0 Views

        เนื่องจากสายตาของหลินเยว่กลับมาดีเหมือนปกติ ทำให้ฝีมือการตัดหินหยกของเขาดีขึ้นอีกระดับ อีกทั้งเขาก็เริ่มมีความชำนาญในการควบคุมเครื่องตัดหินหยกขนาดใหญ่ที่แต่ก่อนเขาไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน

        ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันถึงจะปรับใบเลื่อยได้ตรงตามที่ต้องการ แต่ในตอนนี้สถานการณ์แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เขาบังคับใบเลื่อยได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีความแม่นยำเป็นที่สุด

        หลินเยว่จึงกลายเป็นผู้นำของช่างตัดหินหยกในหรงเล่อเซวียนอย่างไม่เป็นทางการ หากมีหินหยกที่ตัดยาก นายช่างคนอื่นมักจะให้เขาเป็นผู้ตัดโดยตลอด แต่ไม่ว่าจะเป็นหินหยกที่ตัดยากขนาดไหน สำหรับหลินเยว่แล้วเขาก็สามารถตัดได้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบเสมอ

        แม้กระทั่งเฮ่อโย่วจ้างก็ยังชื่นชมฝีมือการตัดหินหยกของหลินเยว่ เขาบอกว่าในวงการการพนันหินหยกนี้ ฝีมือของหลินเยว่ถือว่าอยู่ในระดับหาได้ยากแล้ว แต่ทว่าหากเทียบกับเซียนช่างตัดหินหยกที่อยู่จุดสุดยอดนั้นก็ยังมีความแตกต่างอยู่

        หลินเยว่ยังไม่เคยเจอเซียนช่างตัดหินหยกที่แท้จริง เขาหวังว่าท่านเฮ่อฉางเหอจะพาเขาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะว่ามันจะเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้เรียนรู้ ส่วนท่านเฮ่อฉางเหอก็รับคำพร้อมกับรอยยิ้ม

        วันนี้ หลินเยว่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงมาที่โรงงานเพื่อตัดหินหยกต่อ ซึ่ง ณ เวลานี้ หินหยกที่เฮ่อโย่วจ้างซื้อมาล็อตล่าสุดโดยรวมก็ถูกตัดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงกองสุดท้ายที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่หินหยกเหล่านี้ก็ถูกลากเส้นไว้หมดแล้ว ขอแค่ตัดตามรอยเส้นก็พอ ส่วนกลุ่มที่ตัดยากก็จะใช้เครื่องเจียระไนลับคมตัดค่อยๆ ฝนออกทีละน้อยจนกว่าจะเห็นหยก และวันนี้ก็น่าจะสามารถจัดการหินหยกที่เหลือทั้งหมดได้อย่างเรียบร้อย

        ช่วงบ่ายตอนใกล้จะเลิกงาน หินหยกโดยรวมก็ถูกตัดเสร็จจนหมดแล้ว เหลือเพียงก้อนสุดท้ายที่จะเก็บไว้ตัดในวันรุ่งขึ้น

        นักพนันหินหยกจะมีธรรมเนียมอยู่อย่างหนึ่งคือ นอกจากจะต้องเปิดตัวได้สวยแล้ว ก็ต้องปิดท้ายได้สวยเช่นกัน การเปิดตัวได้สวยถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ส่วนการปิดท้ายด้วยการตัดได้ก็จะแสดงว่าการพนันหินหยกในครั้งนี้ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และในเวลาเดียวกันก็จะเป็นสัญลักษณ์ว่าการพนันหินหยกในครั้งถัดไปก็จะเต็มไปด้วยความโชคดี ซึ่งการเริ่มต้นที่ดีและปิดท้ายด้วยดีถือเป็นแนวความคิดดั้งเดิมของชาวจีนมาโดยตลอด

        ดังนั้น โดยปกติทุกครั้งที่มีการตัดหินหยกล็อตใหญ่ จะมีการเลือกหินหยกที่ดีที่สุดออกมาสองก้อนวางแยกไว้ตำแหน่งหน้าสุดหรือตำแหน่งหลังสุด และที่สำคัญก็คือสำหรับการพนันหินหยกทั้งก้อนแล้ว การตัดบางส่วนหรือการตัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วจะไม่นับรวมอยู่ในกรณีนี้

        เมื่อหลินเยว่ตัดหินหยกก้อนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็สำเร็จเสียที เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก และเป็นจังหวะเดียวกันที่เขาเห็นหินหยกก้อนที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่งเพื่อรอที่จะตัดในวันพรุ่งนี้พอดี ในใจของเขารู้สึกคันยิบๆ คันไม้คันมือ เพราะหลายวันมานี้เขาได้ยินหลายคนพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับหยกมากมาย

        ดังนั้น นี่ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้ใช้หินหยกก้อนที่มีความเป็นไปได้สูงในการพนันได้เอามาลองทดสอบดู

        เมื่อคิดแล้วเขาก็ลงมือทำทันที หลินเยว่สาวเท้าเข้าไปหาหินหยกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่างในโรงงานต่างยุ่งกับงานของตัวเอง จึงไม่มีใครสนใจหลินเยว่เลย แต่ถึงแม้จะมีคนสังเกตเห็นหลินเยว่ แต่การกระทำของเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะการที่ช่างตัดหินหยกจะเข้าไปสังเกตหินหยกนั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามาก

        เมื่อมาหยุดตรงหน้าหินหยก หลินเยว่นั่งยองๆ พร้อมคิดทบทวนข้อมูลที่เขาได้เรียนรู้ในช่วงไม่กี่วันมานี้ หลังจากนั้นเขาจึงพูดรำพึงกับตัวเองอยู่ข้างๆ หินหยกขนาดเกือบ 100 กิโลกรัมที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมสังเกตที่ตัวหินหยกไปด้วย

        “ก่อนอื่นต้องรู้ว่าหินหยกขุดมาจากเหมืองไหนตำแหน่งไหน ช่างเหล่านั้นต่างพูดว่า ‘หากไม่รู้จักเหมืองหินหยกก็ไม่ต้องมาพนันหินหยก’ นั่นก็แสดงว่าสำหรับการพนันหินหยกแล้วตำแหน่งที่มาของหินหยกนั้นสำคัญมาก เปลือกผิวหน้าของหินหยกก้อนนี้ให้ความรู้สึกว่าบางมาก…… ผิวหน้าทั้งหมดปรากฏเป็นสีขาวเหลือง น่าจะเป็นหินหยกพ่ากั่ง”

        หลังจากนั้นหลินเยว่จึงคิดถึงคำพูดของช่างผู้ชำนาญที่ได้พูดถึงจุดเด่นของหยกที่ทำมาจากเหมืองหินหยกพ่ากั่ง “ผลึกดี ชนิดของเนื้อหยกดี สีสวย โดยปกติมักจะใช้ผลิตในระดับกลางและระดับล่างเป็นหลัก”

        แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะไม่มีหยกชั้นเลิศ!

        ในใจของหลินเยว่คิดว่าเมื่อดูจากเหมืองของหินหยก หินหยกก้อนนี้ก็น่าเดิมพันทีเดียว ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มีหยกชั้นดี แต่การการันตีขั้นพื้นฐานย่อมไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องตัดพบหยกด้านใน น่าเดิมพันไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องตัดได้เสมอไป

        หลังจากนั้น หลินเยว่ก็สังเกตลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของหินหยกก้อนนี้

        ผิวหน้าของหินหยกมีลักษณะคล้ายดอกสนจำนวนมาก ซึ่งสิ่งนี้นักพนันหินหยกจะเรียกกันว่าดอกสน ดอกสนบนผิวหน้าของหินหยกปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีเขียวหยกที่ปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้คนที่มองเห็นรู้สึกสดชื่นราวกับอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

        หลินเยว่ทราบเป็นอย่างดีว่าดอกสนบนผิวหน้าหินหยกเป็นสิ่งที่ปรากฏออกมาตามสีของหินหยกที่อยู่ภายใน โดยปกติสียิ่งสดยิ่งเขียวก็จะยิ่งดี ดอกสนบนหินหยกก้อนนี้ทั้งสดและเขียว เห็นได้ชัดว่าสีของหยกด้านในจะต้องสวยอย่างแน่นอน

        วงการพนันหินหยกมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า “สีแตกต่างกันหนึ่งระดับ ราคาแตกต่างกันสิบเท่า” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสีมีความสำคัญขนาดไหน

        ดอกสนบนผิวหน้าของหินหยกปรากฏกระจายอยู่เป็นวงกว้าง อีกทั้งมีความต่อเนื่องกันทั้งหมด แต่การที่ดอกสนมีจำนวนเยอะก็ไม่จำเป็นว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป เพราะมีหินหยกบางก้อนที่ตัวหยกโผล่มาอยู่ด้านนอกทั้งหมด แต่ภายในกลับไม่มีหยก หากเป็นเช่นนี้ ผิวหน้าของหินหยกก็จะมีดอกสนจำนวนมาก

        การสังเกตดอกสน นอกจากจะต้องดูว่ามีบริเวณกว้างหรือไม่แล้วยังต้องดูความลึกของมัน แต่ตอนนี้หลินเยว่ยังใช้ตาเปล่าและประสบการณ์ที่เขามีดูดอกสนว่ามีความลึกมากน้อยแค่ไหนยังไม่เป็น ดังนั้น เขาจึงต้องมองข้ามเรื่องนี้ไปก่อน

        เขารู้สึกว่าในเมื่อเฮ่อโย่วจ้างเลือกหินหยกก้อนนี้แสดงว่าเขาต้องมีเหตุผลส่วนตัวอย่างแน่นอน ไม่แน่ดอกสนพวกนี้อาจจะลึกมากก็ได้

        บนก้อนหินหยกยังมีลักษณะเฉพาะอีกอย่างที่หากปรากฏบนผิวหน้าก็แสดงว่าน่าเดิมพัน นั่นก็คือ ลายเส้นงูเหลือม บนหินหยกก้อนนี้มีลายเส้นงูเหลือมอยู่หลายเส้น แค่บนดอกสนก็มีลายเส้นงูเหลือมถึง 2 เส้นแล้ว

        ลายเส้นงูเหลือมเป็นลักษณะสำคัญที่แสดงว่าภายในหินหยกมีสีเขียว แต่ทว่าการที่มีลายเส้นงูเหลือมก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสีเขียวเสมอไป เพราะจำเป็นต้องมีดอกสนด้วย

        ดังนั้น การมีลายเส้นงูเหลือมบนดอกสนเช่นนี้แสดงว่าหินหยกก้อนนี้ต้องมีสีเขียวภายในค่อนข้างแน่นอน แต่ก็เป็นไปได้ที่อาจจะไม่มีสีเขียวหรือว่ามีสีเขียวน้อยมาก

        สิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง มนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะคาดเดาได้อย่างไร!

        สุดท้าย หลินเยว่ยังสังเกตลวดลายบนผิวหน้าของหินหยก การใช้วิธีการดูลวดลายเพื่อประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกหินหยกนั้นมีความซับซ้อนค่อนข้างสูง โดยปกติหากตรงข้างๆ ลวดลายมี “ดอกสน” ปรากฏอยู่ มันก็จะเป็นตัวบอกว่าภายในมีสีเขียว แต่จะไม่สามารถบอกได้ว่ามีสีเขียวมากน้อยแค่ไหนหรือมีรูปร่างลักษณะอย่างไร ผิวหน้าของหินหยกก้อนนี้มีลวดลายไม่มากนัก แต่ทว่ามีดอกสนหลายดอกอยู่ข้างๆ จึงเป็นตัวบอกว่าภายในหินหยกมีสีเขียวอย่าชัดเจน

        เพียงไม่นานนัก หลินเยว่ก็สรุปได้ว่าหินหยกเบื้องหน้าก้อนนี้น่าเดิมพันเพราะมีความเป็นไปได้สูงมาก อีกทั้งสูงจนน่าตกใจ ไม่แปลกใจที่เฮ่อโย่วจ้างเลือกหินหยกก้อนนี้ไว้เป็นก้อนสุดท้าย

        โดยปกติหินหยกก้อนหนึ่งมีลักษณะเฉพาะสองอย่างก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แต่หินหยกก้อนนี้กลับมีลักษณะเฉพาะครบทั้งหมดซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก หินหยกที่มีความเป็นไปได้สูงขนาดนี้เฮ่อโย่วจ้างจะต้องซื้อมาในราคาไม่น้อยอย่างแน่นอน หากให้หลินเยว่คาดการณ์ อย่างน้อยจะต้องมีราคาสิบล้าน หรือสูงยิ่งกว่านี้

        เมื่อประเมินราคาแล้ว หลินเยว่กลับตกใจกับตัวเลขที่เขาคาดการณ์ไว้ การพนันหินหยกเป็นการวางเดิมพันด้วยเงินก้อนมหาศาลและมีความเสี่ยงสูงตามที่เขาว่ากันไว้จริงๆ!

        หลินเยว่ลุกขึ้นยืนและมองไปยังรอบๆ ตัว เขาคิดว่าตอนนี้เขาควรจะเลิกงานได้แล้ว แต่ทว่ายังมีคนงานจำนวนมากยังคงทำงานอยู่ หลินเยว่จึงได้แต่ส่ายศีรษะอย่างฝืนใจ ดูจากสถานการณ์แล้ววันนี้เขาคงต้องทำโอทีเหมือนหลายวันก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

        เขาจะเอาเวลานี้ไปทำอะไรดีล่ะ?

        หลินเยว่เหลือบตามองหินหยกด้านข้าง หรือว่าเขาจะสำรวจหินหยกก้อนนี้ต่อดี?

        ทันใดนั้น หลินเยว่พลันคิดออกว่าตนเองมีพลังพิเศษ พลังที่เขาเกือบลืมไปเสียสนิท

        เขาลองใช้พลังพิเศษสำรวจว่าภายในหินหยกก้อนนี้เป็นอย่างไรจะดีไหมนะ?

        พลันหลินเยว่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที นอกจากเขาจะได้เห็นสภาพหยกภายในล่วงหน้าแล้ว เขายังสามารถทดสอบว่าตนเองสามารถมองทะลุได้ความลึกสูงสุดขนาดไหน

        ครั้งแรกที่เขาใช้พลังพิเศษ เขามองทะลุได้ถึงครึ่งหนึ่งของโทรศัพท์ ครั้งที่สองที่เขาใช้เขาสามารถมองทะลุหินหยกขนาดเกือบสองกิโลได้ทั้งหมด จากการคาดการณ์ เขาคิดว่าเขาจะสามารถมองได้ลึกขึ้นเรื่อยๆ แล้วครั้งนี้เขาจะสามารถมองได้ลึกขนาดไหนกันล่ะ?

        หลินเยว่เหลือบมองหินหยกขนาดใหญ่ก้อนนี้อยู่ชั่วครู่ เขาเกิดความกังวล ตัวเขาจะสามารถมองทะลุได้ลึกขนาดนี้เลยหรอ? หินหยกก้อนนี้ทั้งกว้างและยาวมากเลยทีเดียว

        ลองดูละกัน!

        หลินเยว่มองไปยังรอบๆ เมื่อเขามั่นใจว่าไม่มีใครมองมาทางเขา เขาจึงรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ และนั่งลงยองๆ ตรงหน้าก้อนหินหยกก้อนนี้

        ที่เขาต้องรอบคอบขนาดนี้เป็นเพราะว่าหากความลับที่เขาสามารถมองเห็นสภาพภายในหินหยกถูกเผยแพร่ออกไป แล้วใครจะยอมให้เขาพนันหินหยกล่ะ และไม่แน่อาจจะมีคนหาวิธีการต่างๆ นานาเพื่อบีบบังคับเขาให้ทำงานให้กับคนเหล่านั้น ถึงเวลานั้นเขาก็คงจะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก

        คนที่มีความสามารถก็ต้องทนรับกับความริษยาและการรังแกต่างๆ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เขาจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้

        เพื่อความสะดวกในการมองเห็นหยกที่อยู่ด้านใน เขาจึงเริ่มมองจากบริเวณที่มีดอกสน

        หลินเยว่ปล่อยจิตใจให้ผ่อนคลาย และรวบรวมสมาธิให้เป็นหนึ่งเดียว ดวงตาคู่นี้ของเขาเพ่งมองอยู่กับหินหยกเบื้องหน้าโดยไม่เคลื่อนไหวเลยสักนิด ตอนนี้เขากำลังจดจ่อกับหินหยกเบื้องหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

        เปลือกผิวหน้าของหินหยกค่อยๆ หายไป ดอกสนที่ปรากฏอยู่เด่นชัดเหล่านั้นก็ค่อยๆ จางลง สีของดอกสนด้านในมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออยู่ลึกขึ้น สีด้านนอกจะเป็นสีเขียวสดใส พอถึงด้านในกลับกลายเป็นสีเขียวเข้ม และเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ เปลือกผิวหน้าของหินหยกก้อนนี้บางมาก

        ดอกสนแทบจะปรากฏอยู่เต็มไปทั่วผิวหินหยก เมื่อเปลือกผิวด้านนอกค่อยๆ หายไป ประกายสีเขียวก็ปรากฏอยู่ในสายตาของหลินเยว่

        หลินเยว่สั่นไหวไปทั้งตัว แสงสีเขียวเป็นประกายเจิดจ้าทำให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับว่าเขากำลังอยู่ในโลกสีเขียว เกิดความผ่อนคลายสบายใจ เนื้อหยกแวววาวเป็นสีเขียวสดใส อีกทั้งประกายสีเขียวเหล่านั้นดูเหมือนว่าล้นทะลักออกมาจากตรงกลางของหยก ช่างดูราวกับมีจิตวิญญาณเหลือเกิน หลินเยว่ยังไม่เคยเห็นสีเขียวที่ดูสวยงามสูงส่งขนาดนี้มาก่อน ในใจของเขาคิดว่าหินหยกก้อนนี้ต้องพนันชนะแน่ๆ อีกทั้งต้องได้มูลค่าสูงเสียด้วย

        เพื่อดูให้ชัดว่าหินหยกก้อนนี้มีหยกขนาดใหญ่เพียงไหน หลินเยว่จึงเปลี่ยนทิศทางการมองโดยเปลี่ยนเป็นมองไปทางซ้ายและทางขวาแทน เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาถึงกับต้องสูดลมหายใจแรงๆ

        ขนาดใหญ่มาก!

        เขาเห็นประกายหยกยาวมากกว่า 30 เซนติเมตร มันเป็นหยกชั้นเลิศ อีกทั้งใหญ่ขนาดนี้ มูลค่าของมันต้องไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านอย่างแน่นอน!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “พลิกตำนานปรมาจารย์แห่งหยก” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3540

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)