0 Views

        “คนที่ควรจะมา ก็มากันครบแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มได้แล้วใช่ไหม?” ไอลี่ลูบเล็บสีแดงสดของตัวเองไปพลาง พูดออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

        ไอลี่นั้นเติบโตมาในไหน้ำผึ้ง หลังจากเรียนมัธยมปลายจบ เธอก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ท่าทางของเธอจึงดูเปิดเผย ราวกับลูกครึ่งอเมริกัน และยิ่งในเมื่อก่อนนั้นฝูหม่านโหลวเป็นใหญ่ในมณฑลS ท่านประธานนั้นรักแบบเอ็นดูหลานสาวคนนี้ยิ่งกว่าใคร จึงให้เธอมาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการบริหาร จนไม่ได้สนใจพวกลุงๆ ป้าๆ คนอื่น

        เธอก้าวร้าวจนกลายเป็นความเคยชิน อะไรที่เธอต้องการไม่เคยที่เธอจะไม่ได้รับมัน เมื่อก่อนเวลาซื้อก้อนแร่ต่างก็เป็นแบบนี้ เมื่อรู้ว่าลี่อันผิงมีแฟนสาวก็ยังจะไปสร้างปัญหาให้อีก แล้วก็เป็นแบบนี้___ทุกคนต่างก็พากันอดทนมานานแล้ว เพียงแค่ไม่มีใครแสดงมันออกมา

        หากไม่ใช่ว่าชาวพม่าผู้รู้อยู่ก่อนแล้วว่า เธอคือไอลี่จากฝูหม่านโลวที่มีอิทธิพลค่อนข้างมากในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย เขาก็คงจะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกไปแล้วเช่นกัน

        และอีกสิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่รู้ก็คือ ผู้คนต่างพากันเฝ้ารอหัวเราะในวันที่ฝูหม่านโหลวล้มลงด้วยน้ำมือของเธอ เพราะเธอคิดว่าทุกคนต่างกลัวเธอ เธอถึงได้ประกาศกร้าว “คำสั่งกีดกัน” อันน่าขันนั่นออกมา

        แม้แต่หลินลั่วหรานยังทนดูต่อไปไม่ได้ ไม่รู้ในหัวของไอลี่นั้นคิดอะไรอยู่ ต่อให้เธอจะมีอิทธิพลมากแค่ไหนในเมืองใหญ่ แต่ที่นี่เป็นชายแดน พื้นที่ที่ห่างไกล จักรพรรดิมักจะมองมาไม่ทั่วถึงเสมอ คนที่สามารถนำเอาก้อนแร่เหล่านี้ออกมาได้ แถมยังรู้จักกับคนซื้อมากมายขนาดนั้น อิทธิพลจะน้อยได้อย่างไร?

        “ทุกคนตามผมมา!” ชายชาวพม่าข่มอารมณ์โมโหของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะทำมือแสดงความเชื้อเชิญออกมา

        ที่แท้ที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่แท้จริง ชายชาวพม่าเดินนำอยู่ด้านหน้า ทุกคนพากันรีบเดินตามเขาออกไปทางประตูหลัง ก่อนจะได้พบประตูหลังของบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สะดวกสบายดีเสียจริง

        หลินลั่วหรานขยับออกห่างจากมู่เทียนหนาน ในขณะที่เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับหลิ่วเจิง ก็ได้ยินเสียงฮือฮา

        คุณลุงของหลิ่วเจิงนั้นเข้าไปดูก่อนแล้ว ที่แท้ตรงกลางของที่แห่งนี้ ก็มีก้อนแร่ขนาดสองคนโอบที่มีความสูงกว่า 3 เมตรถูกวางตั้งอยู่!

        เมื่อมองไปยังกลุ่มผู้ค้าหยกต่างพากันห้อมล้อมก้อนแร่ก้อนโต หลินลั่วหรานก็ถอนหายใจออกมา ชายชาวพม่าเข้าใจเล่นจิตวิทยาดีนี่ นี่เป็นเหมือนกับการแสดงอำนาจอย่างหนึ่ง เพื่อให้คนได้รู้ว่าการที่เขาสามารถเอาก้อนแร่ขนาดใหญ่ขนาดนี้ออกมาจากเหมืองได้ ก็เหมือนกับกำลังบอกพวกเขาว่า สินค้าครั้งนี้จะต้องไม่แย่อย่างแน่นอน

        “ลุงหลิ่ว เป็นไงบ้างครับ?”

        เมื่อเห็นว่าคุณลุงเดินกลับมาอย่างช่วยไม่ได้ หลิ่วเจิงก็เอ่ยถาม

        “ไม่แน่ใจ จะมีอะไรอยู่ด้านในก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่หลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นหินก้อนใหญ่ขนาดนี้มานานแล้ว แต่ยังมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้ น่าแปลกจริงๆ…..ดูเหมือนว่าชายพม่านั่นจะตั้งใจเอามันมาขายในราคาสูงเสียดฟ้า ดูกระทบกับความน่าพนันอยู่นะ”

        ได้ยินดังนั้นหลิ่วเจิงก็เงียบไป หลินลั่วหรานก็จัดการเก็บข้อมูลจากสายตาของคนทั่วไปเอาไว้ คุณของหลิ่วเจิงคนนี้ เขาไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร แต่ก็มีประสบการณ์จากการผิดพลาดมากมาย แม้ว่าจะไม่ได้พูดถูกตรง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห่างกันไกล

        สายตาของทุกคนต่างถูกก้อนแร่ก้อนโตดึงดูดไปเสียจนหมด หลินลั่วหรานไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อก้อนแร่ราคาสูงเสียดฟ้าแบบนี้ และดูเหมือนว่าบริษัทของเธออย่างหลิ่วชื่อเองก็คงไม่ซื้อก้อนแร่ก้อนนี้ด้วยเช่นกัน หลินลั่วหรานจึงจัดการกวาดสายตาของเธอไปทางบริเวณอื่น

        ก้อนหินแร่ที่ขนาดและรูปร่างต่างกันออกไปถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น แต่ด้านในอาจจะมีพลังกลุ่มใหญ่ซ่อนอยู่ก็ได้! เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินลั่วหรานก็ตัดสินใจจัดการลูบก้อนแร่กว่าร้อยก้อนทั่วทั้งหมด

        ส่วนเรื่องการพนันหยกนั้น เธอจะลองสำรวจคุณชายตระกูลมู่เสียก่อน หากไม่มีอันตรายอะไรค่อยลงมือก็ยังไม่สาย

        เมื่อรวบรวมสมาธิได้ หลินลั่วหรานก็หมุนตัวอยู่ในโรงงานแร่ ลูบๆ คลำๆ มองไปเรื่อย ราวกับกำลังเดินเล่น แต่ความจริงเธอกำลังดูดซับพลังจากก้อนหยกเท่านั้นต่างหาก

        เมื่อคุณลุงหลิ่วเห็นท่าทีที่ดูไม่เป็นมืออาชีพของเธอ ก็ยิ่งไม่พอใจกับตำแหน่งผู้จัดการซื้อแร่ของเธอนัก แต่ก็ไม่อาจจะไปใส่ความอะไรคนที่อายุน้อยกว่าได้ จึงได้แต่เก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในใจ และแสดงสีหน้าไม่ดีนักออกมา

        หลิ่วเจิงได้แต่ยิ้ม และยังแนะนำความรู้เกี่ยวกับการเลือกก้อนแร่ให้เธออีกด้วย

        เมื่อหลินลั่วหรานเห็นว่าคุณชายมู่เอาแต่คอยตามติดเสี่ยซุย ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความสบายใจ ด้วยความไวต่อความรู้สึกของไข่มุก หากว่าคุณชายมู่เป็นผู้ฝึกศาสตร์จริง เธอก็คงจะสามารถเห็นพลังในกายของเขาไปแล้ว และเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่ตามติดเสี่ยซุย ก็คงจะเป็นเพราะหลังจากซื้อหยกก้อนนั้นไปจากเสี่ยซุยแล้ว ก็มองว่าเสี่ยซุยเป็นผู้น่าสงสัยไป?

        “เป็นยังไงบ้าง เจอก้อนแร่ดีๆ บ้างแล้วหรือยัง?” เมื่อหลิ่วเจิงเห็นว่าเธอเอาแต่ลูบตรงนั้น มองตรงนี้ แต่ไม่ลงมือซื้อสักก้อน จึงถามออกมาด้วยความแปลกใจ

        หลินลั่วหรานส่งยิ้มให้ : “คุณเชื่อว่าฉันเป็นเทพสาวแห่งความโชคดีจริงๆ เหรอคะ? ถึงจะโชคดีผ่าออกมาเจอหยกสองก้อน แต่คุณเชื่อใจจะให้ฉันเลือกก้อนหินแร่ให้จริงๆ เหรอคะ?”

        หลิ่วเจิงไม่ได้ออกความเห็นอะไร : “ก้อนหินแร่เต็มไปด้วยความไม่รู้ทั้งนั้น ก้อนที่เป็นกับดับ ไม่ว่าจะมองดูว่ามันดีแค่ไหน ผ่าออกมาแล้วก็ไม่เจออะไรอยู่ดี แต่เพราะแบบนั้นถึงได้เรียกว่าพนันหยกยังไงล่ะ แค่คำว่าพนันก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องของโชค”

        หลินลั่วหรานปิดปากเงียบ ก่อนจะชี้สุ่มๆ ไปทางก้อนหินแร่ขนาดใหญ่กว่าครึ่งตัวคน เพื่อทดสอบหลิ่วเจิง

        “ประธานหลิ่ว งั้นถ้าฉันบอกให้พวกเราซื้อก้อนนั้นล่ะ?” หินแร่ก้อนนั้นมองอย่างไรก็ไม่ค่อยดีนัก หากไปเรียกผู้เชี่ยวชาญคนอื่นมา คงบอกว่าเปอร์เซ็นการผ่าออกมาเจอหยกคงเท่ากับศูนย์ เมื่อสักครู่หลินลั่วหรานก็ลองใช้พลังตรวจสอบดูแล้ว และก็รู้ว่าด้านในมีก้อนหยกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ เมื่อดูจากกลุ่มหมอกที่กระจัดกระจายอยู่ หากซื้อมาก็คงเพียงแค่ไม่ขาดทุนเท่านั้น

        หลิ่วเจิงเผยรอยยิ้มออกมา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าหลินลั่วหรานกำลังทดสอบเขาอยู่ เขาไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่หยิบสมุกเช็คออกมา เพื่อเตรียมจะไปคุยเรื่องราคากับชาวพม่าคนนั้น

        ตอนนั้นชายชาวพม่าได้พูดกติกาการซื้อเอาไว้แล้ว การซื้อการหินแร่ในครั้งนี้ นอกจากหินแร่ก้อนใหญ่ขนาดสามเมตรที่จะเหลือเอาไว้ขายตอนสุดท้ายแล้ว ก้อนอื่นต่างก็ให้ดูเอาด้วยตัวเอง แล้วเขียนราคาลงในกระดาษ จนเมื่อประกาศราคาครั้งสุดท้ายแล้ว ใครที่ให้ราคาสูงที่สุด ก็จะได้หินแร่ก้อนนั้นไป

        การประมูลแข่งขันที่ไม่รู้คู่ต่อสู้อย่างเด่นชัด เป็นการกัดกินใจคนได้ดีจริงๆ ชายชาวพม่าฉลาดหลักแหลมเกินไปแล้ว

        “เอ๋? ทำไมต้องเขียนว่า 2988889 ด้วยล่ะ?” นี่เป็นครั้งแรกที่หลินลั่วหรานได้เห็นอะไรแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าทำไมด้านหลังต้องเดิม 9 ใส่เข้ามาด้วย

        หลิ่วเจิงไม่ได้หัวเราะกับความไม่รู้ของเธอ แต่กลับอธิบายออกมาด้วยความอดทน : “เขาจะไม่ประกาศราคากัน ดังนั้นการประมูลก็เลยก็กฎอะไรแบบนี้อยู่ เพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นได้สิทธิ์ไปก่อน”

        ที่แท้ก็เป็นเรื่องที่สามารถพบเห็นกันได้ทั่วไปในเหมืองพม่า ที่นั่นก้อนแร่มากมายถูกจับผ่าครึ่ง จะมีหรือไม่มีหยกก็รู้ได้ในพริบตาเดียว แถมก็จะได้รู้ว่าสีของหยกมีความเข้มมากแค่ไหน ความโปร่งใสไม่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ ทุกคนต่างก็เป็นคนที่มีความรู้ด้านนี้มาก เพื่อที่จะไม่มีการให้ราคาที่ใกล้กันจนเกินไป จึงได้มีวิธีการแบบนี้ขึ้นมา

        หลิ่วเจิงเดินไปส่งกระดาษที่เขียนราคาและเลขของก้อนแร่เอาไว้ให้กับชายชาวพม่า ก่อนจะเดินกลับมา : “ผู้จัดการซื้อหลิน เพียงเท่านี้คุณก็เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของผมแล้วใช่ไหม?”

        ใบหน้าของหลินลั่วหรานขึ้นสีแดงขึ้นมา ยังดีที่เธอรู้ว่าด้านในมีหยกอยู่ ไม่อย่างนั้นหากไม่ระวัง ก็อาจจะทำให้หลิ่วเจิงเสียเงินไปโดยเปล่าได้

        คงจะต้องลงมือจริงๆ แล้วใช่ไหม จะช่วยหลิ่วเจิงเลือกสักกี่ก้อนดีนะ? หลินลั่วหรานมองไปมาราวกับลูกนกตัวน้อย ส่วนคุณชายมู่ก็เดินวนอยู่รอบหินแร่ก้อนใหญ่พร้อมกับเสี่ยซุย เขายังไม่แน่ใจนัก ว่าควรจะลองเสี่ยงกับหินก้อนนี้ดูดีหรือไม่?

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม