0 Views

        เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของหลินเยว่แล้ว สีหน้าของพวกเขาทั้ง 4 คนจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ทว่าพวกเขาก็รีบกลบเกลื่อนสีหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ พวกเขาคงไม่ได้เพิ่งทำเรื่องแบบนี้เป็นวันแรกหรอก การคิดจะหลอกเอาเงินโดยการ ‘ชนเครื่องเคลือบ’ จากที่นี่ที่เป็นแหล่งขายหยกและหินหยกก็ถือว่าเป็นการเลือกที่ดีมากจริงๆ เพราะคนที่มาที่นี่มักจะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย หรือไม่ก็เชี่ยวชาญแต่เรื่องหยกเพียงอย่างเดียว จะหาคนที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องเคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผาด้วยก็คงจะยากมาก

        “ของปลอม?” ชายหนุ่มพลันแหวกการล้อมจากคนทั้งสามเข้ามา เขาคว้าคอเสื้อของหลินเยว่ไว้ พร้อมตะคอกด้วยความโกรธจัด “คุณเอาอะไรมาเป็นหลักฐานว่าแจกันใบนี้เป็นของปลอม? ผมคิดว่าคุณตั้งใจจะไม่ชดใช้เงินคืนมากกว่า ก็ดีเลยผมจะได้ไม่ต้องขาดทุนเป็นเงินจำนวน 1 แสนหยวน พวกเราไปสถานีตำรวจกัน ผมจะเอาคุณติดคุกตลอดชีวิตให้ได้เลย!”

        คนนอก 3 คนที่มุงอยู่นั้นมีอยู่คนหนึ่งพูดกับหลินเยว่ด้วยสีหน้าผิดหวังและโกรธจัด “พ่อหนุ่ม พวกเราหวังดีกับคุณแต่คุณกลับทำอย่างนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้แล้ว แต่ทำไมถึงกลับคำล่ะ ผมว่านะ พวกคุณไปตกลงที่สถานีตำรวจเถอะ เรื่องนี้พวกเราคงไม่ยุ่งแล้ว”

        แต่เวลานี้กลับมีอีกคนหนึ่งพูดด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างยุติธรรมและมีเหตุผล “เรื่องนี้ตอนแรกพวกคุณได้ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว ในเมื่อตกลงกันแล้วก็ไม่ควรกลับคำสิ ในเมื่อพ่อหนุ่มคนนี้บอกว่าแจกันใบนี้เป็นของปลอม แล้วคุณมีหลักฐานอะไรเพื่อระบุว่าแจกันใบนี้เป็นของแท้ล่ะ?”

        “มีสิ! ทำไมจะไม่มี! นี่คือหลักฐานใบรับรองและใบเสร็จที่ออกโดยหรงเล่อเซวียน ผมเพิ่งซื้อมาจากหรงเล่อเซวียนเมื่อเช้านี้เอง” ระหว่างที่ชายหนุ่มพูด เขาก็ล้วงแผ่นกระดาษ 2 แผ่นออกมาจากกระเป๋า

        หลินเยว่มองกระดาษสองทั้งแผ่นนั้น ตรงหัวกระดาษเขียนไว้ว่าหรงเล่อเซวียนจริงๆ เวลานี้เขาจึงรู้สึกข้องใจขึ้นมาทันที หรือว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้มันผิดพลาดจริงๆ หรือ?

        “หรงเล่อเซวียน? นี่เป็นร้านเก่าแก่มากเลยนะ ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าที่นี่มีของปลอม ดูท่าแล้ว เครื่องเคลือบใบนี้น่าจะต้องเป็นของแท้จริงๆ พ่อหนุ่ม แล้วคุณมีหลักฐานอะไรที่พิสูจน์ว่าเป็นของปลอมล่ะ?” คนสุดท้ายที่อยู่ในกลุ่มคนนอกสามคนนั้นก็ได้พูดขึ้น

        “คุณมีหลักฐานไหมล่ะ? ไม่มีหลักฐานก็อย่ามาพูดจามั่วซั่ว! หึ!” ชายหนุ่มทำหน้าเชิดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง

        สีหน้าของหลินเยว่ก็ดูแย่ขึ้นเรื่อยๆ เขาก้มหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่าง

        เมื่อพวกเขาทั้ง 4 คนนี้เห็นท่าทางของหลินเยว่ พวกเขาต่างสบตากันอย่างสะใจ

        เพียงไม่นาน หลินเยว่ก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “หรงเล่อเซวียนอาจจะมีของปลอมก็ได้ การออกใบรับรองแบบนี้เป็นการบอกอะไรได้บ้างหรอ? อีกอย่างนะใครจะไปรู้ว่าใบรับรองนี้เป็นของจริงหรือของปลอม ถ้าผมไปจ้างร้านรับทำใบรับรองให้ออกใบรับรองมาหลายๆ ก็ได้เหมือนกัน!”

        “ผมว่านะคุณเป็นคนที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ! หากพวกเราไปขอการยืนยันกับทางหรงเล่อเซวียนว่าแจกันใบนี้เป็นของจริงแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นคุณต้องชดใช้ผมด้วยราคาเต็ม 6 แสนหยวน ขาดไปหยวนเดียวก็ไม่ได้! คุณกล้าไปไหมล่ะ?” ชายหนุ่มมองสบตากับหลินเยว่ตรงๆ อย่างอวดดี ท่าทีของเขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาต้องชนะในครั้งนี้แน่ๆ

        “ไปสิ ทำไมถึงจะไม่ไปล่ะ!” หลินเยว่รับคำทันที

        หากแจกันใบนี้เป็นของแท้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเขาคาดการณ์ผิดไป ถึงเวลานั้นเขาก็ควรชดใช้เงินคืน และก็ใช้คืนในราคาเต็มด้วย เพราะการสร้างความลำบากให้คนอื่นแบบนี้ อย่างน้อยเขาก็ควรจะชดใช้ให้อีกฝ่ายตามความเหมาะสม

        “ดี ถ้าอย่างนั้นไปกันตอนนี้เลย พี่ชายทั้งสามก็ไปด้วยกันสิ ไปเป็นพยานหน่อย เผื่อเดี๋ยวเขาจะเบี้ยวอีก!”

        คนนอกทั้งสามคนต่างมองหน้ากัน แต่สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง

        “ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มเก็บเศษแจกันเคลือบบนพื้นขึ้นมา และดึงหลินเยว่มุ่งหน้าตรงไปทางหรงเล่อเซวียน

        หลินเยว่มองพวกเขาทั้ง 4 คน มุมปากของเขายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจงใจทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อจะล่อพวกเขาให้ไปที่หรงเล่อเซวียน และตอนนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้ว แต่ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของพวกเขาทั้ง 4 คนที่แสดงออกว่ากำลังจะสมปรารถนาเช่นกัน หลินเยว่ก็เกิดความข้องใจ หรือว่าเบื้องหลังของเรื่องนี้ยังมีอะไรซ่อนอยู่อีก!

        เมื่อมาถึงหรงเล่อเซวียน ท่านเฮ่อฉางเหอยังมาไม่ถึง แต่ทว่าภายในร้านก็มีคนรออยู่แล้ว เขาเป็นพนักงานวัยรุ่นคนหนึ่งของหรงเล่อเซวียน

        “พวกท่านต้องการอะไรหรือ? ร้านของเรามีทั้งหยก หินหยก ภาพวาดพู่กันและวัตถุโบราณ ในร้านของเรามีพร้อมทุกอย่างเลยครับ” เมื่อพนักงานในร้านเห็นลูกค้าเข้ามาจึงรีบออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม

        “คุณพนักงาน คุณจำผมไม่ได้แล้วหรอ? เช้าวันนี้ตอนที่ที่นี่เพิ่งเปิดร้านผมก็มาทันที แล้วยังซื้อแจกันเคลือบเอกรงค์หูช้างสีถั่วเขียวสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงใบหนึ่งด้วยนะ ราคา 6 แสนหยวน” ชายหนุ่มก้าวเท้าขึ้นไปด้านหน้าหนึ่งก้าวพร้อมพูดรายละเอียดอย่างชัดเจน ราวกับว่ากลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้

        พนักงานพลันตบหน้าผากของตัวเองทันที ใบหน้าแสดงความขอโทษพร้อมพูดออกมา “คุณหลี่นั่นเอง ขอโทษจริงๆ ครับที่จำท่านไม่ได้ในทันที ท่านซื้อแจกันหูช้างเพื่อเตรียมมอบให้กับคุณย่าของท่านในงานวันเกิด ผมจะลืมท่านได้อย่างไรครับ ครั้งนี้ท่านมาเพื่ออะไรหรือ? หรือว่ายังต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกครับ?” ระหว่างที่พูด พนักงานของร้านก็เหลือบมองนาฬิกาแขวนทรงโบราณที่แขวนอยู่บนผนังด้วยสีหน้าร้อนใจ

        ชายหนุ่มพยักหน้าส่งสัญญาณอย่างเป็นที่รู้กัน เขาเบี่ยงตัวชี้ไปทางหลินเยว่แล้วพูดขึ้น “คนคนนี้บอกว่าแจกันเคลือบเอกรงค์หูช้างสีถั่วเขียวที่ผมเพิ่งซื้อเมื่อเช้านี้เป็นของปลอม”

        “ของปลอม? จะเป็นไปได้อย่างไร! หรงเล่อเซวียนของพวกเราจะขายของปลอมได้อย่างไร คุณผู้ชายท่านนี้ต้องกำลังล้อเล่นอย่างแน่นอน หรงเล่อเซวียนเป็นกิจการของท่านเฮ่อฉางเหอปรมาจารย์อันดับต้นๆ ของประเทศ เครื่องเคลือบและเครื่องปั้นดินเผาทุกชิ้นในร้านนี้ล้วนผ่านมือของท่านเฮ่อมาแล้ว หากท่านกล่าวว่าของอย่างอื่นเป็นของปลอมก็อาจจะเป็นไปได้ แต่หากบอกว่าเครื่องเคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผาเป็นของปลอมมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย”

        น้ำเสียงของพนักงานมีแต่ความมั่นใจ

        “ได้ยินหรือยัง ตอนนี้คุณยังจะหาข้ออ้างอะไรอีก?” ชายหนุ่มมองหลินเยว่อย่างหยิ่งยโสและพูดต่อ “6 แสนหยวน ขาดไปหยวนเดียวก็ไม่ได้!”

        ผู้ชายที่ตามมาอีก 3 คนต่างมองหลินเยว่ด้วยสายตาเสียดายแทน

        “พ่อหนุ่ม คิดว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน ครั้งหน้าอย่าคิดร้ายต่อคนอื่นอีกล่ะ เพราะสุดท้ายแล้วผลลัพธ์อาจจะย้อนกลับมาลงที่ตัวเอง เหมือนการยกก้อนหินขึ้นมาตั้งใจจะเอาไปทำร้ายคนอื่น แต่ก้อนหินกลับหล่นทับตัวเองเสียได้ เฮ่อ!”

        “ต้องจ่ายเพิ่มฟรีๆ อีก 1 แสนหยวนเพราะคิดว่าโดนหลอก บนโลกนี้จะมีคนหลอกลวงเยอะแยะแค่ไหนกันเชียว!”

        “พ่อหนุ่ม ถึงพวกเราจะเห็นใจคุณ แต่ราคา 6 แสนหยวนเป็นตัวเลขที่คุณตกลงเอง เรื่องนี้ถึงพวกเราอยากจะช่วยคุณแต่คงทำอะไรไม่ได้หรอกนะ”

          ……

        ผู้ชาย 3 คนนี้ต่างพูดต่อประโยคกันอย่างต่อเนื่อง น้ำเสียงของพวกเขามีความเห็นอกเห็นใจแฝงอยู่ ณ เวลานี้ สมองของหลินเยว่กำลังทำงานอย่างหนัก หรือว่าเขาเข้าใจผิดจริงๆ เครื่องเคลือบใบนี้เป็นของแท้ และผู้ชายทั้ง 4 คนนี้ไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน?

        เมื่อเขาคิดกลับไปกลับมาให้ละเอียดอีกที ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้อีกกรณีหนึ่ง

        นั่นก็คือ พนักงานตรงหน้านี้ก็เป็นคนพวกเดียวกันกับคนพวกนี้

        แต่ทว่าหลินเยว่ก็เริ่มสงสัยกับความคิดของตัวเอง เพราะท่านเฮ่อฉางเหอเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบมาก เป็นไปได้อย่างไรที่พนักงานของท่านจะกลายเป็นนักต้มตุ๋น?

        ขณะที่หลินเยว่ยังคิดไม่ตกอยู่นั้น พนักงานคนนี้ก็พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ทุกท่าน หากพวกท่านไม่ได้คิดจะซื้อสินค้าแล้ว ขอความกรุณาให้พวกท่านออกไปปรึกษาเรื่องส่วนตัวทางด้านนอกได้ไหม หรงเล่อเซวียนของพวกเรายังต้องค้าขายต่ออีก”

        “ใช่ๆๆ อย่าไปรบกวนการทำมาหากินของคนอื่นเลย” ชายหนุ่มพูดขึ้น และคนด้านข้างทั้ง 3 คนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

        ขณะที่พวกเขากำลังจะล้อมหลินเยว่เพื่อพาเขาออกไปจากหรงเล่อเซวียนนั้น หลินเยว่พลันพูดออกมาอย่างกะทันหัน

        “ใครบอกว่าผมจะไม่ซื้อของล่ะ!”

        เมื่อหลินเยว่สังเกตสีหน้าและคำพูดของพนักงานตรงเบื้องหน้านี้แล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่าพนักงานคนนี้ก็มีปัญหา มีร้านวัตถุโบราณร้านไหนที่จะไล่ลูกค้าออกจากร้าน ถึงอีกฝ่ายจะดูเพียงอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร เพราะปกติร้านวัตถุโบราณพวกนี้จะอนุญาตให้ลูกค้าชมสินค้าตามสบายอยู่แล้ว อันที่จริงพวกเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งด้วยซ้ำที่มีคนเข้ามาชมสินค้า แต่พนักงานในร้านวัตถุโบราณที่มีชื่อเสียงขนาดนี้กลับไม่รู้จักธรรมเนียมประเพณีอย่างนี้ได้อย่างไร หรือว่ามีปัญหาอะไรแอบซ่อนอยู่!

        คำพูดของหลินเยว่ก็สามารถสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน พวกเขาแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ

        “คุณจะซื้อของ?” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความพิศวง “คุณมีเงินเยอะขนาดนั้นเลยหรือ? ถ้าไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น คุณต้องชดใช้ค่าเสียหายของผมมาก่อน! 6 แสนหยวน ขาดไปนิดเดียวก็ไม่ได้!”

        “ใครบอกว่าผมไม่มีเงินล่ะ? วางใจเถอะ ผมจะชดใช้เงินให้คุณเต็มจำนวนอย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวขอผมชมสินค้าที่นี่ก่อนว่ามีของถูกใจผมบ้างหรือเปล่า” ระหว่างที่หลินเยว่พูด เขาก็หมุนตัวเดินชมรอบๆ ร้าน


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “พลิกตำนานปรมาจารย์แห่งหยก” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3540

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)