0 Views

        มือข้างหนึ่งของหลิงหลงผลักคนที่ยืนออกันอยู่ด้านหน้าออกไป เดินไปข้างหน้า แต่เมื่อเธอได้เห็นสภาพการณ์ตรงหน้า สีหน้าของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปทันที รู้สึกอยากคลื่นไส้ที่ได้เห็นซากร่างซึ่งเหลือเพียงครึ่งหนึ่งนั้น

        หลิงหลงควบคุมอารมณ์ ซ่อนความรู้สึกไม่สบายของตนลงไป โจรปล้นสุสานหลายคนที่ด้านหลังเห็นหลิงหลงเดินไปด้านหน้า ก็รีบล้อมวงเข้ามาปกป้องเธอไว้ท่ามกลางฝูงชน หลังจากผ่านช่วงเวลาเบียดเสียดยัดเยียดดังกล่าว ในที่สุดทั้งสามคนก็ถูกผลักไปอยู่ด้านหลังสุดของขบวน

        หลี่โหยวถอนหายใจด้วยความโล่งอกเฮือกหนึ่ง เขาอยู่ใกล้ๆ กับข้างนอก ต่อให้ข้างในเกิดเรื่องอันตราย ตัวเองยังสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นอีกหน่อย โอกาสที่จะหลบหนีเอาชีวิตรอดก็มีมากขึ้นอีกนิด

        แต่ในไม่ช้า หลี่โหยวก็ได้ยินคำพูดของหลิงหลง “เฮ้ พวกนายทั้งสามมาที่นี่แป๊บสิ”

        พลันเหล่าโจรปล้นสุสานต่างพากันแหวกทางสายหนึ่งออกมาในทันที หลิงหลงเวลานี้นั่งยองๆ บนพื้นดิน ตรวจดูซากร่างครึ่งหนึ่งที่เคราะห์ร้ายถูกระเบิดทิ้ง หันกลับไปมองทั้งสามคน

        หลี่โหยวก็ไม่เกรงใจ ผลักม่อเหลียนเฉิงออกไปทันที ให้ม่อเหลียนเฉิงยืนอยู่ข้างหน้าสุด ตัวเองตามอยู่ข้างหลัง

        หลังจากเข้าไปใกล้แล้ว หลี่โหยวจึงได้พบว่าซากร่างของโจรสุสานอีกสองร่างบนพื้น ได้ถูกเก็บไว้อย่างเรียบร้อยวางไว้ข้างๆ ประกายตาหลี่โหยวกวาดผ่านใบหน้าของพวกเขา พบว่าซากร่างทั้งสองเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ตายตาไม่หลับ เห็นได้ชัดว่าตายจากพลังแรงระเบิด C4 จู่โจมกระแทกใส่

        หลี่โหยวสูดหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง แล้วเกิดความสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมโจรปล้นสุสานเหล่านี้จึงได้บ้าคลั่งเช่นนี้ ยังเอา C4 พกเข้าไปในสุสานโบราณ ยังแทบรอไม่ไหวให้จุดระเบิด ท้ายสุดไม่เพียงแต่ระเบิดตัวเองออกเป็นชิ้นๆ กระทั่งผู้ร่วมงานก็ถูกผลกระทบตายอย่างน่าสังเวช

        นิ้วมือของหลิงหลงชี้ไปที่โลงศพซึ่งถูกระเบิดทิ้งไปมุมหนึ่ง โลงศพเป็นสีเทาเข้ม ดูไปแล้วเหมือนหิน แต่โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกว่าไม่เหมือน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไม้ ถ้าเป็นไม้ภายใต้แรงระเบิด C4 ก็ต้องถูกระเบิดเป็นเศษไม้ไปแล้ว

        “นี่อะไร” หลิงหลงหันไปถามม่อเหลียนเฉิง นิ้วมือหลิงหลงชี้ไปบนโลงศพ ที่ภายนอกมีลวดลายบางอย่าง ลวดลายเหล่านี้มีลักษณะที่แปลกประหลาดบ้าง มีเพียงอยู่ภายใต้แสงที่ส่องสว่าง จึงเปล่งประกายรัศมีแสงสีทองออกมา แต่เมื่อแสงเบี่ยงไปเพียงเล็กน้อย ก็จะหลบซ่อนไปในโลงศพสีเทาจนหมดสิ้น

        หลี่โหยวขมวดคิ้วเล็กน้อย รูปแบบลวดลายเหล่านี้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง แต่เขากลับไม่สามารถบอกชื่อออกมาได้

        ม่อเหลียนเฉิงสีหน้าขมขื่น อือๆ อาๆ ไม่สามารถพูดเหตุผลออกมาได้ ในความเป็นจริง ในข้อมูลที่บรรพบุรุษเขาได้สืบทอดเป็นมรดกมา บันทึกสุสานโบราณแห่งนี้ก็มีเพียงสิ้นสุดถึงทางเดินสุสานเท่านั้น เรื่องการพรรณนาถึงภายนอกโลงศพ ก็มีเพียงอักษรไม่กี่ตัวที่กล่าวไว้ว่า “โลงศพภายนอกมีสีดำ สงสัยสร้างมาจากเหล็กกล้า ข้างในอาจมีเฉียนคุน ยังไม่ได้ศึกษาลึกซึ้ง” ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะถามคำถามอย่างไรก็ไม่รู้จัก เขาไม่กล้าพูดอย่างมั่นใจ เพราะกลัวพูดผิด ผลบั้นปลายมิอาจคาดเดาจินตนาการได้

        แต่ไม่รู้ว่าทำไม หลี่โหยวกลับคุ้นเคยรูปแบบลวดลายของโลงศพนี้ ยิ่งดูยิ่งคุ้นตา ใช่แล้ว ใน “บัญญัติลับสิบประการ” ได้บันทึกไว้ ทันใดนั้น สมองของหลี่โหยวได้สว่างวาบขึ้น ปรากฏคำตอบออกมาแล้ว เดิมรูปภาพในหนังสือก็มีไม่กี่รูป กระนั้นเขาก็ยังประทับใจบ้าง แต่หันกลับไปคิดรายละเอียดของรูปแบบลวดลายนี้ พลันในใจหลี่โหยวก็เย็นวาบไปแล้วครึ่งหนึ่ง!

        นี่เป็นห้าภูตลายเทาเที่ย!

        การปรากฏห้าภูตลายเทาเที่ยมีอายุเก่าแก่มานานมาก ตามตำนานว่าตั้งแต่สมัยโบราณเหยียนหวาง เป็นสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ฉี่โหยว อย่าดูลวดลายห้าภูตเทาเที่ยที่ดูเหมือนง่าย บันทึกในหนังสือเป็นจริงอย่างแกร่งกล้าไร้ที่เทียมทาน ตามตำนานกล่าวว่าหลังจากฉี่โหยวและเหยียนหวางชิงความเป็นใหญ่จนพ่ายแพ้เสียชีวิตแล้ว เศษชิ้นส่วนของร่างกายมีอำนาจวิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้ตกผลึกพลังความชั่วขณะสิ้นอายุขัยอย่างป่าเถื่อนโหดร้าย ประกอบขึ้นเป็นห้าภูตลายเทาเที่ย สลักบนโลงศพของฉี่โหยว

        มีการหล่อเลี้ยงจากห้าภูตเทาเที่ย ขอเพียงผ่านไปไม่กี่ปี ฉี่โหยวก็สามารถฟื้นขึ้นจากความตาย แต่คนที่รู้จักวิถีหยินหยางพลังที่ยิ่งใหญ่มีมากมายจริงๆ ฮวงตี้รู้ทันถึงแผนการชั่วร้ายของเศษชิ้นส่วนฉี่โหยว จึงส่งผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำลายสิ่งนี้ พร้อมทั้งรับวิธีห้าภูตลายเทาเที่ยนี้ ยิ่งกว่านี้ได้ใช้พลังที่ยิ่งใหญ่นี้เปลี่ยนแปลงห้าภูตลายเทาเที่ย ทำให้ห้าภูตลายเทาเที่ยกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการปราบปรามปีศาจชั่วร้าย ว่ากันว่าปีศาจตัวแรกที่ถูกห้าภูตลายเทาเที่ยปราบปราม ก็คือซากอสูรจักรพรรดิที่มักจะปรากฏในนิยายภาพยนตร์หลายเรื่อง

        ภายนอกโลงศพมีรูปแบบลวดลายการปราบปรามภูตผีชั่วร้ายเช่นนี้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ก็ชัดเจนว่าในโลงศพนี้ต้องมีบางอย่างผิดปกติ! ดีไม่ดีซากอสูรจักรพรรดิตามตำนานก็อาจอยู่ในนั้น!

        หลี่โหยวสูดลมหายใจเย็นเฮือกหนึ่ง ถอยอย่างเงียบงันไปไม่กี่ก้าว สังเกตรูปแบบลวดลายบนโลงศพอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลังจากยืนยันไปอีกสามครั้ง ไม่ผิด! เป็นห้าภูตลวดลายเทาเที่ยจริงๆ

        ที่เรียกว่าไร้ห้าภูต ไม่ใช่เทพแห่งโรคระบาดตามที่ชาวบ้านเล่าลือกัน แต่เป็นตำแหน่งฮวงจุ้ยที่เจาะจงเป็นพิเศษ ลวดลายเทาเที่ยก็ได้กำหนดวางอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ เล่าลือกันว่าเทาเที่ยเป็นโอรสองค์ที่ห้าของมังกร ตะกละอย่างหาที่เปรียบมิได้ ห้าภูตเทาเที่ยที่แกะสลักไว้บนโลงศพหินนี้มีนัยความหมายอย่างมาก ซึ่งมิอาจมีมากไปกว่านี้อีกแล้ว นี่เป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่พยายามเข้าใกล้โลงหิน สัมผัสโลงศพอย่างไม่ต้องสงสัย บางทีอาจเป็นเพราะการดำรงอยู่ของห้าภูตลายเทาเที่ย ดังนั้น โจรปล้นสุสานที่ได้เข้ามาในสุสานโบราณแห่งนี้มาก่อนจึงไม่กล้าเสี่ยง

        แต่เมื่อได้คิด หลี่โหยวพบอีกว่าความเป็นไปได้ชนิดนี้ไม่ดำรงอยู่ ห้าภูตลายเทาเที่ยของหายากเช่นนี้ โลกนี้มีคนรู้จักไม่มากนัก นอกจากว่าผู้อาวุโสปล้นสุสานสมัยก่อนในมือต่างมี “บัญญัติลับสิบประการ” คนละเล่มแล้ว ที่เหมือนกันแบบนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

        “นี่ควรจะเป็นห้าภูตลายเทาเที่ย” หลี่โหยวสูดหายใจเข้าลึกๆ กล่าวอย่างไม่มั่นใจ “บัญญัติลับสิบประการ” ส่วนน้อยได้บันทึกไว้ หลี่โหยวได้ผ่านประสบการณ์จริง ยังมีหลักฐานยืนยันด้วย แต่เกี่ยวพันเนื้อหาที่ลึกลับยิ่งกว่านี้ หลี่โหยวก็มิอาจยอมรับอย่างง่ายดายอย่างนั้น

        “โอ้?” ดวงตาของหลิงหลงสว่างวาบริบหรี่กะพริบผ่านไป มองดูหลี่โหยวไปคราหนึ่ง พยักหน้าเล็กน้อย “พูด” คำพูดของหลิงหลงสั้นมาก

        หลี่โหยว “เอ่อ” ออกมาคำหนึ่ง แข็งใจพูดทุกอย่างที่เขารู้ออกมาหมด สุดท้ายยังกล่าวอีกประโยคหนึ่งว่า “นี่เป็นสิ่งที่ฉันได้เห็นในหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง ฉันไม่แน่ใจว่าที่แท้เป็นความจริงไหม พวกเธอลองดูกันเอง”

        หลิงหลงก้มศีรษะครุ่นคิดทันที แล้วพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เธอลุกขึ้นจากพื้นยืนขึ้นมาช้าๆ ถอยไปข้างหลังสองก้าว หลับตาลง บ่นพึมพำว่า “ดูจากตำแหน่งที่ตั้ง โหยวลิ่วได้มาถึงหน้าโลงศพ เขาได้เอื้อมมือไปสัมผัสโลงศพ หลังจากนั้นก็เกิดสภาพการณ์ขึ้น แล้วเขาก็ได้ตอบสนองอย่างรุนแรงที่สุดในเวลาอันสั้น จุดระเบิดในเวลาที่สั้นมาก ถึงกับทำให้สองคนที่เหลือต่างไม่ทันได้ป้องกัน อันที่จริง เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้โหยวลิ่วซึ่งมีนิสัยสุขุมหนักแน่น ได้ตอบสนองปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุดออกมา?…อืม น่าจะความขนพองสยองเกล้า ความขนพองสยองเกล้าที่มาจากก้นบึ้งหัวใจที่ลึกที่สุด…

        ในขณะที่หลิงหลงกำลังวิเคราะห์สภาพการณ์ของสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ หลี่โหยวกลับรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรำไร นอกจากนี้ เขายังสังเกตเห็นว่าหลายคนรอบด้าน รวมทั้งม่อเหลียนเฉิงและสือก่วงเซิง จู่ๆ ต่างสั่นสะท้านขึ้นมาคราหนึ่ง ทันใดนั้น ความมืดก็เข้ามาในดวงตาของหลี่โหยว ความมืดอันไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีรังสีแสงสักนิด นอกจากนี้ เขากลับรู้สึกว่าบริเวณต้นคอเย็นวาบทันที ราวกับว่าถูกคนเป่าลมเย็นใส่ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ ได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่าอเนจอนาถเสียงหนึ่ง ดังมาจากก้นบึ้งหัวใจที่ฉีกร้าวว่า “ปล่อยข้าออกไป!”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยันต์ประกาศิตหยินหยาง” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3142

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)