0 Views

        ลวี่เหลียงในตอนนี้ได้ออกจากหมู่บ้านซื่อสุ่ยแล้ว แผนที่อาณาจักรอู่ฟางช่วยลวี่เหลียงได้มากเลยทีเดียว

        ในอาณาจักรอู่ฟาง มีแคว้นใหญ่ๆ อยู่ห้าแคว้น ประกอบด้วยแคว้นเทียนสุ่ย แคว้นซื่อสุ่ย แคว้นฉีเหลียน แคว้นเจี้ยผานและแคว้นชื่อเหลย สำหรับที่ตั้งของหมู่บ้านซื่อจี้เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ ที่มีชื่อว่าแคว้นตี้ชิว อยู่บริเวณชายแดนอาณาจักรอู่ฟาง สำนักภายในแคว้นมีน้อยมาก สำนักที่แข็งแกร่งที่สุด มีเจ้าสำนักที่อยู่ขั้นผันแปรช่วงกลางเท่านั้น

        อำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดภายในอาณาจักรอู่ฟาง คือ ‘พันธมิตรเซียน’ ซึ่งเป็นพันธมิตรสาขาของอาณาจักรอู่ฟางที่ทรงอำนาจที่สุด ‘พันธมิตรเซียน’ เป็นกลุ่มอำนาจที่ปรากฏขึ้นประมาณล้านปีก่อน โดยมีเซียนอรหันต์ทองคำเก้าท่านแห่งแดนมนุษย์ร่วมมือกันก่อตั้งขึ้น มีพันธมิตรสาขาทั่วทุกแดน เป็นกำลังปกป้องแดนมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นหน่วยพิพากษาคอยรักษาความสมดุลระหว่างแคว้น ภายใต้การควบคุมของพันธมิตรเซียน แคว้นเล็กๆ อย่างแคว้นตี้ชิวจึงยังดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

        การควบคุมของพันธมิตรเซียนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นระหว่างแคว้น หากมีการต่อสู้ระหว่างสำนัก ขอเพียงไม่ทำให้ใครเดือดร้อน โดยหลักการแล้วพันธมิตรเซียนจะไม่เข้าไปยุ่ง สาขาของพันธมิตรเซียนในอาณาจักรอู่ฟาง ไม่อยู่ใต้สังกัดแคว้นใดทั้งสิ้น แม้ตั้งอยู่ที่แคว้นเทียนสุ่ย แต่ก็แบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นอิสระ

        สำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรอู่ฟางก็อยู่ที่แคว้นเทียนสุ่ย ซึ่งมีชื่อว่าสำนักเสวียนหนี่ ว่ากันว่าสร้างขึ้นโดยยอดฝีมือหญิงเผ่ามนุษย์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพันธมิตรเซียน นับตั้งแต่วันที่สร้างสำนักก็กำหนดว่าจะรับผู้ฝึกหญิงที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมเท่านั้น โดยไม่จำกัดประเภทเผ่าพันธุ์ ส่วนผู้ฝึกชายแม้แต่ประตูสำนักยังเหยียบย่างเข้าไปไม่ได้ แน่นอนว่ายอดฝีมือเพศชายย่อมไม่ได้อยู่ที่นี่ เวลาผ่านไปจนถึงตอนนี้ ด้านความสามารถของสำนักนี้เป็นสำนักที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาณาจักรอู่ฟาง ลวี่เหลียงไม่ได้อ่านอย่างละเอียดต่อ เพราะถึงแม้จะแข็งแกร่งที่สุดในแดนมนุษย์ ก็ไม่อยู่ในความคิดของลวี่เหลียงอีกแล้ว เข้ายังเข้าไม่ได้ ยังต้องขบคิดไปทำไมเล่า!

        ส่วนสำนักที่สอง อยู่ที่แคว้นเทียนสุ่ย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของลวี่เหลียง ชื่อสำนักคือตำหนักเซียนยันต์กระบี่ เห็นชื่อก็พอรู้ความหมาย ความรู้ในวิชายันต์และวิชากระบี่ของสำนักนี้อยู่ในระดับลึกซึ้ง รับเฉพาะเผ่ามนุษย์เท่านั้น ไม่จำกัดชายหญิง แต่ความยากอยู่ที่การตรวจสอบเข้าสำนักที่เข้มงวดมาก ว่ากันว่าสำนักดังกล่าวทุกสิบปีจะรับลูกศิษย์หนึ่งครั้ง แต่ละครั้งจะมีคนมารวมตัวกันมากมาย แต่ผู้ที่ได้เข้าเป็นศิษย์มีประมาณสิบกว่าคนเท่านั้น เห็นได้ถึงความเข้มงวดของเงื่อนไขการเข้าสำนัก ผู้ก่อตั้งสำนักดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในยอดฝีมือผู้สร้างพันธมิตรเซียน ว่ากันว่าอุปนิสัยของยอดฝีมือท่านนี้ละเอียดรอบคอบ มีเงื่อนไขต่อรากจิตและนิสัยของศิษย์ที่เข้มงวด ตั้งแต่เปิดสำนักจนถึงวันนี้ ล้วนยึดมั่นในหลักการยอมขาดแคลนดีกว่าได้คนด้อยคุณภาพ

        ผู้ที่อยู่ระดับสูงสุดของตำหนักเซียนยันต์กระบี่คือ บรรพชนเซียนอรหันต์ทองคำแห่งพันธมิตรเซียน แต่เขาเพียงแค่ฝากชื่อไว้เท่านั้น ปกติจะไม่ยุ่งเรื่องของสำนัก เจ้าสำนักในปัจจุบันคือเซียนกระบี่หุ้นหยวน เป็นยอดฝีมือขั้นเซียนอรหันต์ทองคำช่วงสมบูรณ์ ถัดจากเขายังมียอดฝีมือขั้นเซียนอีกแปดท่าน เรียกรวมว่า ‘แปดเซียนนภา’ ด้วยสัดส่วนนี้ จึงเป็นอำนาจแถวหน้าที่ยังคงยืนหยัดบนโลกมนุษย์

        เป้าหมายที่ลวี่เหลียงเหาะเหินไปตอนนี้คือแคว้นเทียนสุ่ย จุดประสงค์ของเขาก็คือเข้าตำหนักเซียนยันต์กระบี่ ยามนี้ตนเองต้องใช้วิชากระบี่เป็นหลัก ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของเขา ส่วนอำนาจใหญ่อันดับที่สามของอาณาจักรอู่ฟางนั้น แค่เห็นชื่อเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใช่แล้ว เป็นพรรคเทพโลหิตที่อยู่ในรายชื่อที่ลวี่เหลียงต้องกำจัดหลังจากนี้นั่นเอง

        สำหรับอันดับหลังจากนี้ ลวี่เหลียงไม่ได้ดูอย่างละเอียดอีก เขายังคงมีความเชื่อมั่นในตนเอง หลังจากที่เหาะเหินหนึ่งเดือน เขาก็พบเจอกับผู้ฝึกเซียนกลุ่มแรกตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน มีแค่สองคนเป็นคู่ฝึกเต๋าคู่หนึ่ง ลวี่เหลียงทราบข่าวคราวที่ทั้งน่าตกใจทั้งน่าดีใจจากปากของพวกเขา พิธีรับศิษย์ของตำหนักเซียนยันต์กระบี่ที่สิบปีมีหนึ่งครั้ง จะจัดขึ้นหลังจากนี้สามเดือน! ตามความเร็วในการเดินทางตอนนี้ อีกหนึ่งเดือนลวี่เหลียงก็จะถึงแคว้นเทียนสุ่ย ดูจากระยะเวลาแล้วทันแน่นอน!

        คู่ฝึกเต๋าคู่นี้มาจากแคว้นชื่อเหลย ชายหนุ่มชื่อหลีจื่อเต้า หญิงสาวชื่อหลี่อวิ๋นเอ๋อร์ ต่างก็บำเพ็ญถึงขั้นหลอมปราณช่วงสมบูรณ์ มาคราวนี้ก็เพื่อเสี่ยงโชค เห็นลวี่เหลียงหน้าตาเหมือนเด็กหนุ่มชาวนาซื่อๆ ก็รู้สึกถูกชะตากับเขามาก เชื้อเชิญลวี่เหลียงร่วมเดินทางพร้อมกับพวกเขาด้วยน้ำใจไมตรีที่เปี่ยมล้น

        พลังภายในเซวียนหยวนกับเคล็ดชุบกายมารฟ้าล้วนมีวิธีปกปิดลมปราณตบะ ตลอดทางมานี้ ลวี่เหลียงควบคุมตบะให้อยู่ในขั้นหลอมปราณช่วงสมบูรณ์เสมอ ส่วนปราณมารนั้นไม่มีทางรั่วไหลอยู่แล้ว

        ลวี่เหลียงรู้สึกดีใจที่เป็นเช่นนี้ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่กังวลว่าจะถูกดูออก ร่วมเดินทางด้วยกันผ่านไปหนึ่งเดือน พวกเขาทั้งสามก็มาถึงแคว้นเทียนสุ่ย ก่อนพิธีรับศิษย์จะเริ่มขึ้นเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนครึ่ง ตลอดทางมานี้ยิ่งเข้าใกล้แคว้นเทียนสุ่ย ผู้ฝึกเซียนที่พวกเขาพบเจอก็ยิ่งมากขึ้น และส่วนใหญ่อยู่ขั้นสร้างฐานกับขั้นหลอมปราณ คาดว่าคงมุ่งหน้าไปตำหนักเซียนยันต์กระบี่เช่นเดียวกัน

        เมื่อเข้าสู่แคว้นเทียนสุ่ย ลวี่เหลียงก็แยกจากพวกเขาไป ถึงอย่างไรตนก็มีอีกด้านที่เปิดเผยไม่ได้ ทั้งยังต้องการเดินเที่ยวชมก่อนถึงพิธีรับศิษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูว่ามีสิ่งของที่มีประโยชน์ใดบ้างที่พอหาซื้อได้

        แทบไม่ต้องเปลืองแรง ลวี่เหลียงก็สอบถามจนเจอตลาดเลื่องชื่อแห่งหนึ่งในแคว้นเทียนสุ่ย ที่นั่นมีทุกอย่างตั้งแต่ข่าวสารไปจนถึงสมบัติ คุ้มค่าที่จะลองไปสักครั้ง ลวี่เหลียงไม่รอช้า ค้นหาที่นั่นเจอได้อย่างรวดเร็ว

        สมกับเป็นตลาดอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเทียนสุ่ย ผู้คนมากมายมืดฟ้ามัวดิน ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกเซียนขั้นหลอมปราณกับขั้นสร้างฐาน ยังมีอีกไม่น้อยที่ลวี่เหลียงมองตบะไม่ออก อย่างที่ทราบกันดี ระดับจิตวิญญาณของลวี่เหลียงตอนนี้บรรลุถึงขั้นยาทองคำช่วงต้นแล้ว ตบะที่เขาดูไม่ออก นอกจากเจตนาปกปิดแล้ว อย่างน้อยก็ต้องอยู่ขั้นผันแปรขึ้นไป

        ข้างถนนนอกจากร้านค้าขนาดใหญ่หลายแห่งแล้ว ยังมีแผงลอยมากมายและเหล่าผู้ฝึกเซียนที่ทำการซื้อขายด้วยตัวเอง ทิวทัศน์ที่คึกคักมีชีวิตชีวานี้ ทำให้ลวี่เหลียงนึกถึงการรวมตัวครั้งใหญ่ทุกปีของเมืองชิงหลัวเมื่อในอดีต

         หลังจากสอบถามคร่าวๆ ลวี่เหลียงมุ่งหน้าตรงเข้าสู่อาคารหลังหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘หอเทียนสุ่ย’ ว่ากันว่าเป็นร้านขายของชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในแคว้นเทียนสุ่ย พอย่างเท้าเข้าไป ลวี่เหลียงก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงตะโกนเรียกลูกค้าสายหนึ่ง

        “เร่เข้ามา เร่เข้ามาเร็วเข้า! ตำราลับการทดสอบในพิธีรับศิษย์ของตำหนักเซียนยันต์กระบี่ที่สิบปีมีหนึ่งครั้ง! อย่าพลาดเชียวล่ะ! มูลค่าเพียงหินธาตุคุณภาพต่ำห้าร้อยก้อนเท่านั้น!” ลวี่เหลียงได้ยินแค่เสียงแต่ไม่เห็นตัว เพราะมองตามต้นเสียงแล้ว ตรงนั้นรายล้อมด้วยผู้ฝึกเซียนนับไม่ถ้วนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัด

        ถึงแม้มีไม่น้อยที่บ่นว่าราคาแพงเกินไป หินธาตุคุณภาพต่ำห้าร้อยก้อนเชียวนะ ซื้อของวิเศษขั้นหลอมปราณช่วงกลางหนึ่งชิ้นได้เลย! แต่ถึงอย่างไร พวกที่บ่นจุกจิกเหล่านั้นกลับเบียดเสียดแทรกตัวได้เร็วกว่าใคร!

        ลวี่เหลียงเข้าร่วมศึกแย่งซื้อตำราลับโดยไม่ลังเล ใช่แล้ว ทุกคนต่างมาเข้าร่วมพิธีโดยไม่รู้ข้อมูลใดๆ ตอนนี้มีวิธีรู้การทดสอบล่วงหน้า ย่อมไม่มีใครพลาดแน่นอน

        ครึ่งชั่วยามเต็มๆ ลวี่เหลียงถึงเบียดเสียดจนได้หนังสือเล่มเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ‘ตำราลับทดสอบเข้าตำหนักเซียนยันต์กระบี่’ ออกมา จากนั้นก็เปิดอ่านทันที เช่นเดียวกับผู้คนจำนวนมากที่อยู่ตรงนั้น

        รูปแบบการทดสอบนั้นง่ายมาก ทั้งหมดมีสองอย่าง

        อย่างแรก ทดสอบรากจิต ความจริงข้อนี้ไม่ใช่การทดสอบ ควรถือว่าเป็นการคัดเลือกมากกว่า วิธีทดสอบในอดีต ต้องไปลูบแผ่นศิลาทดสอบที่หน้าประตูตำหนักเซียนยันต์กระบี่ ขณะลูบก็โคจรพลังภายในไปด้วย แผ่นศิลาจะรับรู้ถึงคุณสมบัติรากจิตของผู้สัมผัส หากมีรากจิตสองชนิดขึ้นไปหรือรากจิตพิเศษ จะเข้าสู่การทดสอบอย่างที่สองทันที หากมีร่างกายพิเศษ เช่นนั้นก็ยินดีด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าทดสอบหลังจากนี้ เป็นลูกศิษย์ในสำนักได้โดยตรง ผู้ที่มีรากจิตเดียว ต้องจับฉลากเพื่อประลองฝีมือหนึ่งต่อหนึ่ง ผู้ชนะจะได้เข้าสู่การทดสอบอย่างที่สอง มุกเบญจธาตุในกายลวี่เหลียงทำให้เขามีร่างเบญจธาตุ ถือว่าเป็นหนึ่งในกายพิเศษ แต่ลวี่เหลียงรู้สึกว่าแบบนี้ออกจะอวดตนเกินไป คิดไปคิดมา เขาจึงปกปิดรากจิตสี่ชนิดของตน แสดงเพียงรากจิตอัคคีออกมาเท่านั้น

        อย่างที่สองคือทดสอบการฝึกฝน แค่เริ่มต้นก็อันตรายถึงชีวิตแล้ว หลังจากเริ่มการทดสอบ ผู้ทดสอบทุกคนจะได้รับป้ายหนึ่งชิ้น จากนั้นจะมียอดฝีมือพาพวกเขาไปยังลานฝึกฝนด้านหลังเขาของสำนัก ที่นั่นมีสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน ระดับสูงสุดถึงขั้นสร้างฐานช่วงปลายเลยทีเดียว แต่ที่ที่มีสัตว์อสูรขั้นสร้างฐานจะถูกผนึกไว้แล้ว ดังนั้นอย่ากังวลใจจนเกินไป ภายในหนึ่งเดือนเหล่าผู้ทดสอบต้องพยายามรวบรวมป้ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นหนึ่งเดือน ผู้ที่รวบรวมได้มากที่สุดถือว่าผ่านการทดสอบ

        ทว่านี่ไม่ได้ทำให้ลวี่เหลียงลำบากใจมากนัก สิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวที่สุดคืออักษรตัวเล็กๆ หนึ่งบรรทัดในหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ‘ผู้ฝึกเซียนที่เข้าร่วมพิธีรับศิษย์ต้องอยู่ในขั้นหลอมปราณ!’

        เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก! ลวี่เหลียงที่แต่เดิมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร่าร้อนก็ถูกความสิ้นหวังถาโถมในทันที! แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว มาทันเวลาด้วย ลวี่เหลียงตั้งใจจะลองดู ก่อนอื่นต้องปกปิดตบะให้อยู่ในขั้นหลอมปราณช่วงสมบูรณ์ จากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าต้องละทิ้งเพียงเพราะอักษรบรรทัดเดียว เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด!

        เมื่อทำจิตใจที่กลัดกลุ้มให้สงบลง ลวี่เหลียงก็เดินชมสถานที่อื่นๆ ต่อ สมกับที่เป็นร้านค้าอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเทียนสุ่ย มีตั้งแต่ยาเม็ด ยันต์อักขระ ของวิเศษขั้นหลอมปราณช่วงต้น จนถึงขั้นคืนสู่ว่างเปล่าช่วงปลาย ถึงขนาดมีของวิเศษขั้นเซียนด้วย! ลวี่เหลียงมองดูด้วยความอิจฉาตาร้อน แต่เขายังนับว่าเยือกเย็น รู้หลักเหตุผลที่ว่าอย่าได้เปิดเผยเงินทองให้ใครรู้ ด้วยทรัพย์สินเงินทองที่เขามี ซื้อของวิเศษขั้นยาทองคำได้เหลือเฟือ แต่ถ้าไร้สติซื้อกลับมาจริงๆ คาดว่าอาจถูกผู้คนจับตามอง นั่นคงจะได้ไม่คุ้มเสีย

        สุดท้าย ลวี่เหลียงตัดสินใจซื้อยันต์อักขระบางส่วน ยันต์อักขระแบ่งเป็นห้าขั้นคือขั้นต้น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูงและขั้นเซียน ยันต์อักขระขั้นต้นเท่ากับขั้นหลอมปราณช่วงกลางนั่นเอง เหมาะกับลวี่เหลียงพอดี ไม่ต้องกลัวว่าจะเด่นสะดุดตาเกินไป

        ยันต์อักขระโจมตีขั้นต้นแม้อานุภาพมีจำกัด แต่ข้อดีคือไม่ต้องใช้พลัง จึงไม่ต้องกลัวว่าความสามารถจะถูกเปิดเผย ถึงอย่างไรเขาก็คิดดีแล้ว เมื่อต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง ก็ใช้ยันต์อักขระจัดการอีกฝ่ายให้เดี้ยงก็พอ อย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคุณชายในตระกูลร่ำรวย

        ในตู้ยันต์อักขระที่แตกต่างกันสิบตู้ ลวี่เหลียงใช้หินธาตุคุณภาพต่ำทั้งหมดห้าร้อยก้อน ซื้อยันต์อักขระสายอัคคีขั้นต้นหนึ่งร้อยแผ่น จากนั้นก็ออกจากหอเทียนสุ่ย เดินซื้อยันต์อักขระสายอัคคีขั้นต่ำจากร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงโดยใช้หินธาตุคุณภาพต่ำไปสองพันกว่าก้อน สุดท้ายได้ยันต์อักขระรวมทั้งหมดห้าร้อยแผ่น เขาถึงจากไปอย่างพออกพอใจ

        เมื่อออกจากตลาดแล้ว ลวี่เหลียงก็เข้าพักในโรงเตี๊ยมผู้ฝึกเซียนแห่งหนึ่ง หินธาตุคุณภาพต่ำแปดร้อยก้อน เข้าพักได้สี่สิบวัน ลวี่เหลียงปวดใจจนแทบทนไม่ไหว แต่ไม่มีทางเลือกอื่น ใครใช้ให้ตอนนี้ทั่วทุกหนแห่งในแคว้นเทียนสุ่ยเต็มไปด้วยผู้ฝึกเซียนที่มาเข้าร่วมพิธีรับศิษย์กันเล่า!

        เหลือเวลาอีกเดือนกว่า ลวี่เหลียงตั้งใจฝึกฝนเป็นอย่างดี ใช้ความสามารถขั้นหลอมปราณช่วงสมบูรณ์ แสดงกระบวนท่าออกมาบางส่วน ผลลัพธ์น่าพอใจ นอกจากใจกระบี่กระบวนที่สอง เจตจำนงกระบี่สราญรมย์ที่ห้ามใช้ อย่างอื่นยังพอใช้งานได้อยู่ เพราะถ้าหากใช้กระบวนที่สองนี้ ตบะก็จะเพิ่มขึ้นถึงขั้นสร้างฐานช่วงต้นโดยไม่รู้ตัว ควบคุมไม่ได้อย่างสิ้นเชิง สำหรับปราณมาร ลวี่เหลียงพยายามปกปิดต่อไป เพียงแต่กายเหล็กกล้าที่มาจากการฝึกเคล็ดชุบกายมารฟ้า ถือว่าเป็นทักษะที่ได้รับมา ไม่สามารถขจัดออกไปได้ หากใครสงสัยซักถาม ก็บอกว่าตนบังเอิญเคยกินผลไม้ไม่ทราบชื่อชนิดหนึ่งจนกลายเป็นแบบนี้

        เวลาหนึ่งเดือนกว่าผ่านไปชั่วพริบตา วันพิธีรับศิษย์ก็มาถึง ณ ลานกว้างที่อยู่ด้านล่างนอกค่ายคุ้มกันตำหนักเซียนยันต์กระบี่ มีผู้คนมารวมตัวกันอย่างล้นหลาม ลวี่เหลียงมองดูคร่าวๆ อย่างน้อยเกือบหมื่นคนเลยทีเดียว! ดูจากความสามารถล้วนอยู่ขั้นหลอมปราณทั้งสิ้น ทำให้ในใจลวี่เหลียงกระวนกระวายเล็กน้อย

        “ฮึ อย่าสับสนกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ในกลุ่มคนเหล่านี้ มีขั้นสร้างฐานไม่น้อย ยังมีขั้นยาทองคำอีกหลายคน ยังมีทั้งเผ่าอสูรกับเผ่ามาร วิธีอำพรางลมปราณห่วยแตกขนาดนี้ยังกล้าปะปนเข้ามาอีก คิดว่าตำหนักเซียนยันต์กระบี่ไม่มีใครดูออกหรือไงกัน!” น้ำเสียงหยามเหยียดของเสี่ยวเฮยดังแว่วขึ้นในห้วงสมองของลวี่เหลียง

        ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง! ไม่ใช่ทุกคนที่จะปฏิบัติตามกฎ แต่มีไม่น้อยที่รอฉวยโอกาสจับปลาตอนน้ำขุ่น! เช่นนั้นก็ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวแล้วสิ! คิดถึงตรงนี้ จิตใจลวี่เหลียงพลันสงบลง เขาจ้องมองไกลออกไป เห็นคู่ฝึกเต๋าหลีจื่อเต้ากับหลี่อวิ๋นเอ๋อร์อยู่ในฝูงชนที่เข้าร่วมการทดสอบด้วย

        ทันใดนั้นเสียงระฆังดังกังวานยาวนานสามครั้ง แรงกดดันอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งกระแทกใส่ผู้ฝึกเซียนทั้งหมดที่มาเข้าร่วมการทดสอบโดยตรง บางคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็กระอักเลือดล้มลงกับพื้น ขณะเดียวกันก็มีผู้ฝึกเซียนสวมชุดสีเหลืองนับไม่ถ้วนเหาะเหินออกมาจากภายในค่ายคุ้มกันตำหนักเซียนยันต์กระบี่ ตรงดิ่งเข้าไปหอบหิ้วคนที่ล้มลงบนพื้น จากนั้นก็รีบเหาะเหินออกไปอย่างรวดเร็ว

        “ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมพิธีรับศิษย์สิบปีหนึ่งครั้งของตำหนักเซียนเรา คนเหล่านั้นที่ล้มฟุบลงเมื่อครู่ ล้วนไม่ผ่านการทดสอบ ซึ่งศิษย์ขั้นยาทองคำของสำนักเราได้จัดการเอาออกไปแล้ว ถัดไป จะเริ่มพิธีทดสอบอย่างแรก นั่นคือตรวจสอบรากจิต” น้ำเสียงน่าเกรงขามดังก้องกลางท้องนภา ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ฝึกเซียนในพิธีต่างเงียบกริบในบัดดล


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “มหาเทพจอมมาร” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/600

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)