0 Views

        เหลยจั๋วและเจียงหมิง สองคนก็เริ่มลงสู่สนามแข่งแล้ว สี่ครอบครัวสู้กันจนเลือดซิบ กระทั่งราคาพุ่งขึ้นไปถึงสามแสนสองหมื่นเหรียญจิตอสูรจึงได้หยุด

        “เนี่ยหลี นี่เป็นยาเสริมพลังวิญญาณอันล้ำค่า เจ้าไม่เตรียมแข่งราคาหรือ?” เนี่ยไห่ถูมือแล้วถูมืออีก จ้องมองเนี่ยหลีด้วยท่าทางกระตือรือร้นยิ่ง หากยาชุดนี้ถูกเนี่ยหลีประมูลได้ ย่อมดีกว่าปล่อยให้บ้านอื่นได้ไป

        “ข้าไม่สนใจ ข้าซื้อของมาหลายอย่างแล้ว ต้องให้โอกาสผู้อื่นบ้าง ไม่เช่นนั้น มีคนประมูลได้อยู่คนเดียวคงน่าเบื่อแย่” เนี่ยหลีพูดเบาๆ

        เนี่ยไห่ได้แต่ยิ้มขื่น ยาเสริมพลังวิญญาณนี้เป็นของดีที่สามารถช่วยส่งเสริมการฝึกยุทธ์ให้แก่เด็กรุ่นใหม่ของตระกูลได้อย่างแน่นอน เขาพลันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ ในเมื่อยาเหล่านี้ผลิตจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ และเนี่ยหลีก็มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับหยางซิน ไม่มีเหตุผลที่หยางซินจะไม่ให้ยาเหล่านี้แก่เนี่ยหลีบ้างเลย มิน่าเล่า เนี่ยหลีจึงไม่สนใจยาเหล่านี้

        “เนี่ยหลี ท่านผู้อำนวยการหยางแบ่งยาให้เจ้าบ้างหรือไม่?” เนี่ยไห่เอ่ยถามเสียงต่ำ

        “มีบ้าง ยาเหล่านั้นล้วนเป็นข้าขอมาจากพี่หยาง ท่านประมุขคงไม่คิดแย่งกระทั่งของพวกนี้ไปจากข้าหรอกนะ หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะฟ้องพี่หยาง!” เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ และพูดน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้เขาได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะมอบยาส่วนหนึ่งให้แก่ตระกูล ทว่าได้แกล้งแหย่ท่านประมุขเช่นนี้บ้างก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง

        “จะเป็นไปได้อย่างไร!” เนี่ยไห่คิดอยากร้องไห้ หากเนี่ยหลีรายงานให้ผู้อำนวยการหยางทราบ ความร่วมมือกันระหว่างตระกูลเทียนเหินและสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็คงต้องล้มเหลวลงแล้ว “ข้าหมายความว่า ในเมื่อท่านผู้อำนวยการหยางมอบยาให้เจ้าไว้ เจ้าก็ต้องเก็บรักษาให้ดี อย่าปล่อยให้ถูกขโมยไปได้!”

        “อ๋อ ข้าเข้าใจท่านประมุขผิดไปนั่นเอง ขอบคุณท่านประมุขที่เป็นห่วง!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆ

        เนี่ยไห่ยิ้มขื่นและหันหน้ากลับไป เด็กสมัยนี้ช่างรับมือด้วยยากเสียจริง คิดจะเอาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ มาจากมือของเนี่ยหลี ช่างยากเย็นนัก! ภายในใจของเนี่ยไห่ราวกับสะสมไปด้วยน้ำขมสักบ่อหนึ่ง

        การแข่งขันสำหรับยาชุดแรก เหลยจั๋วประมูลได้ในราคาที่สามแสนสองหมื่นเหรียญจิตอสูร ตามมาด้วยชุดที่สอง ชุดที่สาม ชุดที่สี่ และชุดที่ห้า แต่ละครั้ง เนี่ยไห่คิดอยากแข่งด้วย ทว่าราคายากลับเพิ่มสูงขึ้นมาถึงกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว

        เนี่ยไห่หดหู่ใจยิ่ง หากเขาซื้อยาเสริมพลังวิญญาณชุดหนึ่ง ก็จะไม่มีเงินพอสำหรับยารวมสมาธิ ได้แต่มองดูประมุขบ้านอื่นๆ แย่งกัน ในใจก็แอบหลั่งน้ำตาแล้ว

        “เจ้าพวกประมุขกลุ่มนี้ร่ำรวยเกินไปแล้ว!” เนี่ยไห่ครุ่นคิดเคืองใจ ไม่ว่าอย่างไร ตระกูลเทียนเหินผ่ายผอมเกินไป เพิ่งได้ร่วมงานกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ หนี้สินที่เคยมีก็เพิ่งคืนได้หมด เมื่อเทียบกับตระกูลอิ๋นหู่ ตระกูลเถี่ยเหมินและบ้านอื่นๆ แล้ว มรดกตกทอดของพวกเขายังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

        เห็นคนเหล่านี้แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อยาวิเศษ เนี่ยหลีแอบพูดไม่ออกแล้ว การค้ายาวิเศษนี้ช่างทำเงินได้ดีจริงๆ! ไม่ว่าอย่างไร เงินที่ได้จากการประมูล เมื่อหักค่าธรรมเนียมประมูลแล้ว ย่อมเป็นของเขาอยู่ถึงสามสิบส่วน! เนี่ยหลีย่อมดีใจที่ได้เห็น แต่ก็ไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วย แม้เขาจะสามารถเข้าร่วมวงประมูลเพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้น ทว่าเงินจำนวนน้อยนิดเพียงเท่านี้ ช่างไร้ความหมายต่อเนี่ยหลีที่มีเงินนับร้อยล้านเหรียญจิตอสูรอยู่ในมือ

        ขณะนั่งมองยาทีละชุดๆ ถูกประมูลไปอยู่ในมือของผู้อื่น ตัวเองไม่มีส่วนได้สักนิด เนี่ยไห่ที่อยู่ด้านข้างหดหู่ใจจนจินตนาการได้เลยทีเดียว

        หลังจากที่ยาชุดที่ห้าถูกประมูลออกไป  การต่อสู้เข้มข้นก็ซาลงเล็กน้อย แม้ราคามิได้ตกลงไปต่ำกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูรก็ตาม

        “ท่านประมุขเนี่ยไห่ ข้าเห็นบ้านท่านไม่ค่อยกระตือรือร้นบอกราคา ไม่สนใจยาเสริมพลังวิญญาณหรือ?” ฉือเฟิงที่อยู่ด้านหนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

        “ข้า…” เนี่ยไห่พูดไม่ออกจริงๆ เขาอยากบอกว่าเขาไม่มีเงิน แต่คำถามคือพวกฉือเฟิงจะเชื่อหรือไม่?

        ก่อนหน้านี้ คนที่จ่ายเงินมากมายคือเนี่ยหลี มิใช่เขา!

        ลี่หยวนครุ่นคิดและพูด “ท่านประมุขเนี่ยไห่มีความสัมพันธ์อันดีกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ คงต้องสามารถซื้อยาวิเศษหลายอย่างได้ในราคาพิเศษ หากมียาวิเศษราคาต่ำจริงๆ ประมุขเนี่ยไห่ ท่านห้ามลืมพวกเราเด็ดขาดเชียว ตราบใดที่ราคาไม่เกินสามแสนเหรียญจิตอสูร มีเท่าไหร่พวกเราล้วนต้องการ!”

        “ข้า… นั่น… ตกลง” เนี่ยไห่ฝืนตอบ ต่อให้เขาปฏิเสธ เกรงว่าทั้งฉือเฟิงและลี่หยวนก็คงไม่เชื่อ เขาได้แต่หันไปทางเนี่ยหลี

        เห็นสายตาหดหู่ใจของเนี่ยไห่ เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าไร้เดียงสา เขายังต้องการแหย่เจ้าเฒ่าขี้เหนียวผู้นี้อยู่ ผู้ใดใช้ให้เขาชอบทำหน้าเหม็นใส่เขาในชาติที่แล้ว!

        ยาเสริมพลังวิญญาณชุดสุดท้ายถูกขายออกไปแล้ว เหลยจั๋วได้ยาไปสามชุด เจียงหมิงได้สองชุด ลี่หยวนและฉือเฟิงได้คนละชุด ที่เหลืออยู่ในมือของพวกพ่อค้าที่ร่ำรวย

        “ลำดับต่อไปคือยารวมสมาธิ!”

        ทันทีที่ได้ยินคำว่ายารวมสมาธิ บรรยากาศทั่วห้องประมูลก็เร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ต้องทราบว่ายารวมสมาธินี้ใช้ได้ผลดีกับผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินและระดับทอง โดยเฉพาะพวกที่ติดขัดอยู่กับระดับเดิมมาเป็นเวลานาน ยิ่งต้องการ ยารวมสมาธิเม็ดหนึ่งก็เปรียบเหมือนโอกาสที่จะสามารถสร้างผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองขึ้นมาได้ผู้หนึ่ง กระทั่งยังช่วยให้ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองมีโอกาสที่จะทะลวงฝ่าจุดติดขัดของตนขึ้นไปถึงระดับทองดำได้! ความล่อใจเช่นนี้ย่อมพอจะจินตนาการถึงได้

        “สามแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร เริ่มได้!” แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลประกาศขึ้นเสียงดัง

        “สามแสนหกหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

        “สามแสนเก้าหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

        …

        เพียงไม่นาน ราคาก็พุ่งขึ้นไปถึงกว่าห้าแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว และยังคงไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าอีกไม่นานราคาก็จะพุ่งขึ้นไปถึงหกแสนเหรียญจิตอสูร ราคานี้ทำเอาเนี่ยไห่เซ่อซ่าแล้ว เขาคิดว่าเงินหกแสนเหรียญจิตอสูรจะเพียงพอให้ซื้อยารวมสมาธิสักชุดหนึ่ง คิดไม่ถึง สักชุดก็ซื้อไม่ได้

        หากรู้มาก่อนว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาคงซื้อยาเสริมพลังวิญญาณไว้สักชุดหนึ่งแทน หรือจำต้องกลับบ้านมือเปล่าเสียแล้ว? เนี่ยไห่หดหู่ใจแทบตายแล้ว คนเหล่านี้ก็บ้าเกินไป ยาสมุนไพรสิบเม็ดกลับแพงถึงเพียงนี้ นี่ยังจะมีเหตุผลอยู่อีกหรือไม่? สมาคมนักปรุงยาวิเศษได้กำไรมากมายเกินไปแล้ว!

        ในใจของเนี่ยไห่ไม่สงบ แต่ผู้ใดใช้ให้ตระกูลเทียนเหินต้องตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุดในหมู่ครอบครัวขุนนางถึงเพียงนี้กันเล่า ก่อนหน้านี้พวกเขายังต้องขายทรัพย์สมบัติอันเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อใช้หนี้ใช้สิน และเวลานี้ เงินหกแสนเหรียญจิตอสูรถือเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถใช้ได้แล้ว

        หกแสนห้าหมื่น!

        ยารวมสมาธิชุดแรกถูกขายออกไปที่ราคาหกแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร!

        เนี่ยไห่และเนี่ยเอินมองหน้ากันพร้อมยื้มขื่น ยิ่งมาก็ยิ่งหดหู่ใจขณะหันไปมองเหลยจั๋วเก็บยารวมสมาธิชุดหนึ่งเข้ากระเป๋าไป

        “เนี่ยหลีเอ๋ย!” ผู้อาวุโสเอินที่อยู่ด้านหนึ่งในที่สุดก็ทนไม่ได้ขึ้นมาแล้ว เขาพูดกับเนี่ยหลี “เจ้าจะช่วยพวกเราซื้อยารวมสมาธิมาสักชุดหนึ่งได้หรือไม่? เงินจำนวนนี้ถือว่าพวกเราเป็นหนี้เจ้า พวกเราจะรีบคืนเงินให้เจ้าในอนาคตข้างหน้า!” เนี่ยหลีสามารถโยนเงินสองล้านเหรียญจิตอสูรออกมาได้โดยไม่กระพริบตา เงินแค่หกแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร คงเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นกระมัง

        หากเนี่ยไห่เป็นฝ่ายเอ่ยปาก เนี่ยหลีคงไม่ไว้หน้าเขาอย่างแน่นอน แม้เนี่ยไห่จะเป็นประมุขของตระกูลเทียนเหิน ทว่าในชีวิตหนก่อน เขาห่างเหินกับเนี่ยหลีนัก ทว่าเนี่ยเอินนั้นไม่เหมือนกัน ก่อนเมืองกวงฮุยจะล่มสลาย เนี่ยเอินช่วยปกป้องครอบครัวของเนี่ยหลีมาโดยตลอด ดังนั้นเนี่ยหลีจึงยังคงมีความเคารพต่อเนี่ยเอินอยู่

        “ผู้อาวุโส ในเมื่อท่านเป็นฝ่ายเอ่ยปาก เรื่องนี้ย่อมไม่มีปัญหา ทว่ายารวมสมาธินี้ ไม่จำเป็นต้องซื้อหาจริงๆ” เนี่ยหลียกมือขวาขึ้นคราหนึ่ง หยิบขวดลายครามขนาดใหญ่ออกมาหลายใบจากแหวนมิติ ยัดลงในมือของเนี่ยเอินและพูด “นี่คือยาเสริมพลังวิญญาณห้าพันเม็ด ยารวมสมาธิหกร้อยเม็ด และยาสงบอารมณ์หนึ่งร้อยเม็ด ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ท่าน ท่านผู้อาวุโส!”

        ขณะกอดขวดลายครามเหล่านี้อยู่ในมือ ดวงตาของเนี่ยเอินเซ่อซ่าแล้ว น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า “ห้าพัน ยาเสริมพลังวิญญาณห้าพันเม็ด… หกร้อย… ยารวมสมาธิ… กับยาสงบอารมณ์ ?”

        เนี่ยเอินเซ่อซ่าสุดประมาณแล้ว เนี่ยไห่ก็มึนงงเซ่อซ่าแล้ว

        หลายครอบครัวในห้องประมูลยังคงต่อสู้กันอย่างยอมหัวร้างข้างแตกเพื่อยารวมสมาธิ ด้านข้างตรงนี้ เนี่ยหลีกลับหยิบเอายาเสริมพลังวิญญาณออกมาห้าพันเม็ด ยารวมสมาธิหกร้อยเม็ด ยังมีกระทั่งยาสงบอารมณ์ที่ไม่อาจหาซื้อได้ในท้องตลาดอีกหลายเม็ด!

        สวรรค์ ข้าฝันอยู่หรือไม่? เนี่ยเอินยังคงอยู่ในสภาพมึนงง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม