0 Views

        หลินลั่วหรานเปิดไฟในห้อง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตสงบใจของตัวเองลง

        แม้ว่าตอนที่เธอได้เจอกับพื้นที่ลึกลับนั่น จะดูสงบนิ่งแค่ไหนก็ตาม แต่พอได้สติกลับมา มันก็ยากที่จะควบคุมตัวเองได้

        คนที่เติบโตมาในยุคที่ถูกอบรบมาตามหลักวิทยาศาสตร์ทุกคน ก็คงจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของหลินลั่วหรานในตอนนี้ได้กันทั้งนั้น

        เธอดันตัวลุกยืนขึ้น ถ้าหากว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง ดูจากรูปการณ์แล้ว สงสัยว่าคงจะต้องไปปลูกผักขายเหมือนอย่างในนิยายแล้วล่ะ

        เมื่อหลินลั่วหรานนึกถึงเงินในกระเป๋าที่มีเงินอยู่เพียงแปดพันขึ้นมา ก็ต้องรีบคิดตัดสินใจให้เร็วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

        เธอเป็นเด็กผู้หญิงมุทะลุ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เธอคงจะพุ่งตรงออกไปซื้อเมล็ดพืชในทันที

        ยังไงวันนี้ก็พักผ่อนเร็วหน่อยแล้วกัน พรุ่งนี้จะได้ตื่นขึ้นมาเช้าๆ ไม่ว่าอย่างไร เรื่องพื้นที่ลึกลับนั่นคงจะไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร เมื่อมีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากความจน แล้วก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความรวยแล้ว เธอก็ควรจะลองดูสักตั้ง

        อยู่ๆ หลินลั่วหรานก็นึกถึงผลไม้ที่นำออกมาด้วยขึ้นมา จะกินหรือว่าไม่กิน นั่นยังคงเป็นปัญหาชวนสับสนสำหรับเธออยู่

        เดี๋ยวก่อนนะ!

        เธอขยี้ดวงตาของตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฟาดไป นี่เพิ่งจะผ่านไปเพียงสักพักเท่านั้น แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าผลไม้ลูกนี้กลับไม่ได้สีแดงสดใสเหมือนอย่างเก่าเสียแล้ว?

        ไม่ใช่ว่าจะเน่าแล้วนะ?

        หลินลั่วหรานขมวดคิ้วเข้าหากัน ถ้านี่เป็นของวิเศษจากสวรรค์จริง แล้วมาโดนตัวเองทำให้เสียเปล่าแบบนี้ เธอคงจะต้องร้องไห้ตายแน่ๆ ถึงแม้ว่าต้นไม้ในพื้นที่ลึกลับจะยังคงอยู่ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะมายืนยันได้ว่ามันจะออกผลอีกครั้งเมื่อไร…

        หลินลั่วหรานรู้สึกราวกับตัวเองเป็นนักโทษที่มีความผิด เธอคว้าเอาผลไม้นั้นใส่เข้าปากโดยไม่ลังเล แต่เพียงแค่แตะโดนปากเท่านั้น ยังไม่ทันได้รับรสอะไร ผลไม้ลูกน้อยก็ไหลลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว

        ก่อนที่เธอจะมารู้ตัวเอาทีหลัง พระเจ้า นี่เราตะกละขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ไม่แม้แต่จะล้างก่อนกิน!

         เธอนอนอยู่บนโซฟามากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น…ของวิเศษจากสวรรค์อะไรกัน ไร้สาระ สุดท้ายหลินลั่วหรานก็หงุดหงิดขึ้นมาจนได้ ก็ผลที่ได้รับไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่คาดหวังเอาไว้เสียเลย เป็นใครก็คงต้องผิดหวังกันทั้งนั้น

        ไอ้เจ้าไข่มุกที่เปล่งแสงสลัวๆ อยู่ที่ข้อมือเองก็เหมือนกัน ดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออก ในใจของเธอได้แต่คิดว่าต่อให้กลับเข้าไปในพื้นที่ลึกลับนั่นได้ และต้นหญ้าก็ยังคงเขียวขจี น้ำแร่ก็ยังคงใสสะอาดเหมือนอย่างเคย แต่ความมั่นใจที่เคยมีต่อหนทางร่ำรวยนั้นกลับหายไปเสียแล้ว

        พูดง่ายๆ ก็คือ ไร้ค่าชะมัด!

        หลินลั่วหรานมอบคำจำกัดความให้เจ้าไข่มุกด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองนั้น ทำตัวราวกับยังเป็นเด็กสาวที่ยังไม่โตเต็มวัย ช่างน่าขำเสียจริง

        แต่ทั้งหมดนี่ก็เป็นสิ่งที่ได้รับมาโดยไม่ได้คาดคิด ได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่มีอะไรน่าโมโหนี่นา อย่างน้อยก็พอจะใช้เป็นโกดังเคลื่อนได้อยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นจิตใจก็สงบขึ้นมามากทีเดียว หลินลั่วหรานมองไปยังนาฬิกาเรือนเก่าบนผนังที่กำลังบอกเวลาสี่ทุ่ม วันนี้ควรจะนอนให้เร็วเสียหน่อย พรุ่งนี้จะได้มีแรงออกไปหางานใหม่!

        หลินลั่วหรานไม่ได้เป็นคนแต่งหน้าอะไร ดังนั้นเธอจึงล้างหน้าแปรงฟันด้วยความว่องไว

        จิตใต้สำนึกของหลินลั่วหรานกำลังพยายามบังคับให้ร่างหายที่นอนแผ่อยู่บนเตียงรีบเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ภาพของลี่อันพิงกลับปรากฏขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ท่าทางนิ่งสงบตอนที่ไปพบกับลี่อันพิงในวันนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่หลินลั่วหรานพยายามอย่างหนักทั้งนั้น สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นความสัมพันธ์ตั้ง 7-8 ปี ต่อให้ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาที่เลี้ยงเอาไว้ ก็ต่างต้องมีความรู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้น…….

        ความโศกเศร้าเริ่มจับกุมจิตใจของเธอ ภายในหัวเองก็รู้สึกปวดตุ้บๆ ขึ้นมา เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่นาน ก่อนจะหลับใหลไป

        นาฬิกาบนผนังแสดงเวลา 5 ทุ่ม 55 นาที แสงจันทร์ที่ทะลุผ่านเข้ามาในห้อง สาดส่องกระทบกับไข่มุกบริเวณข้อมือของหลิวลั่วหราน ปรากฏเป็นแสงสว่างสลัวๆ

        แสงจากไข่มุกประกายอยู่รอบตัวของหลินลั่วหราน คิ้วของเธอค่อยๆ คลายออกจากกันเพราะความสบายใจจากความฝัน

        ประกายแสงเหล่านั้นค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในกายของหลินลั่วหราน

        ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก

        เข็มนาฬิกาซ้อนทับตรงกัน เป็นเวลาเที่ยงคืนตรง ตามความคิดในสมัยก่อนแล้ว ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อยู่ตรงกลางพอดี และถือเป็นช่วงเวลาที่มืดครึ้มที่สุดของวัน

        และในช่วงเวลานี้เอง ที่แสงอาทิตย์แรกจะปรากฏ

        ในที่สุดเจ้าผลไม้อุ่นๆ ที่หลินลั่วหรานกินเข้าไปก่อนหน้านี้ ก็เริ่มปรากฏฤทธิ์ขึ้นมา ในช่วงเวลาอันเหมาะสม โดยไม่ขาดและไม่เกินไปแม้แต่นาทีเดียว

        ไอร้อนถูกส่งผ่านขึ้นมาจากช่องท้อง ราวกับจะสามารถไหลผ่านไปทั่วสายโลหิตในร่างของหลินลั่วหรานได้ภายในชั่วพริบตา

        ปวด เจ็บปวด ความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นจากในร่างกาย ร้อนระอุขึ้นมา ราวกับเธอกำลังนอนอยู่ในเตาอบ

        นี่ตัวเราเป็นอะไรไปเนี่ย!?

        ความเจ็บปวดราวกับร่างกายจะฉีกขาดถาโถมเข้าโจมตีหลินลั่วหราน และแม้จะเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน เธอก็ไม่อาจจะลืมตาตื่นขึ้นมาได้เลย

        หากว่าไม่สามารถจะตื่นขึ้นมาได้ อย่างนั้นก็หลับให้สนิทไปเลยก็แล้วกัน…หลินลั่วหรานคิดขึ้นมาได้อย่างมึนๆ งงๆ ก่อนที่จะหมดสติไป เพราะความเจ็บปวดที่มากล้น…

        ฤทธิ์ของผลไม้นั้นค่อยๆ กระจายไปทั่วร่างกายที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักของหลิวลั่วหราน ก่อนไหลไปตามเส้นเลือดทั่วทั้งร่างกายของเธอ โดยที่มีพลังจากน้ำแร่และไข่มุกที่คอยฟื้นฟูให้อยู่อย่างไม่หยุดหย่อน

        เจ้าของร่างได้สลบไปเสียแล้ว เพื่อที่จะเลี่ยงการเจ็บปวดอันแสนทรมานที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

        หลินลั่วหรานที่สลบไปนั้น ไม่ได้รู้เลยว่า “ผลอัคนี” ที่เธอได้กินเข้าไป แท้จริงแล้วเป็นผลไม้วิเศษที่มีอิทธิฤทธิ์มากกว่าผลไม้ในตำนานเหล่าขานเสียอีก ไม่ว่าใครก็ต่างพากันแย่งชิง ผลไม้ที่มีพลังวิเศษมากมายขนาดนี้ แต่กลับโดนหลินลั่วหรานที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกินเข้าไปเสียแล้ว สิ้นเปลืองพลังไปกว่าเจ็ดถึงแปดในสิบส่วนของพลังทั้งหมด ผลที่ปรากฏออกมาจึงมีเพียงช่วยชำระล้างร่างกายของเธอแต่เพียงเท่านั้น ก่อนที่ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเอาไว้ในสายเลือดและร่างกายของเธอ

        ชำระโลหิตเป็นเพียงฤทธิ์อย่างหนึ่งของผลอัคนีเท่านั้น  ในนิยายมักจะเปรียบ “ปราณชำระไขสันหลังและโลหิต” เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในความจริง การชำระโลหิตนั้นง่ายมาก สิ่งที่มีฤทธิ์ในการบำรุงรักษาโลหิตบนโลกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย หากแต่ “การชำระไขสันหลัง” นั้น มีฤทธิ์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในตัวคนได้ นี่ต่างหาก ที่เป็นพลังที่หาได้ยากนัก

        ผ่านไปกว่า 3-4 ชั่วโมง ก่อนที่พลังที่ไหลแผ่ไปทั่วร่างของหลินลั่วหรานจะหยุดลง ทั่วทั้งร่างของเธอถูกห่อหุ้มไปด้วยหยาดเหงื่อสีดำสนิท ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นดักแด้รูปร่างมนุษย์สีดำขลับ

        ไข่มุกเองก็ดูเหมือนว่าจะใช้พลังไปมาก เมื่อพบว่าร่างกายของหลิวลั่วหรานไม่ได้ร้อนระอุเหมือนก่อนหน้าแล้ว จึงค่อยๆ สงบนิ่งอยู่บนข้อมือของเธอ และส่องประกายแสงอ่อนๆ ตัดกับดักแด้สีดำต่อไป

        “กรี๊งงงง” นาฬิกาปลุกที่ถูกวางไว้ข้างที่นอนขยับเคลื่อนไหวไปมา หลินลั่วหรานขยี้ดวงตาของตัวเองเบาๆ

        เปลือกตาแห้งผาก ราวกับมีบางอย่างติดอยู่บนเปลือกตา…หลินลั่วหรานใช้แรงทั้งหมดที่มีในการขยี้ตาของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติไป ทำไม…บนมือเองก็มีเหมือนกันนะ

        เธอสะบัดหัวของตัวเองเล็กน้อย เพื่อปลุกให้ตัวเองตื่นขึ้น ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพบกับสิ่งผิดปกติบนร่างกายของตัวเอง

        เปลือกสีดำเข้มที่ปกคลุมอยู่บนตัว ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และสกปรกไปทั่วทั้งเตียงและผ้าห่ม

        หลินลั่วหรานนึกถึงความร้อนรุ่มและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกขึ้นมา

        พระเจ้า นั่นไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นเหรอ?

        พื้นที่ลึกลับ ผลไม้ ความเจ็บปวด…ถ้าเอาทั้งสามสิ่งนี้มาเรียงต่อกัน หลินลั่วหรานไม่ใช่คนโง่ เธอรีบลุกขึ้นก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปยังห้องน้ำทันที หลินลั่วหรานรีบกวาดสายตาไปยังกระจกที่ติดอยู่ด้านบนของอ่างหน้า ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีดำสนิท เหลือให้เห็นเพียงดวงตาทั้งสองของเธอ เพียงกะพริบตาเบาๆ เธอก็รู้สึกราวกับว่าฝ้าบนกระจกนั้น จะค่อยๆ กระจ่างขึ้นมา

        เธอค่อยๆ ขยับมือไม้ที่สั่นไหวของเธอไปยังใบหน้า เธอกำลังพยายามเก็บความรู้สึกดีใจเอาไว้

        เพราะเมื่อถูเอาชั้นผิวที่ทั้งดำทั้งเหม็นนั่นออกไป ใบหน้าและฝ่ามือของเธอก็ปรากฏเนื้อผิวสีขาวสะอาดผ่องใสออกมา เมื่อเห็นดังนั้น หลินลั่วหรานจึงรีบเปิดฝักบัวอาบน้ำไปพร้อมกับความยินดี…

        หลังจากที่เธออาบน้ำชำระล้างคราบสกปรกเหม็นเน่าออกไปจนหมดสิ้น แล้วกลับมายืนอยู่หน้ากระจกอีกครั้ง เธอก็ต้องตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

        ผิวพรรณเปลี่ยนเป็นขาวใส ไม่ใช่ขาวซีดเหมือนคนป่วยอย่างเคย แต่เป็นสีขาวราวกับเปลือกไข่ มีความมันวาวชุ่มฉ่ำ แถมพวงแก้มทั้งสองยังประดับไปด้วยสีแดงระเรื่อตามธรรมชาติ เรือนผมของเธอมันเงาเปล่งประกาย งดงามราวกับเส้นไหม ปลายผมที่แห้งแตกเองก็หายไปหมดแล้ว

        แต่อวัยวะต่างๆ บนใบหน้ากลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด จะมีก็เพียงแค่ดวงตาที่ถูกชีวิตที่ผ่านมาทรมานเสียจนไร้ชีวิตชีวาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยพลัง ดวงตาเปล่งประกายวับวาว เหมือนอย่างที่คนโบราณว่าไว้

        สรุปก็คือ เธอยังคงเป็นหลินลั่วหรานคนนั้น แต่เมื่อมองดูแล้ว กลับแตกต่างจากหลินลั่วหรานคนเก่าไปอย่างสิ้นเชิง

        ตอนนี้เธอดูเด็กลงกว่า 5 ปี!

        หลินลั่วหรานใช้เวลาอยู่นาน ก่อนจะสามารถสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้ แต่กว่าที่เธอจะรู้สึกตัว เวลาก็เลยผ่านมากว่าเที่ยงวันแล้ว จากตอนแรกที่ตั้งใจไว้ว่าจะออกไปหางานใหม่ แต่ดูท่าว่าจะไม่ได้เสียแล้ว

        หลินลั่วหรานเหม่อไปสักพัก ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆ หายไปจากใบหน้า เวลาแบบนี้จะไปหางานอะไรอีก ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือพยายามหาประโยชน์ที่แท้จริงของพื้นที่ลึกลับและสระน้ำแร่นั่นก่อนถึงจะถูก!

        เธอกวาดสายตาไปรอบห้อง ห้องเก่าๆ ห้องนี้ พื้นห้องถูกปูด้วยกระเบี้องที่เต็มไปด้วยรอยเพราะความเก่า จนทำให้มองดูสกปรกเสียเหลือเกิน และไม่ว่าจะทำความสะอาดเท่าไรก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาเลย

        ที่ผ่านมาหลินลั่วหรานใช้ชีวิตโดยที่ต้องเคร่งครัดเรื่องค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด เพราะแบบนั้นเธอจึงไม่มีจิตใจจะไปปลูกดอกไม้ใบหญ้าอะไรทั้งนั้น เธอมองพิจารณาบ้านหลังน้อยของตัวเอง…คงจะมีแค่หัวห่อสิ่วโอวที่เคยซื้อติดมือมาจากตลาดแล้วล่ะ เธอคิด ก่อนจะเอื้อมมือผ่านลวดดัดออกไปอย่างท้อใจ

        ที่จริงห่อสิ่วโอวหัวนี้ เป็นเพียงสิ่งที่หลินลั่วหรานคิดจะซื้อมาเพื่อใช้บำรุงผมที่แห้งเสียจนดูไม่ได้ของตัวเองก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ เหมือนว่ามันจะมีความหมายสำคัญขึ้นมาแล้วล่ะ

        ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของหลินลั่วหราน มองตรงไปยังห่อสิ่วโอวต้นนั้น

        สายลมพัดผ่าน ทำให้ใบของห่อสิ่วโอวสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับว่ามันกำลังแสดงการตอบรับให้กับเจ้าของที่กำลังวางแผนบางอย่าง…

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม