0 Views

      หยางหนิงได้ยินต้วนชางไห่พูดดังนั้น ก็รู้ว่าเขาน่าจะมองอะไรออกบ้างแล้ว ในใจของเขารู้ทันทีว่าตัวเขาเองน่าจะหลุดอะไรออกมา หากตัวเขายังฝืนปิดบังต่อไป มันจะยิ่งแย่

       ยิ่งคำพูดของต้วนชางไห่ หยางหนิงตอนนี้กำลังเครียดว่าจะกำจัดอาการร้อนเหมือนไฟเผาของจุดตันเถียนนี้ได้อย่างไร

       เขารู้ที่จุดตันเถียนเป็นแบบนี้เพราะลมปราณภายในของเขา ถึงแม้ลักษณะความแข็งแกร่งมันจะขึ้นอยู่กับกระดูก แต่ว่าเรื่องของกำลังภายในก่อนข้ามเวลามาเขาก็ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

       การดูดพลังมากักเก็บไว้ที่จุดตันเถียน หยางหนิงแทบไม่รู้เลยว่าจะเคลื่อนย้ายหรือว่าแก้ไขอย่างไร

       เขาฉลาดอยู่แล้ว เขารู้ว่ากำลังภายในที่ดูดมามันจะไปทับอยู่ที่จุดตันเถียน หากไม่ทำอะไรไม่ดี ก็ไม่มีอันตรายอะไร

       วรยุทธ์ของต้วนชางไห่ร้ายกาจมาก ต้องเคยฝึกเดินลมปราณมาแน่ๆ ตอนนี้สามารถเรียนรู้จากเขาได้

       แต่ว่าเรียนวิชาดูดพลังจากคนอื่นมาได้อย่างไร มันอธิบายไม่ได้จริงๆ หากตัวเขาเดาไม่ผิด ซื่อจื่อขององครักษ์เสื้อแพรไม่รู้วรยุทธ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝึกลมปราณ หากตัวเขามีวรยุทธ์นี้ ต้วนชางไห่จะต้องสงสัยแน่ๆ

       “ท่านอาต้วน ข้า…!” หยางหนิงกำลังคิดว่าจะแถต่อไปอย่างไร ต้วนชางไห่ยกมือขึ้นมาแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อ ท่านนั่งลงก่อน!”

       หยางหนิงเห็นต้วนชางไห่สีหน้าจริงจัง ก็ไม่ได้ลังเล นั่งลงบนเก้าอี้ ต้วนชางไห่กำหมัดขึ้นมา จากนั้นซัดออกมา หยางหนิงตกใจ คิดในใจว่าหรือต้วนชางไห่จับอะไรได้หรือเปล่า ถึงได้ลงมือกับเขา เมื่อคิดว่าจะตอบโต้ แต่ก็รู้ดีว่าหากเขาทำเช่นนั้นจริงๆ เขาที่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต้วนชางไห่ หากต้วนชางไห่สงสัยเขาขึ้นมาจริงๆ เขาก็จะตกอยู่ในอันตราย

       เขาข่มความตกใจของเขาเอาไว้ในใจ ต้วนชางไห่ซัดฝ่ามือไปที่หน้าอกของหยางหนิง หยางหนิงรู้สึกว่าร่างกายสั่นสะเทือน แต่ฝ่ามือที่ซัดมามันไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย แถมยังรู้สึกสบายอีกต่างหาก

       ต้วนชางไห่ซัดฝ่ามืออย่หลายที ทุกครั้งก็จะซัดไปที่จุดถานจง จากนั้นก็เก็บมือ แล้วถามว่า “ซื่อจื่อ รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”

       หยางหนิงถอนหายใจ พบว่าอาการร้อนดั่งไฟเผาหายไปแล้ว ลมปราณที่เคลื่อนไหวดังพายุที่จุดตันเถียนเองก็หายไปแล้วเหมือนกัน

       “ท่านอาต้วน ข้า…ข้าหายดีแล้ว!” หยางหนิงดีใจมาก คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ตัวเขากังวลต้วนชางไห่จะสามารถจัดการมันได้ในสองสามฝ่ามือเท่านั้น เขามืออาชีพจริงๆ ลงมือครั้งเดียวก็จัดการได้หมด

       ต้วนชางไห่ส่ายหน้า “ซื่อจื่อ ที่จุดตันเถียนของท่านมีลมปราณสะสมอยู่มาก ข้าเพียงแต่ซัดให้มันกระจายตัวชั่วคราวเท่านั้น มันเพียงแก้ปัญหาปลายเหตุหาใช่ต้นเหตุไม่”

       หยางหนิงตกใจมาก ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “งั้น…ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?”

       ต้วนชางไห่อธิบายว่า “หากข้าเดาไม่ผิด จากชีพจรของท่านตอนนี้ ข้าว่าท่านไม่เคยฝึกฝนการเดินลมปราณมาก่อน กลุ่มกำลังภายในเมื่อครู่ ซื่อจื่อน่าจะดูดของคนอื่นมา”

       ยอดฝีมือก็คือยอดฝีมือ!

       หยางหนิงรู้สึกนับถือต้วนชางไห่มากขึ้น จากนั้นเขาก็พูดว่า “จริงๆ ข้าก็ไม่รู้ว่าลมปราณพวกนี้เข้ามาในร่างกายของข้าได้อย่างไร…!”

       “ซื่อจื่อท่านไม่จำเป็นต้องบอกข้าหรอกว่าพลังเทพแบบนี้มาได้อย่างไร” ต้วนชางไห่พูดขัดเขา “ซื่อจื่อท่านไม่เคยฝึกการเดินลมปราณมาก่อน แต่ตอนนี้ในร่างกายกลับมีพลังลมปราณอยู่มากอย่างน้อยก็มีประมาณยอดฝีมือระดับสาม มันอันตรายมาก” เขาอธิบายต่อว่า “ปกติแล้วการกักเก็บลมปราณแบบนี้ จะต้องฝึกดันมันออกมาจากด้านใน ค่อยๆ ฝึก โดยมากก็ฝึกกันสามถึงห้าปี มันยากมากที่จะเดินปราณให้วิ่งทะลุไปทั่วร่างกาย ต่อให้มีพรสวรรค์ ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปีในการฝึกการเดินลมปราณแบบนี้”

       หยางหนิงพยักหน้าเบาๆ รู้ว่าการฝึกเดินลมปราณนั้นไม่ง่ายเลย

       “การฝึกเดินลมปราณมีหลายรูปแบบ ดังนั้นการเดินลมปราณก็จะแตกต่างออกไปตามรูปแบบของบุคคล” ต้วนชางไห่พูดอย่างจริงจังว่า “ก็เหมือนกับข้ากับฉีเฟิง ที่เคยฝึกการเดินลมปราณมาก่อน เพราะแวดล้อมในการฝึกของเราแตกต่างกัน ลมปราณในร่างกายของเราสองคนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลมปราณในร่างกายของข้าเป็นลมปราณที่ผสานไปกับชีพจร แต่หากลมปราณแบบนี้เข้าไปในตัวของฉีเฟิง มันก็จะเป็นอันตรายกับเขาโดยทันที”

       หยางหนิงเริ่มขมวดคิ้ว คิดในใจว่าลมปราณก็มีแบบนี้ด้วยหรือ

       “แต่ว่าหากเป็นยอดฝีมือที่ฝึกมานาน ต่อให้เป็นลมปราณที่ต่างกัน ก็สามารถปรับให้มันสมดุลได้ หากมีลมปราณสักสิบส่วน หลังจากปรับให้มันสมดุลแล้ว ก็สามารถเก็บลมปราณได้เจ็ดถึงแปดส่วนเก็บไว้ใช้เอง” ต้วนชางไห่พูดต่ออีกว่า “ตอนนี้ร่างกายของซื่อจื่อมีลมปราณเจ็ดแปดส่วนผสมกันอยู่ หากท่านฝึกพลังลมปราณสูงสุด ก็สามารถปรับสมดุลให้กับตัวเองได้ แต่ตอนนี้…!” เขายิ้มแห้งแล้วพูดว่า “ตอนนี้ลมปราณในร่างกายของซื่อจื่อ…!”

       หยางหนิงเหงื่อเต็มหลัง เมื่อต้วนชางไห่อธิบายมาแบบนี้ รู้ว่าลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายของเขาตอนนี้เป็นอันตราย

       “ก็เหมือนกับคนที่ไม่เคยฝึกวิชาดาบ แต่จู่ๆ ก็ได้อาวุธเทพมาหนึ่งชิ้น อาวุธเทพมีอนุภาพไร้เทียมทาน…หากคนที่ใช้มันเป็นยอดฝีมือดาบ แน่นอนว่ามันจะไร้เทียมทานมาก แต่ว่า…แต่ว่าหากตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีใช้ใน มันก็เป็นแค่มีดธรรมดาๆ เล่มหนึ่งเท่านั้น มิหนำซ้ำอาจจะทำร้ายตัวเองได้ ซื่อจื่อเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?” ต้วนชางไห่อธิบายอย่างจริงจัง

       “ท่านอาต้วน งั้น…งั้นข้าควรทำอย่างไร?” หยางหนิงรู้สึกหงุดหงิด “มีทางขับลมปราณพวกนี้ออกไปได้ไหม?”

       ต้วนชางไห่พูดว่า “มีเพียงวิธีเดียว แต่ว่าเราจะทำมันไม่ได้เด็ดขาด”

       “วิธีอะไร?” หยางหนิงรีบถาม

       ต้วนชางไห่พูดอย่างจริงจังว่า “ตัดเส้นเอ็นทิ้ง ทำลายจุดตันเถียน สลายกำลังภายในให้หมด”

       หา!

       หลังของหยางหนิงชุ่มไปด้วยเหงื่อ รีบปฏิเสธวิธีนี้ ต่อให้ไม่รู้วิชากำลังภายใน แต่เมื่อพูดแบบนี้แล้ว มันก็ทำให้คนตกใจพอสมควร

       “เมื่อทำลายจุดตันเถียนไปแล้ว ก็จะฝึกวรยุทธ์ไม่ได้อีก ดังนั้นวิธีนี้ใช้ไม่ได้เด็ดขาด” ต้วนชางไห่พูดว่า “นอกจากนี้ หรือไม่อาจจะ….อาจจะมีอีกคนที่สามารถดูดพลังภายในของยอดฝีมือได้อย่างซื่อจื่ออีกคนก็ได้ ที่สามารถดูดพลังที่จุดตันเถียนออกจากตัวท่านได้”

       หยางหนิงคิดว่าพลังเทพหกประสานนั้นมาจากวังห้าพิษ ก็ไม่รู้ว่าคนของวังห้าพิษมีคนที่ฝึกฝนวิชานี้หรือไม่ หากมีคนในวังห้าพิษที่ฝึกพลังเทพหกประสานจนสำเร็จแล้ว ตัวเขาจะไปหาก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้าวังห้าพิษรู้ว่าเขาฝึกพลังเทพหกประสานจนสำเร็จ ก็น่าจะดูดทั้งพลังกับชีวิตของเขาไปด้วยพร้อมกัน

       “ซื่อจื่ออย่าเพิ่งร้อนใจไป” เห็นหยางหนิงสีหน้าเคร่งเครียด ต้วนชางไห่พูดว่า “ข้าจะหาวิธีช่วยท่าน แต่จะใจร้อนไม่ได้ ซื่อจื่อ ลมปราณที่อยู่ในจุดตันเถียนของท่านมีไม่น้อย ไม่มีการปรับลมปราณให้สมดุลอะไรทั้งนั้น ดังนั้นตอนนี้มันถูกกักอยู่ที่จุดตันเถียน แต่ก็ยังถือว่าโชคดี เพราะจุดตันเถียนเป็นสถานที่กักเก็บพลังลมปราณอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่มีอันตรายถึงชีวิต หากลมปราณกลุ่มนี้ถูกกักเก็บไว้ที่อื่น ชีพจรของท่านคงจะระเบิดนานแล้ว”

        หยางหนิงจับแขนของต้วนชางไห่ แล้วพูดว่า “ท่านอาต้วน ท่านต้องรีบหาวิธีนะ ข้าไม่อยากตายเพราะลมปราณระเบิด”

       “ซื่อจื่อไม่ต้องกลัว” ต้วนชางไห่คิดว่าหยางหนิงแค่ตกใจ ก็เลยพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าจะต้องหาวิธีให้ได้ จริงสิ ซื่อจื่อ ก่อนที่จะหาวิธีการปรับสมดุลลมปราณจนเจอ ท่านห้ามไปดูดพลังของใครอีก ตอนนี้ลมปราณที่จุดตันเถียนของท่านมันน่ากลัวมาก หากเพิ่มหนึ่งส่วน ก็อันตรายเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน จำเอาไว้ให้ดีนะ”

       หยางหนิงค่อยๆ พยักหน้า ต้วนชางไห่พูดมาแบบนี้ เขารู้สึกว่าจุดตันเถียนก็เหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง จากนั้นก็ถามว่า “ท่านอาต้วน หรือว่าท่านจะสอนการปรับลมมปราณแบบง่ายๆ ให้ข้า ให้ข้าลองดู”

       “ไม่ได้เด็ดขาด” เสียงของต้วนชางไห่จริงจังมาก “ซื่อจื่อ ข้าได้จับชีพจรของท่านดูแล้ว ชีพจรในร่างกายของท่านส่วนใหญ่ลมปราณยังไม่เคลื่อนผ่าน หากปรับสมดุลลมปราณตอนนี้ มันอันตรายเกินไป ท่านจะควบคุมลมปราณไม่ได้ มันจะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต อย่างเบาพิการ อย่างหนักก็ตาย จำไว้ ก่อนที่จะเจอวิธีแก้ ห้ามเดินลมปราณอีกเด็ดขาด”

       ต้วนชางไห่พูดด้วยความจริงจัง น้ำเสียงไม่มีความลังเลเลย หยางหนิงเข้าใจดีว่าต้วนชางไห่หวังดีกับเขา ก็เลยพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าจะจำไว้”

       ต้วนชางไห่ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เมื่อถึงตอนเช้า เราจะไปที่สุสานจงหลิงกัน พรุ่งนี้จะต้องเหนื่อยทั้งวันแน่ๆ ซื่อจื่อท่านรีบพักผ่อนเถิด เราจะเฝ้าอยู่ด้านนอก” เขาไม่พูดมาก จากนั้นก็ขอตัวออกไป

       ตอนนี้ที่หน้าประตูมีเพียงฉีเฟิงแค่คนเดียวเท่านั้น เมื่อเห็นต้วนชางไห่ออกมา ก็ถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “เหล่าจ้าวออกไปสำรวจรอบๆ เรือนรับรอง พี่ต้วน ซื่อจื่อเป็นอย่างไรบ้าง?”

       “ไม่เป็นอะไรมาก” ต้วนชางไห่มองแล้วพูดเบาๆ ว่า “เจ้าเองก็รู้ใช่ไหม?”

       ฉีเฟิงพยักหน้าเบาๆ หลังจากนั้นก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูต้วนชางไห่ว่า “ข้าจับดูชีพจรของนักฆ่าคนนั้น ในตัวของเขาไม่มีลมปราณเหลืออยู่ แต่สายตาของซื่อจื่อ หากเดาไม่ผิด คนที่ดูดลมปราณไปไม่ใช่เจ้านักฆ่านั่น แต่เป็นซื่อจื่อ!”

       “เรื่องนี้จะแพร่งพรายออกไปไม่ได้” ต้วนชางไห่เสียงเข้ม

       “ข้าไม่ได้โง่นะ” ฉีเฟิงยิ้มเบาๆ จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “พี่ต้วน ท่านซื่อจื่อฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่? เราอยู่ในจวนมาก็หลายปี เห็นซื่อจื่อมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยเห็นเขาฝึกวรยุทธ์เลยนะ ฆ่าไก่สักตัวก็ไม่เป็น” แล้วหยุดไป แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงไปอีกว่า “วรยุทธ์ของซื่อจื่อ ข้าเองก็ไม่เคยเห็น ทำไมในโลกนี้ถึงมีพลังเทพที่สามารถดูดลมปราณคนได้ล่ะ?”

       “เจ้าไม่เคยได้เห็น แต่ใช่ว่าจะไม่มี” ต้วนชางไห่พูดว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า บนโลกใบนี้มีเรื่องแปลกอีกมากมาย สิ่งที่เจ้าไม่เคยเห็นมีอีกเยอะ” แล้วเหลือบไปมองฉีเฟิง แล้วพูดเสียงเบาว่า “ข้าเห็นซื่อจื่อเป็นแบบนี้ เหมือนว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าฝึกวิชาดูดลมปราณ หากข้าเดาไม่ผิด ตอนที่เขาฝึก คนที่ถ่ายทอดวิชานี้เขาน่าจะไม่ได้บอกความจริงกับเขา…!”

       “ถ่ายทอดวรยุทธ์?” ฉีเฟิงตกใจ “พี่ต้วน ท่านบอกว่า ซื่อจื่อ…พลังของซื่อจื่อมีคนถ่ายทอดให้งั้นหรือ?”

       “เจ้าคิดว่าซื่อจื่อเป็นวรยุทธ์นี้มาตั้งแต่เกิดหรืออย่างไร?” ต้วนชางไห่พูดกับฉีเฟิงด้วยน้ำเสียงไม่ดีเท่าไร “พลังพิสดารขนาดนี้ ก็ต้องมีคนแอบถ่ายทอดให้น่ะสิ แถมยังบอกให้ซื่อจื่ออย่าบอกเรื่องนี้กับใครด้วย ดังนั้นเราก็เลยไม่รู้อะไรเลย”

       ฉีเฟิงยิ่งสงสัยหนัก “มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ? แต่ว่าใครจะแอบถ่ายทอดวรยุทธ์ให้กับซื่อจื่อ จวนองครักษ์เสื้อแพรของเราก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครมี…!” เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้ เสียงก็หยุดไป ร่างกายเริ่มสั่นเทา สายตามีความตกใจอย่างมาก จ้องไปที่ต้วนชางไห่ แล้วพูดด้วยเสียงสั่นๆ ว่า “พี่… พี่ต้วน หรือว่าท่านหมายถึง จะเป็น…เป็นท่าน…ท่าน…!”

       “อาจจะเป็นเขาจริงๆ ก็ได้!” ต้วนชางไห่พูดขัดขึ้นมา สายตาดูมีความตื่นเต้นแฝงอยู่ “หากเขายังมีชีวิตอยู่จริงๆ องครักษ์เสื้อแพรของเราไม่ตกต่ำแน่นอน!”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร” : https://bit.ly/2OIrWrD

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/1276

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)