0 Views

        ถานที่ร่อนแร่แม่น้ำหนานกูตั้งอยู่บริเวณตะเข็บชายแดนจีน-พม่า เป็นแม่น้ำสายย่อยจากแม่น้ำหนานหว่าน ด้านบนของแม่น้ำหนานกูคือสายพานรัดน้ำอัญมณีของชายแดนจีน และเป็นส่วนหนึ่งของสายพานรัดน้ำอัญมณีแห่งจีน-พม่า

        ระหว่างรุยลี่และพม่า มีสายพานรัดน้ำดีๆ แห่งหนึ่งในแม่น้ำหนานกู ที่มักจะผลิตอัญมณีสีแดงและสีเขียวออกมา ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ที่นี่มีการจัดตั้งโรงงานพลอยมาก่อนแล้ว ทั้งเล็กและใหญ่ แต่เนื่องจากความกระจัดกระจายของพลอย งบประมาณที่ต้องใช้จ่ายในการสะกัดแร่ก็ค่อนข้างสูง เมื่อขาดแคลนงบประมาณ จึงทำให้ที่นี่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้

        แต่ว่า อย่างไรที่นี่ก็ยังมีพลอยอยู่ดี ดังนั้นคนรุยลี่จึงมีความคิดดีๆ ขึ้นมา___ด้วยการจัดทำให้ที่นี่กลายเป็นสวนสนุก!

        เพียงคุณจ่ายเงินค่าใช้จ่าย คุณก็จะได้รับชุดอุปกรณ์ และสามารถไปร่อนแร่ที่บริเวณสายรัดน้ำของแม่น้ำหนานกูได้ 2 ชั่วโมง พลอยทั้งหมดที่คุณหามาได้ในเวลาเหล่านั้น  ต่างก็ยกให้เป็นของคุณ

        ริมแม่น้ำหนานกู มีสถานร่อนแร่รุยลี่ถูกจัดตั้งขึ้น ไม่เพียงแค่สามารถร่อนแร่เท่านั้นน แต่ยังมีบริการเสริม รับรอง และเหล่าอัญมณีที่ขายที่นี่ต่างก็เป็นของแท้ทั้งนั้น

        หลิ่วเจิงอธิบายกฎของที่นี่ในหลินหลั่วหรานฟัง ไปพร้อมกับจัดการจ่ายเงินค่าใช้จ่าย

        เพียงจ่ายเงินคนละ 250 บาท ก็จะได้รับอุปกรณ์ในการร่อนแร่ และสิทธิ์ในการใช้ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงมา พลอยที่หามาได้ในเวลานี้ต่างก็สามารถนำติดตัวออกไปด้วยได้ทั้งหมด

        สถานที่ที่เต็มไปด้วยการเล่นสนุก อีกทั้งยังมีพลอยสวยงาม เมื่อมองไปยังคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังจับมือกันร่อนแร่ หลินลั่วหรานก็รู้สึกเขินขึ้นมา ทำไมหลิ่วเจิงถึงเลือกสถานที่แบบนี้มาได้นะ

        ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันดูจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเอาได้ง่ายๆ

        “ไปเถอะ มีเวลาแค่ 2 ชั่วโมงเอง พวกเราต้องรีบกันหน่อยแล้ว” หลิ่วเจิงถือตระกร้ากรองทรายเอาไว้ในมือ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับหลินหลั่วหราน ดูเหมือนว่าตัวเขาจะดูเด็กลงมาก ไม่เหมือนกับหัวหน้าที่เต็มไปด้วยความรอบคอบและความสุภาพของหลิ่วชื่ออีกแล้ว

        หลินหลั่วหรานส่งยิ้มกลับไป และตัดความอึดอัดออกไปได้บ้างแล้ว เธอก้าวเท้าเดินตามหลิ่วเจิงเข้าไปด้านใน

        ตอนนี้เป็นวันที่ 3 หลังจากการผ่าแร่แล้ว ผู้คนต่างก็กระจายแยกย้ายกันไปเหมือนกับตอนที่มา คุณลุงของหลิ่วเจิงเองก็เดินทางกลับไปพร้อมกับแร่ทั้งหลาย แถมยังเอาหินแร่ 5 ก้อนที่หลินหลั่วหรานจ่ายเงินกว่าห้าล้านซื้อมาจากชายพม่ากลับไปด้วย

        ที่หลิ่วเจิงพาเธอมาที่นี่ก็เพื่อทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้เมื่อวันก่อน

        “อันนี้ใช้ยังไงเหรอคะ?” พลอยและหยกนั้นไม่เหมือนกันสักนิด พลังในการตรวจหาหยกของเธอไม่ได้มีประโยชน์อะไร เมื่ออยู่ที่นี่ เมื่อมองไปยังกองอุปกรณ์ เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปแล้ว

        ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของหลิ่วเจิง เขาถอดรองเท้าออกไว้ที่ชายฝั่งด้วยความคุ้นเคย พร้อมทั้งพับขากางเกงขึ้น ก่อนจะเดินลงไปในน้ำ เขายืนอยู่บนผืนทรายละเอียด และพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม : “ที่ชายฝั่งถูกคนหาไปหมดแล้วล่ะ พวกเราต้องเดินเข้าไปหน่อย ถึงจะร่อนแร่ได้”

        หลินลั่วหรานจึงได้แต่ถอดรองเท้าบูทออกตาม และม้วนขากางเกงของตัวเองขึ้นมาจนถึงบริเวณหัวเข่า จากนั้นก็เดินลงไปในน้ำด้วยความว่องไว

        “เย็นจัง!” อากาศที่รุยลี่ดีขนาดนี้ เธอไม่คิดเลยว่าน้ำในแม่น้ำแห่งนี้จะเย็นไปถึงกระดูก จนต้องเผลอส่งเสียงร้องออกมา

        หลิ่วเจิงหันหน้าไปอีกทาง พยายามบังคับไม่ให้ตัวเองมองไปยังท่อนขาวเนียนขาวของหลินลั่วหราน พร้อมทั้งอธิบาย : “เพราะว่าน้ำเย็นแบบนี้ไง ถึงได้สร้างเม็ดพลอยขึ้นมาได้ เป็นจุดมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเลยล่ะ”

        เท้าของหลินลั่วหรานสัมผัสลงบนทรายละเอียด แสงตะวันของรุยลี่สาดส่องลงมายังตัวของเธอ เท้าทั้งสองถูกแช่อยู่ในน้ำ มือทั้งสองก็จับตระกร้าในมือเอาไว้ เพื่อเรียนรู้การขุดหาพลอยภายใต้ทรายเหนียวใต้เท้าจากหลิ่วเจิง

        ทั้งสองขุดหาพลอยอยู่บริเวณหาดตื้นอยู่สักพัก โดยไม่ได้อะไรเลยสักชิ้น หลินลั่วหรานจึงพูดทั้งรอยยิ้ม : “วันนี้ไม่มีโชคด้านขุดพลอยเลยหรือไงนะ?”

        เธอพูดพร้อมทั้งเทตระกร้าทรายที่เพิ่งขุดขึ้นมาในมือลง หลิ่วเจิงมือไวตาไวพอ เขาจับเข้าที่ข้อมือของเธอด้วยความรวดเร็ว : “อย่าขยับ!”

        เมื่อมือเรียวยาวที่เต็มไปด้วยแรงของผู้ชายสัมผัสลงที่ข้อมือของตัวเอง และสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอในแบบของผู้ชายของหลิ่วเจิง หลินลั่วหรานก็ได้แต่ยืนตัวแข็ง พร้อมกับความร้อนที่ค่อยๆ ไล่ขึ้นมาบนใบหน้า

        หลิ่วเจิงจับข้อมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะใช้มือหยิบก้อนหินสีดำรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดใหญ่กว่าเล็บมือเล็กน้อยออกมาจากตะกร้าเม็ดทราย

        “ใครบอกว่าไม่มีโชค นี่ไม่ใช่พลอยสีน้ำเงินหรือไง?”

        เธอมองไปยังก้อนหินรูปร่างประหลาดบนมือของหลิ่วเจิง เปลือกนอกสีดำ และเมื่อนำไปเทียบกับอัญมณีที่ผ่านการเจียระไน จนถูกวางสาดส่องแสงในร้านของเจินเป่าเซวียนแล้ว หลินลั่วหรานรู้สึกว่าของทั้งสองสิ่งนี้ไม่น่ามีอะไรเกี่ยวโยงกันได้เลย

        “นี่คือ……พลอยสีน้ำเงิน?”

        เมื่อเห็นอาการตกใจของหลินลั่วหรานที่มักจะสงบนิ่ง หลิ่วเจิงก็เผลอยิ้มออกมา : “ก็เหมือบกันที่หยกถูกคลุมเอาไว้นั่นแหละ พลอยที่ยังไม่ได้ผ่านการขัดเกลา ก็หน้าตาแบบนี้ทั้งนั้น”

        เมื่อพูดจบเขาก็นำเอาพลอยชิ้นนั้นวางลงบนมือของหลินลั่วหราน “อันนี้เธอหาเจอ ต้องเก็บไว้ให้ดีๆ นะ”

        หลินหลั่วหรานรับมันมาอย่างว่าง่าย แต่บริเวณใบหน้ายังคงรับรู้ได้ถึงกลิ่นของหลิ่วเจิง ทำให้เธอรู้สึกอายขึ้นมา ก่อนทั้งสองจะรู้ตัวว่า มือของหลิ่วเจิงที่เกาะกุมอยู่บริเวณข้อมือของเธอยังไม่ถูกปล่อยออก…..

        “ฮ่าๆ จะวิ่งไปไหน!” เด็กวัยรุ่นคู่หนึ่งวิ่งผ่านมาบริเวณใกล้ๆ พวกเขา ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเป็นคู่รักกัน เด็กสาวควักน้ำขึ้นสาดใส่เด็กชาย เด็กชายยิ้มแย้ม ก่อนจะวิ่งเข้ามาทางหลินลั่วหราน หยาดน้ำเย็นยะเยือกกระเด็นเข้าสู่ใบหน้าของเธอ เมื่อหลินหลั่วหรานได้สติขึ้นมา ใครจะรู้ว่าใต้เท้าของเธอจะเกิดลื่นขึ้นมาพอดี___

        “อ๊ะ…….” เมื่อมือที่จับหินก้อนนั้นเอาไว้คลายออก ก้อนหินก็เตรียมพร้อมที่ไหลหลุดออกไป ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากจะให้มันหายไป เธอจึงรีบพุ่งตัวยื่นมือออกไปคว้ามันเอาไว้

        “ระวัง!” หลิ่วเจิงคิดว่าเธอสูญเสียการทรงตัว จึงรีบเข้าไปดึงตัวของเธอเอาไว้ โดยไม่รู้ว่าหลินลั่วหรานเพียงต้องการจะเก็บก้อนหินเท่านั้น แต่เมื่อโดนหลิ่วเจิงดึงเอาไว้ เธอถึงได้สูญเสียความทรงตัวไปจริงๆ!

        “ตู้ม” ทั้งสองร่วงลงไปในน้ำทันที!

        ร่างกายของหลิ่วเจิงล้มลงไปรับตัวของหลินลั่วหรานเอาไว้ เพื่อรับแรงกระแทกส่วนมากเอาไว้แทน จนแม้แต่แว่นตาสีทองก็กระเด็นหายไปไหนแล้วไม่รู้

        หลินลั่วหรานลูบหยาดน้ำออกจากใบหน้า ก่อนจะพบว่าท่าทางของเธอและหลิ่วเจิงตอนนี้ออกจะน่าอายไปหน่อย จึงรีบดันตัวลุกยืนขึ้น

        หลิ่วเจิงไม่ทันได้รู้ตัวนัก เขาถามออกมาด้วยความกังวล : “เป็นอะไรไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

        หลิ่วเจิงที่ไร้แว่นตาบดบัง แววตาของเขาดูนุ่มนวลราวกับก้อนหยกที่ยังไม่ได้ผ่านการขัดเกลา หลินลั่วหรานนิ่งไปชั่วครู่ จนเมื่อได้ยินเสียงย้ำถามของหลิ่วเจิง เธอจึงได้สติกลับมา

        “ไม่เป็นค่ะ ไม่เป็นไร แล้วแว่นตาของคุณล่ะ?”

        หลิ่วเจิงเพิ่งจะรู้สึกได้ว่า หลินลั่วหรานที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้น ดูไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ทั้งสองช่วยกันคลำหาแว่นตาในน้ำอยู่สักพัก กว่าจะหาแว่นของเขาพบ โชคดีที่มันไม่ได้แตกหักอะไร

        จากนั้นคู่รักตัวปัญหาก็รีบวิ่งเข้ามาขอโทษด้วยความรู้สึกผิด เมื่อได้รับคำยกโทษ ก็พากันจับมือวิ่งออกไป

        เพียงแต่ในตอนนั้น แม้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่ แต่ทั่วทั้งตัวของหลิ่วเจิงและหลินลั่วหรานก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำ อีกทั้งน้ำในแม่น้ำก็เย็นมาก พวกเขาหาพลอยกันต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงต้องกลับมาที่ฝั่งก่อนเวลา

        หลังจากทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว หลิ่วเจิงก็พาหลินลั่วหรานไปยังจุดในบริการเสริม ผู้เชี่ยชาญมอบรอยยิ้มด้วยความยินดีมาให้ : “อัญมณีเม็ดนี้นับได้ว่าดีทีเดียวนะ โชคดีกันจริงๆ เดี๋ยวจะทำเป็นแหวนให้กับคุณหนูนะ จะได้เก็บเป็นที่ระลึกด้วย พวกเธอโอเคไหม?”

        หลิ่วเจิงคิดว่าข้อเสนอนี้ก็ไม่ได้แย่ จึงหันไปหาหลินลั่วหราน พร้อมถามความเห็นของเธอผ่านทางสายตา

        แหวน ที่ระลึก หัวใจของหลินลั่วหรานสั่นไหวขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นความสงบ ไม่ว่าผู้ชายตรงหน้าจะดีแค่ไหน แต่ก็ยังติดป้ายของเป่าเจียเอาไว้แล้ว อย่างไรเธอก็ควรที่จะไม่ไปรู้สึกอะไรกับมัน

        “ทำเป็นที่ห้อยดีกว่าค่ะ!”

        เมื่อน้ำเสียงเย็นชาของหลินลั่วหรานดังขึ้น ภายในแววตาของหลิ่วเจิงก็ปรากฏความผิดหวังเล็กๆ ออกมา

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง” : https://bit.ly/2N4zYYQ

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 100 บาทค่ะ ^_^)  เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม