0 Views

        เสียงนี้ทำให้หลี่โหยวไม่เพียงแต่ขนพองสยองเกล้า ยิ่งกว่านั้นยังเศร้าและสิ้นหวังโดยไม่รู้ว่ามาจากที่ใด ท่ามกลางความคลุมเครือ ในห้วงสมองหลี่โหยวยังปรากฏเป็นภาพลวงตาที่คลุมเครือภาพหนึ่ง เขากำลังอยู่ในโลงศพสีเทาดำใบตรงหน้านั้น ทั้งมืด ชั่วร้าย ชื้นแฉะ และหมดหวัง…

        “อ๊าก…” หลี่โหยวสั่นในทันที คนทั้งคนหนีหลุดออกมาจากภาพลวงตา แต่ก็ขนลุกสะพรึงกลัวเมื่อได้เห็น หลายคนข้างกายล้วนแตกต่างไปจากแต่ก่อนมาก

        คนหนึ่งที่อยู่ใกล้เขาที่สุดคือสือกว่างเซิง ตอนนี้มือของเขากลับไขว่คว้าบนอิฐหินในทางเดินสุสานมั่วไปหมด ในปากร้องโหยหวนจนอ่อนแรง “ช่วยผมออกไป! ช่วยผมออกไปเถิด! ผมอยู่ที่นี่ ช่วยชีวิตด้วย…”

        “อย่าฆ่าข้า พี่หวัง อย่าฆ่าข้า…” ม่อเหลียนเฉิงหมอบอยู่ในมุมกำแพง ตัวสั่นเทิ้ม ร้องไห้เสียงดังโฮ “คนที่ทำร้ายพี่ไม่ใช่ข้านะ…”

        หลี่โหยวได้เห็นอีก ขณะนี้โจรปล้นสุสานหลายคนกำลังต่อสู้ด้วยกัน การแสดงออกบนใบหน้าเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงและดุร้าย ราวกับว่าพวกเขาอยู่ท่ามกลางความตกใจกลัวอย่างใหญ่หลวง ในเวลาเดียวกันก็พยายามคิดจะฆ่าฝ่ายตรงข้ามให้ตายอย่างสุดความสามารถ

        แต่หลี่โหยวพบว่าท่ามกลางฝูงชน หลิงหลงกลับสงบมองดูปฏิกิริยาของฝูงชน ครั้นเห็นหลี่โหยวตื่นขึ้นมาจากภวังค์ สีหน้าเธอดูแปลกใจแต่ก็คืนสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว เพียงพยักหน้าให้หลี่โหยวเล็กน้อย ปากถามเสียงหนึ่งว่า “วันนี้เป็นวันเวลาใด?”

        หลี่โหยวตะลึงอึ้งไปเล็กน้อย รายงานวันที่ออกมาแล้ว หลิงหลงก็พยักหน้าและดูการต่อสู้ของลูกมือหลายๆ คนที่ได้ยกระดับขึ้น การต่อสู้มือเปล่าได้กลายเป็นชักดาบแล้ว ในปากเธอจู่ๆ ก็ส่งเสียงนกหวีดแหลมคมเสียงหนึ่งดังออกมา หลี่โหยวรู้สึกว่าแก้วหูปวดพักหนึ่งก่อน แล้วในใจจู่ๆ ก็ใสกระจ่างขึ้น

        หลังจากตามด้วยเสียงกรีดร้องยาวเสียงนี้แล้ว คนอื่นๆ ในห้องฝังศพก็ได้ออกมาจากภวังค์ ก่อนอื่นม่อเหลียนเฉิงหยุดร้องโหยหวนแล้ว ปาดเช็ดน้ำตาคราหนึ่ง เขาได้เห็นมือทั้งสองของสือกว่างเซิงยังไขว่คว้าไปมาบนกำแพงผนังอิฐ แกะมือออกปุ๊บก็ตบสือกว่างเซิงไป ตวาดว่า “ไอ้เจ้าหนุ่มมีปัญหา ร้องหาตูดเรอะ!”

        หลี่โหยวขมวดคิ้วโดยตรง เมื่อครู่ในช่วงเวลานั้น ในหมู่คนทั้งหมดที่เกิดภาพลวงตา แล้วแสดงออกถึงอาการขวัญหนีดีฝ่อที่สุดก็คือม่อเหลียนเฉิง เขาหมอบอยู่ที่มุมผนังกำแพงทั้งน้ำมูกน้ำตา ไม่รู้ตัวว่าน่าอายมาก บางทีเขาอาจจะตระหนักถึงจุดนี้แล้ว จึงได้รู้สึกผิดหาสือกว่างเซิงมาเป็นเวทีลง

        เมื่อถูกม่อเหลียนเฉิงตบไปครั้งหนึ่งแบบนี้ สือกว่างเซิงก็ได้ฟื้นคืนจากสภาพสับสนวุ่นวาย เขาเห็นม่อเหลียนเฉิงคราเดียว ก็เข้าไปอุ้มม่อเหลียนเฉิงที่รูปร่างผอมเล็กไว้ แล้วก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมา “พี่ม่อ! ได้เจอพี่แล้วดีมาก เมื่อกี้แม่งน่ากลัวมากเลยละ…”

        ม่อเหลียนเฉิงดิ้นไปพักหนึ่ง แต่กลับดิ้นไม่หลุด

        หลี่โหยวขมวดคิ้วเล็กน้อย มาถึงเวลานี้ เขาก็มั่นใจได้ว่าภาพลวงตาของทุกคนต่างไม่เหมือนกัน และควรเป็นส่วนหนึ่งที่ประหวั่นพรั่นพรึงที่สุดหรืออ่อนแอที่สุด ซึ่งอยู่ในส่วนลึกในใจของแต่ละคน

        แต่สิ่งที่หลี่โหยวสงสัยคือ ทำไมภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นจึงเป็นการนอนอยู่ในโลงศพ? คิดถึงภาพลวงตาที่อัปมงคลนี้ ในใจส่วนลึกของเขาก็ประหวั่นพรั่นพรึงพักหนึ่ง แต่หลี่โหยวหวนคิดเกี่ยวกับอดีตของตนเองแล้วคราหนึ่ง ก็พบว่าชีวิตในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ในใจเขายังไม่ประหวั่นพรั่นพรึงต่อสิ่งใดหรือด้านมืดที่ชั่วร้าย จนหลังจากที่เขาได้เข้าไปในทางเดินสุสานนี้ เขาจึงได้ประสบกับสิ่งที่เรียกได้ว่าน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่งในชีวิตจริงๆ

        ดังนั้น ภาพลวงตาของตนเองจึงได้เป็นเช่นนี้ หลี่โหยวอธิบายเออออเอง แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่ต้นจนจบหลิงหลงไม่ได้เข้าสู่ภาพลวงตา ในใจหลี่โหยวจู่ๆ ก็ตกใจขนพองสยองเกล้าทันที

        นั่นเป็นเพราะอะไร หลิงหลงจึงไม่ได้เข้าสู่ภาพลวงตา เป็นเพราะไม่มีสิ่งใดที่ประหวั่นพรั่นพรึงในจิตใจเธอหรือ?

        “งัดมันออก!” มองดูฝูงชนรอบๆ ปราดเดียว หลิงหลงก็ชี้ไปที่โลงศพตรงหน้าพร้อมกล่าวทันที

        ในใจหลี่โหยวสะดุ้งทีหนึ่ง แอบกระซิบว่าผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้วหรือ ฝูงชนเพียงแต่มองโลงศพไม่กี่ครั้งจากระยะไกล ก็เล่นปรากฏเป็นภาพลวงตาแล้ว ถ้าทำไม่ดี ซากอสูรจักรพรรดิที่บันทึกไว้ใน “บัญญัติลับสิบประการ” ก็นอนอยู่ข้างในนั้น!

        “อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!” หลี่โหยวทำใจกล้า กล่าวว่า “โลงศพนี้มีบางอย่างแปลกๆ”

        หลิงหลงกลับยิ้มให้หลี่โหยวน้อยๆ ทันที กล่าวว่า “อันตรายย่อมมี แต่ควรอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ ไม่ต้องเป็นห่วงมากเกินไป” หยุดสักพักเธอก็ได้กล่าวอีกว่า “ตอนนี้โดยพื้นฐานสามารถมั่นใจได้ว่า อันตรายมาจากรูปแบบลวดลายบนโลงศพ…นั่นคือสิ่งที่นายเรียกห้าภูตลายเทาเที่ย มันน่าจะสามารถสร้างภาพลวงตาแก่ผู้คน และกระตุ้นความประหวั่นพรั่นพรึงจากส่วนลึกในใจของคน”

        หลี่โหยวพยักหน้าอย่างกลัวสุดหัวใจ จากจุดนี้ มุมมองสองคนต่างยังนับว่าสอดคล้องกัน

        หลิงหลงกล่าวอีกว่า “ปัญหาอยู่ที่โลงศพใบนี้ ได้ถูกระเบิดขาทิ้งไปข้างหนึ่งแล้ว นับว่าไม่สมบูรณ์ ดังนั้น จึงใช้งานไม่ได้มากแล้ว”

        หลี่โหยวมิอาจปฏิเสธได้ พยักหน้าแล้วส่ายหน้าอีก ห้าภูตลายเทาเที่ยยังทำให้เขาช็อกมาก บวกกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อครู่ เขาไม่แน่ใจว่ามีอันตรายอื่นๆ อีกไหม คิดถึงตรงนี้ ในใจหลี่โหยวยังแอบตกใจสงสัยว่าไอ้คนที่ถูกระเบิดจนร่างเหลือเพียงครึ่งเดียว ที่แท้ได้เห็นอะไรในภาพลวงตา จึงได้ตอบสนองสุดขั้วออกมาเช่นนี้ ทว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว

        ภายใต้คำสั่งของหลิงหลง โจรปล้นสุสานหลายคนต่างได้พากันนำเครื่องมือออกมา เข้าใกล้ด้านข้างโลงศพและเริ่มทำงาน ถึงแม้ว่าหลี่โหยวต้องการที่จะหยุด แต่กลับไม่สามารถเปิดปากได้ เพียงแต่ขยับเท้าไป เตรียมออกห่างจากฝูงชนไกลออกไปอีกหน่อย แต่แววตาของหลิงหลงกลับไม่ได้ห่างไปจากร่างเขาตั้งแต่ต้นจนจบ หนังหน้าของเขายังบอกไม่ได้ว่าหนา ได้แต่ยิ้มอย่างเหยเก ฝืนยืนนิ่งไม่ขยับแล้ว

        สำหรับโจรปล้นสุสานแล้ว การบุกรุกเข้าไปในสุสานเป็นเพียงความสำเร็จครึ่งหนึ่ง เพราะสินค้าที่มีคุณค่ามากที่สุดซึ่งเป็นของฝังร่วม ปกติมักจะอยู่ในโลงศพ  และเจ้าของสุสานที่มีสถานะพิเศษเหล่านั้น มักจะตั้งกลไกไว้ในโลงศพ ขณะที่โจรปล้นสุสานใกล้สำเร็จมากที่สุด จะสุขสุดจนเกิดความทุกข์

        โจรปล้นสุสานเหล่านี้ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเห็นได้ชัด โลงศพได้ถูกระเบิดขาหนึ่งทิ้งไปแล้ว ดังนั้น พวกเขาจึงงัดโลงใหญ่ชั้นนอกสุดออก เผยให้เห็นโลงศพสีดำสนิท ดูไปแล้วโลงศพใหญ่มาก มีขนาดใหญ่กว่าโลงไม้ปกติรอบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าของสุสานขณะยังมีชีวิตอยู่อ้วนผิดปกติหรือไม่

        “มัวตะลึงอยู่ด้านข้างทำอะไร ยังไม่มาช่วยอีก!” โจรปล้นสุสานคนหนึ่งเห็นหลี่โหยวและม่อเหลียนเฉิงไม่กี่คนต่างซ่อนตัวในที่ไกลๆ ก็ตะโกนด่าอย่างดุร้าย

        หลี่โหยวขมขื่นทั่วหน้าเดินเข้ามาใกล้ แต่เขากลับฉลาดที่จะไม่สบตากับรูปแบบลวดลายบนโลงศพ เขาไม่ได้ต้องการที่จะเห็นภาพหลอนที่น่ากลัวนั่นอีกครั้ง ภายใต้การบังคับบัญชาของโจรปล้นสุสาน เขาวางมือข้างหนึ่งบนชะแลงในมุมด้านนอกของท่อนเหล็ก เริ่มออกแรงงัดโลงศพภายนอกสีดำ

        “นี่เป็นโลงศพครอบที่ภายนอกเป็นเหล็กชั้นหนึ่ง…” เมื่อเห็นท่อนเหล็กงัดขยับเสียดสีกับส่วนที่เป็นโลงศพ ได้มีประกายไฟออกมาเล็กน้อย เขาก็ได้ตัดสินใจในใจ โลงศพชั้นนอกเป็นโลงเหล็กที่ได้สร้างขึ้นจากเหล็กพิเศษ “มิน่าทำไมถึงหนักขนาดนี้…” หลี่โหยวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ที่แท้เป็นคนโรคจิตวิปริต จึงได้สร้างโลงศพครอบด้วยเหล็กอย่างดี? โอ้ นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)