0 Views

        ยาวิเศษที่เนี่ยหลีมอบให้นี้ สามารถเทียบกับความมั่งคั่งของครอบครัวชั้นสูงบ้านหนึ่งได้ทีเดียว

        เนี่ยหลีมอบสูตรยาให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษตั้งมากมาย ดังนั้น ในส่วนของยาวิเศษ สมาคมนักปรุงยาวิเศษย่อมต้องทำสุดความสามารถเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้เนี่ยหลีพอใจ ยาวิเศษที่มอบให้แก่เนี่ยหลีนี้ มีจำนวนเท่ากับหนึ่งในห้าส่วนที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษมี กล่าวได้ว่านอกจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษแล้ว ผู้ที่มียาอยู่ในมือมากที่สุดก็คือเนี่ยหลีนี่เอง

        “นอกจากยาเสริมพลังวิญญาณ ยารวมสมาธิ และยาสงบอารมณ์แล้ว ข้ายังมียากลั่นร่างสีแดงและยาแปรรูปเก้าขั้น…” เนี่ยหลีจงใจค้างคำพูดของตนไว้

        กระทั่งยาระดับตำนานเช่นยากลั่นร่างสีแดงและยาแปรรูปเก้าขั้นก็ยังมี! ดวงตาของเนี่ยไห่และเนี่ยเอินร้อนผะผ่าวขึ้นมาจนไม่อาจบรรยายได้แล้ว

        “ยาวิเศษสองอย่างนี้ ท่านประมุขคงไม่คิดให้ข้าบริจาคพวกมันออกมาให้แก่ตระกูลอย่างเปล่าๆ ปลี้ๆ หรอกนะ…” ความหมายในคำพูดของเนี่ยหลีก็คือ หากเนี่ยไห่อยากได้ยาทั้งสองตัวนี้จากเขา ก็จะต้องทำตัวดีๆ ยื่นข้อเสนอดีๆ ให้แก่เขา

        “แน่นอนอยู่แล้ว สมบัติส่วนตัวของคนในตระกูลย่อมต้องได้รับความคุ้มครองจากตระกูล!” เนี่ยไห่รีบพูด ในใจค่อนข้างกังวล เขาจะสามารถยื่นข้อเสนอดีๆ อันใดให้แก่เนี่ยหลีได้เล่า?

        เนี่ยเอินที่อยู่ด้านข้างพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และพูด “จริงสิ ท่านประมุข ตระกูลเทียนเหินของพวกเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สมบัติตกทอดมาแต่โบราณของตระกูลก็ยังมีของดีๆ เหลืออยู่อีกมาก ในเมื่อเสี่ยวหลีได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลัน พวกเราสมควรจะอนุญาตให้เสี่ยวหลีเข้าไปในหอเก็บสมบัติเพื่อเลือกของสักชิ้นหนึ่งหรือไม่?”

        ‘หอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหิน?’ เนี่ยหลีหวั่นไหวเล็กน้อย ในชีวิตหนก่อน เนี่ยหลีไม่เคยได้เข้าไปในหอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหิน ในฐานะที่เป็นตระกูลอันมีประวัติที่มายาวนาน ผู้สืบเชื้อสายของหนึ่งในสิบเจ้าเมืองแห่งยุคอาณาจักรวายุหิมะ ภายในหอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหินคงต้องมีอะไรดีๆ อยู่บ้าง

        มรดกมากมายที่ตกทอดมาแต่ครั้งโบราณ เนี่ยไห่และผู้อื่นอาจไม่รู้จักคุณค่าของพวกมัน ทว่าเนี่ยหลีไม่เหมือนกัน เนี่ยหลีเคยตรวจสอบสมบัติล้ำค่ามามากมายในชีวิตหนก่อน โดยทั่วไปแล้ว สมบัติล้ำค่าทั้งหลายย่อมไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาของเนี่ยหลีได้

        “ผู้อาวุโสเนี่ยเอิน ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ หลังจากที่ท่านกลับไป นำไปกลั่น จะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมร่างกายของนักสู้เป็นพิเศษ!” เนี่ยหลีส่งมอบยากลั่นร่างสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่งให้แก่เนี่ยเอินและพูด

        “ขอบใจเสี่ยวหลี!” เนี่ยเอินเวลานี้บังเกิดความตื่นเต้นเล็กน้อย ที่ตลาดภายนอก ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ถูกปั่นจนมีราคาแพงลิ่ว พูดกันว่ายาเม็ดหนึ่งมีราคามากกว่าหนึ่งล้านเหรียญจิตอสูร

        เนี่ยไห่อิจฉาขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ไม่เพียงมีประโยชน์กับนักสู้เท่านั้น กับผู้ควบคุมจิตอสูรก็มีประโยชน์ไม่น้อย

        “เสี่ยวหลีเอ๋ย ตระกูลเทียนเหินก็เป็นบ้านของเจ้า หอสมบัติของตระกูลเทียนเหินก็คือหอสมบัติของเจ้าด้วยเช่นกัน หากมีสิ่งใดในนั้นต้องตาเจ้า เจ้าก็สามารถนำออกมาได้ตามสบาย!” เนี่ยไห่รีบเห็นด้วยกับเนี่ยเอินและพูด แม้ในหอเก็บสมบัติยังมีของเหลืออยู่บ้าง ทว่าของที่ใช้ได้ อันที่จริงล้วนถูกนำออกมาขายหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้ไม่ได้ ได้แต่หวังให้เนี่ยหลีชมชอบของภายในหอนั้น หยิบไปสักมากหน่อย เนี่ยหลีมอบยาวิเศษให้แก่ตระกูล นี่ก็มีมูลค่าเทียบเท่ากับหอเก็บสมบัติทั้งหลังที่ตระกูลคอยปกปักษ์รักษาเอาไว้แล้ว

        “ท่านประมุขช่างใจกว้างเสียจริง ที่ผ่านมาข้าเข้าใจท่านประมุขผิดมาตลอดทีเดียว นี่คือยากลั่นร่างสีแดงเพลิง ข้าขอมอบให้แก่ท่านประมุข รอจนข้าเข้าไปในหอสมบัติแล้ว ข้าจะส่งมอบยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้หนึ่งร้อยเม็ด และยาแปรรูปเก้าขั้นหนึ่งร้อยเม็ดให้แก่ทางตระกูล!” เนี่ยหลีพูดเบาๆ ในเมื่อเขามียาวิเศษมากมายอยู่ในมือ บริจาคออกไปเพียงน้อยนิดย่อมไม่ถือเป็นอะไรได้

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ดวงตาของเนี่ยไห่ก็เบิกกว้างแล้ว แทบอยากจะบินกลับไปถึงตระกูลเทียนเหินเสียเดี๋ยวนี้!

        การประมูลยังคงดำเนินต่อไป การประมูลยาวิเศษสิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้ว

        เหลยจั๋วและเจียงหมิงสองคนชำเลืองมองเนี่ยไห่

        “เมื่อครู่เนี่ยไห่คงแกล้งทำเป็นอวดรวยอย่างแน่นอน จ่ายเงินออกไปสองล้านเหรียญจิตอสูร ซื้อของไปตั้งกองพะเรอ แต่พอมาถึงการประมูลยาวิเศษ ก็คงไม่เหลือเงินทองอะไรแล้ว!” เหลยจั๋วทำเสียงฮึขึ้นจมูกคราหนึ่ง

        เจียงหมิงก็กล่าวเสริม “แม้ชุดเกราะระดับทองจะมีประโยชน์ แต่ก็ใช้ได้กับคนๆ เดียวเท่านั้น ยังมีประโยชน์เฉพาะเวลาต่อสู้เท่านั้นด้วย อย่างไรก็ไม่อาจเทียบกับยาเหล่านี้ได้เลย เดาว่าเนี่ยไห่คงต้องเสียใจจนไส้เขียวคล้ำไปหมดแล้ว!”

        สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือ เนี่ยไห่กับพวกได้รับยาวิเศษมากมายจากเนี่ยหลีแล้ว ผู้ใดยังจะสนใจยาในการประมูลเหล่านั้นอีกเล่า?

        ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นี่เอง เนี่ยหลีก็เริ่มประมูลอย่างเมามันอีกหนหนึ่ง รวดเดียวก็ประมูลสำเร็จไปถึงห้า-หกล้านเหรียญจิตอสูร ตราบใดที่เขาสนใจวัตถุเหล่านั้นแม้เพียงน้อยนิด เขาก็จะประมูล ในเมื่อมีเงินมากมายเหลือเฟือจนใช้ไม่หมด แผ่นผลึกอสูรมากมายถูกเก็บอยู่ในแหวนมิติ กินพื้นที่เสียเปล่าๆ ซื้อของที่มีประโยชน์มาใช้บ้างจะไม่ดีกว่าหรือ

        ที่แท้ตระกูลเทียนเหินไม่สนใจยาวิเศษเหล่านั้น มิใช่ไม่มีเงิน!

        เหลยจั๋วและเจียงหมิงพลันหน้าร้อนผ่าวๆ แล้ว มารดามันเถอะ ตระกูลเทียนเหินร่ำรวยปานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ในใจของพวกเขาเศร้าสลดยิ่ง

        ผ่านการประมูลไปอีกราวครึ่งชั่วโมง เนี่ยหลีซื้อของไปสิบกว่าอย่าง ทว่าก็ไม่มีของชิ้นไหนทำให้เนี่ยหลีตื่นเต้นได้ จึงเริ่มรู้สึกเบื่อจนแทบตายแล้ว

        เวลานี้เอง แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลผู้นั้นพลันเพิ่มเสียงและพูดด้วยน้ำเสียงดึงดูดใจยิ่ง “การประมูลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้น พวกเรากำลังจะเปิดการประมูลวัตถุล้ำค่าหายากอันประเมินค่ามิได้ชิ้นหนึ่ง!”

        ครั้นสิ้นเสียงของแม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูล คนกว่ายี่สิบคนเดินเข้ามาในห้องประมูล คนเหล่านี้สวมชุดจีนโบราณ ภายใต้การนำทางของแม่นางน้อยเลอโฉมหลายคน ทุกคนเดินขึ้นบันไดตรงไปถึงชั้นสามของห้องประมูล

        ทั่วทั้งห้องเริ่มส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย

        “ท่านผู้นั้นข้าจำได้ เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งของตระกูลเฟิงหมิง พวกตระกูลชนชั้นสูงตระกูลหนึ่ง!”

        “นั่นเป็นผู้อาวุโสของตระกูลอี้หลง!”

        “นั่นเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเสินเซิ่ง!”

        …

        “พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

        “ได้ยินว่าครั้งนี้ ตระกูลหงเยวี่ยได้สมบัติล้ำค่าหาใดเทียบมาชิ้นหนึ่งจากส่วนลึกของซากเมืองมืด และดังนั้นจึงเปิดงานประมูลและเชื้อเชิญทั้งสามตระกูลหลักกับอีกหกตระกูลชนชั้นสูงมาร่วมงานประมูล!”

        ของที่ถูกนำออกมาประมูลเมื่อครู่ พวกยักษ์ใหญ่เหล่านี้คงไม่มีความสนใจนัก ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาสามารถหาซื้อได้จากสำนักประมูลอื่นๆ วัตถุประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ก็คือเจ้าวัตถุล้ำค่าที่หาใดเทียบของตระกูลหงเยวี่ยนี่เอง!”

        “ที่แท้พบจากส่วนลึกของซากเมืองมืด โอสวรรค์ พวกเขากล้าไปสำรวจถึงซากเมืองมืดด้วยหรือนี่!”

        ซากเมืองมืด? เนี่ยหลีหวนนึกถึงสถานที่แห่งนั้น ในชีวิตหนก่อน เขาไม่ได้เข้าไปในสถานที่แห่งนั้น เพียงแค่เคยได้ยินผู้คนบอกว่าซากเมืองมืดเป็นสถานที่แห่งฝันร้าย มีเพียงยอดยุทธ์ระดับทองดำขึ้นไปเท่านั้นจึงกล้าเข้าไป ในนั้นมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวรวมตัวกันอยู่

        กล่าวกันว่าที่นั่นเคยเป็นสถานที่ที่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งอาศัยอยู่ก่อนยุคมืด ผู้ควบคุมจิตอสูรผู้นั้นหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งตนหนึ่ง หลังจากที่ผู้ควบคุมจิตอสูรผู้นั้นตาย สถานที่แห่งนั้นจึงกลายเป็นสถานที่อาศัยของจิตอสูรแห่งฝันร้าย

        จิตอสูรแห่งฝันร้ายเป็นจิตอสูรที่ลึกลับและน่ากลัวเป็นที่สุด พวกมันมีพลังลึกลับมากมายที่แม้แต่เนี่ยหลีก็ยังรู้จักเพียงบางส่วน และจิตอสูรแห่งฝันร้ายนี้เป็นจิตอสูรที่จับได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง!

        ไม่ทราบครั้งนี้ สำนักประมูลหงเยวี่ยได้อะไรมาจากซากเมืองมืดกันแน่

        ในใจของเนี่ยหลีก็อดที่จะตั้งตารอคอยขึ้นมามิได้แล้ว ของที่สำนักประมูลหงเยวี่ยจะนำออกมาประมูลในครั้งนี้ ไม่ทราบเป็นของอะไร?

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม