0 Views

        กลุ่มคนจับนายทหารที่ดูราวกับบ้าไปแล้วเอาไว้ แล้วจับเขากดลงเอาไว้ด้วยความยากลำบาก ก่อนที่จะมีเสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นบริเวณโถงทางเดิน

        เมื่อเหลือบตาขึ้นมอง ก็เป็นคุณนายสูงศักดิ์อายุราวๆ 40 กว่าปี สวมชุดสีแดง พร้อมทั้งพาลูกน้องติดสอยห้อยตามมามากมาย

        เดิมทีอาการของเป่าเจียก็อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย คนทางนี้ต่างก็เศร้าสลด คุณนายคนนี้พาผู้คุ้มกันมากมายเดินล้อมเข้ามา อีกทั้งยังสวมชุดสีแดงไม่เหมาะสม ในใจของหลินลั่วหรานไม่พอใจขึ้นมา นายทหารที่ถูกจับเอาไว้คนนั้นก็เริ่มดิ้นรนขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของเขาจับจ้องไปยังคุณนายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ

        คุณนายแสดงท่าทางรังเกียจเหล่านายทหารจนๆ เหล่านี้ เธอหันหน้าไปอีกทาง ก่อนจะส่งเสียงแหลมขึ้น : “ผู้บังคับบัญชาฉิน”

        ผู้บังคับบัญชาฉินเงยหน้าขึ้น เก็บความรู้สึกเอาไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเงียบสงบ : “คุณนายโจว เรื่องมาขนาดนี้แล้ว พูดอะไรมากไปก็ไม่ได้มีประโยชน์ขึ้นมา พวกเราให้มันเป็นไปตามขั้นตอนเถอะ”

        คุณนายโจวเลิกคิ้วขึ้น แต่กลับหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับดวงตาที่ไร้หยาดน้ำใสของตัวเอง “ผู้บังคับบัญชาฉิน สถานการณ์ในบ้านของเรา คุณก็น่าจะรู้ดี เด็กคนนั้น ถึงจะชอบใช้อำนาจทำตามใจตัวเอง แต่ก็ชอบเป่าเจียมาโดยตลอด แม้จะรู้เธอหมั้นแล้ว เขาจะไปทำร้ายเธอได้อย่างไร……ทั้งหมดจะต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ”

        ผู้บังคับบัญชาฉินยังไม่ทันได้พูดอะไร นายทหารที่ถูกจับเอาไว้คนนั้นกลับด่าออกมา : “เข้าใจผิด? แค่คำว่าเข้าใจผิดก็ทำให้คุณหนูต้องนอนไม่รู้ความเป็นความตายอยู่ในห้องผ่าตัดแบบนั้น?! คนอื่นกลัวอำนาจของตระกูลโจว แต่ชีวิตของฉันก็แค่ถูกเก็บมาเท่านั้น ฉันลู่ซานชุนไม่กลัวหรอกนะ! เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าโจวเย้าเวยบังคับให้คุณหนูแต่งงานด้วยไม่ได้ ก็เลยตั้งใจทำร้ายคุณหนู……”

        ขอบตาของหลินลั่วหรานยังคงมีหยาดน้ำเกาะอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นในทันที___จงใจชน ที่แท้ก็จงใจนี่เอง ลูกชายของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ชื่อโจวเย้าเวยอะไรสักอย่าง จงใจจะชนเป่าเจียให้ตาย?

        เมื่อเห็นว่าผู้บังคับบัญชาฉินไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับคุณนายโจวที่วางท่าถึงได้เริ่มร้อนใจขึ้นมา : “ผู้บังคับบัญชาฉิน ฉันแค่คิดว่าทั้งสองตระกูลก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมายาวนานจึงได้มาถึงที่นี่ เย้าเวยเป็นเด็กดีขนาดนั้น เขาจะไปจงใจขับรถชนเป่าเจียได้ยังไง ท่านอย่าได้โดนคนอื่นหลอกเอาเลยนะคะ……ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลโจว หากคุณปู่ที่อยู่บนสวรรค์รู้เข้า คงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ”

        คุณนายโจวพูดพร้อมทั้งร้องไห้งอแง

        หลินลั่วหรานสัมผัสได้ว่าในตอนที่เธอพูดถึงคำว่า “คุณปู่” ภายในแววตาของผู้บังคับบัญชาฉินที่คอยระงับความโมโหตลอดมา ก็ปรากฏความดิ้นรนขึ้นมา

        คุณปู่ของคุณนายโจว เป็นคนที่เสียไปแล้วคนหนึ่ง หรือว่าจะเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของผู้บังคับบัญชาฉิน? ไม่สิ ถ้าฟังจากการโต้แย้งแบบด้านๆ ของคุณนายโจวแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการจงใจฆ่าชัดๆ!

        ความเย็นยะเยือกไหลผ่านไปในแววตาของหลินลั่วหราน ดูเหมือนว่าอิทธิพลของตระกูลโจวจะยิ่งใหญ่พอสมควร และยังมีคุณปู่โจวที่เสียไปแล้ว แถมยังมีอิทธิพลต่อผู้บังคับบัญชาฉินเป็นอย่างมากอีก คุณนายโจวคนนี้ทำอะไรดูก้าวร้าวไปหมด เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แทนที่จะมาขอโทษก่อน แต่กลับพากลุ่มคนมากมาย แถมยังสวมชุดสีแดงแปร๊ด มาสร้างความวุ่นวายที่โรงพยาบาลแบบนี้……

        หลินลั่วหรานหันสายตาไปทางหลิ่วเจิงที่เอาแต่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ตอนแรก คนที่นอนอยู่ด้านในห้องผ่าตัดคือคู่หมั้นของเขา เมื่อได้เพชิญหน้ากับแม่ของคนร้าย เขากลับยังเลือกที่จะนิ่งเงียบ

        เป็นเพราะว่ามีผู้อาวุโสอยู่ หลิ่วเจิงจึงไม่อยากจะเร่งร้อนอะไร หรือเป็นเพราะ อิทธิพลของตระกูลโจวนั้นแกร่งกล้า ทำให้หลิ่วเจิงทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก?

        หลินลั่วหรานไม่รู้ และตอนนี้ก็ไม่ได้อยากจะรู้ด้วย

        เธอรู้เพียงแค่เป่าเจียนอนอยู่ในห้องผ่าตัด พวกหมอกำลังพยายามช่วยเหลือ ใครจะมาทำลายความเงียบสงบของที่นี่ หลินลั่วหรานไม่ยอมแน่! ไม่มีทาง!

        “คุณนายโจว ถ้าคุณไม่ได้มีเรื่องอะไรแล้ว ก็กลับไปเถอะ……ส่วนเรื่องลูกชายของคุณ ถ้าเขาไม่ได้ทำ ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาทำ มันก็หนีไม่พ้นหรอก”

        “หนีไม่พ้น” ระหว่างที่พูดสามคำนี้ออกมา หลินลั่วหรานเผลอปล่อยพลังออกมาด้วยอย่างไม่ทันรู้ตัว มันสะท้อนอยู่ในโถงทางเดินยาว ให้ความรู้สึกเด็ดขาดไม่อาจจะขัดขืนได้ออกมา!

        คุณนายโจวถูกหญิงสาวหน้าตางดงามที่อยู่ๆ ก็เปิดปากออกพูดทำเอาตกใจ เมื่อเห็นท่าทางสูงศักดิ์ของเธอ อีกทั้งในเมืองหลวงมักจะซ่อนบุคคลที่ไม่ธรรมดาเอาไว้ คุณนายโจวไม่รู้ว่าหลินลั่วหรานเป็นใครมาจากไหน จึงไม่ได้สนใจอะไรคำพูดของเธอ แต่กลับหันไปร้องห่มร้องไห้กับผู้บังคับบัญชาฉินแทน

        “ผู้บังคับบัญชาฉินเองก็เห็นเย้าเอ๋อโตมา……เขาจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไง…..”

        หลินลั่วหรานมองไปยังผู้บังคับบัญชาฉินที่ก็ขมวดคิ้วเครียดอยู่ เมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงของคุณนายโจว เธอก็รู้สึกราวกับว่าไฟที่สุมอยู่ในอกมันกำลังจะปะทุออกมา แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้อย่างอยากลำบาก

        “ครืด___” อยู่ๆ ประตูของห้องผ่าตัดก็เปิดออก พยาบาลคนหนึ่งยื่นหน้าออกมา พร้อมทั้งพูดด้วยความโมโห : “เอะอะอะไรกัน ไม่รู้เหรอว่าที่นี่ต้องการความสงบ!”

        หลินลั่วหรานส่งสายตาออกไป ก่อนที่คุณนายโจวก็เงียบเสียงลง

        เสียงปิดประตูดัง “ปึง” ของนางพยาบาล ทำเอาคำพูดของแต่ละคนจุกอยู่ในปาก ไม่กล้าเอ่ยถามขึ้นมา

        เวลาค่อยๆ ไหลผ่านโถงทางเดินอันเงียบสงบของโรงพยาบาลไปราวกับเงินเหลว ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ก่อนที่ไฟของห้องผ่าตัดจะสว่างขึ้นมา คุณหมอสวมชุดกาวน์เดินออกมาจากห้อง เมื่อพบกับสายตาเต็มไปด้วยความหวังของทุกคน เขาก็ถอดหน้ากากออก ก่อนจะหันไปพูดกับคุณตาของเป่าเจียด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด :

        “ผู้บังคับบัญชาฉิน พวกเราพยายามสุดความสามารถแล้ว หลานสาวของท่านเลือดออกในช่วงอกมาก ภายในกระโหลกก็ได้รับการกระทบกระเทือน กระดูกหักหลายจุด เกรงว่าจะยืดเวลาได้ไม่พ้นคืนนี้……ให้คนในครอบครัวได้ไปบอกลาเถอะครับ”

        ผู้บังคับบัญชาฉินเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะช่วยกันประคองเอาไว้

        คุณโจวยกมือขึ้นปิดปาก ภายในแววตาของเธอแสดงอาการช็อกออกมา ฉินเป่าเจียตายแล้ว แบบนี้เธอจะช่วยลูกชายให้พ้นผิดได้อย่างไร?

        เมื่อได้ยินว่า “ให้ครอบครัวเข้าไปบอกลา” หลินลั่วหรานก็ทรุดตัวลงหน้าประตู หลิ่วเจิงอยากจะเข้าไปประคองเธอเอาไว้ แต่เมื่อคิดถึงภาพวันวานที่เขาพาเป่าเจียไปเล่นที่สวนสาธารณะหายเป่ย ในตอนนั้นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ยังคงเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่ติดเขาแจ และไม่ได้เรียกเขาว่า “คุณชายหลิ่ว” แต่กลับเป็นถ้อยคำหวานๆ อย่าง “พี่หลิ่วเจิง”……

        เป่าเจียคือคู่หมั้นของเขา แต่เขากลับรู้สึกว่าเธอเป็นน้องสาวมาโดยตลอด แถมยังไปใจเต้นกับผู้หญิงคนอื่น มือของหลิ่วเจิงถูกทิ้งลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ภายใต้แว่นตากรอบทองของเขา ก็มีน้ำใสไหลรินลงมา

        ลู่ซานชุนพุ่งตัวเข้าไปหาคุณนายโจวเพื่อจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ถูกเหล่าบอดี้การ์ดตัวโตของเธอจับเอาไว้

        เมื่อได้ยินเสียงดังโวยวาย หลินลั่วหรานก็ได้สติกลับมา เธอหันไปมองประตูของห้องผ่าตัด ก่อนจะได้แต่คิดขึ้นมาในใจ แม้แต่ความสงบครั้งสุดท้ายพวกเขาก็ไม่คิดจะให้มันกับเป่าเจีย……เป่าเจีย เธอจะตายได้ยังไง ฉันมาช่วยเธอแล้วไง ฉันมาช่วยเธอแล้ว!

        “ออกไป! พาคนของคุณออกไปให้หมด! ถ้าเป่าเจียตายขึ้นมา ฉันจะฆ่าลูกชายของคุณให้ตายตามไปด้วย!”

        หลินลั่วหรานลุกยืนขึ้นมา แล้วจัดการจับบอดี้การ์กชุดดำเหวี่ยงไปที่กำแพงด้วยความว่องไวราวกับสายฟ้า บอดี้การ์ดพากันปล่อยตัวลู่ซานชุนเพื่อมาจับตัวเธอ ก่อนจะโดนเธอที่กำลังบ้าคลั่งอัดปลิวออกออกไป

        คุณนายโจวถูกเธอทำเอาตกใจจนไร้สติ เธอส่งเสียงแหลมออกมา “อย่าฆ่าฉัน” พร้อมทั้งรีบพุ่งตัวออกไปจากโถงทางเดิน เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตัวเองหนีไปแล้ว เหล่าบอดี้การ์ดก็พากันพยายามดิ้นรนตามเธอไป

        ทุกคนต่างถูกหลินลั่วหรานที่บ้าคลั่งขึ้นมาทำเอาตกใจกันไปหมด ใครจะรู้ว่าหลังจากจัดการไล่คุณนายโจวออกไปแล้ว เธอก็ไม่ได้สงบลง แต่กลับหันไปจับแขนเสื้อของผู้บังคับบัญชาฉินเอาไว้

        ผู้บังคับบัญชาฉินมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหลินลั่วหราน ก็คิดขึ้นมาว่า หลานสาวของเขามักจะอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวมาโดยตลอด แต่เด็กสาวข้างหน้าคนนี้ ก็ทำให้เธอไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก :

        “หนูหลิน ไปพบกับเป่าเจียเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ……เธอมองว่าหนูเป็นพี่สาวของเธอมาตลอด ไปส่งเธอสักหน่อยเถอะนะ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม