยินวาจาที่หลีถัวกำลังอวยชัยให้สำเร็จมรรคผล จู่ๆ ท้องฟ้าในบริเวณรอบด้านก็มืดลงมา เมฆดำเหนือศีรษะลดต่ำ ฟ้าร้องฟ้าผ่า ในไม่ช้าฝนก็ตกหนักพัดระห่ำอย่างรวดเร็ว

        “สถาปนาแรกถอดร่างจากครรภ์ธรรมดาชำระถ่ายกระดูกออก สถาปนาสองแก่นวิญญาณสู่สวรรค์ชั้นเก้า…สถาปนาแปดนับแต่นี้ท่องมรรคสวรรค์ สถาปนาเก้าเกล็ดทองกลายเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้…”

        ศาสตราจารย์ฉีได้ยินเสียงของหลีถัว อวยชัยสำเร็จมรรคผลต่องูยักษ์อย่างไม่ตกหล่นสักตัวอักษร บรรพบุรุษของเขามีการศึกษาเรียนรู้มาก ตนเองก็ได้เดินทางบุกไปทั้งทางเหนือใต้เป็นเวลาหลายปี จึงได้เข้าใจคำอวยชัยของหลีถัวรอบนี้เป็นธรรมดา แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย สีหน้าของศาสตราจารย์ฉีก็เปลี่ยนไปทันที

        การอวยชัยสถาปนาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ผู้อวยชัยสถาปนาต้องได้รับอิทธิพลจากผู้รับคำอวยชัยทุกคำ ถ้าผู้รับมิอาจทนรับคำอวยชัยสถาปนาเหล่านี้ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องก่อให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงออกมา

        งูยักษ์นี้ดูเหมือนปฏิบัติเจริญภาวนามามาก หากในวันนั้นอาจจะสามารถลอกคราบหนังงูไป กลายเป็นเจียวหลงมังกรที่มีเกล็ดรอบกาย แต่หลีถัวกลับอวยชัยสถาปนางูยักษ์ตัวนี้โดยตรงว่า “เกล็ดทองกลายเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้” ถ้าเช่นนั้นงูยักษ์ตัวนี้ก็มีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญกับการที่จะกลายเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ ต้องถูกฟ้าผ่าโจมตีครืนๆ

        ด้วยสายตาของศาสตราจารย์ฉี เขารู้อย่างชัดเจนดีว่างูยักษ์ไม่อาจทนรับฟ้าผ่าโจมตีไม่ยั้งเช่นนี้ได้แน่

        จริงอย่างที่คาดคิด หลังจากหลีถัวอวยชัยสถาปนางูยักษ์แล้ว งูยักษ์ก็ได้เลื้อยอ้อมผ่านหลีถัวไปรอบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทั้งตัวพันไปบนต้นสนสูงตระหง่านต้นหนึ่ง เชิดร่างสูงขึ้น รับการจู่โจมจากฟ้าผ่า

        “โครมครืน” เสียงดังคราหนึ่ง ฟ้าผ่าขนาดใหญ่กระแสหนึ่งได้ฟาดลงบนตัวงูโดยพลัน งูยักษ์ส่งเสียง “กรี๊ดๆ” ที่น่ากลัวออกมา แล้วก็ตกลงมาด้านล่าง แม้แต่ต้นสนที่มันพันปีนขึ้นไปก็ถูกฟ้าผ่าออกเป็นสองส่วนด้วย

        หลีถัวกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ถึงเวลานี้แล้วจึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในการอวยพรสถาปนาของตนเอง แต่คิดจะช่วยกู้สถานการณ์เวลานี้ก็สายเกินไปแล้ว สายฟ้าที่สองฟาดลงมาทันที ใส่งูยักษ์ร่างจนแหลกกระจุยเป็นชิ้นๆ หลีถัวได้รับผลร้ายเช่นกัน เลือดพุ่งออกจากทวารทุกช่องทาง ล้มไปข้างหลังสิ้นลมทันที

        ศาสตราจารย์ฉีประทับใจในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ หลังจากดื่มหนักแล้ว มักจะเอ่ยเล่าเหตุการณ์นี้ให้หลี่โหยวฟังทุกครั้ง นอกจากนี้ยังได้ตักเตือนหลี่โหยวว่า ภายหลังหากเจอเรื่องแบบนี้ อย่าได้ทำผิดพลาดเยี่ยงหลีถัวเด็ดขาด


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)