0 Views

        “ตะ…ต้นไม้ใหญ่…พะ…พูดได้?!” ลวี่เหลียงแหงนมองตัวสั่นเทา ไม่ว่ารู้สึกอย่างไรเสียงก็ดังแว่วมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างหลังนี้

        “เอ๋ ทำไมคราวนี้เป็นมนุษย์ตัวน้อยที่เข้ามาล่ะ? คิคิ น่าสนใจดี!” เห็นเพียงยักษ์ตาเดียวสูงสามจั้งตนหนึ่ง เดินออกจากต้นไม้ใหญ่ ยามนี้กำลังเพ่งพินิจลวี่เหลียงอย่างละเอียดด้วยความประหลาดใจ

        “ปีศาจ? เซียน? ท่าทางน่ากลัวชะมัด!” ลวี่เหลียงมีปฏิกิริยาโต้ตอบทันที เขานึกถึงท่าทางของผู้ใหญ่ในยามพบหน้ากัน รีบประสานมือคารวะกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเซียนเทพ ข้ามีชื่อว่าลวี่เหลียง ไม่ทราบว่ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร ขอท่านเซียนเทพโปรดเมตตาส่งข้ากลับบ้านด้วย”

        “เจ้าหนู เจ้าคิดว่าที่นี่อยากมาก็มา อยากไปก็ไปได้หรือ? เจ้ารู้ไหมว่ามีผู้คนมากมายอยากเข้าก็เข้าไม่ได้! แดนเสมือนเทพทุกสองพันปีจะปรากฏหนึ่งครั้ง ขอเพียงมีคนแรกเข้ามาแดนเทพก็จะปิดลง นอกจากคนที่เข้ามาแล้วคนอื่นก็ไม่มีใครหาเจออีก! ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าจะไม่ต้องการ แต่คนอื่นๆ ก็เข้ามาไม่ได้แล้ว!” น้ำเสียงคนยักษ์แฝงความจนใจ “อีกอย่าง นายท่านได้ถ่ายทอดให้เจ้าแล้ว นอกจากเจ้าตาย มุกเบญจธาตุและ ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ จึงจะหวนกลับมาที่นี่ใหม่อีกครั้ง ขณะเดียวกันแดนเทพก็จะหายไป ผ่านกาลเวลาอีกหลายร้อยปี ไม่แน่อาจปรากฏอยู่ที่อื่น รอคอยผู้มีวาสนาคนต่อไป”

        “แต่ท่านพ่อไม่รู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ ท่านต้องร้อนใจเป็นแน่!” ลวี่เหลียงทั้งกลัวทั้งกังวล ถ้ากลับไปไม่ได้ ที่บ้านคงร้อนใจแย่! แต่ถ้าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าท่านนี้ไม่พอใจ ก็ตีข้าตายได้ในพริบตา!

        “ต้องการออกไปย่อมได้ แต่ด้วยสถานการณ์ของเจ้าตอนนี้ไม่มีทางออกไปได้ อยากออกไปก็ต้องสร้างการเชื่อมต่อจิตวิญญาณกับแดนเสมือนเทพ วิธีการคือเจ้าต้องไปหลอมป้ายศิลาที่ชั้นห้าของหอฝึกฝน แน่นอนว่ารอให้เจ้ามีความสามารถมากพอที่จะไปถึงที่นั่นก่อนแล้วค่อยว่ากัน” คนยักษ์กล่าวต่อไปเอื่อยๆ ว่า “เวลาในแดนเสมือนเทพเท่ากับครึ่งหนึ่งของโลกภายนอก หรือหมายถึงเจ้าอยู่ที่นี่สิบปี โลกภายนอกก็แค่ห้าปีเท่านั้น บวกกับเจ้ามีมุกเบญจธาตุคอยช่วยเหลือ หากฝึกฝนได้เร็วพอ เวลาของโลกภายนอกก็คงผ่านไปไม่นานนัก”

        ท่านพ่อไม่ให้ข้าฝึกเซียน แต่ไม่ฝึกเซียนก็จะไม่ได้พบท่านพ่ออีก…ลวี่เหลียงขบคิดครู่ใหญ่ ตัดสินใจประคองหมัดคารวะกล่าวว่า “ข้าจะฝึก! ท่านเซียนเทพ โปรดชี้แนะด้วย!”

        “อย่าเรียกเซียนเทพเลย ข้าก็แค่จิตแดนเสมือนเทพดวงหนึ่งเท่านั้น เรียกข้าว่าผู้อาวุโสเถิด ในเมื่อเจ้าคิดดีแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะชี้แนะเจ้าสักนิด” เห็นลวี่เหลียงสงบลง คนยักษ์ก็ยินดียิ่ง “ที่นี่เป็นมิติอิสระที่นายท่านสร้างขึ้น เรียกว่าแดนเสมือนเทพ การฝึกเซียนต้องดูดซับปราณดั้งเดิมฟ้าดินเพื่อเอาไว้ใช้สอย ความเข้มข้นของปราณดั้งเดิมจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพปราณดั้งเดิม ซึ่งความเข้มข้นของปราณดั้งเดิมภายในแดนเทพนี้อยู่ในระดับเดียวกับแดนสวรรค์เลยทีเดียว โลกมนุษย์ที่เจ้าอยู่ไม่มีทางเทียบที่นี่ได้เลย”

        “สำหรับมนุษย์แล้วเริ่มจากปุถุชน ผ่านการหลอมปราณ สร้างฐาน ยาทองคำ ผันแปร จนกระทั่งคืนสู่ว่างเปล่า เมื่อคืนสู่ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์จึงจะข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ เมื่อสำเร็จก็จะเป็นเซียนนภา ล้มเหลวก็จะมอดม้วย สิ่งที่เจ้ายังต้องรู้คือ แต่ละขั้นมีสี่ช่วง แบ่งเป็นช่วงต้น ช่วงกลาง ช่วงปลายและช่วงสมบูรณ์ เมื่อแต่ละขั้นถึงช่วงสมบูรณ์ ก็จะมีความหวังเลื่อนสู่ขั้นถัดไป” จิตแดนเสมือนเทพจ้องมองลวี่เหลียง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

        “ไม่ใช่ทุกคนจะฝึกเซียนได้ เงื่อนไขพื้นฐานการฝึกเซียนคือมีพร้อมทั้งรากจิตและกายพิเศษ รากจิตที่พบบ่อยมีห้าชนิด คือทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน นอกจากนี้ยังมีรากจิตพิเศษหรือรากจิตหลายคุณสมบัติอีกด้วย ส่วนผู้มีกายพิเศษนั้นหายากมาก คงต้องเป็นอัจฉริยะเปี่ยมด้วยพรสวรรค์เท่านั้น”

        ใน “‘เคล็ดเซวียนหยวน’ ประกอบด้วย ‘พลังภายในเซวียนหยวน’ ซึ่งนายท่านสร้างขึ้นเอง พลังภายในนี้สามารถบ่มเพาะจิตวิญญาณให้แข็งแกร่ง และปกปิดลมปราณได้ เรียกได้ว่าเป็นวิชาระดับสูงบนโลกเลยทีเดียว!” เมื่อกล่าวถึงนายท่าน น้ำเสียงของจิตแดนเสมือนเทพก็จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        “ผู้อาวุโส นายท่านที่ท่านกล่าวถึงคือใคร? ตอนนี้อยู่ที่ไหน? บรรลุถึงขั้นใดหรือ?” ลวี่เหลียงมีความอยากรู้อยากเห็นต่อบุคคลที่ถูกกล่าวขานถึงท่านนี้

        “นายท่านเป็นผู้สร้างแดนเสมือนเทพแห่งนี้ สำหรับขั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้ในตอนนี้ ที่เจ้าต้องรู้คือขั้นเซียนนภา เมื่ออยู่ต่อหน้านายท่านของข้ายังไม่อาจเทียบเคียงได้ก็พอแล้ว” จิตแดนเสมือนเทพกล่าวอย่างภาคภูมิใจ แต่จู่ๆ แววตาพลันเศร้าหมองลง คล้ายกับกำลังพูดกับตัวเอง “เพียงแต่เมื่อหมื่นปีก่อน หลังจากที่นายท่านไปยังแคว้นหมิงหวงในแดนภูตผี ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าไม่อาจกลับมาในระยะเวลาสั้นๆ จึงทิ้งวิชาของตนไว้ที่นี่ รอผู้มีวาสนามาสืบทอด”

        “พูดถึงการฝึกของเจ้ากันเถอะ ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ คงประทับลงในจิตวิญญาณของเจ้าแล้ว เจ้าเริ่มฝึกฝนตามเนื้อหาเบื้องต้น ไม่เข้าใจตรงไหน ถามข้าได้ ทุกครั้งที่เจ้าถึงช่วงกลางและช่วงสมบูรณ์ของแต่ละขั้น สามารถเลือกของวิเศษที่สอดคล้องกับระดับของเจ้าได้หนึ่งชิ้น” ทันใดนั้นจิตแดนเสมือนเทพสะบัดมือหนึ่งครา กระบี่ยาวเล่มหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าลวี่เหลียง ขณะเดียวกันภายนอกต้นไม้ใหญ่สูงสามจั้งก็ปรากฏบ้านหนึ่งหลัง “กระบี่ขั้นหลอมปราณเล่มนี้ มอบให้เจ้าใช้ในยามฝึกวิชากระบี่ ส่วนบ้านหลังนี้คือที่พักของเจ้านับจากนี้เป็นต้นไป”

        “ข้าขอแนะนำสภาพแวดล้อมที่นี่กับเจ้าก่อน ตำแหน่งของพวกเราตอนนี้คือใจกลางแดนเสมือนเทพ จากที่นี่ไปยังทิศตะวันออกคือหอฝึกฝน หอมีความสูงสิบชั้น ด้านในเป็นหุ่นเชิดที่นายท่านหลอมสร้างขึ้น ระดับชั้นยิ่งสูงความยากก็ยิ่งสูง บนประตูหอฝึกฝนมีถาดกลม เมื่อไปถึงให้ทาบมือลงไป ถาดกลมจะตรวจสอบระดับขั้นของเจ้าเอง เช่นนี้ระดับหุ่นเชิดที่เจ้าต้องเจอในหอ ก็จะเหมาะสมกับขั้นของเจ้าพอดี”

        “ทางทิศตะวันตก เจ้าจะไปถึงวิหารสมบัติพิสดาร ที่นั่นมีสมบัติวิเศษและของประหลาดที่นายท่านเก็บสะสมมาหลายปี ในอนาคตเมื่อเจ้าตะลุยผ่านหอฝึกฝนแล้ว ก็จะได้มาที่นี่เพื่อเลือกรางวัล สำหรับของวิเศษอื่นๆ รอให้เจ้าโชคดีเป็นศิษย์ที่นายท่านถ่ายทอดวิชาด้วยตัวเองก่อน จึงจะเป็นของเจ้าทั้งหมด”

        “ทางทิศเหนือคือห้องยา ประการแรกเจ้าไม่มีสมุนไพรวิเศษ ประการที่สองเจ้าหลอมไม่เป็น ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดที่จะไป เอาล่ะไปดูที่พักของเจ้าเถิด” จิตแดนเสมือนเทพกล่าวจบก็เดินกลับเข้าไปในต้นไม้

        “ผู้อาวุโส แล้วทิศใต้ล่ะไปยังที่ใด?” เด็กชายอายุสิบสองเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น ไม่เว้นแม้แต่ลวี่เหลียง

        ร่างจิตแดนเสมือนเทพที่แต่เดิมใกล้จะหายวับเข้าไปในต้นไม้ จู่ๆ ก็สั่นสะท้าน จับจ้องลวี่เหลียงพลางขานตอบจริงจังว่า “ทิศใต้คือแดนต้องห้ามและเป็นสถานที่แห่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะแน่ใจว่าตัวเองมีวาสนาหรือไม่ เจ้าอย่าได้คิดที่จะไปที่นั่น!”

        “ท่านพ่อหาข้าไม่เจอ ย่อมร้อนใจเป็นแน่! ข้าต้องรีบเรียนให้สำเร็จแล้วกลับบ้าน!” ยามนี้จิตใจลวี่เหลียงเด็ดเดี่ยวแน่วแน่อย่างยิ่ง ราชาเด็กที่เอาแต่ก่อเรื่องเล่นสนุกคนนั้นคล้ายกับหายไปแล้ว เหลือเพียงผู้ฝึกฝนในแดนเสมือนเทพที่คิดถึงบ้านคิดถึงครอบครัวผู้นี้

        ตั้งแต่นั้นมาชีวิตการฝึกฝนของลวี่เหลียงก็เริ่มต้นขึ้น สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคืออ่าน ‘เคล็ดเซวียนหยวน’

        ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ ประกอบด้วยสองส่วน ครึ่งแรกเป็นพลังภายในเซวียนหยวน ครึ่งหลังเป็นวิชากระบี่เซวียนหยวน เท่าที่รู้มาจากจิตแดนเทพ คุณภาพปราณดั้งเดิมในแดนเทพนั้นสูงมาก อาศัยการท่องเคล็ดพลังภายในเพื่อดูดซับและหลอมปราณดั้งเดิมฟ้าดินสำหรับไว้ใช้สอย ไม่จำเป็นต้องกินอาหารใดๆ ลวี่เหลียงจึงใช้เวลาทั้งหมดกับการฝึกฝน ไม่เข้าใจก็ไปสอบถามจิตแดนเทพ บางทีอาจเป็นเพราะจิตใจที่มั่นคงบวกกับกายเบญจธาตุที่ได้เปรียบมาแต่กำเนิด เพียงสามวันลวี่เหลียงก็ก้าวสู่การหลอมปราณเบื้องต้นแล้ว

        ความรู้สึกเริ่มแรกน่าประหลาดมาก เมื่อพลังภายในเซวียนหยวนปรากฏขึ้นในสมอง จู่ๆ ลวี่เหลียงก็รู้สึกว่ามีลมปราณที่ใกล้เคียงกันสายหนึ่งไหลทะลักเข้าร่างกาย จากนั้นสามวันท้องน้อยของตนก็กลายเป็นทะเลแห่งปราณ การตระหนักรู้ดูเหมือนจะค่อยๆ ขยายกว้างขวางขึ้น

        ขณะเดียวกันสมองก็ปลอดโปร่งชัดเจน จิตวิญญาณดูเหมือนค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง! สิ่งที่ทำให้ลวี่เหลียงตกใจที่สุดคือการมองเห็นของตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆ หรือเรียกได้ว่าน่าประหลาด เพราะไม่เพียงแต่มองเห็นได้ไกลโข แม้แต่ตอนที่ไม่ได้หันศีรษะก็ยังมองเห็นเหตุการณ์ด้านหลังของตนได้! ตามที่จิตแดนเสมือนเทพได้ว่าไว้ นี่เป็นการเติบโตก้าวแรกของจิตวิญญาณที่บังเกิดการตระหนักรู้แล้ว

        วันคืนที่อยู่ในแดนเสมือนเทพ ลวี่เหลียงค่อยๆ คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศของที่นี่ ในแดนเสมือนเทพมีทั้งกลางวันและกลางคืน สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันคือร้อนหนาวแตกต่างกันสุดขั้ว กลางวันอบอุ่นกลางคืนหนาวเหน็บ

        นอกจากจิตแดนเสมือนเทพแล้วที่นี่ยังมีจิตของวิเศษอยู่ไม่น้อย ปราชญ์ฟ้าอู๋เมิ่งเป็นที่นับหน้าถือตาน่าเคารพยกย่อง ของวิเศษของเขามีคุณภาพสูงล้ำ บวกกับปราณดั้งเดิมฟ้าดินของที่นี่ จึงมีของวิเศษไม่น้อยที่บังเกิดสติปัญญา แน่นอนว่าของวิเศษระดับต่ำไม่มีทางบังเกิดสติปัญญาได้ จิตของวิเศษที่นี่โดยพื้นฐานล้วนเป็นของวิเศษในขั้นผันแปร บางคนมีนิสัยดีซึ่งลวี่เหลียงคุ้นเคยกับพวกเขาแล้ว

        ลวี่เหลียงแม้อายุแค่สิบสองปีแต่ก็ผ่านการฝึกมาสองเดือน ด้วยความคิดถึงที่มีต่อบิดาทำให้จิตใจของเขาเหนือกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน วันเวลาที่อยู่ในแดนเทพได้รับคำชี้แนะจากจิตของวิเศษ เขาค่อยๆ เข้าใจโลกฝึกเซียนที่ไม่เคยรู้มาก่อน

        อายุขัยของผู้ฝึกเซียนยาวนานมาก ทุกครั้งที่เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้นอายุขัยก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ฝึกเซียนในขั้นหลอมปราณมีอายุขัยยาวสองร้อยปี ขั้นสร้างฐานห้าร้อยปี ขั้นยาทองคำหนึ่งพันปี ขั้นผันแปรสองพันปี ขั้นคืนสู่ว่างเปล่าอีกห้าพันปี ข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์เป็นเซียนนภาอย่างน้อยก็หมื่นปี ว่ากันว่าเมื่อฝึกเซียนถึงระดับที่สูงขึ้นไม่อาจยืนยันได้ว่าจะไม่แก่ แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีวันตาย!

        ตั้งแต่ขั้นยาทองคำเป็นต้นไปรูปลักษณ์ของผู้ฝึกเซียนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก ดังนั้นความสามารถของผู้ฝึกเซียนจะแข็งแกร่งหรืออ่อนด้อย ไม่ได้ดูจากรูปร่างหน้าตาภายนอก ผู้ฝึกเซียนที่ดูหนุ่มแน่นอาจเป็นบรรพชนเซียนนภาก็ได้

        ระดับความยากของการฝึกในแต่ละขั้นจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ขั้นยาทองคำเป็นต้นไปจะเป็นขั้นสำคัญในการฝึกฝนของทุกสำนัก เพราะในสำนักทั่วไปอย่าว่าแต่บรรพชนเซียนนภาเลย มีผู้บรรลุถึงขั้นคืนสู่ว่างเปล่าหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ ดังนั้นเมื่อในสำนักมีผู้ฝึกถึงขั้นยาทองคำ ฐานะก็จะเปลี่ยนไปทันที หากฝึกถึงขั้นผันแปรหรือคืนสู่ว่างเปล่าได้ นั่นคงเป็นผู้สูงส่งเหนือใครในสำนัก

        หลังจากลวี่เหลียงมาถึงที่นี่ก็รู้จักจิตของวิเศษรวมสามคน หนึ่งเป็นผู้เฒ่านามว่าเทียนฉงจื่อ อีกหนึ่งเป็นเด็กนามว่าเฟยหลิง ส่วนอีกหนึ่งนามว่าเซียนชิงฉือ นิสัยไม่เลว ไม่กี่วันก็สนิทสนมกับพวกเขาแล้ว ข้อมูลมากมายล้วนได้มาจากการชี้แนะของพวกเขา แต่ถึงอย่างไรลวี่เหลียงก็ยังไม่รู้ว่าร่างเดิมของพวกเขาคือของวิเศษอะไร “รอวาสนามาถึง เจ้าก็จะรู้เอง” ทุกครั้งที่ลวี่เหลียงถามก็จะได้รับคำตอบแบบนี้

        วันหนึ่งหลังจากฝึกฝนกว่าสองเดือน จู่ๆ ลมปราณสีม่วงอ่อนสดใสสายหนึ่ง ก็พุ่งออกมาจากเหนือศีรษะของลวี่เหลียง แผ่กระจายไปรอบตัว “ดูท่าการหลอมปราณช่วงต้นจะมั่นคงแล้ว อาศัยพลังภายในอย่างเดียว คงไม่อาจก้าวหน้าได้อีก รู้สึกว่ามีปัญหาที่แก้ไม่ตก ไปถามผู้อาวุโสดีกว่า ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ ไม่เลวทีเดียว แต่ยากไปหน่อย เฮ้อ ข้าต้องพยายามมากกว่านี้!”

        พลังภายในเซวียนหยวนใน ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ มีทั้งหมดสิบขั้น ระดับขั้นยิ่งสูงความยากของการฝึกก็ยิ่งสูงตามที่จิตแดนเสมือนเทพบอก ตั้งแต่นายท่านสร้างแดนเสมือนเทพขึ้น ลวี่เหลียงเป็นคนที่สามที่เข้ามา สองคนก่อนหน้านี้ก่อนสิ้นใจล้วนไม่อาจฝึก ‘เคล็ดเซวียนหยวน’ ได้สำเร็จ ไม่อาจสืบทอดวิชาของนายท่านได้ ผู้ที่ฝึกได้ระดับสูงสุดคือคนที่สอง เขาฝึกพลังภายในถึงขั้นที่แปด วิชากระบี่ถึงขั้นที่เจ็ด แต่ต่อมากลับโชคร้ายต้องมาตายจากการต่อสู้

        พลังภายในเซวียนหยวนทั้งสิบขั้นแบ่งเป็น ขั้นหลอมปราณ ขั้นรวมปราณ ขั้นสร้างฐาน ขั้นรวมฐาน ขั้นยาทองคำ ขั้นรวมยา ขั้นผันแปร ขั้นรวมผันแปร ขั้นคืนสู่ว่างเปล่า ขั้นรวมว่างเปล่า ว่ากันว่าผู้ที่ฝึกถึงขั้นรวมว่างเปล่า โอกาสข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จจะเพิ่มขึ้นเกินครึ่ง!

        ‘วิชากระบี่เซวียนหยวน’ มีสิบกระบวนท่า แบ่งเป็น หนึ่งอักษร หลบวายุ หลอมวารี แสงอัสนี เมฆาล่อง แยกสมุทร สะบั้นมังกร เซียนสังหาร ไร้เงาและวัฏจักร หากสำเร็จวิชากระบี่ชุดนี้ ระดับเซียนนภาลงไปก็ยากที่จะต่อกรได้!

        “เฮอะๆ ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่า มรรควิถีหุ่นเชิดของนายท่านกว้างขวางลึกซึ้ง หุ่นเชิดที่สร้างขึ้นไม่ว่าระดับไหนล้วนมีสติปัญญา ดังนั้นเจ้าต้องเห็นพวกเขาเป็นเหมือนคู่ต่อสู้ของเจ้า” เซียนชิงฉือคล้ายลังเลอยู่บ้าง ก่อนกล่าวเสริมว่า “จริงสิ หากพ่ายแพ้แล้วอย่าเพิ่งท้อใจ เวลาของเจ้ายังอีกยาวนานนัก”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “มหาเทพจอมมาร” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/600

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)