0 Views

        คนดีมากเหรอ?

        หลินลั่วหรานไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่สามารถเรียกได้ว่าดีหรอกนะ

        เมื่อมองไปยังคนที่หลบการโจมตีของหมีดำได้อย่างเฉียดฉิวอย่างหลีซีเอ๋อร์แล้ว หลินลั่วหรานก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนดีอย่างที่ท่านเทพป๋ายพูด___เฮ้อ ฉันก็แค่หวังว่าจะลดตัวถ่วงไปได้บ้างบนเส้นทางเส้นนี้เท่านั้นแหละ

        หลินลั่วหรานบอกว่าจะไม่ช่วย แต่กลับเป็นห่วงลิงแก่ อย่างน้อยเธอก็ยังไม่ได้ของตอบแทนมา เพราะที่นี่มีสระน้ำ พลังในกายของเธอก็พอที่จะใช้ร่ายเวทย์ธาตุน้ำง่ายๆ ขึ้นมาได้แล้ว

        เชือกน้ำลอยขึ้นมาจากกลางสระน้ำ หลินลั่วหรานพลิกตัวของลิงแก่กลับมา เมื่อมองลงไปแล้ว ท่าทางน่าสงสารของมันก็ทำเอาเธอตกใจ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเลือด ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผลย่ำแย่

        เหล่าฝูงลิงที่ได้แต่กระโดดไปมาอยู่ข้างๆ ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ เมื่อเห็นว่าลิงแก่ถูกหลินลั่วหรานช่วยมาแล้ว ต่างก็พากันล้อมเข้ามา บางตัวถึงกับร้องไห้ออกมา!

        หลินลั่วหรานใช้มือในการวัดลมหายใจของมัน ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว…….หลีซีเอ๋อร์ยังคงตั้งใจอยู่กับทางฝั่งนั้น เธอสะบัดเวทย์ธาตุทองใส่หมีดำ ก่อนจะหันมาถามด้วยความร้อนใจ :

        “รุ่นพี่หลิน ลิงแก่เป็นยังไงบ้าง?”

        หลินลั่วหรานก้มหน้าหลบสายตาลง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ : “ตายแล้ว”

        ตายแล้ว? เมื่อกี้ยังเอาผลไม้มาให้พวกเธอกินอยู่เลย ลิงที่ดื่มเหล้าวิเศษเข้าไป แค่นี้ก็ตายแล้วเหรอ?!

        ดวงตาของหลีซีเอ๋อร์แดงก่ำ  เมื่อไม่ทันได้ระวังตัวก็ถูกหมีดำตีเข้าที่มือขวา แม้ว่าหลีซีเอ๋อร์จะกลิ้งหลบเข้ามาในน้ำ และหลบกระบองของมันได้อย่างเฉียดฉิว แต่ว่าก็ยังถูกแรงกระทบเข้าที่ไหล่ เมื่อเธอลุกขึ้นมาจากน้ำ มือขวาของเธอก็ปวดเสียจนยกขึ้นมาไม่ได้ อย่าได้พูดถึงเรื่องร่ายเวทย์เลย

        หลินลั่วหรานหรี่ตาลง เธอร่ายเวทย์ดาบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว หากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหลีซีเอ๋อร์ เธอก็จะสามารถผ่าทะลุหมีดำให้ตกลงไปอยู่ใต้ดาบจาวแซ่ได้ทันท่วงที!

        หมีดำส่งเสียงคำรามออกมา มันยกกระบอกขึ้นอย่างน่ากลัว หากโดยตามปกติแล้ว หลีซีเอ๋อร์ก็คงจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หลินลั่วหรานจึงเตรียมตัวที่จะออกตัวไปช่วย……

        ทำอย่างไรดี? ในหัวของหลีซีเอ๋อร์ขาวโพลนไปหมด มือขวาของเธอไม่อาจจะขยับได้ แล้วทำอย่างไรจึงจะต่อสู้กับมือดำนี่ได้?

        มือขวา……เธอยังมีมือซ้ายอยู่นี่! ทันใดนั้นเอง หลีซีเอ๋อร์ก็ขยับกายพลิกตัวไป กระบองของหมีดำตีลงมาที่ด้านขวา เธอส่งเสียงในคอขึ้น แรงกระแทกของมันกระทบไปถึงแขนขวาที่เจ็บอยู่แล้วของเธอ!

        หลีซีเอ๋อร์รู้สึกว่ามือขวาของเธอน่าจะไร้ประโยชน์แล้ว ปวด ปวดมาก แต่ว่าเธอก็ยังคงยืนยันตามสิ่งที่คิดขึ้นในใจ ในตอนที่ล้มลงหยาดน้ำก็กระเด็ดขึ้นไปทั่ว หมีดำหรี่ดวงตาลง__ตอนนี้ล่ะ!

        มีดเล็กสีทองพุ่งออกไปจากมือซ้ายของเธอ และทิ่มเข้าที่ดวงตาของหมีดำอย่างแม่นยำ “เวทย์มีดทอง” ที่นักฝึกระดับฝึกลมปราณกลางเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ มันจึงไม่ใช่สิ่งที่หมีดำตัวใหญ่ที่ไม่ได้เข้าใจในเวทย์จะสามารถหลบได้ มันร้องโอดครวญขึ้น ดวงตาทั้งสองของมันถูกทำลายไปแล้ว

        หลีซีเอ๋อร์รู้สึกว่าตัวเองหมดสิ้นแรง แต่ว่ายังคงปล่อย “เชือกวิเศษ” ออกไปในตอนที่หมีดำกำลังร้องโอดครวญอยู่ในน้ำ แล้วมัดมันเอาไว้แน่น จนล้มลงไปในน้ำ

        ในตอนที่หลีซีเอ๋อร์พูดว่า “เวทย์มีดทอง” ออกมา หลินลั่วหรานก็รู้ได้ในทันทีว่าเธอชนะแล้ว ถึงละทิ้งพลังในมือไป เธอแสดงท่าทางให้พวกฝูงลิงมาพาลิงแก่กลับไป

        กว่าครึ่งตัวของหลีซีเอ๋อร์จมอยู่ในน้ำ มือขวาของเธอไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง เมื่อเห็นว่าหลินลั่วหรานยืนมองเธออยู่ที่ริมน้ำ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา : “รุ่นพี่ ฉันโหดร้ายมากเลยใช่ไหม?”

        หลินลั่วหรานไม่ได้แย้งอะไร แต่กลับนั่งลงบนหินใกล้ๆ สระน้ำ ก่อนจะพูดออกมาอย่างนิ่งเงียบ :

        “เธอทำลายดวงตาของมัน แน่นอนว่ามันโหดร้ายสำหรับมันมาก แต่ว่าถ้าสำคัญพวกลิงแล้ว กลับเป็นบุญคุณครั้งใหญ่หลวง……เพื่อเหล้าวิเศษที่พวกมันหมักขึ้นมา ในปีนี้หมีตัวนี้เข้ามาทำความวุ่นวายให้พวกมันอยู่หลายครั้งแล้ว ทุกครั้งต่างก็มีลิงที่ต้องตายและบาดเจ็บ มันเป็นศัตรูตัวฉมังของพวกลิงเลยล่ะ! การฝึกศาสตร์ก็เป็นแบบนี้แหละ ควรจะใช้เวทย์ทำอะไรนั้น ต่างก็อยู่ที่เธอจะเลือก”

        หวังว่าเมื่อผ่านครั้งนี้ไปแล้ว หลีซีเอ๋อร์จะสามารถเข้าใจได้ ว่าการฆ่าในบางครั้งนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป

        หลีซีเอ๋อร์เงียบไปสักพัก : “รุ่นพี่……ขอบคุณนะคะ”

        เธอเพียงแค่ไร้เดียงสาเกินไปเสียหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าโง่ หากไม่ใช่ว่าใส่ใจเธอ ใครจะมาสนใจเรื่องที่อยากให้เธอเข้าใจเรื่องพวกนี้?

        “แต่ว่ารุ่นพี่รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงคะ?” หลีซีเอ๋อร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย นี่มันแค่เวลาไม่เท่าไรเอง ทำไมหลินลั่วหรานถึงรู้เรื่องราวแบบนี้ได้ล่ะ

        เมื่อเห็นว่าเธอคิดขึ้นมาได้แล้ว หลินลั่วหรานก็ไม่ได้ตอบกลับเธอเลยในทันที แต่กลับยืนขึ้นแล้วเดินออกมา ก่อนจะหันหลังกลับไปขยิบตาให้ : “ลิงแก่นั่นบอกฉันน่ะสิ!”

        เอ๋ ลิงแก่พูดภาษาคนได้ด้วยเหรอ เธออยู่กับรุ่นพี่หลินมาตลอด แต่กลับไม่เคยได้ยินมันพูดเรื่องนี้มาก่อนเลย……นอกเสียจากตอนที่เธอสู้กับหมีดำออยู่___ตอนนั้นไม่ใช่ว่าลิงแก่ตายไปแล้วหรอกเหรอ?

        เมื่อหลีซีเอ๋อร์นึกถึงท่าทางขยิบตาที่ดูแสนซนของหลินลั่วหรานแล้ว เธอก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา ก่อนจะตะโกนเสียงดังขึ้นไล่หลัง :

        “รุ่นพี่ พี่หลอกฉัน!”

        หลินลั่วหรานหัวเราะออกมา “มาเร็ว ถ้ายังช้าอยู่เดี๋ยวมันก็ตายจริงๆ หรอก!”

        หลีซีเอ๋อร์กระโดดขึ้นมาจากสระน้ำ เธอสะบัดหยาดน้ำออก ราวกับไก่ตัวน้อยที่ภูมิใจในตัวเอง แม้ว่ามือขวาจะได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าก็เป็นความเจ็บปวดที่มีเกียรติใช่ไหมล่ะ?

        “รุ่นพี่ รอฉันก่อนสิคะ……” หลีซีเอ๋อร์จับแขนวิ่งตามไป เธอเห็นปลายเสื้อของหลินลั่วหรานจากมุมของน้ำตก ก่อนจะหายเข้าไปในโพรงก่อน

                ในห้องนั้น ใบหน้าของลิงแก่แดงเถือก มันกำลังนอนพักอยู่บนเก้าอี้

                ด้วยการรักษาของหลินลั่วหราน หลีซีเอ๋อร์จึงกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง เธอกระโดดพร้อมทั้งชี้ไปยังลิงแก่ ก่อนจะพูดออกมา : “ดังนั้นแกก็พูดภาษาคนมาได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะสิ ตอนนั้นก็ไม่ได้ตาย นี่หลอกฉันงั้นเหรอ?”

                ลิงแก่ส่งเสียงไออ้อมแอ้มออกมา : “ท่านเทพอย่าได้โกรธไป……”

                หลีซีเอ๋อร์โมโหอยู่นาน เธอคิดว่าลิงแก่ที่ดูแลพวกเธอจะตายเสียแล้ว เธอโมโหเสียจนทำร้ายหมีดำอย่างหนักจนเกือบตาย แต่สุดท้ายแล้ว ไม่เพียงแต่ลิงแก่จะดูสบายใจดี แต่รุ่นพี่หลินเองก็รู้ว่ามันไม่ได้เป็นอะไรตั้งแต่แรก แต่ยังร่วมมือกันหลอกเธอ

                “ตอนนั้นมันได้รับบาดเจ็บจริง แต่ว่ามันไม่ได้เหมือนกับอาการบาดเจ็บภายในอย่างตอนแรก มันเป็นบาดแผลภายนอกที่ดูน่ากลัว แต่ว่าความจริงแล้วกลับง่ายที่จะรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม……ส่วนเรื่องพูด ถ้าไม่ใช่ว่าเธอไปช่วยมัน จนมันไม่อาจจะทนเห็นเธอบาดเจ็บเพราะหมีดำได้ ถึงได้ยอมออกปากให้ไปช่วย แม้แต่ฉันเองก็ถูกหลอกไปแล้วเหมือนกัน”

                ใบหน้าของลิงแก่เริ่มขึ้นสีแดง “ช่างน่าอายเสียจริง ท่านทั้งสองต่างไม่เหมือนกับผู้ฝึกศาสตร์มนุษย์ในตำนาน เป็นคนที่มีเมตตากรุณานัก ข้านั้นช่างทำตัวเป็นคนน่าอายเสียได้”

                หลีซีเอ๋อร์ขำกับคำพูดของมัน : “แกเป็นคนที่ไหนกันเล่า ทำตัวเป็นลิงน่าอายต่างหาก!”

                “ใช่แล้ว ลิงน่าอาย ลิงน่าอาย ท่านพูดได้ถูกต้องเสียจริง” ลิงแก่ปรบมือขึ้น ความจริงแล้วหลินลั่วหรานนั้นมองออก ว่ามันชอบหลีซีเอ๋อร์มาก อาจจะชอบมากกว่าเธอที่ช่วยรักษามันเสียด้วยซ้ำ

               หลีซีเอ๋อร์ถูกคำพูดของลิงแก่ทำเอาขบขัน สักพักก่อนจะนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เธอมองไปยังหลินลั่วหราน ก่อนจะพูดออกมาแผ่วเบา :  “รุ่นพี่ เราอยู่ต่ออีกวันไม่ได้เหรอ?”

                “ถ้าอยู่ต่อหนึ่งวัน ก็ต้องมีสองวัน เวลาของพวกเราไม่พอหรอก”

                ลิงแก่เองก็สลดลง พวกมันที่อยู่ที่นี่ต่างรู้ดีว่าในทุกๆ ร้อยปี พวกมนุษย์จะเข้ามาที่นี่ได้หนึ่งครั้ง แต่ไม่ว่าพวกมันจะอยากออกไปเท่าไร ก็ไม่อาจจะทำได้เลย

                หรือจะให้พูดก็คือ เมื่อบอกลากันตรงนี้แล้ว ก็ไม่อาจจะพบกันได้อีกตลอดชีวิต

                หลินลั่วหรานเองก็ลังเล ตอนนี้ก็ยังเป็นเวลาไม่เท่าไร ลิงแก่ก็เรียกสติกลับมา มันพาพวกเธอไปยังบ่อเหล้าที่เก็บเหล้าลิงหมักเอาไว้…….โอเค เมื่อมองไปยังเหล้าลิงหมักที่มีคุณภาพต่างกันในบ่อหินที่ทั้งลึกและใหญ่ทั้งสาม ในแววตาของหลินลั่วหรานก็เปล่งประกายหลงใหลขึ้นมา เธอยอมรับว่าเธอเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของพวกขี้เหล้าเข้าแล้ว

                เหล้าวิเศษแบบนี้ สำหรับผู้ฝึกศาสตร์อย่างหลินลั่วหรานยังมีประโยชน์ แน่นอนว่ามันดึงดูดใจมากกว่าพวกขี้เหล้าที่ได้เจอกับเหล้าฝรั่งเสียอีก

                เหมือนว่าลิงแก่จะไม่อยากทำลายความรู้สึก จึงได้แต่บอกหลินลั่วหรานว่าให้พวกหลินลั่วหรานตักเอาได้เลย หลีซีเอ๋อร์เม้มปากแน่น : “แต่ว่าไม่มีเหยือกนะ!”

                ใช่แล้ว ทำเหยือกเหล้าก็ไม่ง่ายนัก หลินลั่วหรานจึงขอให้พวกลิงช่วยขุดดินเหนียวขึ้นมา เธอใช้พลังเวทย์ดินในการทำเหยือกเหล้าขึ้นมา___ธาตุดินเป็นพลังที่หลินลั่วหรานใช้น้อยที่สุด เธอทำได้ไม่ได้ดีนัก เหยือกเหล้าจึงออกมาเป็นทรงสีเหลี่ยมทั้งหมด

                โอเค แบบเหลี่ยมๆ ก็จุได้เยอะดี หลินลั่วหรานได้แต่คิดปลอบตัวเอง

                เธอใช้เวทย์ไฟที่ปรับปรุงแล้วเผามัน เหยือกเหล้าทรงเหลี่ยม “ฉบับหลินลั่วหราน” ก็สำเร็จออกมา แม้ว่าจะไม่ได้วาดลวดลายดอกไม้ตัวไก่อะไร แต่ว่าเพราะความร้อนที่สูงเพียงพอ ทำให้มันกลายเป็นเหยือกดินเผาไปแล้ว

                ลิงแก่ได้แต่ยืนบอกให้ทำออกมาเยอะอีกหน่อยอยู่ข้างๆ ดูท่าทางว่าจะเตรียมมอบเหล้ามากมายให้กับหลินลั่วหราน

        เธอคิดคำนวณถึงพื้นที่ในถุงจักรวาล สุดท้ายหลินลั่วหรานก็เผาออกมา 12 เหยือก เหล้าลิงหมักที่อายุแต่ต่างกันออกไป บรรจุลงเต็มสี่เหยือก เดิมทีเธอตั้งใจจะแบ่งให้หลีซีเอ๋อร์อย่างเท่าๆ กัน แต่เธอกลับไม่อาจจะละทิ้งเสื้อผ้าของตัวเองได้ จึงเอาไปเพียงสี่เหยือก

        หลินลั่วหรานจัดการทิ้งอาหารในถุงจักรวาลไปจนหมด แล้วเอาส่วนที่เหลืออีก 8 เหยือกใส่เข้าไป ทำให้ในถุงนั้นอัดกันจนแน่น แม้แต่หินวิญญาณของท่านเทพป๋ายก็ยังโดนเบียดไปอยู่ในมุม

        หลีซีเอ๋อร์กำลังติดอยู่กับการไม่อาจจะละทิ้งได้ จึงรู้สึกเพียงว่าหลินลั่วหรานนั้นสุดยอดมาก และไม่มีอะไรที่รุ่นพี่หลินจะทำไม่ได้ แต่เธอกลับไม่ทันได้นึกเลยว่า เวทย์ที่หลินลั่วหรานได้ใช้ออกมานั้น มีทั้ง ธาตุป่า ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุไฟ……

        มีเพียงท่านเทพป๋ายที่อยู่ในถุงจักรวาลเท่านั้นที่อึ้งไป เจ้าเด็กคนนี้ ที่แท้ก็เป็นพวกนักฝึกห้าธาตุไร้ประโยชน์อย่างนั้นเหรอ?

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม