0 Views

        ดีร้ายอย่างไรหลี่โหยวก็มีพื้นหลังเป็นบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ปกติเห็นแบบพิมพ์เขียวมาไม่น้อย เขาจึงจดจำแบบพิมพ์เขียวซึ่งประกอบขึ้นมาจากซากศพไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว

        “ใช่…เป็นปลาหยินหยาง?” หลี่โหยวแอบแปลกใจทันที ซากศพเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวจะหลบหนีและต่อสู้ก่อนที่พวกเขาจะตาย ดังนั้นภาพพิมพ์เขียวจึงไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก ถึงกับอาจกล่าวได้ว่าเป็นเชิงนามธรรมมากกว่า แต่หลังจากที่ได้ผ่านการรวบรวมคืนรูปในสมองของหลี่โหยวแล้ว ภาพปลาหยินหยางเป็นภาพเดียวที่ปรากฏขึ้นในสมองของเขา

        “เรื่องนี้มีความหมายอะไรกันแน่?” หลี่โหยวแอบคิด “หรือว่าเป็นการกระทำของลัทธิมารที่น่ากลัว?” พวกกเฬวรากที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในอดีต ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในหมู่บ้านชนบท ทั้งยังมีนักต้มตุ๋นมากมายและนักปลอมตัวที่ออกมาหลอกเงินไปทั่ว ดีไม่ดี โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในหม่าเจียถุนก็เป็นการกระทำของลัทธิมารส่วนหนึ่ง มิฉะนั้นคนตายก็ไม่น่าจะถูกจัดวางเป็นภาพเช่นนี้

        หลี่โหยวมองไปที่ตำแหน่งของหลิงหลงคราหนึ่ง หว่างคิ้วหลิงหลงกลับยังสงบอยู่ได้ เพียงแต่แววตาดิ่งลึกไม่แย้มพรายความคิดและอารมณ์ ทำให้ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

        เดิมหลี่โหยวคิดจะบอกหลิงหลงถึงสิ่งที่ตัวเองค้นพบ แต่คิดแล้วคิดอีก ในที่สุดยังคงอดกลั้นไว้ไม่พูด เขาถึงกับสงสัยว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในหม่าเจียถุนนี้ ไม่สามารถแยกความเกี่ยวข้องออกจากกลุ่มหลิงหลง หรือว่าเป็นการกระทำของคนในกลุ่มหลิงหลงที่เอาชีวิตศัตรูพวกเขา

        แต่ว่าที่แท้เป็นเหตุผลอะไร ที่ทำให้ฆาตกรต้องฆ่าคนในหม่าเจียถุนมากมายเช่นนี้?

        ศพร่างหนึ่งล้มหงายลงกับพื้น ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง ความเจ็บปวดและความกลัวทั่วใบหน้า บาดแผลหนึ่งที่ลำคอ แทบจะตัดลำคอสองในสามขาด เลือดหลั่งรินออกทั่วพื้น หลี่โหยวสูดลมหายใจหนาวเหน็บคราหนึ่ง ในใจไม่อาจทนได้อยู่บ้าง ก้มร่างลงเตรียมช่วยปิดเปลือกตาให้ซากศพ

        ทว่า ในขณะที่มือของเขาวางอยู่บนดวงตาของซากศพ ทั่วร่างพลันแข็งทื่อขึ้นทันที อย่างไม่คาดคิด ซากศพนั้นสั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกคราหนึ่ง ระบายลมหายใจออกมา บาดแผลบนลำคอมีเลือดเป็นฟองพ่นออกมา

        หลี่โหยวที่ตกใจ ได้สติกลับมาทันที ร้องเสียงดังขึ้นมา “ยังเป็นอยู่! ที่นี่ยังมีคนเป็นหนึ่งคน!”

        ระหว่างตะโกนเรียก หลี่โหยวรีบยกมือข้างหนึ่งกดปิดบาดแผลบนลำคอของผู้บาดเจ็บไว้ ม่านตาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บค่อยๆ รวมตัวกันขึ้นมา ขณะจ้องมองใบหน้าของหลี่โหยว ประกายตากลับปรากฏความหวังกระแสหนึ่งขึ้นมา ดูเหมือนจะยังสับสน ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย เปิดคราปิดครา ไม่รู้กำลังพูดอะไร

        หลี่โหยวรีบแนบหูเข้าไปใกล้ ตั้งใจฟังวาจาของคนผู้นี้ เขารู้ดีว่าได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว แม้โอกาสช่วยชีวิตเขาได้มีไม่มาก แต่เวลานี้ยังมีโอกาสที่จะได้ยินคำพูดสั่งเสียสุดท้ายของเขา ดูว่าจะสามารถหาข่าวฆาตกรที่ทำร้ายคนในหมู่บ้านได้ไหม

        “มี…ทั้งหมด…หลอก…ลวง..ทำร้าย…เครื่องราง…บนร่าง…” หลี่โหยวฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่อาการบาดเจ็บของคนผู้นั้นรุนแรงเกินไป หลี่โหยวได้ยินเพียงไม่กี่คำจากปากเขา ส่วนที่เหลือของเนื้อหาล้วนไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน

        “เอ็งกำลังทำอะไร!” อาอู่ได้ยินเสียงเรียกของหลี่โหยว ก็ก้าวเข้าไปทันที มือข้างหนึ่งดึงหลี่โหยวออกห่างจากผู้บาดเจ็บที่กำลังจะตายนั้น และดึงขวดสเปรย์ขวดหนึ่งออกมา พ่นยาที่มีลักษณะเป็นโฟมกองหนึ่งไปบนลำคอของผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็ตะคอกใส่หลี่โหยวว่า “ยังไม่รีบเอาผ้าพันแผลมาอีก! อะดรีนาลินด้วย! เร็วๆ เข้า”

        ถูกอาอู่ดึงและตะคอกโดยแรงแบบนี้ หลี่โหยวก็ไม่ได้ใส่ใจฟังคำพูดของผู้บาดเจ็บนั้นอีก รีบเอาผ้าพันแผลจากกระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลนเตรียมพันแผลให้ผู้บาดเจ็บ บนตัวเขาไม่มีอะดรีนาลิน แต่ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กองกำลังหลายคนได้เข้ามาใกล้ พวกเขาได้เอาเข็มฉีดยาจากตัวออกมาปักเข้าไปในร่างของผู้บาดเจ็บแล้ว การเคลื่อนไหวจัดการต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว

        มองดูการรักษาของทุกคน ในใจหลี่โหยวรู้สึกโล่งอกไปครา ไม่แน่ว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนี้อาจได้รับการช่วยให้รอด ทว่าแม้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการทำแผลอย่างรวดเร็ว และยังได้รับการฉีดอะดรีนาลินเข้าไปแล้ว แต่สถานการณ์ของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้น ตาดำขยายอีกครั้ง แต่แววตากลับจ้องมาที่หลี่โหยวอย่างแน่วแน่ ปากอ้ากว้าง ส่งเสียง “ครอกๆ” ออกจากในลำคอ เสียงออกมายิ่งทุ้มต่ำ

        เสียงของอาอู่กลายเป็นหงุดหงิดเมื่อเขาเห็นผู้บาดเจ็บแย่ลง “รีบหากรุ๊ปเลือดของเขา ใช้พลาสมาในกล่องเก็บของ! เสียเลือดมากเกินไปแล้ว!” เห็นได้ชัดว่าอาอู่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับบาดแผลภายนอก เขารู้อย่างชัดเจนถึงสาเหตุร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ของผู้บาดเจ็บ

        ยังไม่ทันที่ลูกทีมจะไปเอาพลาสมามา ศีรษะของผู้บาดเจ็บก็หงายหลังไปอีกครั้ง ตกลงมาอย่างแรง แล้วไม่มีสัญญาณการมีชีวิตใดๆ อีก

        “บ้าจริง!” ได้เห็นฉากนี้ หมัดของอาอู่ก็ซัดลงบนตำแหน่งหัวใจของซากศพ พยายามที่จะกู้ชีวิตผู้ตายด้วยการนวดหัวใจ แต่หลังจากที่ได้พยายามไปสักพัก ก็ไร้ผล

        “คราวนี้ตายแน่แล้ว…” สักพักอาอู่จึงยอมละทิ้งการรักษา พูดด้วยเสียงต่ำ

        “…” หลี่โหยวไม่พูดจา มองดูตาที่ไร้แววของคนตาย เขารู้สึกค่อนข้างสับสน

        “เมื่อครู่เขาพูดอะไร?” หลิงหลงยืนอยู่ข้างๆ หลี่โหยวถามเสียงเบาๆ

        ร่างของหลี่โหยวสั่นเทิ้มขึ้นทันที ในใจคิดถึงอะไรบางอย่างได้รางเลือน แต่เขาปฏิเสธความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว หายใจเข้าลึกๆ ไปคราหนึ่งแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่เขามีโอกาสรอดชีวิตไม่มากแล้ว วาจาที่พูดออกมาล้วนเป็นคำๆ มากกว่า” คิดแล้วคิดอีก หลี่โหยวจึงได้เอ่ยคำพูดของคนตายออกมา

        “ไม่มีแล้วเหรอ?” คิ้วของหลิงหลงขมวดขึ้นทันที จ้องตาของหลี่โหยวพลางกล่าว

          “ไม่มีแล้ว” หลี่โหยวกล่าวพลางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หากอาอู่ไม่ผลักเขาออกไป ไม่แน่ว่าก่อนผู้ตายจะหมดลมหายใจยังสามารถพูดอีกหลายคำ แต่หลี่โหยวก็รู้ดีว่าคำที่ไม่สมบูรณ์เหล่านี้ คงใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก

        “ฝีมือฆาตกรร้ายกาจมาก” อาอู่ลุกขึ้นยืนสีหน้าเขียวคล้ำ กล่าวว่า “ผู้อาศัยในหม่าเจียถุนทุกคนล้วนฝึกวิทยายุทธ์ แต่กลับถูกมัดไว้เหมือนหมูก่อนถูกฆ่าตาย กระทั่งแรงต่อต้านก็ล้วนมิอาจใช้ออกมาได้”

        ได้ยินเช่นนั้น หลี่โหยวกลับแปลกใจ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับหม่าเจียถุนเลย

        “ตอนนี้ไม่ได้เป็นยุคสมัยที่เพียงมีกำปั้นใหญ่ ก็เดินขวางอหังการไร้ข้อห้ามได้แล้ว” หลิงหลงสั่นศีรษะเล็กน้อย กล่าวว่า “หากถูกปืนหลายสิบกระบอกจี้ใส่ แม้มีวิทยายุทธ์เก่งกล้าเพียงใดก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้หรอก”

        อาอู่ขยับริมฝีปากคราหนึ่ง ราวกับคิดจะโต้แย้งคำพูดของหลิงหลง แต่ในที่สุดกลับสั่นศีรษะถอนหายใจ คำพูดของหลิงหลงไม่ผิด ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว

        “พื้นฐานการต่อสู้ของคนคนนี้ดีมาก หากต่อสู้ประชิดตัว ชายหนุ่มเจ็ดหรือแปดคนเข้าใกล้เขาไม่ได้” อาอู่ชี้ไปที่ซากร่างที่เพิ่งเสียชีวิต กล่าวกับหลิงหลงว่า “ถ้าไม่มีพื้นฐานดังกล่าว แน่นอนคงไม่สามารถยืนหยัดรอดชีวิตจนถึงตอนนี้”

        “นี่ดูเหมือนจะเป็นการฆ่าปิดปาก” หลี่โหยวที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในหัวข้อ จู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น กล่าวว่า “คนที่หม่าเจียถุนต้องรู้อะไรบางอย่างมาแน่ๆ และคนที่ฆ่าพวกเขาต้องมีความสัมพันธ์กับพวกเจ้าแน่นอน” น้ำเสียงของหลี่โหยวมีการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเล็กน้อย

        “เฮ้ย ไอ้เจ้าหนุ่มสมองกลับ” อาอู่เผยฟันหน้าซี่ใหญ่ ตบไหล่ของหลี่โหยว กล่าวว่า “เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถบอกเอ็งได้ หากเอ็งรู้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เชื่อข้า อย่าอยากรู้มากไป” น้ำเสียงอาอู่ลากยาวลึก

        “อาอู่ ที่นี่มีคนเป็น!” เสียงของเจ้าหน้าที่กองกำลังที่เข้าไปค้นตามบ้านดังมาจากอินเตอร์คอม


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)