0 Views

        ใครจะรู้ว่ากว่าเนี่ยหลีจะเลื่อนขึ้นเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทอง ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ เขาเพิ่งใช้เงินไปหนึ่งล้านเหรียญจิตอสูรเพื่อซื้อชุดเกราะระดับทองมาไว้ดูเล่นหรืออย่างไร?

        ครั้นคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยไห่ก็อดที่จะรู้สึกแทบบ้าขึ้นมามิได้

        อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นประมุขของตระกูลเทียนเหิน เขาก็ไม่อาจลดหน้าลดศักดิ์ศรีของตนลงไปขอเนี่ยหลีได้

        ก็แค่หนึ่งล้านเหรียญจิตอสูร สำหรับเนี่ยหลีแล้วย่อมไม่นับว่ามีอะไร เวลานี้ทรัพย์สินของเนี่ยหลี ทอดตาทั่วทั้งเมืองกวงฮุย คงสามารถจัดอยู่ในห้าอันดับแรกได้! อีกทั้งการทำงานร่วมกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็สามารถสร้างรายได้กว่าร้อยล้านเหรียญจิตอสูรให้แก่เนี่ยหลีได้ทุกวัน

        เนี่ยหลีโยนเงินออกมาร้อยล้านเหรียญ กระทั่งตาก็ยังไม่กระพริบ หากเนี่ยหลีต้องการ ทั้งสำนักประมูลแห่งนี้ก็คงไม่มีปัญหา แน่นอน เนี่ยหลียังคงต้องการเก็บเนื้อเก็บตัว อาศัยชื่อของตระกูลเทียนเหินเพื่อซื้อสมบัติล้ำค่าบางอย่างย่อมไม่ทำให้ผู้อื่นสงสัย ทว่าหากเขาซื้อสำนักประมูลทั้งสำนัก นั่นคงเป็นเป้าสายตาของผู้คนเกินไปแล้ว

        ถึงเวลานี้ พ่อค้าผู้มั่งคั่งทั้งหลายที่ชั้นล่างต่างกำลังถกกันว่าเกิดอะไรขึ้น

        “ตระกูลเทียนเหินร่ำรวยปานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

        “ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเทียนเหินเวลานี้ได้รับการดูแลจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมนักปรุงยาวิเศษจ่ายเงินซื้อสมุนไพรแก่พวกเขาแพงกว่าราคาตลาดถึงสามสิบส่วนเลยทีเดียว”

        “ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้ ไม่แปลกใจแล้วที่ตระกูลเทียนเหินร่ำรวยและวางก้ามถึงเพียงนี้!”

        ด้วยหูที่ดีกว่าผู้อื่น เนี่ยไห่ได้ยินจนหดหู่ใจยิ่งแล้ว หากตระกูลเทียนเหินร่ำรวยปานนั้นจริงก็คงไม่กระไร ทว่าเงินที่ใช้ในการประมูลทั้งหมดกลับเป็นของเนี่ยหลี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาสักนิด แม้เขาเป็นประมุขของตระกูลเทียนเหิน ทว่าผู้คนในตระกูลทุกคนต่างก็จ่ายภาษีให้แก่ส่วนกลางทุกเดือน ทรัพย์สินที่เหลือจึงเป็นของส่วนตัว และเขาก็ไม่อาจขอให้เนี่ยหลีช่วยบริจาคเงินให้แก่ตระกูล ยิ่งไปกว่านั้น เวลานี้ฐานะของเนี่ยหลียังแตกต่างไปจากเดิม เขาไม่กล้ากระทั่งจะเอ็ดเนี่ยหลีสักคำ!

        เหลยจั๋วและเจียนหมิงสองคนหดหู่แทบตายแล้ว ในการประมูลนี้ ทั้งหมดที่พวกเขาเห็นก็คือตระกูลเทียนเหินกำลังประมูลได้สมบัติล้ำค่าไปทีละชิ้นๆ พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรทั้งสิ้น และเมื่อราคาสูงถึงปานนี้ พวกเขาก็ไม่กล้าบอกราคาเพิ่ม เพราะหากสินค้าตกมาถึงมือจริงๆ พวกเขาก็คงต้องเศร้าแล้ว

        ส่วนฉือเฟิงและลี่หยวน พวกเขาชำเลืองมองไปทางเนี่ยไห่ด้วยความอิจฉาอยู่บ่อยครั้ง ต่างก็ได้แต่ทอดถอนใจ ตระกูลเทียนเหินช่างร่ำรวยนัก! พวกเขาอย่างไรก็คิดไม่ถึง ของเหล่านั้นล้วนเป็นเนี่ยหลีฉกได้ มิใช่ของตระกูลเทียนเหิน

        “ดูสิ ข้าทำให้ตระกูลเทียนเหินของพวกเราได้หน้าตั้งเท่าไหร่!” เนี่ยหลีลอบถ่ายทอดเสียงให้เนี่ยไห่ ยิ้มแย้มและพูด

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เนี่ยไห่กลอกตา เขาขอไม่รับชื่อเสียงผิดๆ เช่นนี้จะดีกว่า

        “เจ้าคิดจะซื้อของสักกี่ชิ้น?” เนี่ยไห่มองเนี่ยหลีและพูด กระทั่งถึงบัดนี้ เนี่ยหลีประมูลของไปสิบกว่ารายการแล้ว ใช้จ่ายเงินไปถึงเกือบสองล้านเหรียญจิตอสูร

        “แน่นอน ทุกอย่างที่ไม่ธรรมดาข้าล้วนซื้อหมด!” เนี่ยหลียิ้มๆ พูด

        ปากของเนี่ยไห่อ้ากว้างจนแทบจะยัดไข่ลงไปได้สักฟองหนึ่งแล้ว ทุกอย่างที่ไม่ธรรมดาล้วนซื้อหมด นี่ออกจะอหังการเกินไปแล้ว! หยางซินคงต้องให้เงินติดกระเป๋าเนี่ยหลีไว้มากมายเลยทีเดียว สมาคมนักปรุงยาวิเศษช่างร่ำรวยนัก แค่เงินติดกระเป๋า คนทั่วไปก็คงจินตนาการไม่ถึงแล้ว

        เมื่อเห็นว่าราคามิได้ขยับมาเป็นเวลานานแล้ว แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลจึงตะโกนบอกราคาสุดท้ายขึ้นมาหลายครั้ง สุดท้ายจึงเคาะโต๊ะลงไป ชุดเกราะระดับทองจึงตกเป็นของเนี่ยหลีในที่สุด

        “การประมูลชิ้นถัดไปได้รับความไว้วางใจจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิ!” แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลประกาศขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ครั้งนี้เราได้รับแบ่งยามาจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ เป็นยาเสริมพลังวิญญาณจำนวนหนึ่งพันเม็ด และยารวมสมาธิจำนวนหนึ่งร้อยเม็ด ขอเชิญทุกท่านใส่ใจกับโอกาสในครั้งนี้ให้มาก!”

        ได้ยินคำพูดของแม่นางน้อย ไม่ว่าจะเป็นเหล่าพ่อค้าวานิชด้านล่างหรือประมุขทั้งห้าตระกูล แทบทุกคนบังเกิดความเร่าร้อนขึ้นมาแล้ว

        นั่นคือยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิเชียวนะ หลังจากที่ยาทั้งสองชนิดนี้ถูกปล่อยออกสู่ท้องตลาด พวกมันสร้างกระแสแห่งความคลั่งไคล้ขึ้นทั่วเมืองกวงฮุย ผู้ควบคุมจิตอสูรจำนวนมาก หลังจากได้กินยาทั้งสองชนิดนี้ ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของพวกเขาต่างเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด บางคนกระทั่งสามารถทะลวงฝ่าสู่ระดับเงินและระดับทองได้ บางคนที่ไม่มีพรสวรรค์เหมาะแก่การฝึกควบคุมจิตอสูร หลังจากที่ได้กินยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิเข้าไปแล้ว พลังวิญญาณของพวกเขาก็ดีขึ้นเป็นอันมาก

        ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ยาทั้งสองชนิดนี้จึงหาซื้อได้ยากยิ่ง!

        แต่ละครอบครัวต่างแย่งกันสุดตัว มีอะไรต่างก็งัดออกมาใช้หมด อย่างไรก็ต้องซื้อยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิให้ได้ เพื่อความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเด็กรุ่นใหม่ในครอบครัว

        อย่างไรก็ตาม จำนวนของยาทั้งสองชนิดนี้มีน้อยเกินไป ปริมาณการผลิตจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดของเมืองกวงฮุย ปกติแล้วก็มีแต่พวกตระกูลระดับสูงและตระกูลที่มั่งคั่งเท่านั้นจึงจะสามารถหาซื้อยาทั้งสองชนิดนี้ได้คราวละมากๆ สำนักประมูลหงเยวี่ยเป็นหนึ่งในสามสำนักประมูลใหญ่ทางภาคเหนือของเมืองกวงฮุย ยังเพิ่งได้รับส่วนแบ่งยาเสริมพลังวิญญาณและยารวมสมาธิมาเพียงหนึ่งพันเม็ดและหนึ่งร้อยเม็ดตามลำดับ ในเมื่อข้าวต้มมีน้อยกว่าหลวงจีน* นับว่าไม่เพียงพอจริงๆ! (*ความต้องการมากกว่าจำนวนสินค้าที่มีอยู่)

        ดวงตาของเนี่ยไห่เป็นประกาย เหตุผลที่เขาสนใจมางานประมูลก็เพื่อยาสองชนิดนี้

        “เนี่ยหลี ยาทั้งสองอย่างนี้ ซื้อได้เท่าไหร่ก็จงซื้อเถอะ!” เนี่ยไห่พูดอย่างตื่นเต้น ยาทั้งสองชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังยุทธ์ของคนผู้หนึ่งได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะยารวมสมาธิ แม้แต่กับเนี่ยไห่ เนี่ยเอิน และพวก ก็กินแล้วได้ผลดียิ่ง หากพลังยุทธ์ของพวกเขาก้าวหน้า ฐานะของตระกูลก็จึงจะดีขึ้นได้

        “ซื้อของพวกนี้ทำไม?” เนี่ยหลีเอ่ยถามแปลกใจ “สมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่ได้ให้ยาทั้งสองชนิดนี้แก่ท่านหรือ?” ในฐานะที่เป็นผู้ถ่ายทอดสูตรยาเหล่านี้ เนี่ยหลีจึงไม่รู้สึกขาดแคลนยาทั้งสองชนิดนี้

        “เหตุใดสมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องให้ยาทั้งสองชนิดนี้แก่พวกเรา?” เนี่ยไห่หันไปมองเนี่ยหลี เอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย

        เนี่ยหลีงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พลันเข้าใจขึ้นมา การขายยาเหล่านี้ถูกควบคุมโดยหยางซิน หยางซินมอบยาจำนวนมากแก่เนี่ยหลี ตั้งแต่ยาเสริมพลังวิญญาณหลายแสนเม็ด ยารวมสมาธิหลายหมื่นเม็ด ยังมียาสงบอารมณ์อีกหลายพันเม็ด รวมถึงยากลั่นร่างสีแดงเพลิงและยาแปรรูปเก้าขั้น

        หยางซินมอบยาจำนวนมากมายแก่เนี่ยหลี ทว่ามิได้มอบยาสักอย่างให้แก่ตระกูลเทียนเหิน ในสายตาของนาง เนี่ยหลีก็คือตัวแทนของตระกูลเทียนเหิน

        “เอ่อ ไม่มีอันใด!” เนี่ยหลีส่ายศีรษะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็แบ่งยาสักส่วนหนึ่งให้แก่ตระกูลก็แล้วกัน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังคงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูล

        บรรยากาศในสำนักประมูลเริ่มเร่าร้อนขึ้นมาสุดขีด แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลบนเวทีเห็นเข้าก็ยิ้มน้อยๆ “ในการประมูลครั้งนี้ ยาเสริมพลังวิญญาณจะแบ่งขายเป็นชุด ชุดละหนึ่งร้อยเม็ด ส่วนยารวมสมาธิจะแบ่งขายชุดละสิบเม็ด ยาเสริมพลังวิญญาณชุดแรก ราคาเริ่มต้นคือหนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูร เริ่มการประมูลได้!”

        “หนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

        “หนึ่งแสนหกหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

        …

        ราคาสูงขึ้นเป็นสองแสนเหรียญจิตอสูรอย่างรวดเร็ว

        เนี่ยไห่ก็ตื่นเต้นยิ่ง ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เขาเตรียมพร้อมที่จะจ่ายเงินหกแสนเหรียญจิตอสูรเพื่อซื้อยาเสริมพลังวิญญาณชุดหนึ่งและยารวมสมาธิชุดหนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่ตระกูลเทียนเหินสามารถทำได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ตามสภาพการเงินในเวลานี้ เห็นยาชุดแรกถูกประกาศถึงราคาสองแสนเหรียญจิตอสูร เนี่ยไห่จึงหยุด ไม่จำเป็นต้องแย่งกันคว้ายาชุดแรกกับผู้อื่นกระมัง อย่างไรก็ยังมีอีกเก้าชุด

        ทั้งฉือเฟิงและลี่หยวนต่างหันไปมองเนี่ยไห่อย่างแปลกใจ เมื่อครู่ตระกูลเทียนเหินเพิ่งจ่ายเงินออกไปกว่าสองล้านเหรียญจิตอสูร กระทั่งตาก็ไม่กระพริบ เหตุใดยามต่อสู้เพื่อยา กลับเพิ่มราคาทีละหมื่นๆ พอถึงสองแสนเหรียญจิตอสูร ก็กลับยอมแพ้เสียแล้ว?

        เมื่อพวกเขาเห็นเนี่ยไห่ไม่คิดแข่งราคาต่ออีก ฉือเฟิงและลี่หยวนจึงตัดสินใจเข้าร่วมประมูล ยามมีตระกูลเทียนเหินที่แสนร่ำรวยอยู่ข้างๆ ความกดดันในใจของพวกเขาย่อมมีมากมายเกินไป ตั้งแต่เมื่อครู่กระทั่งถึงบัดนี้ พวกเขาได้แต่มองตระกูลเทียนเหินประมูลของไปทีละชิ้นๆ โอกาสร่วมประมูลสักครั้งก็ยังไม่มี! ในที่สุดเวลานี้ก็ได้แข่งราคาแล้ว

        ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง ไม่เช่นนั้นก็มาเสียเที่ยวแล้ว

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม