0 Views

        ผู้อาวุโสหลายคนต่างมองหน้ากันไปมา เนี่ยหลีกล้าหาญชาญชัยเกินไปหน่อยแล้ว ไม่เห็นท่านประมุขอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ทว่าเนี่ยไห่กับเนี่ยเอินสองคนต่างไม่รู้สึกอะไร และพวกเขาก็ไม่ได้กระโดดออกมาชี้นิ้วตำหนิเนี่ยหลี ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้เอง ท่านประมุขยังเพิ่งออกประกาศ ต่อไปภายในตระกูลเทียนเหิน ให้ฐานะของเนี่ยหลีเทียบเท่ากับเขา!

        คำสั่งนี้ทำให้บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายต่างพากันไม่เข้าใจ ทว่าในเมื่อเป็นคำสั่งของท่านประมุข พวกเขาก็ได้แต่ปฏิบัติตาม

        “ข้าเพิ่งได้ข่าวมา ตระกูลเสินเซิ่งจะเชิญครอบครัวชนชั้นสูงส่วนหนึ่งในเมืองกวงฮุยเข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ ส่งเทียบเชิญมาให้พวกเราฉบับหนึ่ง พวกเราจะไปร่วมงานหรือไม่?” เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยหลีและเอ่ยถาม งานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์นี้ หลายปีจะจัดขึ้นโดยหนึ่งในสามตระกูลหลักครั้งหนึ่ง จำนวนผู้คนที่ได้รับเชิญให้มาร่วมประลอง อย่างน้อยมีถึงหนึ่งในสามของครอบครัวผู้มีอิทธิพลต่อเมืองกวงฮุย

        หากเป็นการประลองรุ่นเยาว์ทั่วไปก็ไม่นับว่าเป็นอะไร แต่เนี่ยไห่กังวลใจว่าตระกูลเสินเซิ่งจะคิดไม่ซื่อ ต้องการลงมือกับตระกูลเทียนเหิน

        “ต้องเข้าร่วมการประลองอยู่แล้ว เหตุใดจะไม่เข้าร่วมเล่า? ส่งจดหมายไปที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษ แจ้งให้พวกเขามาร่วมชมการประลองก็พอแล้ว!” เนี่ยหลีพูดอย่างสงบ ตระกูลเสินเซิ่งส่งเทียบเชิญมาให้ตระกูลเทียนเหิน พวกเขาจะไม่เข้าร่วมการประลองได้อย่างไร?

        ขณะได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี บรรดาผู้อาวุโสต่างพากันหันมามองเนี่ยหลีด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สมาคมนักปรุงยาวิเศษเชียวนะ คิดเรียกก็เรียกมาได้อย่างไรกัน?

        ปฏิกิริยาของผู้อาวุโสแต่ละคนแตกต่างกันไป ส่วนเนี่ยไห่และเนี่ยเอินรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องสมเหตุสมผลยิ่ง

        “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่ท่านผู้อำนวยการหยางแล้ว!” เนี่ยไห่ยิ้มบางและพูด เขากำลังรอให้เนี่ยหลีพูดคำนี้ออกมาพอดี หากสมาคมนักปรุงยาวิเศษส่งคนไปชมการประลอง เช่นนั้นตระกูลเสินเซิ่งก็ต้องมีความเกรงกลัวอยู่บ้างแล้ว

        “การประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ครั้งนี้ สามารถส่งคนเข้าร่วมประลองได้สามที่ เนี่ยหลี เจ้าจะลงแข่งหรือไม่?” เนี่ยเอินจ้องมองเนี่ยหลีและพูด เขารู้ว่าพลังของเนี่ยหลีก้าวขึ้นถึงระดับเงินแล้ว อีกทั้งยังหลอมรวมกับจิตอสูรแล้วด้วย

        “ข้าย่อมต้องลงแข่งแน่นอน!” เนี่ยหลีพยักหน้าตอบเงียบๆ เขาเพิ่งหลอมรวมกับแพนด้าเขี้ยวเสือมา คิดใช้การต่อสู้จริงมาทดสอบพลังของแพนด้าเขี้ยวเสือ อีกอย่าง ยังมีข้อตกลงกับเสิ่นเฟย เนี่ยหลีจะไม่ลงสนามได้อย่างไร

        เนี่ยไห่ เนี่ยเอิน สองคนยามสนทนากับเนี่ยหลี ต่างใช้น้ำเสียงขอร้องอ้อนวอนเนี่ยหลี นี่ทำให้พวกผู้อาวุโสไม่ค่อยคุ้นชิน ทว่าเมื่อนึกถึงยาวิเศษทั้งหมดที่เนี่ยหลีเป็นผู้มอบให้แก่ตระกูล พวกเขาก็ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้น อีกทั้งยังเข้าใจเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือฐานะของเนี่ยหลีภายในตระกูล แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้วจริงๆ

        นอกจากเนี่ยหลีแล้ว ยังมีผู้เยาว์อีกสองคน เป็นเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเด็กหนุ่มในตระกูลอีกคนหนึ่งนามว่าเนี่ยอวี่* พวกเขาต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเงินสองดาว (*อวี่ ตัวอักษรคนละตัวกับน้องสาวของเนี่ยหลี)

        เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินสองดาวตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบปีเศษถือว่าไม่เลวแล้ว แม้จิตอสูรของพวกเขาไม่นับว่าดีนัก ทว่าก็ยังถือเป็นผู้มีพรสวรรค์ของตระกูล เนี่ยหลีก็มิได้ขี้เหนียว ให้เนี่ยไห่มอบจิตอสูรระดับเงินที่มีอัตราการเจริญเติบโตระดับโดดเด่นแก่พวกเขา

        “การประลองครั้งนี้จะจัดขึ้นในอีกครึ่งเดือนข้างหน้าแล้ว เนี่ยหลี เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม! พวกเราได้ข่าวมา ได้ยินว่าผู้ที่เข้าร่วมการประลองจากตระกูลเสินเซิ่ง มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวผู้หนึ่งด้วย!” เนี่ยไห่ครุ่นคิดมาถึงตรงนี้ ในหัวใจก็พลันหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย พวกเขายังต้องระมัดระวังกับวิธีการสกปรกของตระกูลเสินเซิ่งด้วย

        “อ้อ!” เนี่ยหลีตอบเบาๆ คำหนึ่ง ทว่าท่าทางผ่อนคลายยิ่ง

        วิธีการสกปรกของตระกูลเสินเซิ่ง? เนี่ยหลีไม่ใส่ใจนัก จะมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงแบบไหนสามารถรอดพ้นไปจากสายตาของเขาได้กัน?

        ต่อมา เนี่ยไห่ เนี่ยเอิน เนี่ยหมิงและคณะยังได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการพัฒนาตระกูลเทียนเหินกับเนี่ยหลี รวมถึงการจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อว่าจ้างยอดฝีมือทั่วไปจำนวนมากเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ครอบครัว สำหรับเนี่ยหลี ความเติบโตของตระกูลเทียนเหินก็มีประโยชน์และไร้ซึ่งพิษภัยอันใด

        “ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ข้าสามารถสนับสนุนเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรให้แก่ตระกูลเพื่อการนี้ได้ ทว่าต้องระวังขณะว่าจ้างคนให้ดี อย่าปล่อยให้พวกสอดแนมของตระกูลเสินเซิ่งกับพวกสมาคมมืดเล็ดรอดเข้ามาได้!” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูด

        สนับสนุนเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร? เนี่ยหมิง เนี่ยไคและพวกผู้อาวุโสพากันตาเหลือกจนลูกตาแทบจะถลนออกมาแล้ว เงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร เนี่ยหลีกลับพูดออกมาอย่างง่ายๆ สบายๆ

        จะมีกี่อย่างที่เงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรสามารถทำได้? เกรงว่าหากคิดจะจ้างผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองสักร้อยคนก็ยังไม่มีปัญหา!

        เนี่ยไห่และเนี่ยเอินครั้งนี้สงบกว่าเดิมยิ่ง พวกเขารู้ดีว่าทรัพย์สมบัติของเนี่ยหลีนั้นสามารถทำให้ผู้คนตกใจได้เพียงไหน  เงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญนี้ก็แค่ขนเส้นหนึ่งของวัวสักเก้าตัว! หากมีเงินสักหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร พลังของตระกูลเทียนเหินย่อมแผ่ขยายออกไปได้หลายเท่าตัว!

        พวกผู้อาวุโสพลันเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเนี่ยไห่จึงยกฐานะให้เนี่ยหลีเท่าเทียมตน ความไม่พอใจต่อเนี่ยหลีทั้งหลายก็พลันสลายหายไป ตระกูลเทียนเหินคือรากฐานของพวกเขา ตราบใดที่เป็นผลประโยชน์ของครอบครัว พวกเขาย่อมสนับสนุน และสำหรับผู้ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัว เขาเหล่านั้นย่อมสมควรจะได้รับความเคารพจากทุกคน!

        ต่อให้มีฐานะต่ำต้อยอยู่ในตระกูล แต่หากสามารถบริจาคเงินถึงหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรให้แก่ตระกูลได้ พวกเขาก็พร้อมจะยกระดับคนผู้นั้นขึ้นมาได้

        หลังจากปรึกษาหารือกันอยู่หลายชั่วโมง เนี่ยไห่และพวกจึงเริ่มลงมือทำตามแผนงาน ส่งคนไปที่สมาคมผู้ควบคุมจิตอสูรและสมาคมนักสู้เพื่อว่าจ้างคน

        สมาคมผู้ควบคุมจิตอสูรและสมาคมนักสู้นั้นแตกต่างจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พวกเขาไม่มีอำนาจมากมายนัก เพียงรับผิดชอบการลงทะเบียนแก่ผู้ควบคุมจิตอสูรและนักสู้ทั่วไป ปกติแล้ว ผู้ควบคุมจิตอสูรและนักสู้ทั่วไปมักเลือกรับใช้พวกครอบครัวชนชั้นสูง ทำเช่นนั้นพวกเขาจึงจะได้รับการสนับสนุนด้านการฝึกยุทธ์มากกว่าที่อื่น และรายได้ก็มั่นคงกว่า ส่วนพวกครอบครัวชนชั้นสูงก็จะได้เพิ่มความแข็งแกร่งแก่ครอบครัวของตน

        ทุกๆ ตระกูลจะมีผู้คุ้มกันจำนวนแน่นอนจำนวนหนึ่งสำหรับครอบครัว ส่วนตระกูลเทียนเหินนี้ ด้วยความเป็นจริงที่ขาดแคลนเงินทุน พวกเขาจึงได้ยุบกลุ่มผู้คุ้มกันลงไป บัดนี้ในที่สุดก็สามารถว่าจ้างคนมาเพิ่มได้อีกครั้งหนึ่ง

        นอกจากสนับสนุนเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญให้แก่ตระกูลแล้ว เนี่ยหลียังมอบเคล็ดวิชายุทธ์ที่ทรงอานุภาพมากมายให้แก่ครอบครัว สมาชิกทุกคนในตระกูลเทียนเหินสามารถฝึกมันได้ สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตระกูล

        ในเวลาเดียวกัน ตระกูลเสินเซิ่ง

        เสิ่นหมิง ผู้อาวุโสใหญ่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยท่านประมุขในการกำกับดูแลตระกูลเสินเซิ่งกำลังจัดการธุระต่างๆ ในตระกูลเสินเซิ่ง เวลานี้ เด็กหนุ่มสามคนเดินเข้ามา ผู้ที่นำหน้าคือเสิ่นเฟย อีกสองคนด้านหลังเสินเฟยมีอายุราวยี่สิบปีเศษ หน้าตาดุดันจริงจัง

        “ท่านผู้อาวุโสใหญ่!” เสิ่นเฟยยกสองมือขึ้นคำนับเล็กน้อย

        “คารวะท่านผู้อาวุโสใหญ่!” ชายหนุ่มสองคนด้านหลังเสิ่นเฟยโค้งกายลงคำนับผู้อาวุโสใหญ่ เสิ่นหมิง ทั้งสองคนเป็นสมาชิกสาขาย่อยของตระกูลเสินเซิ่ง ฐานะด้อยกว่าเสิ่นเฟยเป็นอันมาก แม้ฝีมือจะสูงกว่าเสิ่นเฟย ทว่าอ่อนน้อมกว่าเสิ่นเฟยเป็นอันมาก

        “อืม!” เสิ่นหมิงพยักหน้าน้อยๆ ลอบถอนใจ พรสวรรค์ของเสิ่นเฟยไม่นับว่าเลว เวลานี้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินสามดาวแล้ว ทว่าเมื่อเทียบกับเด็กจากสาขาย่อยทั้งสอง เสิ่นหนิง และเสิ่นเซี่ยว ก็ห่างชั้นกันมากเกินไปแล้ว เสิ่นหนิงเพิ่งอายุยี่สิบปี ทว่าก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวแล้ว ส่วนเสิ่นเซี่ยวอายุยังไม่เต็มยี่สิบสามปี เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองผู้หนึ่งแล้ว

        พรสวรรค์ของคุณชายแห่งตระกูลหลักกลับสู้เด็กหนุ่มจากตระกูลสาขาไม่ได้ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรุ่นก่อนๆ

        “คุณชายเสิ่นเฟย ท่านแน่ใจหรือว่าต้องการเข้าร่วมการแข่งขันงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์?” เสิ่นหมิงเอ่ยถามอย่างสุภาพ

        “ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าเนี่ยหลีจากตระกูลเทียนเหินจะเข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ครั้งนี้ด้วย?” เสิ่นเฟยจ้องมองเสิ่นหมิง สองคิ้วเลิกสูงเล็กน้อยและเอ่ยถาม เพราะเรื่องเกี่ยวกับเซียวหนิงเอ๋อ ในใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อเนี่ยหลี เมื่อได้ยินว่าตระกูลเทียนเหินจะเข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์ครั้งนี้ด้วย แม้พลังของเขายังไม่เพียงพอนัก แต่ก็ยังอาสาจะเข้าร่วมงานประลอง

        “พวกเราได้รับจดหมายตอบกลับมาจากตระกูลเทียนเหินแล้ว ได้รับการยืนยันว่าตระกูลเทียนเหินจะเข้าร่วมงานประลองเยาวชนผู้มีพรสวรรค์! เนี่ยหลีผู้นั้นก็คงจะเข้าร่วมการประลองด้วย!” เสิ่นหมิงพยักหน้าน้อยๆ ตอบ

        “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะต้องเข้าร่วมงานประลองครั้งนี้ให้ได้ ข้าจะเหยียบเจ้าเด็กนั่นให้จมเท้าเลยทีเดียว จากนั้นค่อยทำให้มันได้อาย!” ดวงตาของเสิ่นเฟยเต็มไปด้วยความเย็นเยียบขณะพูด ครุ่นคิดถึงเซียวหนิงเอ๋อ ในใจของเสิ่นเฟยก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเนี่ยหลี

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม