0 Views

        ต่อมาจึงข่มขู่เขา และในเวลานี้เองกลับมีคนเข้ามาล้อมดู คนเหล่านี้เข้ามาได้จังหวะพอดี ไม่ได้มาเร็วจนเกินไป และก็ไม่ได้มาช้าจนเกินไป คนที่ล้อมดูพวกนี้พยายามจะทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ไม่ว่าจะพิจารณาจากตรงไหนก็ดูเหมือนว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว

        ทั้งสามคนอย่างนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังเผชิญกับการชนเครื่องเคลือบเพื่อหลอกเอาเงินจากคนอื่นจริงๆ และเพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิด หลินเยว่จึงตัดสินใจที่จะลองหยั่งเชิงดู

        “6 แสนหยวนแพงเกินไป ลดราคาลงหน่อยได้ไหม ผมไม่รู้จริงๆ ว่าราคาเครื่องเคลือบใบนี้จะสูงมากขนาดนี้” หลินเยว่ทำสีหน้าลำบากใจพร้อมพูดขึ้น

        เมื่อเห็นท่าทีของหลินเยว่ สีหน้าของชายผู้นั้นก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ทว่าน้ำเสียงของเขาก็ยังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความดูถูก “ลดราคา? ความต้องการของคุณย่าผม จะมีใครมาประเมินค่าได้บ้าง? ผมต้องจ่ายเงินไปเยอะขนาดนี้แล้วใครจะมาชดใช้ให้ผมได้ล่ะ? คุณเอาแต่พูดแบบนี้มันก็ดูง่ายน่ะสิ 6 แสนหยวนขาดตัว ขาดไปหยวนเดียวก็ไม่ได้ หากคุณไม่มีเงินผมจะแจ้งตำรวจ ผมจะทำให้คุณต้องติดคุก!”

        ณ เวลานี้ คนที่ร่วมมุงนั้นไม่มีใครพูดอะไรอีก พวกเขามองหลินเยว่เพื่อดูว่าหลินเยว่มีปฏิกิริยาอย่างไร

        หลินเยว่แอบจดจำท่าทางและสีหน้าของคนที่ล้อมเข้ามาแต่ละคน รวมทั้งสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อยของผู้ชายคนนี้ สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถลอดพ้นสายตาของหลินเยว่ไปได้ และก็เป็นตัวช่วยยืนยันความคิดของหลินเยว่

        ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมา หลินเยว่นิ่งเงียบไปชั่วครู่ แต่แล้วเขาพลันทำตัวแข็งกร้าวขึ้นมาบ้าง “ยังไงผมก็ไม่มีเงินเยอะขนาดนี้อยู่แล้ว ถ้าจะแจ้งตำรวจจับก็เอาเลย แล้วใครจะมาเป็นพยานว่าผมเป็นคนชนคุณได้ล่ะ เมื่อตะกี๊ผมแค่หมุนตัว แต่เป็นคุณที่เข้ามาชนผมเองชัดๆ เพราะผมไม่ได้ขยับตัวเลย ผมสงสัยว่าคุณจงใจเข้ามาชนผมหรือเปล่ามากกว่า! แจ้งตำรวจสิ เอาเลย! เร็วหน่อย! ผมรออยู่”

        “คุณ!” ชายหนุ่มผู้นี้รู้สึกโกรธจัดจนเอานิ้วชี้หน้าหลินเยว่พร้อมตะคอก “ดี! ดี! ดี! ผมแจ้งตำรวจ ผมจะทำให้คุณต้องชดใช้จนหมดตัว!”

        ระหว่างที่พูดเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากในกระเป๋า ตอนที่กำลังหยิบนั้นเขายังมองหลินเยว่ด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง

        หลินเยว่ยิ้มอย่างเย็นชา เขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด อย่างมากพอตำรวจมาถึง เขาก็ไปขอยืมเงินจากท่านเฮ่อฉางเหอเท่านั้นเอง และท่านเฮ่อน่าจะให้เขายืมเงินอย่างแน่นอน

        เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านของหลินเยว่ ชายหนุ่มก็เริ่มหน้าเสียขึ้นมาบ้าง

        และเวลานี้เอง คนที่มุงอยู่ 3 คนก็พร้อมกันเข้าห้ามปราม มีคนหนึ่งแย่งโทรศัพท์ของผู้ชายคนนั้นไป และมีคนหนึ่งพูดขึ้น “ทำอะไรกันเนี่ย อย่าวู่วาม! ยังไงก็ห้ามวู่วามเด็ดขาด ความจริงมันเป็นเรื่องที่ตกลงกันเองได้นะ”

        เมื่อพูดจบ เขาก็หันศีรษะมาพูดกับหลินเยว่ “พ่อหนุ่ม คุณอย่าวู่วามไป พยายามคิดถึงอนาคตของตัวเองให้มากหน่อย หากก้าวผิดไปหนึ่งก้าวก็ไม่มีโอกาสย้อนกลับมาแก้ไขได้แล้วนะ”

        เมื่อหลินเยว่ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เขาคิดอยู่ชั่วครู่และพูดขึ้น “ยังไงผมก็ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนี้อยู่แล้ว หากจะให้ผมชดใช้เงินจำนวน 6 แสนหยวน ผมยอมติดคุกดีกว่า” เวลานี้น้ำเสียงของหลินเยว่ไม่ได้ดูแข็งกร้าวเหมือนเมื่อสักครู่

        เมื่อได้ยินว่าหลินเยว่เริ่มอ่อนลง เหมือนต้องการประนีประนอม คนที่ล้อมเข้ามาพวกนั้นก็มีสีหน้าดีใจทันที แต่ทว่าพวกเขาก็พยายามปกปิดอย่างแนบเนียน

        และหนึ่งในนั้นก็พูดเตือนชายหนุ่ม “คุณก็อย่าเอาเรื่องอีกเลย พ่อหนุ่มคนนี้เขาก็พูดถูก เขาแค่หมุนตัวแต่ยังไม่ได้ขยับตัวเลย คุณจะใช้อะไรมาเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาเป็นคนชนคุณล่ะ ดังนั้น เขาไม่ควรเป็นคนชดใช้เงินก้อนนี้ทั้งหมด ถึงเรื่องจะไปถึงตำรวจหรือถึงศาลแล้ว ตำรวจหรือศาลก็ไม่มีทางให้เขาชดใช้คุณเป็นเงิน 6 แสนหยวนหรอก คุณลองคิดดูให้ดีละกันว่าจะยอมสูญเสียเงินก้อนนี้ไปทั้งหมดหรือว่าจะพยายามลดความเสียหายลงบางส่วน”

        ชายหนุ่มก้มหน้าคิดอยู่ชั่วครู่ สีหน้าดูมีความสับสนเล็กน้อย “คุณถามเขาดูว่าเขาจะให้ได้มากสุดเท่าไร”

        “สี่แสนห้าหมื่นหยวน” หลินเยว่ตอบกลับ

        “สี่แสนห้าหมื่นหยวน? น้อยเกินไป ผมต้องขาดทุนถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนทันที แล้วผมยังต้องหาเครื่องเคลือบชิ้นใหม่เพื่อคุณย่าของผมอีก ความลำบากตรงนี้ก็ควรจะถูกคำนวณเข้าไปด้วยหรือเปล่า อย่างต่ำต้องห้าแสนห้าหมื่นหยวน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

        หลินเยว่ไม่หลงกลแผนนี้เลยสักนิด เขาก็ยังพูดยืนยันความคิดของตัวเอง “สี่แสนห้าหมื่นหยวน มากกว่านี้อีกหยวนเดียวก็ไม่ได้”

        “ถ้าอย่างนั้นรอเจอกันที่ศาลเถอะ!” ระหว่างที่ชายหนุ่มพูด เขาก็พยายามแย่งโทรศัพท์ของตัวเองจากมือของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับมาเพื่อเตรียมจะโทรแจ้งตำรวจ คนที่ยืนอยู่ข้างๆ คนนั้นก็รีบเบี่ยงหนีทันที เขาพยายามพูดไกล่เกลี่ย “เรื่องนี้พวกคุณทั้งสองฝ่ายต่างมีความผิดกันทั้งคู่ ทำไมถึงไม่ยอมถอยหลังกันคนละก้าวล่ะ เอาอย่างนี้ดีไหม ห้าแสนหยวน พ่อหนุ่ม คุณรวบรวมเงินเพิ่มอีกห้าหมื่น รวมแล้วเป็นห้าแสนหยวนได้ไหม?”

        หลินเยว่คิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็พยักหน้าตอบรับอย่างจนใจ “ห้าแสนก็ได้ คุณตกลงไหมล่ะ? หากตกลงก็ว่ากันตามนี้ แต่ถ้าไม่ตกลง คุณอยากทำอะไรก็เชิญทำตามสบายเลยเถอะ” ระหว่างที่หลินเยว่พูด เขาก็จ้องตรงๆ ไปยังชายหนุ่มผู้นั้น

        ชายหนุ่มมีสีหน้าอึดอัด แต่ดวงตาของเขากลับเป็นประกาย ซึ่งประกายนี้ก็เป็นการเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเขาออกมา เขาทำเป็นครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร และสุดท้ายก็กัดฟันพร้อมถอนหายใจ “ห้าแสนก็ได้ แค่แป๊บเดียวก็ต้องขาดทุนไปหนึ่งแสน ผมทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย”

        “เหตุการณ์จบลงด้วยดี จบอย่างนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ” คนที่ยืนล้อม 3 คนนั้นก็มีสีหน้าดีใจเช่นกัน  ดูจากท่าทีของพวกเขาก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้ทำความดีอันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

        หลินเยว่สังเกตสีหน้าท่าทางของทั้งสามคนนี้อย่างละเอียด เขายิ้มเย็นอยู่ในใจ การกระทำของเขาเมื่อสักครู่นี้เป็นการหลอกคนพวกนี้เพื่อดูท่าทีแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาคิดไว้นั้นถูกต้องจริงๆ ต่อไปนี้ก็จะเป็นเวลาแฉกระบวนการต้มตุ๋นของคนพวกนี้ แล้วก็จับพวกเขามัดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

        หลินเยว่พูดขึ้น “จะให้ผมจ่ายให้คุณห้าแสนก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ เดี๋ยวคุณตามผมไปเอาเงินก็พอ แต่ว่าก่อนที่จะไป ผมขอดูเครื่องเคลือบใบนี้ก่อน หากมันเป็นของปลอมขึ้นมาล่ะ”

        “คุณบอกว่าเครื่องเคลือบของผมเป็นของปลอมอย่างงั้นหรอ? นี่เป็นการดูถูกกันชัดๆ!” ชายหนุ่มโกรธปรี๊ดขึ้นมาทันที เขาตะคอกเสียงดัง “พวกคุณไม่ต้องห้ามผมแล้วนะ ผมจะฟ้องเขา ทำให้เขาล้มละลาย!”

        “ใจเย็นๆ คุณจะร้อนใจไปทำไม?” หลินเยว่มองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชาพร้อมพูดขึ้น “ผมไม่ได้หมายถึงว่าคุณจงใจเอาของปลอมมา ผมหมายถึงว่าของที่คุณซื้ออาจจะเป็นของปลอมชิ้นหนึ่งก็ได้ เพียงแต่ว่าคุณไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง”

        “จะเป็นของปลอมได้อย่างไรล่ะ นี่เป็นของที่ผมซื้อมาจากหรงเล่อเซวียนเลยนะ หรงเล่อเซวียนไม่มีทางมีของปลอมอยู่แล้ว”

        “หรงเล่อเซวียน?” หลินเยว่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หลังจากนั้นเขาก็แอบดีใจ พวกแก๊ง “ชนเครื่องเคลือบ” กล้าอ้างถึงหรงเล่อเซวียนเชียวหรือ เดี๋ยวเขาจะเข้าไปหรงเล่อเซวียนพร้อมกับคนพวกนี้ พอถึงตอนนั้นคำพูดโกหกทั้งหลายก็จะถูกเปิดเผยออกมา เครื่องเคลือบใบนี้เป็นของแท้หรือของปลอม ให้ท่านเฮ่อพิสูจน์ก็จะรู้ความจริง ถึงจะเป็นของแท้จริงๆ อย่างมากเขาก็ชดใช้เงินคืนให้ชายหนุ่มผู้นี้ ถึงตอนนั้นเขาก็ชดใช้เงินได้อย่างสบายใจ อีกทั้งการไปจัดการเรื่องนี้ที่หรงเล่อเซวียนก็ถือได้ว่ามีความสะดวกทีเดียว

        หลินเยว่นั่งลงยองๆ และหยิบเศษเครื่องเคลือบขึ้นมาดู ความจริงเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องเคลือบเอกรงค์สีถั่วเขียวเลยสักนิด วัตถุโบราณพวกนี้สิ่งเดียวที่เขารู้จักก็คือเครื่องเคลือบฟ้าคราม และเขาก็โชคดีเก็บตกซื้อของถูกได้จริงๆ เสียด้วย วันนั้นเขาช่างโชคดีจริงๆ แต่ทว่าไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในวันนี้เขาจะโชคดีเหมือนครั้งที่แล้วอีกหรือเปล่า

        เศษเครื่องเคลือบบนพื้นเมื่อจับไว้ในมือก็ให้ความรู้สึกทั้งลื่นและเนียน เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ อีกทั้งเวลาสัมผัสยังให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นอีกด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ความรู้สึกในการสัมผัสเป็นตัวพิสูจน์ว่าเครื่องเคลือบชิ้นนี้เป็นของแท้หรือของปลอมได้เลย ตอนที่หลินเยว่สังเกตดู เขาจึงแกล้งทำท่าเหมือนกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการกระทำนี้ของเขานั้นมีเป้าหมายก็คือต้องการสร้างความกดดันให้กับคนทั้ง 4 คนนี้ และเพื่อดูว่าสีหน้าท่าทางของพวกเขาจะเป็นอย่างไร

        และเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หลินเยว่นั่งยองๆ เพื่อหยิบเศษเครื่องเคลือบนั้น ใบหน้าของพวกเขาทั้ง 4 คนก็เริ่มแสดงความเครียดออกมาบ้าง และหลินเยว่ก็เห็นสีหน้าเหล่านี้อย่างเต็มตา

        หลินเยว่จึงมีความมั่นใจมากขึ้น เขาแกล้งทำเป็นสังเกตอยู่ชั่วครู่ หลังจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืน

        “เป็นอย่างไรบ้าง? เป็นของแท้ใช่ไหมล่ะ?” ชายหนุ่มถามขึ้น

        “คุณเอาของปลอมมาได้ยังไง คิดจะหลอกเอาเงินโดยการ ‘ชนเครื่องเคลือบ’ แต่กลับไม่ยอมเลือกเครื่องเคลือบที่ปลอมได้เนียนสักหน่อย โชคดีที่ผมรู้เรื่องเครื่องเคลือบเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นผมคงถูกคุณหลอกแล้วล่ะ” หลินเยว่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกและความโกรธจัด


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “พลิกตำนานปรมาจารย์แห่งหยก” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3540

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)