0 Views

 

ซู่หลงเร่งเร้าทักษะปิศาจขึ้นไปถึงขีดสุด เส้นใยพลังงานสีดำนับไม่ถ้วน เจาะเข้าไปในร่างกายมันอย่างเร่งร้อน

เห็นร่างกายของมันขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความสูงยืดขึ้นอีกหนึ่งฉื่อ ใบหน้ากร้านกรำกลายเป็นดุดันน่าเกรงขาม ในเวลานี้ เกราะดำตัดกับดวงตาแดงฉาน กระชากขวัญวิญญาณผู้คน

ไม่ใช่แค่มันผู้เดียว ไพร่พลค่ายเว่ยข้างกายมัน ทั้งหมดร้องตวาดอย่างพร้อมเพียง แต่ละคนขยายร่างสูงใหญ่ยาวยักษ์ปักหลั่น

“นี่มันเคล็ดวิชาพิสดารอันใด?” บุรุษร่างใหญ่ปากอ้าตาค้าง

“ยากบอกได้” ชายกลางคนเครายาวใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ดูคล้าย ‘แม่ทัพภูตผีเยือนโลกหล้า’ ของสำนักค่ายกลภูตผีอยู่บ้าง และยังคล้ายเคล็ดไม้เท้าสยบเทพของเหล่านักบวชเซน หลายสำนักมีเคล็ดวิชาลับประเภทนี้ ในสงครามพันปีพวกมันเปล่งประกายเจิดจ้า แต่ถึงตอนนี้ มีเหลือรอดมาได้ไม่มากนัก”

“ไฉนเหลือรอดไม่มาก?”

“เคล็ดวิชาลับเหล่านี้มุ่งเน้นการเข่นฆ่า ไม่ค่อยใส่ใจกับการฝึกปรือสังขาร หรือทักษะที่ใช้เลี้ยงชีพเพื่อสร้างความมั่งคั่ง อย่างเช่นการหลอมสร้างยุทธภัณฑ์หรือการหลอมกลั่นโอสถ พวกมันจะเสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็วก็หาใช่เรื่องแปลกอันใด” บุรุษกลางคนอธิบายรัวเร็ว ดวงตาของมันยังจับแน่นอยู่ที่สนามรบ

แต่ในเนตรปราณของจั่วม่อกลับมองเห็นอีกฉากหนึ่ง ไพร่พลค่ายเว่ยแต่ละคนถูกห่อหุ้มอยู่ในกลุ่มพลังงานสีดำ คล้ายอสรพิษดำเพรียวบางว่ายเวียนอยู่รอบกายพวกมัน

เสียงแหลมสูงคมกล้ากรีดคำรามอย่างฉับพลัน

เห็นเหล่าซิวเจ่อหอสำนักนอกโหมซัดปราณกระบี่ออกมาอย่างพร้อมเพรียง ปราณกระบี่หลากสีมากมายเหลือคณานับ ราวกับฝูงปลาหลากสีฝูงมหึมาและแออัด เปล่งเสียงกรีดฝ่าอากาศแหลมคม ถาโถมลงหาค่ายเว่ยประหนึ่งฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย!

ภาพซิวเจ่อหนึ่งพันกว่าคนปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาในเวลาเดียวกัน งดงามตระการตาถึงที่สุด!

ผู้คนที่ชมดูภาพนี้ ล้วนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน

หลังจากเสียงกู่คำรามของซู่หลง ค่ายเว่ยทั้งกองทัพก็จมลงสู่ความเงียบงันอันแปลกประหลาด เจตนาสังหารอันหนักข้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ในเวลานี้ จั่วม่ออดเผยสีหน้าตื่นตะลึงไม่ได้ เห็นพลังงานสีดำถูกสะกดไว้ภายในกระบวนทัพค่ายกลอย่างแน่นหนา ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในกรง พุ่งเข้ากระแทกใส่กรงอย่างเกรี้ยวกราด แต่ซู่หลงกับพวกดูคล้ายคุ้นเคยกับพลังงานสีดำเหล่านี้ และไม่แยแสสนใจพวกมัน เอายืนตั้งท่าแน่วนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้แล่นพล่านไปทั่ว

จนกระทั่งห่าฝนปราณกระบี่ถล่มลงมาเหนือศีรษะพวกมัน ซู่หลงค่อยแหงนหน้า แค่นเสียงตวาด “ฆ่า!”

เสียง ‘ฆ่า’ ของมันไม่ดัง แต่แฝงด้วยจังหวะจะโคนอันพิเศษเฉพาะ ลึกล้ำและกดดัน

เห็นกระบวนทัพค่ายกลของค่ายเว่ยพลันขยับเคลื่อนไหว พลังงานสีดำที่พลุ่งพล่านอยู่ในค่ายกลดูเหมือนไม่เต็มใจที่จะถูกใช้งาน พวกมันอาละวาดอย่างบ้าคลั่งในขบวนค่ายกล แต่ก็ไร้ประโยชน์ ค่ายเว่ยในเกราะดำสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ เคลื่อนทัพด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ขณะที่ค่ายเว่ยเดินทัพอย่างรวดเร็วด้วยกระบวนค่ายกล แรงที่มองไม่เห็นก่อเกิดจากภายในค่ายกล ขับเคลื่อนพลังงานสีดำ จากเนิบช้ากลายเป็นเร่งความเร็วขึ้นทุกขณะ

ทันใดนั้น กระแสวังวนมหึมาพลันปรากฏขึ้นเหนือค่ายเว่ยทั้งกองทัพ กระแสวังวนกลายเป็นสีเข้มด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เจตนาสังหารอันหนาข้นเผยตัวออกมาอีกครั้ง!

ปราณกระบี่ดุจห่าฝนในท้องนภา ราวกับว่าถูกดึงดูดด้วยเรี่ยวแรงอันทรงพลัง หมุนคว้างเข้าสู่กระแสวังวนอย่างน่าประหลาด

ซิวเจ่อหอสำนักนอกใบหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!

ปราณกระบี่หลุดออกจากการควบคุมของพวกมัน!

จะเป็นไปได้อย่างไร!

พวกมันส่วนใหญ่ไหนเลยจะเคยพบพานสถานการณ์อันแปลกพิสดารเช่นนี้มาก่อน

เห็นห่าพิรุณปราณกระบี่จมลงไปในกระแสวังวนของพลังงานสีดำ หายลับไปโดยไร้ร่องรอย

ทั้งสนามรบเงียบสงัดเสมือนตาย ฝูงชนจ้องมองอย่างมึนงง ทุกสายตาจับอยู่บนกระแสวังวนมหึมาที่หมุนคว้างอยู่เหนือค่ายเว่ยโดยไร้เสียง

“นั่นมัน…นั่นมันอะไรกัน?” บุรุษร่างใหญ่อุทานอย่างตระหนก

บุรุษกลางคนตะลึงลานจนพูดไม่ออก จะเป็นไปได้อย่างไร? ค่ายกลอันทรงพลังถึงเพียงนี้ จะมาปรากฏอยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อยได้อย่างไร?

เจ้าเมืองอีกาทองคำจะต้องมีประวัติความเป็นมาไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!

หากไม่ใช่สำนักสำคัญที่มีอายุเจ็ดร้อยแปดร้อยปี ไม่มีทางครอบครองค่ายกลศึกอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แน่ คนผู้นี้มาจากสำนักใด? ไฉนมายังอาณาจักรขุนเขาน้อย? หรือว่ามีจุดประสงค์เดียวกันกับพวกมัน?

ความคิดร้อยพันแล่นพล่านอยู่ในใจ บุรุษกลางคนสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลายไม่หยุดยั้ง

หงจุนเซวียนเหม่อมองกระแสวังวนมหึมา สีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู อารมณ์ชมดูอย่างคึกคักรื่นเริงปลิวหายวับ

เฮ่อเสียงกับพวกยิ่งแตกตื่นตะลึงลานกว่าผู้ใด กระแสวังวนที่หมุนควงอย่างแช่มช้าเหนือค่ายเว่ย ราวกับสัตว์ร้ายโบราณกาลที่สามารถเขมือบทุกสรรพสิ่ง ปราณกระบี่หนึ่งพันกว่าสายถูกกลืนหายเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

จริงดังคาด มีบางอย่างแปลกพิกล!

เฮ่อเสียงขบกรามแน่น “บุกเข้าไปใกล้ๆ! พวกมันไม่สามารถหยุดยั้งกระบี่บินของเรา!”

ซิวเจ่ออื่นๆ มีสีหน้าลังเล แต่ด้านหลังพวกมันมีหงจุนเซวียนกับพวกเฝ้ามองไม่คลาดสายตา หากเวลานี้พวกมันถอยหนี แน่นอนว่าจะถูกสังหารด้วยคมกระบี่ในบัดดล! มีเพียงบุกฝ่าไปเบื้องหน้า จึงยังพอมีโอกาสรอดชีวิต!

เหล่าผู้อาวุโสสบตากันวูบหนึ่ง ไม่สิ้นเปลืองวาจาสูญเปล่า พากันโคจรพลังปราณสุดกำลัง

เห็นเช่นนี้ ซิวเจ่อหนึ่งพันคนที่อยู่ด้านหลังพวกมันได้แต่ติดตามไป สิ่งที่ทำให้พวกมันคลายใจอยู่บ้าง คือพวกมันอยู่บนท้องฟ้า ส่วนกองทหารแปลกประหลาดนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะกับการเหาะเหินเดินอากาศ ดังนั้นขอเพียงอยู่บนท้องฟ้าพวกมันย่อมปลอดภัย

หากพวกมันระมัดระวัง ไม่พาตัวเข้าไปใกล้กระแสวังวนดำ สมควรไม่มีปัญหาใด

เฮ่อเสียงนำกองทัพเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นรัวอยู่บ้าง กองทหารเกราะดำนี้ประหลาดยิ่ง กระแสวังวนดำยิ่งดูยิ่งน่าตกใจเป็นที่สุด หัวใจของพวกมันเต้นระส่ำ

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ แม้ว่าพวกมันเข้าไปใกล้ กระแสวังวนกลับไม่ส่งผลกระทบต่อพวกมัน หรือว่ากระแสวังวนนี้เพียงมีผลต่อพลังงานเช่นปราณกระบี่? ความกล้าหาญของทุกผู้คนเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายส่วน

พวกมันทดลองขยับใกล้เข้าไปอีก อย่างที่คาด ไม่ตอบสนองจริงๆ!

คราวนี้พวกมันคลายใจลงมาก

บรรดาผู้ชมก็พบเห็นเรื่องนี้เช่นกัน ไม่ทราบเพราะเหตุใด ชายวัยกลางคนระบายลมหายใจโล่งอกโดยไม่รู้ตัว ค่ายกลสุดอำมหิตนี้ก่อให้เกิดแรงกดดันอย่างที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน ประดุจก้อนหินใหญ่กดทับอยู่บนทรวงอก

ค่ายกลศึกอันร้ายกาจถึงเพียงนี้ไม่สมควรมีอยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อย

มีเพียงจั่วม่อเท่านั้นที่สามารถมองเห็นความลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน กระแสวังวนสีดำสูบกลืนปราณกระบี่มากมาย กลายเป็นแกร่งกล้าทรงพลังมากกว่าเดิม ที่น่าหวาดหวั่นขวัญผวายิ่งกว่านั้น ก็คือพลังงานสีดำที่เติบโตแข็งกล้า ไหลผ่านเข้าสู่ขบวนค่ายกล เวลานี้พลังงานสีดำภายในค่ายกลหนาแน่นกว่าเดิมถึงสิบเท่า!

จั่วม่อไม่อาจละสายตาได้ ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันพลันนึกถึงหมอกปฐพีของแผ่นจานดินนภาเก้าแปลง หมอกปฐพีหนักหน่วงดุจขุนเขา ส่วนพลังงานสีดำนี้ดุร้ายกระหายเลือด!

ด้านในขบวนค่ายกล ซู่หลงกับพวกถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำหนาข้น เส้นใยพลังงานก่อนหน้านี้ดูคล้ายอสรพิษ แต่เวลานี้คล้ายเป็นมวลน้ำสีดำอยู่รอบกาย ยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าใด พลังงานสีดำยิ่งหนาข้นมากขึ้นเท่านั้น

แม้ว่ากระแสวังวนสีดำยังคงน่าเกรงขาม แต่ในสายตาจั่วม่อ นี่เริ่มมีร่องรอยของการเบาบางลง

นี่มัน… …

จั่วม่อหัวใจกระตุกวูบ

ในเวลานี้เอง ซู่หลงคำรามอีกครั้ง “ฆ่า!”

ทุกผู้คนสะท้านใจวูบ ยังไม่ทันได้ตอบสนอง พลันได้ยินเสียงหนึ่งพันองครักษ์ทุกข์ยากคำรามตอบอย่างพร้อมเพรียง “ฆ่า!”

เจตนาสังหารถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ราวกับพยัคฆ์ร้ายเผ่นโผนออกจากกรงขัง คำรามพลางพุ่งอาละวาด ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้!

กองทัพที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทันใดนั้นแยกย้ายออกไป แต่ละหมู่ราวกับกลุ่มเมฆสีดำกระจายออกรอบข้าง ในเวลาเดียวกันอสรพิษดำหลายสิบตัวฉกวาบออกจากระบวนทัพค่ายกล บิดกายอันหยาบหนาเท่าถังน้ำ สะบัดฟาดตรงไปยังเหล่าซิวเจ่อหอสำนักนอกที่กลางอากาศ

ซี่ ซี่ ซี่!

เสียงขู่ฟ่อของอสรพิษดำกระชั้นเร่งร้อนไม่มีที่สิ้นสุด บันดาลให้ผู้คนหนังศีรษะชาซ่าน

บรรดาผู้ชมเห็นเพียงกระแสวังวนเดือดพล่าน งูยักษ์ดำยาวหลายสิบจั้งพุ่งวาบออกมานับสิบๆ ตัว แยกเขี้ยวดำทมิฬ ฉกวาบเข้าใส่ซิวเจ่อหอสำนักนอกกลางเวหาอย่างพร้อมเพรียง

ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายอันที่จริงไม่นับว่าห่างไกลนัก อสรพิษยักษ์สีดำราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง พกพาพลังสภาวะสุดต้านทาน สาดพุ่งขึ้นไปอยู่ตรงหน้าซิวเจ่อฝ่ายศัตรูในชั่วพริบตา

เงาสีดำพร่ามัวจู่ๆ ก็พุ่งเข้าหามัน เฮ่อเสียงสมองลั่นอึงอล จากนั้นกลายเป็นขาวว่างเปล่า

ไม่ใช่เพียงมันผู้เดียว ผู้อาวุโสอื่นๆ ไม่มีผู้ใดตอบโต้ได้

วู้ม!

พายุคาวคลุ้งกระโชกผ่าน ความเจ็บปวดที่จินตนาการไว้ไม่บังเกิดขึ้น เฮ่อเสียงสะท้านเฮือก ทันใดนั้นได้สติขึ้นมา มันพบว่ารอบกายรายล้อมไปด้วยสีดำมืดผืนหนึ่ง

ความหวาดหวั่นอันแปลกประหลาดท่วมท้นอยู่ในใจ มันกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ที่ใด? ที่นี่คือที่ใด?

เย็นเยือก กระหายเลือด ปราศจากร่องรอยของชีวิต มันคล้ายอยู่ในมิติว่างเปล่า ความหวาดกลัวและความอ้างว้างราวกับกระแสคลื่น โหมซัดแนวป้องกันทางจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง

สงบใจไว้ … … สงบใจไว้ … … มันต้องสงบใจเอาไว้!

นี่ต้องเป็นภาพมายาอย่างแน่นอน!

เฮ่อเสียงพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ พยายามระงับใจให้เยือกเย็นลงอย่างสุดความสามารถ

ทันใดนั้น สุ้มเสียงที่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตอย่างเปี่ยมล้น สะท้อนสะท้านผ่านมิติอันว่างเปล่า

“ฆ่า!”

อย่างฉับพลันทันใด มันจู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากด้านหลัง เฮ่อเสียงดวงตาเบิกกว้าง ค่อยๆ ก้มลงมองดูด้วยความสยดสยอง เห็นฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำข้างหนึ่ง ทะลวงผ่านออกมาจากทรวงอกของมันกว่าครึ่งค่อน

เพราะเหตุใด … …

สติเสี้ยวสุดท้ายดับวูบ จิตใจของมันตกลงไปในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด

 

ซู่หลงรู้สึกว่าภายในร่างของมันร้อนลวกอย่างน่าตระหนก คล้ายถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่าน มันได้แต่กัดฟันทนรับไว้ พวกมันเมื่อฝึกปรือวิชาองครักษ์ทุกข์ยาก นี่เป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญ เมื่อสักครู่มันเพิ่งเร่งเร้าทักษะปิศาจ สังหารเฮ่อเสียงด้วยการโจมตีครั้งเดียว

แต่ในเวลานี้ มันไม่รู้สึกปิติยินดีแม้แต่น้อย ในใจมีเพียงจิตกระหายสงครามอันบ้าคลั่งเท่านั้น

มันยกฝ่ามือขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำอันหนาข้น ดวงตายิ่งแดงฉานกว่าเดิม ความเจ็บปวดสุดขั้วหัวใจแล่นผ่านมาจากแขนขวาข้างนั้น แต่แขนของมันไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย

ไม่ว่าพลังอันใด ก็ไม่สามารถออกมาจากอากาศบางเบา

เพื่อแลกกับพลัง ผู้คนต้องจ่ายค่าตอบแทน ด้วยเคล็ดวิชาอันมั่นคงปลอดภัย สิ่งที่ต้องจ่ายก็คือเวลาที่ใช้ฝึกปรือ แต่สำหรับเคล็ดวิชาฉบับเร่งรัด แม้ว่าช่วยประหยัดเวลา แต่ต้องจ่ายด้วยค่าตอบแทนอันหนักหน่วง

“ฆ่า!”

เสียงคำรามกึกก้องเค้นออกจากทรวงอกของมัน ซู่หลงพลันตวัดมือ ดรรชนีแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ ตะกุยใส่ซิวเจ่อผู้หนึ่งที่กลางอากาศ!

ฝ่ามือสีดำพุ่งวาบออกจากมือ ประทับลงบนทรวงอกซิวเจ่อผู้นั้น แล้วระเบิดออกกลางแผ่นหลัง โล่พลังปราณอันสุกสกาวนั้นคล้ายไม่คงอยู่ ฝ่ามือสีดำนี้พุ่งผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย

ซิวเจ่อผู้นั้นสะดุ้งเฮือก จากนั้นร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า พลังชีวิตสูญสลายไปในทันที

 

แต่สิ่งที่ผู้อื่นเห็นกลับเป็นฉากอันแปลกประหลาดยิ่ง เมื่ออสรพิษดำพุ่งเข้าปะทะกับกองทัพซิวเจ่อ ก็แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มพลังงานสีดำผืนมหึมาในชั่วพริบตา ล้อมกักซิวเจ่อทั้งพันกว่าคนไว้ภายใน

กองทัพซิวเจ่อที่ปกคลุมด้วยพลังงานสีดำ ราวกับหุ่นเชิดพันกว่าตัว ร่างแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ ล้วนมีสีหน้าประหลาดพิกล

ไพร่พลค่ายเว่ยที่อยู่บนพื้นดินระดมซัดลูกพลังสีดำลอยลิ่วขึ้นไป กระแทกใส่ซิวเจ่อหอสำนักนอกที่ร่างแข็งทื่อ เห็นผู้คนทยอยร่วงหล่นลงจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย ไม่ต่างจากชิ้นเกี๊ยวถูกเทลงหม้อต้ม ทีละคนทีละร่าง ซิวเจ่อยังคงร่วงลงมาไม่หยุดยั้ง ร่างของพวกมันกลายเป็นสีเทาซีดอันไร้ซึ่งชีวิต

เพียะ เพียะ เพียะ!

กองทัพหอสำนักนอกสาดเทลงมาไม่ต่างจากห่าพิรุณ เพียงไม่กี่อึดใจ ก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่บนท้องฟ้า

ไม่มีผู้ใดหนีพ้น กองทัพหอสำนักนอกถูกสังหารหมู่อีกครั้ง รวมทั้งเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมด ผู้อาวุโสหลายคนพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่ภายในกลุ่มพลังงานสีดำอันพิสดาร พวกมันไม่ต่างอันใดกับแมลงวันไร้หัว บินสะเปะสะปะไม่คิดชีวิต แต่ยังไม่อาจหลบหนีพ้น ท้ายที่สุดก็ถูกลูกพลังสีดำสิบกว่าลูกโหมซัดใส่อย่างพร้อมเพรียง

กระบวนการต่อสู้ทั้งหมดกระชั้นสั้นกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก ทั้งหมดจดและคมชัดจนน่าขนลุก

หนึ่งพันคนปะทะหนึ่งพันคน!

ฝ่ายหนึ่งพินาศย่อยยับอย่างสมบูรณ์ในชั่วพริบตา อีกฝ่ายหนึ่งกลับไม่มีความเสียหายแม้แต่น้อย ผู้คนไม่รู้สึกตื่นตะลึงอีกแล้ว แต่เป็นความหวาดกลัว! หวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ! กองทหารเกราะดำนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวราวกับอสูรปิศาจ!

ไม่ถูกต้อง ต่อให้เป็นอสูรปิศาจ ยังไม่อาจเข่นฆ่าซิวเจ่อหนึ่งพันกว่าคนได้อย่างรวบรัดหมดจดถึงเพียงนี้!

หงจุนเซวียนใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ปราศจากสีเลือดโดยสิ้นเชิง อ้าปากพะงาบๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน ยังไม่ทราบจะกล่าวกระไรออกมา เหล่าศิษย์พรรคฟ้ากระจ่างลูกสมุนข้างกาย ล้วนสั่นระริกอย่างสุดจะระงับยับยั้ง

กระทั่งบุรุษร่างใหญ่กับชายกลางคนเครายาวยังมีสีหน้าหวาดผวา

พวกมัน… …พวกมันเป็นใครกันแน่?

พลังงานสีดำคือสิ่งใด?

แล้วนั่นมันค่ายกลศึกผีสางอันใด!