0 Views

ครั้นลงเงินเดิมพันเสร็จ ตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่ได้เป็นเจ้ามืออีกต่อไป เปลี่ยนเป็นหยางซินแทน

ในเมื่อมีหยางซินเป็นเจ้ามือ เนี่ยหลีจึงมิได้ลงพนันด้วย

“เนี่ยหลี เจ้าต้องทำงานให้หนักเชียว ผู้คนเก้าส่วนล้วนพนันว่าตระกูลเสินเซิ่งจะเป็นฝ่ายชนะ ทั้งตัวของพี่สาวล้วนฝากไว้บนตัวของเจ้าแล้ว!” หยางซินจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสายตาเปี่ยมเสน่ห์ ริมฝีปากสีชมพูคู่นั้นคลี่ยิ้ม ริมฝีปากนุ่มละมุนสีระเรื่อคู่นั้นประทับลงบนแก้มของเนี่ยหลี ลมหายใจหอมปานกลิ่นกล้วยไม้ ร่างอวบอัดได้ส่วนเบียดอยู่ข้างเนี่ยหลี รับรู้ได้ถึงสัมผัสอันอ่อนนุ่มคู่นั้น ช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก

สตรีผู้นี้ ที่แท้ก็คือปีศาจสาวที่สะกดจิตสะกดใจให้ผู้คนต้องอายุสั้นแล้ว

“พี่สาวหยางพูดล้อเล่นแล้ว เงินเล็กน้อยเพียงแค่นี้สำหรับพี่สาวหยางซินไม่นับว่าเป็นอะไรได้ ต่อให้ท่านแพ้คว้าน้ำเหลวก็ไม่เห็นมีอันใด!” เนี่ยหลียิ้มบางพูด เขาย่อมไม่ถูกหยางซินยั่วยวนได้โดยง่าย

“พี่สาวใช้เงินส่วนตัวทุ่มพนันหมดเชียวนะ!” หยางซินเบ้ปาก พูดอย่างเคืองใจเล็กน้อย สองคิ้วเรียวยาวแฝงรอยยิ้มบางตา

“เช่นนั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว คงทำได้แค่จุดธูปสวดมนต์ แล้วแต่ชะตากรรมเถอะ!”

ผ่านไปครู่หนึ่ง การพนันขันต่อก็เริ่มต้นขึ้น

เนี่ยหลีและเสิ่นหนิงแห่งตระกูลเสินเซิ่งลงสู่ลานประลอง

ทั้งสนามเดือดพล่านขึ้นมาทันที เสียงตะโกนสนั่นขึ้น บางคนก็เข้าข้างเนี่ยหลี บางคนก็เข้าข้างเสิ่นหนิง

“รอบที่แล้ว ถูกเจ้าเด็กของตระกูลเทียนเหินผู้นั้นต้มเงินไปตั้งมากมาย รอบนี้จะต้องเอาคืนให้ได้!”

“เจ้าเด็กจากตระกูลเทียนเหินผู้นั้นเลือกแพนด้าเขี้ยวเสือเป็นจิตอสูร ช่างปัญญาอ่อนเสียจริงๆ ถึงจะหลอกตระกูลเสินเซิ่งได้ครั้งหนึ่ง ทว่าจิตอสูรของเสิ่นหนิงเป็นถึงระดับเงินห้าดาว เสิ่นหนิงจะต้องชนะอย่างแน่นอน!”

แม้เนี่ยหลีจะเพิ่งชนะไปรอบหนึ่ง แต่ชัยชนะที่ได้ก็ออกจะน่าอับอายเกินไป เสิ่นเฟยก็พ่ายแพ้อย่างอยุติธรรมเกินไป ดังนั้นแทบทุกคนในเวลานี้จึงพนันเข้าข้างเสิ่นเฟย ทว่าก็ยังมีคนส่วนน้อยจำนวนหนึ่งรู้สึกดีกับเนี่ยหลี รู้สึกว่าเนี่ยหลีจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ ไม่ว่าอย่างไรเนี่ยหลีก็ชนะไปแล้วรอบหนึ่ง

ขณะจ้องมองเนี่ยหลีในลานประลอง เยี่ยจื่ออวิ๋นอดหัวเราะคิกคักขึ้นมามิได้ นางได้ยินว่าตระกูลเสินเซิ่งลงพนันอีกหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร เนี่ยหลีเจ้าคนผู้นี้ชั่วร้ายเกินไปแล้ว แม้ผลการทดสอบพลังตอนปลายปีของเนี่ยหลีมิได้สูงเด่น ทว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นมีความเชื่อมั่น วรยุทธ์ของเนี่ยหลีจะต้องก้าวขึ้นถึงระดับที่ยากจะจินตนาการถึงได้แล้วอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้น เขาจะสามารถควบคุมพละกำลังและพลังวิญญาณได้ถึงปานนั้นได้อย่างไร? ดังนั้นในสายตาของนาง เนี่ยหลีจะต้องเอาชนะเสิ่นหนิงแห่งตระกูลเสินเซิ่งได้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงนำเงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดออกมาวางพนันข้างเนี่ยหลี

เห็นท่าทางร้ายกาจของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นค่อนข้างรำคาญใจเล็กน้อย ทว่าก็ไม่เข้าใจ เหตุใดตนจึงมีความรู้สึกห่วงใยเนี่ยหลีอยู่หลายส่วน เฉกเช่นครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินว่าเนี่ยหลีจะเข้าร่วมการประลอง นางก็รีบรุดมาร่วมชมเหตุการณ์

‘ก็แค่ความห่วงใยฉันท์เพื่อน’ สายตาของเยี่ยจื่ออวิ๋นจรดอยู่บนร่างของเนี่ยหลี แอบครุ่นคิดในใจ ทว่าใบหน้าน่ารักกลับร้อนผะผ่าวขึ้นมา นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน เป็นห่วงเป็นใยเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

การประลองเริ่มต้นขึ้น

เสิ่นหนิงรีบหลอมรวมกับจิตอสูรของตนทันที ทั้งร่างลุกเป็นไฟร้อนเร่า แปรเปลี่ยนเป็นหมีปีศาจเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลัง

โฮก!

เสิ่นหนิงสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง เปลวไฟพวยพุ่งสูงขึ้นฟ้า พลังอหังการชุดหนึ่งกระจายตัวออกมา ลานประลองสั่นสะเทือน พื้นดินถูกแผดเผาจนกลายเป็นสีดำเล็กน้อย

“ที่แท้ก็คือหมีปีศาจเพลิงศักดิ์สิทธิ์!”

“ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาว ผนวกกับหมีปีศาจเพลิงศักดิ์ นี่ถือเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานในหมู่เด็กรุ่นเยาว์ทีเดียว! เนี่ยหลีงวดนี้ต้องลำบากแน่แล้ว เมื่อครู่เขาเล่นงานคุณชายน้อยสายตรงของตระกูลเสินเซิ่งเสียย่ำแย่ ตระกูลเสินเซิ่งย่อมไม่ยอมปล่อยให้เขาผ่านไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน”

พวกที่พนันข้างเสิ่นหนิงยกสองมือป้องปากตะโกนลั่น ซุ่มเสียงเร่าร้อนเดือดพล่านยิ่ง

“ยังไม่ทันได้ทักทายกันก็หลอมรวมกับจิตอสูรเสียแล้ว นี่ออกจะไร้มารยาทเกินไปสักหน่อยแล้ว!” เนี่ยหลีพูดพึมพำ

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เสิ่นหนิงได้แต่ยิ้มขื่นแล้ว รอบที่แล้ว เสิ่นเฟยยังไม่ทันมีโอกาสได้หลอมรวมกับจิตอสูร ก็ถูกเนี่ยหลีไล่ขยี้จนย่ำแย่ เขาจะกล้าสะเพร่าได้อย่างไร? การแข่งขันครั้งนี้สำคัญยิ่ง เขาต้องรีบหลอมรวมกับจิตอสูรเสียก่อน ขอเพียงได้หลอมรวมกับจิตอสูรแล้ว แพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีย่อมไม่อาจทำอะไรเขาได้!

ชัยชนะย่อมอยู่ในมือของเสิ่นหนิงแล้ว!

เนี่ยหลีก็รีบหลอมรวมเข้ากับแพนด้าเขี้ยวเสือเช่นกัน กลายร่างเป็นแพนด้าตัวอ้วนกลมน่ารักน่าใคร่ ดูแล้วไร้พิษไร้ภัยใดๆ

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แพนด้าเขี้ยวเสือตนนี้ก็ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย

“โฮก!” เสิ่นหนิงสาวเท้าไปเบื้องหน้า ย่างสามขุมเข้าใส่เนี่ยหลี คลื่นความร้อนกระจายตัวออกมา

เพลิงฟ้าฟาด!

เสิ่นหนิงพลันกระโจนตัวขึ้นไปในอากาศ ฝ่ามือหนึ่งฟาดลงเบื้องล่าง เปลวไฟร้อนแรงราวกับดาวตกก็ร่วงลงมา

เห็นภาพฉากเช่นนี้ เนี่ยหลีไม่เข้าปะทะ ชักเท้าวิ่งหนีทันที

ตูมตูมตูม!

ดาวตกเพลิงกระแทกลงพื้น เผาไหม้พื้นดินครั้งแล้วครั้งเล่า ทิ้งหลุมลึกต่างๆ ไว้บนพื้น

เนี่ยหลีกระโดดขึ้น กระโจนหนีจากดาวตกเพลิงทุกลูกที่พุ่งเข้าใส่ คนที่เห็นพากันหลั่งเหงื่อเย็นเยือก หากเนี่ยหลีถูกดาวตกเพลิงนี้กระแทกใส่สักลูก เกรงว่าไม่ตายก็คงเหลือแค่ครึ่งชีวิตแล้ว

เสียงโห่ดังมาจากผู้ชมบนอัฒจันทร์

“เจ้าเด็กจากตระกูลเทียนเหินไม่กล้าเอาเสียเลย เพิ่งจะเริ่มการประลองก็เอาแต่วิ่งหนีแล้ว มีความกล้าสักหน่อยจะได้หรือไม่?”

“การประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ครั้งนี้ก็ออกจะน่าเบื่อเกินไปแล้ว เจ้าเด็กจากตระกูลเทียนเหินผู้นี้ หากสู้ไม่ไหวก็รีบยอมแพ้เร็วเข้า เสียความรู้สึกชะมัด!”

เสียงผู้ชมบนอัฒจันทร์ดังขึ้นเป็นระลอก

หยางซินชำเลืองมองเนี่ยไห่และเนี่ยเอิน ใบหน้าดำคล้ำเล็กน้อย นางเอ่ยถามขึ้นอย่างเคืองใจหลายส่วน “พวกท่านมิได้พาเนี่ยหลีไปเปลี่ยนจิตอสูรสักตนหรือ? จะปล่อยให้เนี่ยหลีใช้จิตอสูรขยะเช่นแพนด้าเขี้ยวเสือนี้อยู่ได้อย่างไร?”

ท่านป้าใหญ่ข้าเถอะ เนี่ยไห่ได้แต่ยิ้มขื่น รีบพูดขึ้น “ท่านผู้อำนวยการหยางเข้าใจผิดแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ พวกเราช่วยเนี่ยหลีซื้อจิตอสูร อย่างน้อยต้องมากกว่าแสนตนแล้ว แต่เนี่ยหลีกลับเลือกเจ้าแพนด้าเขี้ยวเสือตนนี้ พวกเราก็จนปัญญาแล้ว!”

ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ ดวงตาของหยางซินฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เนี่ยไห่และพวกซื้อจิตอสูรมากว่าแสนตนในช่วงที่ผ่านมาหรือ? เมื่อชำเลืองมองเนี่ยหลีที่อยู่ในลานประลอง แม้เนี่ยหลีจะดูเหมือนตกอยู่ในสภาพลำบาก  ทว่ากลับสามารถกระโดดหลบพ้นจากทุกการโจมตีได้ เป็นไปได้สูงว่ากำลังตั้งใจ

‘ในเมื่อน้องเนี่ยหลีเป็นผู้เลือกแพนด้าเขี้ยวเสือด้วยตนเอง จะต้องมีความนัยบางอย่างอยู่เป็นแน่!’ หยางซินยิ้มแย้มและครุ่นคิด

เมื่อเห็นสีหน้าของหยางซินกลับคืนเป็นปกติ เนี่ยไห่จึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ปาดเหงื่อคราหนึ่ง พูดไปแล้วเขาก็เป็นเพียงประมุขของตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่ง จะขัดแย้งกับยักษ์ใหญ่เช่นหยางซินได้อย่างไร?

ที่มุมหนึ่งห่างออกไป เยี่ยจื่ออวิ๋นเฝ้ามองการประลอง สองคิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย กระทั่งนางก็มองไม่ออกว่าเนี่ยหลีจงใจ หรือว่าพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นางมีความรู้สึกว่าเนี่ยหลีจะต้องชนะอย่างแน่นอน

ดาวตกเพลิงชุดหนึ่งตกใส่ข้างกายเนี่ยหลีอย่างต่อเนื่อง อันที่จริง ดาวตกเพลิงเหล่านี้ไม่อาจทำอะไรเนี่ยหลีได้ เนี่ยหลีแค่อ้าปากพ่นระเบิดหยินหยางใส่เสิ่นหนิงสักคำหนึ่ง ก็สามารถระเบิดเสิ่นหนิงจนปลิวแล้ว ทว่าเนี่ยหลียังไม่คิดจะเอาชนะเสิ่นหนิงง่ายดายเกินไป!

หากเอาชนะเสิ่นหนิงได้ง่ายๆ ตระกูลเสินเซิ่งคงไม่ยอมเล่นรอบที่สามกับเขาแล้ว

ดังนั้นเขาจะต้องชนะเสิ่นหนิงได้แบบ ‘เต็มกลืน’ อย่างยิ่ง

“เจ้าเด็กน้อย อย่าเอาแต่วิ่งหนี!” เสิ่นหนิงลงมือโจมตีอย่างรุนแรงต่อเนื่อง พลังน่าสะพรึงกลัวที่แผ่กระจายออกมาจากหมีปีศาจเพลิงศักดิ์สิทธิ์ระเบิดตัวออกมาไม่หยุดหย่อน พื้นลานประลองทั้งผืนเสียหายยับเยิน

ทว่าสิ่งที่ทำให้เสิ่นหนิงรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยก็คือ โชคของเนี่ยหลีเจ้าเด็กบ้าผู้นี้ดีเกินไปแล้ว เมื่อใดที่ดาวตกเพลิงของเขากำลังจะจู่โจมถูกเนี่ยหลี เนี่ยหลีก็มักจะสามารถตะกุยตะกายกลิ้งหลุนหลบรอดไปได้ทุกครั้ง

ครุ่นคิดถึงท่าทางเซอะซะเซ่อซ่าของแพนด้าเขี้ยวเสือทั่วไป จากนั้นก็หันไปมองสภาพกลิ้งหลุนๆ ของเนี่ยหลี เสิ่นหนิงอดบังเกิดความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งขึ้นมามิได้ แพนด้าเขี้ยวเสือที่เนี่ยหลีหลอมรวมร่างด้วยตนนี้ช่างแปลกประหลาดเสียจริง!

หากเป็นแพนด้าเขี้ยวเสือทั่วไป เขาคงสามารถจัดการได้อย่างง่ายดายแล้ว จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

โฮก!

เสินหนิงกระโจนลงจากฟ้า สองมือตะปบเข้าหากัน แปรเปลี่ยนเป็นหมัดเพลิงต่อเนื่องชุดหนึ่ง พุ่งดิ่งลงมาจากฟ้า

เห็นภาพฉากนี้ ดวงตาของเนี่ยหลีเป็นประกาย กลิ้งตัวไปด้านข้าง

“คิดจะวิ่งหนีหรือ? สายไปแล้ว!” ใบหน้าของเสิ่นหนิงฉายแววเย้ยหยัน คลื่นเพลิงร้อนเร่าทั่วร่างกระจายตัวออกมา ทั้งร่างดูราวกับเป็นอุกกาบาตลูกหนึ่ง พุ่งลงพื้นอย่างรวดเร็ว

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม