0 Views

        ขณะที่เนี่ยหลีกำลังฝึกทักษะยุทธ์อย่างบ้าคลั่งและตระเตรียมที่จะศึกษาทักษะการต่อสู้ของแพนด้าเขี้ยวเสือเพิ่มขึ้น ที่ป่าอีกด้านหนึ่ง เงาร่างสองสายพุ่งปราดเข้ามา

        “หืม?” เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ยืนมั่นจ้องมองไกลออกไป

        ซู่ ซู่!

        เงาร่างสองสายพุ่งลงมา เป็นเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองคนนั่นเอง

        “เป็นผู้ใด กล้ามาวางโตอยู่ในอาณาเขตหมู่บ้านเทียนเหินของข้าได้!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสายตาจับจ้องมองร่างของเนี่ยหลีหลังการหลอมรวมกับจิตอสูร หลังจากที่เนี่ยหลีหลอมรวมร่างกับจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวเสือแล้ว ร่างกายใหญ่โตขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกก็เปลี่ยนไปเป็นอันมาก ผิวเปล่าเปลือยปกคลุมไปด้วยขนสีดำสีขาว ย่อมเป็นธรรมดาที่ทั้งสองคนจะจดจำเนี่ยหลีมิได้

        เป็นพวกเขาสองคนนั่นเอง! เนี่ยหลียืนนิ่งอยู่ที่เดิม สองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย

        แม้ว่าเนี่ยเสี่ยวเฟิง เนี่ยเสี่ยวยื่อสองพี่น้องมีความขัดแย้งกับเขาอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ในชีวิตหนก่อน ขณะที่พวกเขาต่อสู้กับพวกสัตว์อสูร สุดท้ายล้วนต่อสู้จนตัวตาย ดังนั้นเนี่ยหลีจึงมิได้คิดทำอะไรพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อภายในตระกูลเทียนเหินก็ไม่อาจเทียบเนี่ยหลีได้แล้ว เนี่ยหลีจึงไม่เก็บเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อมาใส่ใจ

        ร่างของเนี่ยหลีหดลงอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนคืนสู่ร่างเดิม

        “เป็นข้าเอง!” เนี่ยหลีพูดเบาๆ

        “เป็นเจ้าเองหรือ?” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ สองคนต่างจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสายตาประหลาดใจ ความตื่นตะลึงในใจยากจะบรรยายได้ ร่างแปลงเมื่อครู่ เป็นรูปร่างของเนี่ยหลีหลังการรวมร่างกับจิตอสูรหรือ? พวกเขาชำเลืองมองต้นไม้ใหญ่ที่หักโค่นอยู่บนพื้นกับหลุมลึกกว้างตรงพื้นที่โล่งห่างออกไป ในดวงตาก็พลันฉายแววกลัวเกรงลึกล้ำ

        ภาพที่เคยประทับอยู่ในใจแต่เดิม เนี่ยหลีเพิ่งเป็นเพียงเจ้าเด็กผายลมตัวเล็ก (เด็กโง่เง่า) ที่ยังไม่ถึงระดับทองแดงด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีกลับกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินได้ภายในเวลาอันสั้น ขณะจ้องมองเนี่ยหลี สายตาก็อดที่จะแสดงความเคารพกลัวเกรงขึ้นมามิได้แล้ว

        ภายในระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา เนี่ยเหว่ยสูญเสียฐานะผู้อาวุโสใหญ่ พลอยทำให้ฐานะของพวกเขาภายในตระกูลเทียนเหินตกฮวบลงไปด้วย ความหดหู่ในใจไม่ต้องพูดถึง แม้จะไม่พอใจอย่างยิ่งกับสถานะของตนในปัจจุบัน ทว่าก็ไม่คิดต้องการแก้แค้นเนี่ยหลี แม้แต่ละตระกูลสาขาจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง ทว่าตั้งแต่แรกก่อตั้งตระกูลเทียนเหิน ไม่เคยยอมให้มีความบาดหมางภายในกันเอง บทลงโทษของความบาดหมางภายในร้ายแรงนัก พวกเขาจึงเพียงรู้สึกว้าวุ่นรำคาญใจและเคืองใจเท่านั้น

        ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของเนี่ยหลีภายในตระกูลเทียนเหินขณะนี้ก็มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถก่อกวนได้ แต่ก่อนนี้พวกเขารู้สึกว่าท่านประมุขเนี่ยไห่ตามืดบอด จึงเข้าข้างเนี่ยหลีนัก ทว่าต่อมาด้วยประกาศจากเนี่ยไห่ จึงได้รู้ว่ายาวิเศษที่ตระกูลได้รับล้วนมาจากเนี่ยหลี จิตใจของพวกเขาจึงถูกโน้มน้าวแล้ว

        ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อตระกูลถึงเพียงนี้ ย่อมสมควรจะได้รับความนับถือ!

        ผนวกกับเวลานี้ พวกเขาได้พบว่าเนี่ยหลีที่แท้เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินผู้หนึ่ง ก็ยิ่งเคารพเนี่ยหลีมากขึ้นแล้ว

        หลังจากที่ถูกสองพี่น้องเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อรบกวน เนี่ยหลีก็ไม่มีอารมณ์ฝึกยุทธ์ต่อแล้ว จึงสวมใส่เสื้อผ้า ตระเตรียมหมุนตัวผละจากไป

        ครั้นเมื่อเห็นเนี่ยหลีกำลังจะผละจากไป เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าเนี่ยหลีไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อพวกเขานัก หลังจากที่ฐานะภายในตระกูลของเนี่ยหลีเปลี่ยนแปลงไป เขากลับไม่หาโอกาสแก้แค้นพวกตน จ้องมองแผ่นหลังของเนี่ยหลี เนี่ยเสี่ยวยื่อรีบสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่งและเรียกขึ้นด้วยท่าทางกังวล “เนี่ยหลี โปรดรอก่อน!”

        “มีเรื่องอะไรหรือ?” เนี่ยหลีหันกลับไป จ้องมองเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อทั้งสอง

        เนี่ยเสี่ยวยื่อหน้าแดงขึ้น ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพึมพำพูด “เนี่ยหลี ข้าขอโทษ เรื่องราวในตระกูลที่ผ่านมา เป็นข้าผิดเอง พวกเราอยากขอโทษเจ้า!”

        เนี่ยเสี่ยวเฟิงก็โค้งศีรษะลงและพูด “ไม่ว่าเจ้าจะแก้แค้นพวกเราอย่างไร พวกเราล้วนยอมรับ!”

        ในชีวิตหนก่อน แม้เนี่ยเสี่ยวยื่อและเนี่ยเสี่ยวเฟิงจะค่อนข้างโอหัง แต่ก็ยังถือว่าไม่เลว ขณะที่ตระกูลเทียนเหินเกิดปัญหา พวกเขาก็อาสาช่วยเหลือ ดังนั้นเนี่ยหลีจึงไม่เคยคิดจะเอาเรื่องกับพวกเขา ทว่าเมื่อได้ยินเนี่ยเสี่ยวเฟิง เนี่ยเสี่ยวยื่อ สองคนเอ่ยปากขอโทษ เนี่ยหลีออกจะแปลกใจแล้ว เขายิ้มแย้มและโบกมือพูด “ข้าอภัยให้พวกเจ้า!”

        เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ทั้งเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อต่างพากันตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะอภัยให้พวกเขาง่ายดายปานนี้ ศีรษะแทบจะหันมาไม่ทัน

        เนี่ยหลีพูดพร้อมยิ้มบาง “ข้าไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักแยกแยะปานนั้น ได้ยินมาว่าท่านประมุขกังวลถึงความรู้สึกของข้าที่มีต่อพวกเจ้า จึงมิได้มอบยาวิเศษใดๆ ให้แก่พวกเจ้า!” เนี่ยหลีหยิบยาวิเศษส่วนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ สะบัดมือขวาคราหนึ่ง โยนยาวิเศษให้แก่เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ “นี่เป็นสองส่วนของพวกเจ้า ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้พวกเจ้า!”

        ครั้นกล่าวจบ เนี่ยหลีก็หมุนตัวและค่อยๆ เดินจากไป

        เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อจ้องมองยาวิเศษในมือของพวกตน แล้วก็หันกลับไปมองเงาหลังของเนี่ยหลี จมูกพากันแดงรื้นขึ้นมาเล็กน้อย

        “แต่ก่อนนี้พวกเรามักหาเรื่องเนี่ยหลี คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะใจกว้างถึงเพียงนี้ แต่ก่อนนี้พวกเราไม่ควรทำเช่นนั้นจริงๆ!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงตำหนิตนเองและหันไปมองเงาหลังของเนี่ยหลี ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

        “ใช่แล้ว เทียบกับเนี่ยหลีแล้ว ทำให้พวกเรารู้สึกละอายใจยิ่งนัก!” เนี่ยเสี่ยวยื่อก็พยักหน้า “ท่านพี่ เนี่ยหลีจิตใจกว้างขวางน่านับถือนัก ไม่คิดเอาเรื่องพวกเรา ยังมอบยาวิเศษให้กับพวกเราอีกด้วย ทว่าในใจของพวกเรายังรู้สึกผิดอยู่ดี!”

        เนี่ยเสี่ยงเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ สองคนยังเด็กนัก มีจิตใจฮึกเหิมลำพอง ทว่าพื้นนิสัยมิใช่เลวร้าย ครั้งนี้ตัดสินใจขอโทษเนี่ยหลี คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะยอมอภัยให้พวกเขาอย่างง่ายดาย จึงเต็มไปด้วยความละอายใจต่อเนี่ยหลี หากต่อไปเนี่ยหลีมีสิ่งใดจะเรียกใช้พวกเขา ย่อมต้องเป็นหน้าที่ซึ่งพวกเขาจะไม่บ่ายเบี่ยงอย่างแน่นอน

        ใกล้ค่ำแล้ว เนี่ยหลีกำลังฝึกยุทธ์อยู่ที่ลานหน้าบ้านของตน บ่อยครั้ง หม้ออสูรแห่งฝันร้ายก็จะกระจายคลื่นพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ออกมา เนี่ยหลีก็จะรีบดูดซับพลังวิญญาณเหล่านั้นเข้าไปไม่หยุด เปลี่ยนพลังวิญญาณเหล่านั้นเป็นของตน

        เนี่ยหลีรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเลื่อนขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกยุทธ์ ประตูหน้าลานบ้านถูกคนเคาะเสียงดังก๊อกๆๆ

        “เชิญเข้ามาได้!” เนี่ยหลีไม่ได้ลุกขึ้นยืน ตะโกนเสียงดังออกไป

        ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูหน้าลานบ้านเปิดออก มีผู้คนหลายคนเดินเข้ามา ผู้นำหน้าคือเนี่ยไห่ ตามด้วยเนี่ยเอินและพวกผู้อาวุโสท่านอื่นๆ รวมถึงบิดาของเนี่ยหลี เนี่ยหมิง และท่านอาเนี่ยไค

        เนี่ยหลีจ้องมองกลุ่มคนมากมายด้วยความแปลกใจ เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน? เหตุใดจึงพากันมามากมายหลายคนปานนี้?”

        ท่านประมุขมาถึง เนี่ยหลีกลับไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืนทักทายเขา ตรงกันข้ามกลับเอ่ยถามออกมามากมาย เนี่ยหมิงและเนี่ยไคอดกังวลใจขึ้นมามิได้ พวกเขาชำเลืองมองเนี่ยไห่ด้วยความหวาดกลัว เมื่อพบว่าเนี่ยไห่ไม่มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด ในใจจึงค่อยโล่งอก พวกเขาแอบคิดในใจ เมื่อกลับไปแล้วต้องอบรมเนี่ยหลีให้ดี แม้เวลานี้เนี่ยหลีจะมีฐานะสูงส่งอยู่ภายในตระกูลเทียนเหิน ก็ไม่อาจวางตัวโอหังถึงเพียงนี้ ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน

        หากยังเป็นเด็กชายคนเดิม เนี่ยหลีคงต้องเคารพเชื่อฟังเนี่ยไห่อย่างแน่นอน ทว่าเนี่ยหลีในวันนี้ ต่อให้มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานมายืนอยู่ตรงหน้า ในใจของเขาก็คงไม่มีความนับถือมากนัก ในโลกนี้ เขาจะกลายเป็นราชันย์เทพของมวลหมู่มนุษย์ ตัดสินแพ้ชนะกับราชาเทพอสูร เซิ่งตี้ ช่วยเหลือเมืองกวงฮุยให้รอดพ้นจากหายนะ เวลานี้เพิ่งจะเป็นก้าวแรกของเขาเท่านั้น

        ความรู้และสติปัญญาของเนี่ยหลี เพียงพอที่จะมองข้ามผู้คนทั่วทั้งเมืองกวงฮุย!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม