0 Views

        “หยกจักรพรรดิ” ก้อนนี้ทำให้หลินลั่วหรานดูเด่นขึ้นมา อีกทั้งหินแร่ก้อนต่อๆ ไปของหลิ่วชื่อต่างก็ได้กำไรไม่มากก็น้อยทั้งนั้น บางก้อนก็ได้กำไรกว่าสิบเท่า และบางก้อนก็อยู่ในระดับเดียวกับต้นทุน แต่เมื่อมองรวมๆ แล้ว ไม่มีหินแร่ก้อนไหนที่หลินลั่วหรานเลือกให้หลิ่วชื่อ ขาดทุนเลยแม้แต่ก้อนเดียว!

        ต่างพูดกันว่าแม้แต่มือสวรรค์ก็ใช่ว่าจะพนันได้ตลอด แต่แบบนั้นแล้วหลินลั่วหรานที่อยู่ตรงหน้าของเขาคืออะไรกันล่ะ? นี่คือมือสวรรค์ที่เดินดินอยู่จริงอย่างนั้นเหรอ? สายตาที่ทุกคนพากันจับจ้องมาที่หลินลั่วหรานก็ร้อนแรงขึ้น ต่างไม่ใช่เพราะความสวยงดงามของเธอ แต่เป็นเพราะมือที่สามารถชี้หินให้เป็นหยกได้ของเธอต่างหาก!

        ใบหน้าของหลินลั่วหรานค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมา ตามนิสัยของเธอแล้ว เมื่อก่อนต่อให้จะตายอย่างไรก็ทำเรื่องที่จะทำให้เกิดเสียงฮือฮาแบบนี้ออกมาไม่ได้ ต้องทำอะไรเงียบๆ ชีวิตที่ผ่านมาสอนให้เธอกลายเป็นคนแบบนั้น แต่ปัญหาก็คือ หากเธอต้องการจะให้ลี่อันผิงและไอลี่ตกหลุมพรางของเธอ เธอก็ต้องอาศัยชื่อเสียงเหล่านี้ ผลได้ผลเสียของมัน หลินลั่วหรานในตอนนี้ก็เริ่มจะไม่แน่ใจขึ้นมาแล้ว

        “อย่ากังวลเลย พวกเขาก็แค่อิจฉาหลิ่วชื่อ ถึงได้แสดงท่าทางแบบนั้นออกมา” เมื่อเห็นเธอแสดงท่าทีกังวลออกมา หลิ่วเจิงก็พูดเพื่อปลอบประโลมเธอ

        หลินลั่วหรานส่งยิ้มให้กับเขา อย่างไรทางที่เธอต้องเลือกเดิน ก็คงจะเป็นเส้นทางฝึกศาสตร์อันโดดเดี่ยวแล้ว เมื่อวันนี้เกิดมีชื่อเสียงแบบนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความสงสัย หรือความริษยา มันก็ไม่ได้มาเป็นกีดขวางอะไรกับเส้นทางของเธอ

        หลินลั่วหรานคิดขึ้นแบบนั้นในใจ จิตใจของเธอก็ดีขึ้นมา เมื่อมองไปยังสายตาที่จับจ้องมาของทุกคน เธอก็กลับไปเป็นหลินลั่วหรานที่สงบนิ่งอีกครั้ง

        ถึงจะเกิดอะไรขึ้นจริง ฉันก็จะปกป้องเธอ___ประโยคหนึ่งที่ได้แต่คิด จุกอยู่บริเวณปลายลิ้นของหลิ่วเจิง โดยที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจจะพูดออกไปได้

        เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลินลั่วหรานกลับมาเป็นปกติแล้ว เขาก็เริ่มคลายกังวล

        อย่าได้พูดถึงลุงของหลิ่วเจิงที่ตอนนี้ก็แสดงสายตายอมรับออกมาแล้ว แม้แต่ชายพม่าที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หินแร่ที่ผ่านมือเขามาหากไม่ใช่หมื่นก้อน ก็ต้องเป็นเก้าพันอย่างเขา ก็เพิ่งจะเคยเจอสถานการณ์แบบหลินลั่วหรานเป็นครั้งแรก

        หญิงสาวคนนี้___มือดีเป็นบ้า โชคดีที่ไม่ได้ทำอะไรให้เธอโกรธ ไม่อย่างนั้นคงทำลายความโชคดีของตัวเอง แล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลังเป็นแน่ คนทางด้านนี้ไม่มีใครที่ไม่มีความเชื่อนี้ ชายชาวพม่าจึงได้แต่ดีใจขึ้นมาอยู่ภายในใจ

        “เหล่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคน ทุกคนต่างก็มากันไกล วันนี้ก็ใกล้จะเย็นแล้ว ทุกคนคิดว่าเรายังจะต้องผ่าแร่กันต่อไปอยู่ไหม? …….หรือว่าจะดูตามความโชคดีของคุณหลินผู้นี้ แล้วเอาหินแร่ชิ้นสำคัญออกมาขายกันเถอะ?”

        ทุกคนต่างพากันร้องตะโกนตอบรับ ใครๆ ก็ต่างชอบคำพูดที่เป็นมงคลแบบนี้กันทั้งนั้น หินแร่ของหลินหลั่วหรานต่างก็มีหยก จึงสามารถกลบดวงซวยที่ไม่ได้อะไรของไอลี่ไปได้

        ชายชาวพม่าถอนหายใจออกมาด้วยความสบายใจ ถ้าหากว่าความดวงซวยของไอลี่มากระทบกับการประมูลแร่ก้อนยักษ์ของเขา แบบนั้นเขาก็คงแย่ หินแร่ยิ่งก้อนใหญ่มากเท่าไร ก็ยิ่งนำออกมาได้ยากมากเท่านั้น แล้วหินแร่ก้อนใหญ่ขนาดสองคนโอบที่มีความสูงกว่า 3 เมตรก้อนนี้ ชายพม่าเสียแรงกับมันไปไม่น้อยเป็นแน่!

        “หวูตัน แร่ก้อนนี้ของคุณไม่ได้กำหนดราคาเอาไว้ ตอนนี้บอกราคาเริ่มต้นได้แล้วหรือยัง?” คนที่พูดออกมาก็คือพ่อค้าชาวฝูเตี้ยนคนนั้น

        ตามที่ชายชาวพม่าเคยพูดเอาไว้ ว่าครั้งนี้ล้วนแต่ก็เป็นแร่ที่ขุดขึ้นมาจากหลุม ในที่นี้ต่างเต็มไปด้วยผู้จัดการซื้อที่เชี่ยวชาญ ชายชาวพม่าจึงไม่กล้าที่จะโกหกออกมา แม้ว่าจะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีหยก แต่เพียงแค่มีก้อนที่มีเท่านั้น ราคาเองก็ไม่ได้ถูก แต่นั่นก็คือจุดเด่นของมัน

        ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงให้ความสนใจกับหินแร่ก้อนยักษ์นี่มาก อย่างน้อยแร่ที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะสามารถจะหาซื้อดีอีกในรอบหลายๆ ปีแล้ว

        เมื่อได้ยินว่ามีคนถามถึงราคา ชายชาวพม่าก็ใช้นิ้วแสดงตัวเลขราคาออกมา

        เสี่ยซุยพูดออกมาเป็นคนแรก : “จะให้แย่งกันยังไง ราคาขั้นต่ำก็ 5000ล้านแล้ว ยังต้องให้คนประมูลอีกเหรอ??”

        ชายชาวพม่าส่ายหน้าไปมา ก่อนจะพูดออกมาอย่างหนักแน่น : “ห้าล้าน”

        ห้าล้าน??

        เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วบริเวณ หากเป็น 500ล้าน อย่างที่คิดในตอนแรก ก็คงมีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะสามารถประมูลได้ แต่เมื่อตอนนี้ชายชาวพม่ากลับบอกว่า ราคาเริ่มต้นคือ 5 ล้าน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังเรียกความสนใจจากทุกคน

        หลิ่วเจิงถามออกมาเบาๆ : “จะเริ่มลงมือตอนไหน?”

        หลินลั่วหรานส่ายหน้า : “รอดูเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งทำให้เธอตกใจไปค่ะ”

        เมื่อได้ยินว่าราคาประมูลเริ่มต้นที่ 5 ล้าน ไอลี่ก็ยกยิ้มขึ้นมา พร้อมทั้งขานราคาสูงถึง “50ล้าน” ออกมา จึงทำให้บรรดาคนที่ยังไม่ทันได้เริ่มขานราคาต้องเงียบไป

        หวังเมี่ยวเอ๋อขัดใจกับเธอมานานแล้ว เธอจึงพูดออกมาโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา : “ร้อยล้าน”

        ถึงแม้จะเป็นหินแร่ก้อนใหญ่ที่หาได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ถูกผ่าให้เห็นภายใน การขายราคาของมาราวกับเป็นบ้าแบบนั้น จึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อย

        นักธุรกิจชาวฝูเจี้ยนไม่อาจทนให้หญิงสาวทั้งสองมีดีกว่าได้ ก็เอ่ยปากร่วมสนุกขึ้นมาด้วย : “ฉันคงสู้อะไรไม่ได้มาก ขอเพิ่มอีกสัก 25ล้าน เป็น 125ล้าน”

        ชายชาวกว่างโจวพูดต่อ : “175ล้าน!” เขามองเห็นถึงความไม่ลงรอยกันของไอลี่และหวังเมี่ยวเอ๋อ จึงพยายามใส่ไฟเข้าไปอีก จึงเปิดปากเพิ่มราคาไปอีก 50 ล้าน

        ชายชาวพม่าที่มีประสบการณ์มาก ยังเห็นว่าน้อยครั้งที่ในการประมูลจะเพิ่มราคากันทีละกว่า 50 ล้านแบบนี้ พวกคนเหล่านี้จะต้องกำลังทำสงครามจิตวิทยากันอยู่เป็นแน่ เพียงเปิดปากออกก็เพิ่มราคามากว่า 50 ล้าน เพื่อสร้างความกดดันให้กับอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายเองก็รู้จักการทำแบบนั้น จึงกลายเป็นไม่มีใครสามารถกดดันใครได้ เมื่อชายชาวพม่าได้ยินการประมูลของพวกเขา ก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด

        “เสียวหลิ่ว ถ้าเราอยากจะซื้อหินแร่ก้อนนี้ ก็ควรจะเข้าร่วมได้แล้ว หากรอไปเรื่อยๆ คงฉุดราคาไว้ไม่อยู่ คนที่จะลำบากก็คือหลิ่วชื่อนะ”

        คุณลุงเห็นว่าทั้งหลิ่วเจิงและหลินลั่วหรานต่างก็กำลังใส่ใจกับการประมูลตรงหน้า แต่กลับไม่เข้าร่วมด้วย จึงคิดว่าพวกเขากำลังรอโอกาสอยู่ จึงพูดออกมา

        หลินลั่วหรานไม่รู้จะพูดอย่างไร หลิ่วเจิงจึงอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ : “ดูบรรยากาศด้านในสิครับ หลิ่วชื่อรับไหวแน่นอน รออีกสักหน่อยเถอะครับ!”

        สายตาของไอลี่ที่ถูกซ่อนเอาไว้หลังแว่นกันแดด ใครก็ต่างมองไม่ชัดนัก เมื่อได้ยินว่าราคาของก้อนแร่สูงขึ้นกว่า 50ล้าน เธอก็ไม่ได้รู้สึกโมโหอะไร แต่กลับรู้สึกสนุกขึ้นมา : “250ล้าน”

        250ล้าน……ฟังดูแล้ว มันดูเป็นจำนวนที่ได้แต่จินตนาการ หากนำมันมาเปลี่ยนธนบัตร 1000 บาท ก็คงจะสามารถทับคนให้ตายได้

        ลี่อันผิงรู้ดีว่าไอลี่รวยมาก แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะรวยได้ถึงขนาดนี้ เงิน 250ล้าน ไม่แม้แต่จะกระพริบตาก็จ่ายออกไปได้แล้ว……เมื่อนึกถึงตอนที่อยู่ด้วยกันสองคน เธอมักจะขี้เหนียวกับเขาอยู่เสมอ ลี่อันผิงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย

        ในระหว่างที่ลี่อันผิงกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไอลี่ก็ดึงตัวเขาเข้ามาถามอย่างอดไม่ได้ : “ไม่ได้บอกว่ายัยหลินนั่นเล็งแร่ก้อนนี้ไว้หรอกเหรอ ทำไมตอนนี้ยังไม่เห็นหลิ่วชื่อลงสนามเลย? ไม่ใช่ว่าพวกเธอสองคนรวมหัวกันหลอกฉันหรอกนะ?”

        ประโยคนั้นทำเอาเหงื่อไหลรินลงมาตามกายของเขา หากว่าหลินลั่วหรานโกหกจริง ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร ก็คงจะรับผิดชอบเงินจำนวน 250ล้าน เอาไว้ไม่ไหว แล้วในเวลานี้เขาจะกล้าบอกว่าไม่ใช่ได้อย่างไร เขาจึงได้แค่เอ่ยคำว่า “ที่รัก” ออกมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถึงได้ลบล้างความสงสัยของไอลี่ไปได้

        “หึ ถ้ากลัวคงไม่กล้าทำแบบนี้หรอก!”

        หวังเมี่ยวเอ๋อเพิ่มราคาไปอีก 50 ล้าน จนเมื่อตอนที่ราคาการประมูลหมุนกลับมาไอลี่อีก ราคาก็พุ่งสูงขึ้นถึง 450ล้าน……

        อีกแค่นิดเดียวราคาก็จะทะลุไปไกลมากแล้ว! อากาศที่รุยลี่ออกจะเย็นสบาย ตอนหน้าหนาวก็ออกจะมีอุณหภูมิที่สบายตัว แต่ลี่อันผิงกลับรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

        ราคาประมูลขึ้นมาถึง 450ล้านแล้ว แต่หลิ่วชื่อก็ยังคงไม่เริ่มประมูล หรือว่าในการพนันครั้งใหญ่ครั้งนี้ จะเป็นเรื่องที่หลินลั่วหรานหลอกเขาเข้าจริงๆ?

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม