0 Views

         เช้าของวันต่อมาหลินลั่วหรานยังไม่ทันได้พูดถึงเรื่องที่มีคนเข้ามาในห้อง มู่เทียนหนานก็ออกตัวไปบอกลาพ่อกับแม่ของเธอก่อน พร้อมทั้งบอกว่าที่บ้านมีเรื่องด่วน จึงต้องรีบกลับไป ก่อนจะออกจากบ้านไปด้วยความรีบร้อน

        ผู้เป็นแม่ไม่ได้สงสัยอะไร แม้ว่าในใจจะอยากให้ชายหนุ่มหล่อเหลาคนนี้ได้มีเวลาอยู่กับลูกสาวของตัวเองมากหน่อย แต่ก็ไม่สามารถที่ห้ามให้เขากลับบ้านได้ใช่ไหม?

        จะไม่พูดถึงเรื่องที่แม่ของหลินลั่วหรานเอาแต่จ้องลูกสาวของตัวเองตาเขม็งหลังจากที่มู่เทียนหนานกลับไป แต่ก็พูดถึงมู่เทียนหนานที่เมื่อขับรถออกมาถึงประตูใหญ่ของบ้านหลิน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ นิ่งลง ก่อนจะค่อยๆ ยู่ยี่ขึ้นทีละน้อย แม้ปากริมฝีปากของเขาจะถูกปิดเอาไว้สนิท แต่เลือดสีสดก็ยังคงไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

        มู่เทียนหนานใช้มือข้างเดียวในการจับพวงมาลัย เขาใช้หลังมือเช็คคราบเลือดบริเวณปากของตัวเอง ก่อนจะเหม่อลอยไปสักพัก แล้วก็เผยรอยยิ้มออกมาเสียเฉยๆ

        “เป็นผู้หญิงที่โหดเหี้ยมจริงๆ เลยนะ!”

        แต่ว่า แบบนี้แหละ ฉันชอบ……มู่เทียนหนานหันกลับไปมองประตูสีแดงแสดของบ้านหลิน ก่อนที่รอยยิ้มที่ไม่แน่ใจในความหมายนักจะปรากฏออกมาบนใบหน้าของเขา

        อีกครั้งที่รอยแผลภายในส่งผลกระทบมา จนทำให้ปวดร้าวจนต้องตีมือลงที่พวงมาลัยเพื่อระบายความเจ็บปวด แล้วสตาร์ทรถ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว

        คนโหดร้ายอย่างหลินลั่วหราน ไม่ได้รู้เรื่องอะไรของมู่เทียนหนานเลยแม้แต่น้อย หรือแม้ว่าเธอจะรู้ เธอก็คงจะได้แต่หัวเราะเยาะ เธอเองก็ไม่ใช่คนโง่ไร้สมอง ถูกคนบุกเข้ามาในห้อง แล้วยังจะทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนั้นอีก ถ้ากล้าที่จะมองข้ามชื่อเสียงของเธอไป มัดนั้นก็ถือว่าสมน้ำหน้าแล้วล่ะ!

        เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า ในมัดนั้นบรรจุเต็มไปด้วยพลังอย่างแน่นหนา หลินลั่วหรานก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ โดนมัดนั้นเข้าไป ก็คงจะต้องทรมานไปสักระยะหนึ่งเลย

        ส่วนเรื่องที่พลังของเธอจะหลุดลอดออกไปหรือไม่ หลินลั่วหรานไม่ได้แม้แต่จะคิดถึงเรื่องนี้เลย เส้นทางการฝึกศาสตร์หลังจากนี้ยังคงอีกยาวไกล แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องทรมานและแรงกดดันจากโลกภายนอกอีกมาก หากเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอจะไปเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?

        ในใจของเธอคิดถึงเรื่องที่ต้องทำขึ้นมา ก่อนจะหยิบมีดเล่มเล็กเข้าไปในพื้นที่ลึกลับ

        ในการไปรุยลี่ครั้งนี้ เธอได้รับพลังกลับมาไม่น้อย หลินลั่วหรานไม่สามารถจะรับมันเข้าไปได้หมด ดูเหมือนว่ามันจะส่งผลเล็กๆ มาถึงภายในพื้นที่ลึกลับด้วย ภายใต้พลังที่เต็มที่สมบูรณ์ เหล่าสมุนไพรที่ปลูกเอาไว้ก็ได้รับโอกาสไปด้วย

        ต้นไม้สีมรกตที่อยู่ข้างบ่อน้ำไม่ได้มีการตอบสนองได้ๆ ต้นของดอกไม้สีดำเอง ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ผลิดอกบานออกมา ขยายขอบเขตจิตรับรู้ของหลินลั่วหรานไป สุดท้ายดอกไม้สีดำนั่นก็กลายเป็นฝุ่นผง ส่วนที่เหลืออยู่ก็ได้แต่อยู่ที่เดิม โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

        ที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ ผู้มาอยู่อาศัยคนแรกของที่แห่งนี้___ต้นห่อสิ่วโอวที่แต่แรกเริ่มถูกหลินลั่วหรานซื้อมาจากตลาดนั้น ในที่สุดดอกของมันก็ผลิบานออก!

        ไม่เพียงแค่นั้น โสมที่ล้อมรอบห่อสิ่วโอวอยู่ทั้งเจ็ด……โอ้ ไม่สิ เอาไปให้อาจารย์เจี่ยแล้วหนึ่งต้น ดังนั้นตอนนี้พวกมันจึงเหลือแค่ 6 ต้นแล้ว สิ่งเล็กๆ ทั้งหกต้นนี้ ใบของมันมีสีเขียวราวกับก้อนหยก บริเวณช่วงโคนใบเริ่มที่จะมีก้อนเล็กๆ ตูมๆ ปรากฏขึ้น หรือว่านี่จะเป็นดอกตูมของต้นโสมกัน?

        เมื่อลองนับเวลาดู หลังจากที่ปลูกลงไปจนมาถึงวันนี้ ตอนแรกเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง จนตอนนี้มาถึงช่วงหน้าหนาวแล้ว เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้ว โสมปลูกนี้ถูกปลูกเอาไว้ภายในพื้นที่ลึกลับ ก็น่าจะกลายเป็นโสมที่มีฤทธิ์เท่ากับโสมอายุร้อยปีแล้วใช่ไหม?

        แม้ว่าหลังจากนั้นเธอจะซื้อโสมที่คนเพาะมาปลูกเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับอีก แต่สิ่งที่หลินลั่วหรานให้ความสำคัญ ก็ยังคงเป็นโสมที่ได้มาต้นแรกๆ พวกนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าเธออาจจะได้เก็บเกี่ยวเมล็ดของพวกมัน หลินลั่วหรานก็ดีใจขึ้นมา

        ในเมื่อต้นห่อสิ่วโอวผลิดอกออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าจะสามารถเก็บผลได้ในอีกไม่กี่วัน จากที่ตอนแรกหลินลั่วหรานตั้งใจว่าจะถอนมันออกไปทำอย่างอื่น มาถึงตอนนี้จังยังไม่อยากจะลงมือเลยในทันที

        รออีกสักพักจะดีกว่าไหม?

        เมื่อคิดถึงมีดเล็กในมือ เธอก็ไม่อยากจะเอามันมาโดยเสียเปล่า ในระหว่างที่เธอกำลังใช้ความคิด เธอก็คิดไปถึงสมุนไพรธรรมดาที่ปลูกเอาไว้ได้

        โอ้ ตังกุยนี่ก็ดูดีเลยนะ ยังไงคุณภาพก็น่าจะดีกว่าที่ขายกันด้านนอกไปกว่าครึ่งเลย เอาอันนี้ก็แล้วกัน!

        ส่วนโป่งรากสนอันนี้ หลินลั่วหรานจำได้ว่าเก็บมาจากตอนที่เธอขึ้นเขาไปกับพ่อครั้งก่อน ตอนนั้นยังไม่รู้จักชื่อของมัน เพียงแค่รู้สึกว่ามีพลังอยู่มากกว่าพืชอื่นๆ หลังจากนั้นเธอก็ได้ไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหล่าสมุนที่เธอเก็บมาด้วยอ้างอิงจากความหนาแน่นของพลังเหล่านั้นให้มากขึ้น

        และเพราะแบบนั้น จึงมีสมุนไพรจำนวนมาก ที่ไม่ได้มีข้อมูลบันทึกเอาไว้ หลินลั่วหรานเห็นว่าพวกมันมีพลังที่ดี จึงได้แต่สงสัยว่า หรือว่าพวกมันจะเป็นสมุนไพรที่คนระดับที่สูงขึ้นมาใช้กัน___อย่างเช่น ผู้ฝึกศาสตร์

        แน่นอนว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่หลินลั่วหรานเดาขึ้นมาเอง ความเป็นจริงนั้นจะเป็นอย่างไร ยังคงต้องรอให้เธอไปสืบค้นเพิ่มเติมหลังจากนี้

        ต้นเก๋ากี๊เองก็เติบโตขึ้นมาได้ดีทีเดียว กลุ่มใบของมันแน่นหนา จนเกือบจะรุกรานไปถึงบริเวณของต้นหวยหนิวซีที่อยู่เคียงข้าง เก็บผลเก๋ากี๊สีแดงเอาไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง หากเหลืออยู่เยอะ ก็จะได้เอาไปต้มเหล้าให้กับพ่อ

        ดูเหมือนว่าหวยหนิวซีเองก็ต้องใช้ อามิตตาพุทธ วันนี้หวยหนิวซีเองก็ยากที่จะหลีกหนี

        เมื่อเก็บบรรดาสมุนไพรที่ต้องการจะใช้มาได้ครบ หลินลั่วหรานก็ไปซื้อโถวซีจี้มาจากร้านขายยา เธอต้องใช้มันในการแช่เหล้า และเธอก็ไม่ได้ปลูกมันเอาไว้

        นอกจากห่อสิ่วโอว สมุนไพรต่างๆ ที่ต้องการจะใช้ก็ถูกเก็บมาเรียบร้อยแล้ว หลินลั่วหรานจึงเริ่มทำงานที่ด้านหลังบ้านของเธอ วิธีการทำยาจีนนั้น เต็มไปด้วยความละเอียด วัตถุดิบและวิธีการที่แตกต่างกัน ก็จะทำให้ฤทธิ์ยานั้นต่างกันออกไปด้วย

        เหมือนกับสิ่งที่หลินลั่วหรานรู้มาก็คือ การจัดการสมุนไพรส่วนมาก ต่างก็ต้องผ่านการแช่เหล้า จากนั้นก็นำออกไปตากแห้ง เพื่อรอให้ปรากฏฤทธิ์ยา

        และการจุ่มเหล้ากับระยะเวลานั้น ก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นหวยนิวซี ก็ต้องจัดการนำใบและเม็ดออก หลังจากนั้นก็แช่เหล้าเอาไว้ 1 วัน จากนั้นก็ยังไม่สามารถนำไปตากแห้งได้ในทันที แต่ต้องรอเอาไปตุ๋นพร้อมกับห่อสิ่วโอวเสียก่อน

        ขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ทำให้หลินลั่วหรานรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับมันขึ้นมา แต่ก็ต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้___ถ้าหากว่าวันไหนที่เธอมีเตายาของผู้ฝึกศาสตร์อย่างในนิยาย บวกกับยาไฟ ก็อาจจะสามารถนำสมุนไพรทั้งหลายใส่ลงไปในเตา แล้วก็รอรับเม็ดยาเลยก็ได้?

        หลินลั่วหรานรู้สึกสงสัยขึ้นมา ขนาดการทำยาของคนธรรมดาทั่วไป ยังต้องละเอียดอ่อนขนาดนี้ ยุ่งยากขนาดนี้ เหมือนว่านักฝึกศาสตร์ในนิยายพวกนั้น จะโม้เอาแล้วล่ะ

        เมื่อเห็นลูกสาวกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ที่หลังบ้าน เทเหล้าลงไปในขวดเพื่อหมักสมุนไพรอยู่ไม่ขาด ผู้เป็นพ่อและแม่เฝ้าดูอยู่นาน จนเมื่อมาถึงวันที่ 5 ก็ต่างพากันทนไม่ไหว ผู้เป็นพ่อจึงส่งให้ผู้เป็นแม่เข้ามาก่อน :

        “เสี่ยวหราน เหล้ายาของลูกเนี่ย จะดองเอาไว้ให้พ่อบำรุงร่างกายเหรอ? นี่มันยุ่งยากเกินไปหรือเปล่า!”

        เหงื่อไหลรินลงมาบนหน้าผากของหลินลั่วหราน ที่แท้พ่อกับแม่ก็กำลังคิดว่าเธอกำลังดองเหล้าอยู่นี่เอง เธอคงควรจะอธิบายให้เข้าใจ ว่าตั้งใจจะกลั่นยาให้กับหวังเมี่ยวเอ๋อ พูดไปหลายรอบ กว่าจะทำให้พ่อกับแม่เข้าใจขึ้นมาได้ แน่นอน ว่าท้ายที่สุดเธอก็ต้องเอาเก๋ากี๊ที่เก็บมาจากในพื้นที่ลึกลับส่งให้พ่อของตัวเอง เพื่อเป็นวัตถุดิบในการดองเหล้าที่แท้จริง

        ไม่ใช่ว่าหลินลั่วหรานไม่รักดี ถึงได้ไม่นำเอาโสมและห่อสิ่วโอวที่อยู่ในพื้นที่ลึกลับออกมาให้พ่อกับแม่บำรุงร่างกาย แต่ตอนนี้พ่อกับแม่ของเธอเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป ภายในร่างกายยังมีสิ่งแปลกปลอมอยู่มาก หากกินโสมเข้าไปอาจจะเป็นการทำร้ายร่างกายเสียมากกว่า หลินลั่วหรานคอยให้พ่อกับแม่กินผักจากในพื้นที่ลึกลับ เพื่อที่จะค่อยๆ จัดการไล่สิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกายของพวกเขา การทำแบบนี้แม้ว่าจะช้า แต่ก็มั่นคงและปลอดภัย

        เมื่อมาถึงคืนของวันที่ 10 นับได้ว่าเป็นวันที่ 100 พอดี ในคืนนั้น ดอกบนเถาของต้นห่อสิ่วโอวก็แห้งเหี่ยว และออกผลสีเขียวเล็กๆ ออกมาในที่สุด

        หลินลั่วหรานอดทนต่อมาอีกสองวัน เมื่อเห็นว่าผลของมันเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ก็จัดการรดน้ำลงบริเวณรากของต้นห่อสิ่วโอว และเก็บเมล็ดของมันเข้าไว้ด้วยความระมัดระวัง

        ห่อสิ่วโออายุร้อยปี อีกทั้งยังเป็นของที่ได้จากพื้นที่ลึกลับ เมล็ดเหล่านั้น น่าจะไม่ได้มีคุณภาพเพียงแค่ห่อสิ่วโอวที่เธอซื้อมาจากตลาดแล้ว หากนำไปปลูกอีกครั้ง จะต้องได้รับสมุนไพรที่มีคุณภาพเทียบเท่าโสมพวกนั้นแน่___ถึงตอนนั้น ก็คงจะสามารถเรียกได้อย่างโสมและเห็ดหลินจือแล้วว่าเป็น “ยาแห่งสี่ธาตุ”!

        ส่วนต้นห่อสิ่วโอวต้นนี้ ช่างดูน่าสงสาร มันโดนหลินลั่วหรานถอนขึ้นมา แม้แต่เถาก็กลายเป็น “โชวู” แห้งเก็บเอาไว้

        การทำยาครั้งแรกของผู้ฝึกศาสตร์ฝึกหัดหลินลั่วหราน ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม