0 Views

        โรงเรียนเซิ่งหลัน

        ชายสูงวัยหนวดเคราผมเผ้าขาวโพลนผู้หนึ่ง ขณะนี้กำลังจ้องมองเซียวหนิงเอ๋อผู้งดงามตรึงใจคนที่อยู่ตรงหน้า ผู้เฒ่าท่านนี้ก็คือท่านรองอาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเซิ่งหลัน ท่านเยี่ยเซิ่ง

        “เซียวหนิงเอ๋อ เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการเข้าไปในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน?” เยี่ยเซิ่งสองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย “เจ้าควรรู้ การเข้าไปในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนมีอันตรายอย่างหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเซิ่งหลัน มีนักเรียนของเราหลายคน เมื่อกลับออกมาจากด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนแล้ว อาณาเขตวิญญาณของพวกเขาก็เกิดปัญหาขึ้น”

        “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ ข้ามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าไปยังด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนหรือไม่?” เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นจ้องมองและเอ่ยถามเยี่ยเซิ่ง ดวงตาฉายแววตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

        “แน่นอน พรสวรรค์ของเจ้านั้นเพียงพอยิ่ง หากได้เข้าไปในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนก่อนถึงระดับเงิน จะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง!” เยี่ยเซิ่งพยักหน้า เขาไม่ได้เห็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเช่นนี้มาหลายปีแล้ว

        “ข้ามั่นใจว่าข้าต้องการจะเข้าไปในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน!” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้าหนักแน่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        “แล้วบิดาของเจ้าเล่า? เขาก็เห็นชอบกับการตัดสินใจของเจ้าด้วยหรือ?”

        “ใช่แล้ว!” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า อันที่จริง นางแอบหนีออกมาจากบ้าน

        “ดี หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะช่วยให้เจ้าสมปรารถนา!” เยี่ยเซิ่งพยักหน้า เดินไปพร้อมกับอาจารย์หลายคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พาเซียวหนิงเอ๋อเดินไปถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ด้านหลังโรงเรียนเซิ่งหลัน

        อาจารย์ของโรงเรียนเซิ่งหลันหลายคนต่างมองหน้ากัน กล่าวตามความสัตย์ พวกเขาค่อนข้างนับถือความกล้าหาญของเซียวหนิงเอ๋อ นางกล้าพอที่จะเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนนี้เป็นสถานที่ลึกลับยิ่ง มีเพียงผู้มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมที่สุดของโรงเรียนเซิ่งหลันเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ ผู้มีพรสวรรค์ที่เคยเข้าไป หลายคนออกมาแล้วมีปัญหามากมายกับจิตวิญญาณของตน บางคนก็ไม่ได้อะไรดีขึ้น มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถผ่านด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนออกมาได้ แน่นอน ผู้ที่ผ่านด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนออกมาได้ทุกคน ล้วนได้สืบทอดพลังไร้เทียมทานอย่างหนึ่ง อนาคตกลายเป็นยอดคนผู้แข็งแกร่งอย่างน้อยระดับทองดำ ยังมีเยี่ยโม่ ผู้ซึ่งขณะนี้กลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน

        ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเป็นตำนานอย่างหนึ่ง หากผ่านด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนออกมาได้สำเร็จ คนผู้นั้นจะกลายเป็นยอดอัจฉริยะในหมู่ผู้มีพรสวรรค์ทั่วเมืองกวงฮุย ยอดอัจฉริยะเช่นนี้ย่อมได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทางจวนเจ้าเมืองกวงฮุย ทางจวนเจ้าเมืองจะรับประกันความปลอดภัยของยอดอัจฉริยะผู้นี้ ไม่มีผู้ใดสามารถรบกวนการฝึกยุทธ์ของยอดอัจฉริยะผู้นี้ได้ ทั้งยังจะได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

        เหตุผลที่เมืองกวงฮุยสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางภัยคุกคามจากสัตว์อสูรล้วนเกี่ยวข้องกับยอดอัจฉริยะของเมืองกวงฮุย เป็นเพราะความก้าวหน้าของยอดอัจฉริยะเหล่านี้ จึงสามารถรับประกันความปลอดภัยให้แก่เมืองกวงฮุยได้ ดังนั้นการคุ้มครองยอดอัจฉริยะของเมืองกวงฮุยจึงถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง

        ภายใต้การนำทางของเยี่ยเซิ่งและคณาจารย์ เซียวหนิงเอ๋อเดินตรงไปทางสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไประยะหนึ่ง นางก้มศีรษะลง ดวงตาฉายแววครุ่นคิดจดจ่อ ไม่ทราบว่าเวลานี้เนี่ยหลีเป็นอย่างไรบ้าง

        “ข้าจะไล่ตามเจ้าต่อไป ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเจ้า จะต้องมีสักวันหนึ่งที่เจ้าจะรับรู้ถึงความคงอยู่ของข้า!” เซียวหนิงเอ๋อพึมพำ ใบหน้าของนางแดงเรื่อขึ้นมา นางหวนนึกถึงทุกอย่างที่เคยประสบกับเนี่ยหลี ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ เงาร่างของเนี่ยหลีไม่อาจลบเลือนไปจากหัวใจของนางได้แล้ว

        เซียวหนิงเอ๋อตั้งใจฝึกยุทธ์อย่างหนัก เหตุผลกว่าครึ่งก็เพื่อให้ได้รับความสนใจจากเนี่ยหลี

        เซียวหนิงเอ๋อเงยศีรษะขึ้น สาวเท้าก้าวยาวเดินตรงไปเบื้องหน้า

        หลายวันต่อมา สนามประลองเป่ยอู่ทางภาคเหนือของเมืองกวงฮุย

        สนามประลองเป่ยอู่มีพื้นที่ซึ่งกินอาณาเขตโดยรอบหลายพันหมี่ ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์สูง เพียงพอที่จะรองรับผู้ชมการต่อสู้หลายหมื่นคน ที่นี่มักมีการจัดการแข่งขัน เนื่องเพราะเมืองกวงฮุยให้ความสนใจกับศิลปยุทธ์เป็นอันมาก ดังนั้นจึงมีผู้คนมากมายเดินทางมาที่นี่ หลายคนยังมาเพื่อร่วมลงพนันขันต่อทุกชนิด

        เวลานี้ ผู้คนจากแต่ละครอบครัวต่างนั่งอยู่ประจำที่นั่งของตนตามจุดต่างๆ คนจากตระกูลเทียนเหินกำลังนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งทางทิศเหนือ ห่างจากตระกูลเสินเซิ่งไม่ไกลนัก

        แต่ก่อนนี้ ไม่มีผู้ใดคิดสนใจตระกูลที่ตกต่ำตระกูลหนึ่งเช่นตระกูลเทียนเหิน

        ทว่าเดี๋ยวนี้ ไม่มีครอบครัวไหนเมินเฉยต่อตระกูลเทียนเหิน

        สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉาตาร้อนและชิงชังก็คือ ผู้อำนวยการหยางซินแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็มาด้วย ยังพาผู้อาวุโสอีกสามท่านจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษติดตามมาด้วย คนเหล่านี้นั่งเคียงข้างตระกูลเทียนเหิน พวกเขากำลังสรวลเสเฮฮาอยู่กับตระกูลเทียนเหิน สิ่งนี้ทำให้ในใจของตระกูลอื่นๆ อิจฉาจนไฟลุกแล้ว

        ปกติแล้วบุคคลเช่นหยางซินและผู้อาวุโสแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พวกเขาย่อมต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อประจบประแจงใกล้ชิดด้วย ทว่าคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องสนใจพวกเขา ไม่เคยเห็นพวกเขาอยู่ในสายตา อย่างไรก็ตาม สีหน้าท่าทีของหยางซินมีความสุภาพต่อคนในตระกูลเทียนเหินยิ่ง

        “น้องเนี่ยหลี หม้อของเจ้าใบนั้นแทบทำร้ายพี่สาวหยางจนตายแล้ว เจ้าเตรียมตัวชดเชยให้พี่สาวอย่างไร?” หยางซินจ้องมองเนี่ยหลีด้วยท่วงท่าเปี่ยมเสน่ห์ อันที่จริงเหตุการณ์ในวันนั้นมิได้หนักหนาอะไร คนที่คิดจะมาลอบสังหารนางในวันนั้นล้วนถูกผู้คุ้มกันรอบตัวนางจัดการสิ้น นางไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี นางกลับพูดเสียดูน่ากลัว

        เนี่ยหลีย่อมรู้ดีว่าหยางซินต้องการอะไร เขายิ้มบางและพูด “เกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าติดค้างพี่สาวหยางคราหนึ่งแล้ว”

        “รู้ก็ดีแล้ว!” หยางซินคลี่ยิ้มสดใสคราหนึ่ง บิดเอวอ่อนหยุ่นเล็กน้อยและพูด “เหตุใดการประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์อะไรนี่ ยังไม่เริ่มเสียที? ข้าเริ่มจะเบื่อแล้ว น้องเนี่ยหลีก็จะลงแข่งขันด้วยใช่หรือไม่? เช่นนั้นพี่สาวก็จะต้องให้ความสนใจแล้ว!”

        เด็กหนุ่มๆ จากตระกูลอื่นที่อยู่ห่างออกไปมองเห็นสัดส่วนยวนตาตรึงใจของหยางซิน แต่ละคนเบิกตากว้าง จ้องมองตาค้างแทบไม่ยอมกระพริบ ครั้นเห็นทรวงอกอวบอิ่มยามบิดเอวของนาง แต่ละคนก็อดกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกมิได้ บางคนกระทั่งเผลอคิดฟุ้งซ่านอยู่ในใจแล้ว

        แม้หยางซินมีรูปโฉมงดงามหาใดเปรียบ ทว่าด้วยฐานะของนาง จึงไม่มีสักคนที่ไม่รู้จักยั้งคิด กล้าเป็นฝ่ายเข้ามาพูดคุยหรือล้อเล่นกับนางก่อน อีกฝ่ายเป็นบุคคลที่สามารถตัดสินชะตากรรมของตระกูลหนึ่งๆ ได้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว ผู้ใดยังจะกล้าไม่ยั้งคิดเล่า?

        สำหรับสายตาเร่าร้อนเหล่านี้ หยางซินดูเหมือนจะชินชาเสียแล้ว จึงทำเป็นมองไม่เห็น สองตาจับจ้องอยู่ที่ร่างของเนี่ยหลีเป็นพักๆ

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีและหยางซินกำลังสนทนากันอยู่นั่นเอง มีคนหลายคนเดินเข้ามายังที่นั่งของตระกูลเทียนเหิน ผู้ที่นำหน้าก็คือผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลเสินเซิ่ง เสิ่นหมิง

        “ผู้อำนวยการหยาง ไม่พบท่านเสียนาน คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวนการหยางจะสนใจการประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ของแต่ละตระกูลเช่นนี้ด้วย?” เสิ่นหมิงยิ้มแย้มพูด สายตาแฝงแววเกรงกลัวบางส่วน คิดไม่ถึงว่าตระกูลเทียนเหินจะเก่งกาจปานนี้ สามารถเชิญผู้อำนวยการหยางและผู้อาวุโสอีกสามท่านของสมาคมนักปรุงยาวิเศษมาร่วมชมการประลองด้วย

        แม้ตระกูลเสินเซิ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลัก ทว่ายามเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่เช่นสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ก็ยังมีความหวาดเกรงอยู่เป็นอันมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่เรื่องที่ทุกๆ ปี ตระกูลเสินเซิ่งต้องซื้อยาวิเศษทุกชนิดจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษเป็นจำนวนมาก หากทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษลดปริมาณยาที่จะปันขายให้แก่ตระกูลเสินเซิ่งลง เช่นนั้นตระกูลเสินเซิ่งก็ย่อมต้องลำบากแล้ว

        “ข้าไม่มีความสนใจในการประลองเยาวชนสำหรับผู้มีพรสวรรค์นี้ ข้าเพียงมาดูน้องเนี่ยหลีของข้า ข้าอาจจะร่วมพนันด้วย ได้ยินมาว่าตระกูลเสินเซิ่งเป็นเจ้ามือของปีนี้” หยางซินยิ้มแย้มพูด

        น้องเนี่ยหลี? สายตาของเสิ่นหมิงกวาดมองหน้าของเนี่ยหลีคราหนึ่ง ในใจแอบคาดเดา ระหว่างเนี่ยหลีและหยางซินมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?

        “ไม่ผิด ปีนี้ตระกูลเสินเซิ่งของเราเป็นเจ้ามือ ผู้อำนวยการหยางก็สนใจจะเล่นสักตาหนึ่งหรือ?” สีหน้าของเสิ่นหมิงแข็งทื่อเล็กน้อย ผู้ใดจะไม่รู้ว่าสมาคมนักปรุงยาวิเศษเวลานี้ร่ำรวยปานไหน ต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งก็ยังยากจะเล่นด้วยได้

        “ข้าก็แค่คิดเล่นสนุกๆ เพียงต้องการพนันข้างน้องเนี่ยหลีของข้าเท่านั้น ท่านผู้ช่วยเสิ่นไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ฮ่าๆ!” หยางซินหัวเราะเบาๆ

        สายตาของเนี่ยหลีหันไปมองเสิ่นหมิง จากนั้นก็ตกอยู่ที่เสิ่นเฟยซึ่งยืนอยู่ข้างเสิ่นหมิง เห็นสายตาราวอสรพิษของเสิ่นเฟยกำลังจ้องมองเขาอยู่ เคียดแค้นที่ถูกชิงคนรัก เสิ่นเฟยเวลานี้เกลียดชังเนี่ยหลีจนแทบตายแล้ว หากมิใช่เพราะเนี่ยหลีมีหยางซินคอยหนุนหลังอยู่ เวลานี้เขาคงปราดเข้าไปทำร้ายเนี่ยหลีสักหมัดหนึ่งแล้ว

        “ฮ่าๆ คุณชายเสิ่น ไม่พบท่านเสียนาน!” เนี่ยหลีไม่สนใจสายตาชั่วร้ายของเสิ่นเฟยแม้แต่น้อย เขาส่งเสียงหัวเราะฮาๆ ขึ้นมาคราหนึ่ง ราวกับไม่รู้ถึงปมขัดแย้งของคนทั้งสอง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม