0 Views

                “ท่านนางฟ้า คุณมาช่วยไท๋ซือใช่ไหมคะ?” ในค่ำคืนมืดมิดบนผืนน้ำแข็ง ดวงตาของไท๋ซือเพิ่งจะถูกน้ำตาชำระล้างไป จึงสะอาดสดใสประกายราวกับหยาดน้ำ เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังหลินลั่วหราน

                หลินลั่วหรานนั้นเพิ่งจะตื่นขึ้นมาจากญาณสมาธิ ก่อนที่จะถูกพื้นที่ลึกลับกีดกันออกมา ในระหว่างที่เธอยังคงกำลังคิดว่าพื้นที่ลึกลับนั้นมีอะไรที่แปลกไปจากปกติ ก็พบว่าตัวเองปรากฏตัวขึ้นบนพื้นหิมะ นอกจากไข่มุกที่ส่งแสงประกายขึ้นมา บริเวณอื่นต่างก็มืดมิด

                ในบริเวณที่ห่างออกไปจากตัวเธอไม่กี่ก้าว มีหมีขั้วโลกที่แสดงท่าทางหวาดกลัวอยู่ อีกทั้งยังมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ร้องไห้พร้อมกับร้องตะโกนภาษาที่เธอไม่เข้าอีกด้วย

                แน่นอนว่าหลินลั่วหรานฟังภาษาของชาวเอสกิโมไม่ออก ไม่อย่างนั้น เธอคงจะเป็นเทพสาวที่ลงมาอย่างโลกมนุษย์จริงๆ แล้ว แต่ว่าความกลัวและความหวังในแววตาของเด็กผู้หญิงตัวน้อย หลินลั่วหรานก็สามารถเข้าใจมันได้ เมื่อนำมาปะติดปะต่อกันกับหมีขาวที่ดูเหมือนว่าจะถูกกลิ่นอายของตัวเธอทำให้ตกใจกลัว หลินลั่วหรานก็พอจะรู้แล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่

                หลินลั่วหรานลอบถอนหายใจออกมา เธออยากจะขยับเข้าไปปลอบประโลมเด็กผู้หญิงตัวน้อย แต่ก่อนที่จะเข้าไปนั้น เธอก็พลังขยับเคลื่อนย้ายพลังธาตุน้ำที่มีอยู่ทั่วทุกบริเวณก่อน

                พลังทั้งห้านั้นอยู่ในทั่วทุกมุมของโลก แต่คนที่จะสามารถรับรู้ถึงมันได้ มีเพียงแค่คนที่มีพื้นฐานพลังเท่านั้น คนธรรมทั่วไป แม้ว่าจะมีสมบัติติดตัว แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สามารถรับรู้ได้

                ทำไมพื้นฐานพลังธาตุเดี่ยว จึงนับได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์?

                ความจริง เราสามารถที่จะนำความสามารถในการตอบรับกับพลังธรรมชาติจัดออกมาเป็น 10 อัตราส่วน พื้นฐานพลังเดี่ยวนั้น แน่นอนว่าสามารถในการตอบรับ ก็จะเท่ากับ 10 หากเป็นพื้นฐานพลังคู่ ก็แบ่งจาก 1 เป็น 2 หรืออัตราส่วนของพลังทั้งสองอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ หากว่าโชคดีหน่อย ก็อาจจะเป็น 1:9 แบบนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกพื้นฐานพลังเดี่ยวเท่าไร

                จากการวิเคราะห์ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าพื้นฐานพลังสามธาตุ จะมีอัตราส่วนในแบบไหน ต่างก็แย่ลงมาไม่น้อย ยิ่งหากเป็นสี่หรือห้าธาตุแล้ว ก็นับได้ว่าแย่มาก บางทีอาจจะมีคนบอกว่า ความขยันอุตสาหะจะช่วยทดแทนกันได้ แม้ว่าการตอบรับจะแย่ไปเสียหน่อย แต่เมื่อเลือกธาตุที่มีอัตราส่วนมากที่สุดขึ้นมาใช้ในการฝึก ก็จะยังคงห่างไกลจากพวกธาตุเดี่ยวหรือธาตุคู่อยู่อีกเหรอ?

                แต่ว่าในเส้นทางการฝึกศาสตร์นั้น เดิมทีก็เป็นการเดินทางที่วิเศษเหนือโลก ถ้าหากว่าง่ายขนาดนั้น ในโลกของการฝึกศาสตร์ ก็คงจะไม่ใช้พื้นฐานพลังในการตัดสินชีวิตในภายภาคหน้าของคน หรือใช้พื้นฐานพลังในการจำกัดความสำคัญและตำแหน่งของแต่ละคนในสำนักแล้ว

                ถ้าหากว่าคุณมีธาตุน้ำอยู่ 7 ส่วน ธาตุไม้ 1 ส่วน ธาตุดิน 1 ส่วน และธาตุทอง 1 ส่วน แล้วหวังว่าจะใช้ธาตุน้ำในการหลุดพ้น ละทิ้งศาสตร์ของอีกทั้งสามธาตุไป แต่สุดท้ายแล้ว นั่นก็จะเพียงทำให้พลังในกายกระจัดกระจายวุ่นวาย และกลายเป็นการฝึกที่ไร้ค่า!

                หรือสามารถพูดได้ว่า ในตอนที่นักฝึกศาสตร์หลายธาตุฝึกลมหายใจ พลังทั้งหมดจะถูกกลั่นออกมาตามอัตราส่วน โดยเป็นไปตามอัตราส่วนของพื้นฐานพลัง เรื่องละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี่ ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่มากไปด้วยความต้องการ แต่ในตอนฝึกก็ยังลำบากกว่าพวกธาตุเดี่ยวหรือธาตุคู่หลายเท่า นักปราชญ์ทุกๆ ด้านต่างก็มีเวลาชีวิตที่แน่นอน นอกเสียจากคนที่โชคดีมากๆ คนที่มีพื้นฐานพลังสองธาตุขึ้นไป ในการฝึกที่เหมือนกัน เวลาในการฝึกของพวกเขาจะนานกว่า อีกทั้งยังต้องคอยกังวลเรื่องความเท่าเทียมกันของพลังภายในกาย แล้วพวกเขาจะสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นเหมือนพวกที่มีพรสวรรค์แบบนั้นได้อย่างไร?

                ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลกแห่งการฝึกศาสตร์นั้น หลินลั่วหรานนั้นไม่ได้รู้เลย ความจริงหากอยากจะรู้ เธอก็สามารรับรู้ อีกทั้งความสงบในจิตใจของเธอ ทำให้บางครั้งยังหลุดเข้าไปในญาณสมาธิ ถ้าหากว่ามีนักปราชญ์คนอื่นรู้เข้า คงจะต้องยิ่งอิจฉาเธอมากขึ้นไปอีก

                อย่างเช่นตัวเธอในตอนนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้เพิ่งจะตื่นขึ้นมาจากญาณสมาธิ ดังนั้นการรับรู้ที่มีต่อน้ำจึงชัดเจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในตอนที่กำลังขยับตัว ก็สามารถสั่งพลังธาตุน้ำในบริเวณแผ่นน้ำแข็งได้แล้ว!

                นี่สถานการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นเพราะความเข้าใจในพลังธาตุน้ำนั้นเดินทางมาถึงขีดสุด หลินลั่วหรานไม่รู้ถึงการที่ต้องรักษาความเท่าเทียมเอาไว้ในการที่ดูดซึมพลัง ในกายของเธอนั้น นอกเสียจากพลังธาตุไฟแล้ว ต่างก็ขุ่นมัวไม่ทราบธาตุ แต่ก็ไม่เคยเกิดปัญหาอะไรขึ้น และก็ไม่เคยมีใครบอกเธอ หากว่าเธอรู้ก็คงจะแปลก

                พลังธาตุน้ำขยับพากันเข้าไปหา ไข่มุกนั้นแสดงความดีใจออกมา ก่อนที่จะดูดซึมเข้าไปอย่างเอาเป็นเอาตายครึ่งหนึ่งก็นำไปให้หญ้าต้นอ่อนผู้เข้ามาอาศัยใหม่ในบ่อน้ำได้ดูดซึม อีกสองส่วนนำไปช่วยพวกพืชที่ปลูกเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับ และอีกสามส่วนที่เหลือ ก็ผ่านการแลกเปลี่ยนจัดการในไข่มุก ก่อนจะส่งเป็นพลังธาตุน้ำที่สงบมั่นคงไปยังกายของหลินลั่วหราน

                พลังธาตุน้ำไหลขึ้นไปตามมือขวาของหลินลั่วหราน มันเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหลอดเลือด กระดูก และอวัยวะภายในของหลินลั่วหรานไปตลอดเส้นทาง

                หลังจากที่ได้รับพลังธาตุน้ำเข้ามาไม่ขาด หลินลั่วหรานก็รู้สึกมีสมาธิขึ้น เธอนึกกลับไปถึงความรู้สึกในตอนที่เข้าไปในญาณสมาธิ ในตอนนั้น เธอคือน้ำ เธอคือน้ำแข็ง เธอคือเกล็ดหิมะที่ร่วงโรยลงมาจากท้องฟ้า

                ราวกับมีอะไรบางอย่างส่งเสียง แกร่ก เบาๆ ออกมา ในตอนที่ทุกอย่างเหมาะสมหลินลั่วหรานก็ได้เปิดประตูของธาตุน้ำออก!

                แม้ว่าพลังบนโลกนั้นจะเบาบาง และพลังในระยะร้อยเมตร ก็ถือได้ว่าเป็นค่าดำเนินการของไข่มุก แต่ส่วนที่หลินลั่วหรานได้รับมา ก็ยังคงยากที่จะจินตนาการอยู่ดี

                พลังที่ไร้ธาตุในร่างกายของเธอ พลังธาตุน้ำเฟื่องฟูอยู่ในกาย และในตอนที่เธอเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นน้ำนั้น ในที่สุดพวกมันก็ราวกับได้ยินเสียงเรียก มันเปล่งประกายแสงสีฟ้าออกมาท่ามกลางความขุ่นมัว พลังในกายของหลินลั่วหราน หลังจากที่พลังธาตุไฟมีที่อยู่เป็นของตัวเองแล้ว ในตอนนี้พลังธาตุน้ำก็มีเช่นกัน!

                หลินลั่วหรานได้แต่เพียงตรวจสอบสถานการณ์ภายในกายของตัวเอง แต่ไม่รับรู้เลยว่า ในตอนที่พลังเกิดขึ้นกายของเธอนั้น หญ้าน้ำแข็งต้นน้อยที่ถูกปลูกเอาไว้ในบ่อน้ำ ก็ปรากฏใบขึ้นมาอีกสองใบ เนื่องจากได้รับผลมาจากบ่อน้ำ การบำรุงจากพลังธาตุน้ำ และถ้าหากว่าตั้งใจพิจารณามองดู ก็จะเห็นได้ว่า ในบริเวณกลางใบ จะก้อนตุ่มอยู่ มันคือดอกตูมของมันหรือเปล่า?

                เมื่อพลังธาตุน้ำที่แยกตัวออกมาในร่างของหลินลั่วหรานขยับกลับไปยังเส้นโลหิตของตัวเองแล้ว ลำแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนของกระท่อมเล็กอีกครั้ง ด้วยความเร็วที่แม้ว่าหลินลั่วหรานจะอยู่ในพื้นที่ลึกลับ ก็ไม่อาจจะสังเกตได้เห็น

                มีเพียงฟินิกส์ที่เธอยังไม่เคยได้พบเห็นเท่านั้น ที่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาอาศัยใหม่

                การฝึกของหลินลั่วหรานนั้น ในตอนที่พลังธาตุน้ำกำลังไหลเวียนเข้ามาไม่หยุด ก็ค่อยๆ ปรากฏความเปลี่ยนแปลงขึ้น……ดูเหมือนว่า ก็น่าจะยังดีอยู่?

                จนเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าขนตานั้นทั้งหนักแล้วก็แข็ง ภาพที่รากฎตรงหน้ายังเต็มไปด้วยหิมะขาว บวกกับท้องที่ไม่ได้รู้สึกหิวมากนัก ดูท่าทางแล้ว เธอคงจะฝึกศาสตร์ข้ามคืนอีกแล้วสินะ?

                เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนวานนั้น เธอไม่ได้รีบร้อนสั่งพลังธาตุน้ำ ก็สามารถถูกพลังธาตุน้ำรวมตัวเข้าใส่ การควบคุมจึงเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ได้อันตรายอะไร ผลลัพธ์ก็ยังคงน่าประทับใจอีกด้วย

                ตั้งแต่ที่หลินลั่วหรานลืมตาขึ้นมา ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนในร่างกายของตัวเอง พลังนั้นหนาแน่นขึ้น ทำให้ขั้นแรกของการฝึกศาสตร์อย่างระดับฝึกลมปราณได้รับการเติมเต็ม ในตอนที่ฝึกลมปราณเข้าสู่ร่าง ในเส้นเลือดของเธอก็เหลือที่ว่างอยู่ไม่มากแล้ว ร่างกายเบาสบาย ไม่ต้องให้ใครมาบอก เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เธอได้ก้าวเข้าสู่การเป็นระดับฝึกลมปราณที่สมบูรณ์แล้ว……

                ก่อนหน้านี้ไม่นาน ท่านมู่เคยบอกเอาไว้ว่าใน 15 ปี เธอจะต้องเป็นระดับพื้นฐานได้แน่

                ท่านกัวก็ยังบอกอีกว่า เขาพนันได้ว่าเธอจะเป็นระดับพื้นฐานใน 10 ปี

                ในตอนนั้นหลินลั่วหรานคิดว่าเธอได้รับการช่วยเหลือจากพื้นที่ลึกลับ ในใจของเธอจึงคิดว่าอาจจะไวกว่าที่คนแก่ทั้งสองบอกเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่คิดว่าจะไวขนาดนี้

        การเดินทางในสถานที่ลึกลับ ขัดเขลาจิตและความคิดของเธอในการฝึก การเดินทางที่ล่องลอย เติมเต็มจิตใจในส่วนที่ขาดหายไปของเธอ หลินลั่วหรานมีสูตรยาพื้นฐานอยู่ในมือ การฝึกก็ตามได้ทัน จิตใจของเธอนั้นไม่ต้องพูดถึง เพียงแค่เธอสามารถทำยาออกมาได้ หลินลั่วหรานก็มั่นใจว่า การที่เธอจะสามารถเลื่อนไปสู่การเป็นระดับพื้นฐานได้นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

        เธอเพียงจะเข้ามาฝึกศาสตร์ตอนอายุ 27 ปี เมื่อเทียบกับพวกเหวินกวนจิ่ง ที่ผ่านสิ่งต่างๆ มาหลายปีแล้ว รวมเข้ากับการที่เธอไม่สามารถบอกใครเรื่องพื้นฐานพลังได้ ทำให้หลินลั่วหรานกังวลใจอยู่ไม่น้อย

        จนกระทั่งถึงตอนนี้ ความไม่มั่นคงในใจของหลินลั่วหราน ก็กระจายหายไปหมดแล้ว!

        เรื่องของการฝึกศาสตร์นั้น มันก็เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะคาดเดามาตั้งแต่แรก การพยายามตั้งใจ รวมเข้ากับความรักและเมตตาจากเบื้องบน สาวเริ่มมีอายุอย่างเธอ ก็สามารถที่จะฝึกเป็นเทพสาวในเมืองได้เช่นกัน!

        ในหิมะขาว หลินลั่วหรานถูกลมหิมะตลอดทั้งคืนทับถมจนเป็นราวกับตุ๊กตาหิมะ เมื่อได้รับความสนิทชิดเชื้อจากพลังธาตุน้ำ และการเลื่อนระดับของการฝึกศาสตร์ ความรู้สึกด้านลบที่ก่อนหน้านี้มักจะรู้สึกขึ้นมาบ่อยๆ ก็หายไปไม่น้อย ท่าทางของเธอ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่___

        ตอนนี้ตัวของเธอไม่ได้ดูเหมือนดาบที่ประกายออกมาอีกแล้ว แต่เป็นดั่งสายน้ำ ที่ดูสงบและเป็นกันเอง  แต่ในส่วนที่ลึกลงไปและไม่มีใครเห็น กลับเต็มไปด้วยพลังที่สามารถล่มเรือทั้งลำได้

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม