0 Views

        เมื่อคิดว่าสีเขียวที่อยู่เบื้องหน้าทั้งหมดจะกลายเป็นทองคำระยิบระยับ หลินเยว่จึงเกิดอาการใจกระตุกอย่างอดไม่ได้ แต่แล้วเขาก็ต้องถอนหายใจตามมา  ถึงจะเป็นเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เงินของเขา และเวลานี้เองเขาก็เกิดความทะเยอทะยานขึ้นในใจ เพราะเขามีพลังพิเศษ เหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้นกับตัวเขาในสักวัน เพียงแค่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

        หลังจากหลินเยว่พยายามสะกดความทะเยอทะยานในใจให้หมดไป เขาจึงกลับมาจดจ่อกับตำแหน่งที่เขาเริ่มเพ่งหินหยกในครั้งแรกอีกครั้ง เขารวบรวมสมาธิอย่างต่อเนื่องและพยายามมองลึกลงไปในหินหยก เพราะตอนนี้เขาเพิ่งเห็นเพียงเปลือกนอกของหินหยกเท่านั้น

        แต่ทว่าสถานการณ์ที่เขาเห็นกลับทำให้เขาต้องขมวดคิ้วลึกอย่างไม่ตั้งใจ

        เขามองลึกลงไปอีกสองสามมิลลิเมตร ประกายเจิดจ้าของหยกที่มีในตอนแรกกลับหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสภาพหินสีเทาขาวปรากฏขึ้น นั่นก็แสดงว่าสิ่งที่เขาเห็นเมื่อสักครู่เป็นเพียงหยกรูปร่างแบนราบ เพียงแค่มีขนาดค่อนข้างกว้างเท่านั้น หากเป็นเช่นนี้มูลค่าของมันก็ลดลงราวกับฟ้าและดิน ถึงแม้ว่าขนาดรวมทั้งหมดค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่หยกแบนราบแบบนี้ไม่สามารถทำเป็นของชิ้นใหญ่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ถือได้ว่าหินหยกก้อนนี้พนันเจ๊ง

        บางทีอาจจะมีความหวังอยู่ตรงส่วนอื่นๆ!

        หลังจากนั้นหลินเยว่จึงคิดถึงลายเส้นงูเหลือมหลายเส้นที่อยู่ทางด้านหลังของหินหยกก้อนนี้ ไม่แน่อาจจะมีสีเขียวปรากฏขึ้นตรงนั้นก็ได้

        หลินเยว่จึงเพ่งมองต่อไป เขามองลึกลงไปประมาณครึ่งหนึ่งของหินหยก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏก็ยังเป็นเพียงสีเทาขาวของสภาพหินเท่านั้น ณ เวลานี้เอง ดวงตาของเขาก็เริ่มเกิดอาการเจ็บปวด เขารู้สึกว่าสมองของเขากำลังบวมขึ้น หลินเยว่รู้ดีว่านี่คือการส่งสัญญาณเตือนว่าเขาเริ่มใช้สายตามากจนเกินไป แต่ทว่าหินหยกก้อนนี้ทำให้เขาเกิดความสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก หากเขาไม่ได้สำรวจสภาพหินหยกก้อนนี้จนครบทั้งก้อน เขาคิดว่าคืนนี้เขาคงนอนหลับไม่สบายเป็นแน่

        หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาสำรวจต่อไปโดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่ดวงตา

        สีเทาขาวของสภาพหินปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าเมื่อมองลึกจนถึงตรงมุมล่างซ้ายของหินหยก บริเวณนี้กลับเริ่มมีสภาพหินที่แตกต่างจากเดิม หลินเยว่รู้ดีว่านี่คือสัญญาณว่ากำลังจะมีหยกปรากฏขึ้น

        ดังนั้น เขาจึงเพ่งความสนใจทั้งหมดไปยังตรงมุมล่างซ้าย ณ เวลานี้ ดวงตาของเขาเริ่มเกิดอาการเจ็บแสบ เขารู้สึกสมองบวมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เปลือกตาของเขาพยายามจะปิดลง แต่ตัวเขากลับพยายามฝืนไว้อย่างเต็มที่

        หลินเยว่รวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อลืมตาขึ้นมา เขาพยายามรวบรวมความสนใจทั้งหมดไว้ที่ตัวหินหยก แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามฝืนเพียงใด เปลือกตาของเขาก็จะปิดลงอยู่ตลอด

        เหลือเพียงนิดเดียว!

        หลินเยว่พยายามบอกกับตัวเองอยู่ในใจ

        เพื่อที่จะฝืนเพ่งต่อไป หลินเยว่จึงใช้มือขวาของตัวเองหยิกตรงแขนซ้ายของเขาอย่างแรง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้สมองของเขากลับมามีสติขึ้นอีกครั้ง เปลือกตาเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพหินหยกทั้งก้อนจึงปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้าเขาทันที และในเวลานี้เอง หลินเยว่รู้สึกราวกับว่าสมองของเขาระเบิดดังเปรี้ยง เกิดเป็นเสียงดังก้องอย่างฉับพลัน ภาพเบื้องหน้าพลันมืดสนิท และเขาก็หมดสติลงไปทันที……

          **********************

        “โย่วจ้าง หาเจอหรือยัง?”

        ท่านเฮ่อฉางเหอถามขึ้น

        เฮ่อโย่วจ้างใช้เวลาสำรวจหินหยกก้อนสุดท้ายนานถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าควรจะลากเส้นตรงไหน เขารู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย

        ส่วนข้างกายของท่านเฮ่อฉางเหอมีสาวน้อยหน้าตาสวยหวานราวกับเจ้าหญิงคนหนึ่ง เธอคนนี้ก็คือสาวน้อยที่ไปยังถนนหินหยกวัตถุโบราณที่อำเภอชางกับท่านเฮ่อฉางเหอนั่นเอง ขณะที่เธอได้ยินท่านเฮ่อฉางเหอถามออกมา เธอก็กำลังมองพี่ชายของตัวเองอย่างสงสัย

        บริเวณรอบๆ ก็เป็นเหมือนวันแรกที่มีการตัดหินหยก มีคนล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด เมื่อเห็นสถานการณ์เบื้องหน้าในเวลานี้ ผู้คนรอบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ออกมา

        “หินหยกก้อนนี้มีลักษณะพิเศษที่ชัดเจนมากนะ ทำไมคุณชายโย่วจ้างถึงต้องสำรวจนานขนาดนี้?”

        “นั่นสิ หินหยกก้อนนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก เป็นหินหยกก้อนแรกและก้อนเดียวที่ผมเคยเห็นในชีวิตที่มีลักษณะพิเศษทางด้านบนเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณชายโย่วจ้างถึงตัดสินใจไม่ได้สักที”

        “ความจริงเหตุผลที่ซ่อนอยู่ก็ง่ายจะตาย เป็นเพราะว่ามันดีเกินไป ก็เลยกลัวว่าจะตัดหยกข้างในเสีย ดังนั้น ก็เลยต้องรอบคอบเป็นพิเศษ”

        “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่ลองค่อยๆ ฝนหินเพื่อดูสภาพภายในก่อนล่ะ?”

        “เรื่องนี้…… ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

          ……

        สำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์รอบๆ ตัว ท่านเฮ่อฉางเหอก็ปิดหูปิดตาไม่สนใจ เขายังคงมองหลานชายตัวเองที่กำลังวุ่นอยู่กับการสำรวจหินหยก เขารู้ดีว่าหลานชายของตัวเองเป็นคนหยิ่งผยองมากกว่าใครๆ มาตั้งแต่เด็ก เฮ่อโย่วจ้างต้องการทำทุกเรื่องให้สมบูรณ์แบบ อีกทั้งหากเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย เขาก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การค่อยๆ ฝนหินหยกเพื่อเปิดดูบางส่วนจึงถือว่าเป็นการสร้างความสมบูรณ์แบบครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าหินหยกเบื้องหน้านี้มีลักษณะพิเศษชัดเจน แต่ว่าภายในหินหยกมีความเป็นไปได้ที่จะพบหยกอยู่หลายแห่ง เพื่อไม่ให้หยกเกิดความเสียหาย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสำรวจอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

        ตัวท่านเฮ่อฉางเหอรู้สึกชื่นชมกับท่าทีที่รอบคอบระมัดระวังเช่นนี้ของเฮ่อโย่วจ้างมาก

        แต่ทว่าสาวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ ท่านเฮ่อฉางเหอกลับรู้สึกไม่พอใจกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ เธออดไม่ได้ที่จะงอริมฝีปาก

        ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ขณะที่ผู้คนรอบๆ เริ่มเกิดอาการทนไม่ได้นั้น เฮ่อโย่วจ้างก็ลุกขึ้นยืนพร้อมถอนหายใจยาวๆ ออกมา การลุกขึ้นมาของเขาทำให้ผู้คนรอบๆ เกิดอาการตื่นเต้นขึ้น เพราะในที่สุดเวลาที่พวกเขารอคอยจะมาถึงแล้ว นั่นก็คือ การตัดหินหยก

        เฮ่อโย่วจ้างหยิบปากกาจากด้านข้างขึ้นมา เขาลากเส้นๆ หนึ่งลงบนหินหยกอย่างระมัดระวัง เมื่อลากเสร็จแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองท่านเฮ่อฉางเหอ

        ท่านเฮ่อฉางเหอส่งยิ้มเรียบๆ ให้กับหลานชายของเขา หลังจากนั้นจึงเดินไปยังเบื้องหน้าของหินหยกและเริ่มสำรวจอย่างละเอียด

        ณ เวลานี้ สาวน้อยที่อยู่ข้างๆ ท่านเฮ่อฉางเหอก็กะพริบตาปริบๆ ใส่เฮ่อโย่วจ้าง หลังจากนั้นเธอก็ยกนิ้วโป้งขึ้นพร้อมส่งยิ้มหวานให้เขา เฮ่อโย่วจ้างเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของเธอจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ ออกมา

        ตอนแรกผู้คนในที่แห่งนี้คิดว่าท่านเฮ่อฉางเหอจะไม่สำรวจอีกแล้วแต่จะบอกให้ตัดหินหยกทันที คาดไม่ถึงว่าท่านก็ยังต้องการสำรวจอีกครั้ง เพราะหากเป็นเหตุการณ์ปกติเหมือนแต่ก่อน ท่านเฮ่อฉางเหอจะไม่สำรวจอีก แล้วเพราะเหตุใดครั้งนี้ถึงต้องสำรวจอีกครั้งล่ะ? หรือว่าหินหยกก้อนนี้มีปริศนาที่ไขไม่ออกอยู่?

        ขณะที่ผู้คนกำลังสงสัยอยู่นั้น ท่านเฮ่อฉางเหอกลับลุกขึ้นยืน การกระทำของท่านทำให้ผู้คนตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะการลุกนั่งของท่านใช้เวลาไปไม่ถึง 30 วินาที หรือว่าเพียงเวลาเท่านี้ก็สำรวจเสร็จแล้ว?

        เฮ่อโย่วจ้างก็มองคุณปู่ของตัวเองอย่างข้องใจ

        ท่านเฮ่อฉางเหอยิ้มพร้อมหยิบปากกาขึ้นมาและลากเส้นลงบนหินหยกหนึ่งเส้น เส้นที่ท่านลากขึ้นห่างจากเส้นของเฮ่อโย่วจ้างไม่มากนัก แค่เลื่อนออกไปทางด้านนอกอีกประมาณ 5 – 6 มิลลิเมตร

        “ลองดูสิ” ท่านเฮ่อฉางเหอวางปากกาลงและพูดกับเฮ่อโย่วจ้าง

        เฮ่อโย่วจ้างได้ยินเช่นนี้จึงขมวดคิ้วและเดินเข้าไปดูตรงระหว่างเส้นทั้งสองเส้นที่ถูกลากขึ้นมา เพราะเขาอยากรู้ว่ามันมีความแตกต่างอย่างไรกันแน่ เพราะเหตุใดคุณปู่ของเขาถึงได้ลากเส้นเลื่อนออกไปทางด้านนอกอีก 5 – 6 มิลลิเมตร

        ส่วนสาวน้อยก็รู้สึกสงสัยมากเช่นกัน ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอเบิกกว้าง เธอมองหินหยกอย่างสนใจ ราวกับว่าต้องการมองหินหยกให้ทะลุเลยทีเดียว

        เฮ่อโย่วจ้างสังเกตลักษณะพิเศษของเปลือกหินหยกอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งดอกสน ลายเส้นงูเหลือมและลวดลาย เขาก็เก็บรายละเอียดเหล่านี้ไว้ทั้งหมดแล้ว เขาแอบคำนวณในใจ เส้นที่เขาลากเส้นนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะเป็นตำแหน่งขอบของหยกที่จะปรากฏสีเขียวออกมาพอดี เพราะเหตุใดถึงต้องลากเส้นเลื่อนออกไปทางด้านนอกอีก 5 – 6 มิลลิเมตรล่ะ?

        เฮ่อโย่วจ้างมองคุณปู่ของตัวเองด้วยสายตาสงสัย และสายตาของทุกๆ คนต่างมองพุ่งตรงไปยังท่านเฮ่อฉางเหอ เหตุการณ์ครั้งนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ บุรุษสองวัยแห่งหรงเล่อเซวียนกำลังเปิดเวทีมังกรปะทะพยัคฆ์ ผลออกมาจะเป็น “ยิ่งสูงวัยก็ยิ่งจัดจ้าน” หรือว่าจะเป็น “วีรบุรุษวัยหนุ่ม” กันแน่? ช่างเป็นเหตุการณ์ที่หาเจอได้ยากจริงๆ ไม่ว่าใครจะถูกหรือผิดอย่างไรล้วนเป็นผลลัพธ์อันแสนยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน หากท่านเฮ่อฉางเหอชนะ นั่นก็แสดงว่ายิ่งสูงวัยก็ยิ่งจัดจ้าน ส่วนเฮ่อโย่วจ้างจำเป็นต้องฝึกฝนต่อไป แต่หากเฮ่อโย่วจ้างชนะ นั่นก็แสดงว่าผู้สืบทอดหรงเล่อเซวียนนั้นมีคุณสมบัติของปรมาจารย์แห่งหยกเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ย่อมสามารถนำเรื่องนี้ไปคุยกันออกรสได้อีกนาน เมื่อคิดว่าต่อไปตนเองจะสามารถนำเรื่องราวไปคุยอวดกับพวกเพื่อนๆ ได้ พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

        ท่านเฮ่อฉางเหอเดินเข้าไปหาหินหยกอีกครั้ง ท่านยกมือขึ้นชี้ไปยังลวดลายส่วนหนึ่งบนเปลือกหินหยก

        ผู้คนทั้งหลายต่างไม่เข้าใจกับการกระทำของท่านเฮ่อฉางเหอ ส่วนเฮ่อโย่วจ้างกลับขมวดคิ้วแล้วโน้มตัวเข้าไปสังเกตจุดที่ท่านเฮ่อฉางเหอชี้ขึ้น เมื่อเขาเห็นจุดนั้นเขาก็เข้าใจได้ทันที เขาลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งคำนวณภาพรวมออกมาอีกครั้ง ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ ควรจะลากเส้นเลื่อนออกไปทางด้านนอกอีกประมาณ 5 – 6 มิลลิเมตรจริงๆ เส้นที่คุณปู่ของเขาลากนั้นถูกต้องแม่นยำแล้ว

        เมื่อเฮ่อโย่วจ้างถอยออกมา ผู้คนในที่แห่งนี้ต่างทยอยกันเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อพวกเขาได้เห็นเต็มตาจึงเข้าใจได้ทันที ลวดลายตรงนั้นได้ซ่อนลายเส้นงูเหลือมเล็กๆ อยู่เส้นหนึ่ง พลัน… ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างชื่นชม

        “ท่านเฮ่อช่างยิ่งสูงวัยยิ่งจัดจ้าน สมกับที่เป็นปรมาจารย์แห่งหยกจริงๆ!”

        “ฉายาท่านเฮ่อ คือ ‘เฮ่ออีเหยี่ยน’ ซึ่งหมายถึงเพียงเหลียวมองก็มีมูลค่ามหาศาล เมื่อได้เห็นกับตาในวันนี้ก็สุดยอดสมคำร่ำลือจริงๆ”

          ……

        ท่ามกลางคำชื่นชมของทุกๆ คน ท่านเฮ่อฉางเหอเพียงส่งยิ้มตอบอย่างราบเรียบ หลายปีมานี้ไม่รู้ว่าเขาได้ฟังคำชื่นชมแบบนี้มามากมายขนาดไหน เขารู้สึกคุ้นชินจนไม่ส่งผลใดๆ เสียแล้ว หากนักพนันหินเป็นพวกใจร้อนวู่วาม การพนันหินเจ๊งก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการที่จะได้เป็นปรมาจารย์แห่งหยกจะต้องผ่านการฝึกฝนเรื่องสภาพจิตใจมาเป็นอย่างดี

        “คุณปู่เก่งจังเลย!” สาวน้อยปรบมือร้องตะโกนอย่างร่าเริง เมื่อพูดจบดวงตาคู่สวยก็มองไปทางเฮ่อโย่วจ้าง “พี่ชายก็เก่งมากค่ะ!”

        เมื่อเห็นความน่ารักสดใสของสาวน้อย ผู้คนในที่แห่งนี้ต่างยิ้มออกมาอย่างสบายใจเช่นกัน

        ท่านเฮ่อฉางเหอหัวเราะเสียงดังพร้อมลูบศีรษะของสาวน้อย “หลันเยว่ก็เก่งเหมือนกัน”

        เฮ่อหลันเยว่ได้ยินคุณปู่ชมตัวเอง เธอก็แลบลิ้นเล็กๆ ของเธอด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู

        ชายชราและชายหนุ่มบุรุษทั้งสองวัยแห่งหรงเล่อเซวียนได้ทำการประชันกัน ท่านเฮ่อในฐานะที่เป็นคนที่ยิ่งสูงวัยยิ่งเก่งกาจจึงชนะไปได้ในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเฮ่อโย่วจ้างจะแพ้ไป แต่ก็ไม่มีใครแสดงความเห็นใดๆ เพราะลายเส้นงูเหลือมเส้นนั้นมันซ่อนตัวได้ลึกมาก คนธรรมดาทั่วไปแทบไม่มีทางมองเห็น เหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างมากเฮ่อโย่วจ้างก็แพ้ในเรื่องสายตาอันเฉียบคม ส่วนด้านอื่นๆ เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “พลิกตำนานปรมาจารย์แห่งหยก” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3540

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)