0 Views

        จ้องมองเนี่ยหลีพาผู้อำนวยการหยางซินจากไป เนี่ยเหว่ย เนี่ยเอินและพวก แต่ละคนมีสีหน้าต่างกันไป พวกเขารู้ดี นับแต่นี้ต่อไป ฐานะของเนี่ยหลีในตระกูลเทียนเหินย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

        ส่วนเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ พวกเขามองหน้ากันท่าทางเซ่อซ่า ดูท่าต่อไปพวกเขาคงต้องใช้ชีวิตหดหัวหลุบหางอยู่ในตระกูลเทียนเหินแล้ว

        ภายในเรือนรับรอง

        หยางซินถอดเสื้อคลุมตัวนอกของนางออก เผยให้เห็นชุดไหมรัดรูปชั้นใน นางบิดเอวอย่างเกียจคร้าน เผยสัดส่วนงดงามของเรือนร่าง นางไม่สนใจเนี่ยหลีที่อยู่ด้วยกันในเวลานี้ ปล่อยตัวตามสบาย ไม่ว่าอย่างไรเนี่ยหลีก็เพิ่งเป็นเด็กอายุสิบสามปีเท่านั้น

        สิ่งที่นางไม่ทราบก็คือ ภายใต้ร่างกายอายุสิบสามปีของเนี่ยหลี ซุกซ่อนไว้ด้วยหัวใจของผู้ใหญ่เต็มวัย เนี่ยหลีจ้องมองหยางซิน ต้องบอกว่าหยางซินในเวลานี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ยวนใจ ชุดไหมผืนบางทำให้มองเห็นผิวขาวผ่องของนางใต้ร่มผ้าได้เลือนราง ชิ้นผ้าบนทรวงอกของนางไม่อาจปกปิดทรวงอกอวบอิ่มของนางได้มิด มองเห็นร่องลึกและเนินอกขาวผ่องตรงกลาง

        อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลีเพียงชื่นชมกับภาพตรงหน้า มิได้คิดเกินเลยกับหยางซินจนเกินไป

        “เป้าหมายของสามคนจากสมาคมมืดคือเจ้าหรือไม่?” หยางซินก้มตัวลงเล็กน้อย จ้องมองเนี่ยหลีและเอ่ยถาม

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นเนินอกขาวผ่องอวบอูมของหยางซินอยู่ตรงหน้า รูปทรงกลมกลึงสมบูรณ์แบบคู่นั้น มือข้างหนึ่งก็ยังกุมได้ไม่หมด กลิ่นกายหอมเฉพาะตัวของสตรีเพศลอยอวลมา เนี่ยหลีอดที่จะรู้สึกเงอะงะขัดเขินมิได้

        “ใช่แล้ว!” เนี่ยหลีพยักหน้าน้อยๆ ตอบ

        หยางซินดูเหมือนไม่รับรู้ถึงสายตาของเนี่ยหลี นางขมวดคิ้วพูด “ในเมื่อเจ้าถูกสมาคมมืดจับตามอง ตระกูลเทียนเหินย่อมมิใช่สถานที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าอีกต่อไป เช่นนั้นเจ้าย้ายไปพักอยู่ที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษน่าจะเป็นการดีกว่า!” หยางซินไม่ทราบว่าทำไมเนี่ยหลีจึงถูกสมาคมมืดหมายตา หรือว่าข่าวที่เนี่ยหลีถ่ายทอดสูตรยาเหล่านั้นให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษรั่วไหลออกไป? ทว่าผู้ที่รู้เรื่องนี้มีแต่นางกับท่านประธานเท่านั้น ไม่มีผู้ใดรู้อีก!

        เนี่ยหลีส่ายศีรษะและพูด “เรื่องนี้ยังมีเหตุผลอื่นอยู่อีก ท่านคิดว่าหากสมาคมมืดรู้เรื่องสูตรยาที่ข้ามอบให้ท่าน พวกมันจะส่งนักฆ่าระดับเงินแค่สามคนมาลอบสังหารข้าหรือ? เกรงว่าพวกมันคงต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อลักพาตัวข้าไปมากกว่ากระมัง?”

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี หยางซินพยักหน้า นี่เป็นความจริง เนี่ยหลีครุ่นคิดลึกซึ้งไม่เหมือนเด็กชายอายุสิบสามปีสักเท่าไหร่เลย เมื่อคิดถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นน่าสะพรึงกลัวเกินคนทั่วไปของเนี่ยหลี หยางซินจึงค่อยโล่งอก ไม่ว่าอย่างไร เรื่องแปลกๆ ทั้งหลายมักเกิดขึ้นรอบตัวเนี่ยหลีจนไม่น่าแปลกใจแล้ว

        “เจ้ามีความแค้นกับพวกมันหรือ?” หยางซินยืดเอวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งและถาม หากเป็นเพียงความแค้นทั่วไป นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป ภายใต้สถานการณ์ทั่วไป สมาคมมืดย่อมไม่ยอมเสี่ยงส่งยอดฝีมือระดับทองเข้ามาในเมืองกวงฮุย หากเป็นเพียงยอดฝีมือระดับเงินมาหาเรื่องเนี่ยหลี เช่นนั้นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองสักคน-สองคนก็เพียงพอที่จะคุ้มครองเนี่ยหลีได้แล้ว

        “ข้าไม่เคยมีความแค้นกับพวกสมาคมมืด” เนี่ยหลีส่ายหน้า ขณะเผชิญหน้ากับผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าในซากเมืองโบราณกู่หลัน เนี่ยหลีไม่ได้เห็นหน้ามัน และผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าก็ไม่น่าจะจำเขาได้ อวิ๋นฮว๋าไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตมาถึงตระกูลเทียนเหินเพื่อลอบสังหารเขา ความเป็นไปได้เดียวก็คือเรื่องนี้ถูกตระกูลเสินเซิ่งบงการ “หากจะมีคนที่ข้าเคยล่วงเกิน ก็คงมีแต่ตระกูลเสินเซิ่งเท่านั้น ตระกูลเสินเซิ่งเป็นเพียงพวกเดียวที่มีมูลเหตุจูงใจ!”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ประกายเย็นเฉียบฉายวูบขึ้นในดวงตาคู่งามของหยางซิน หากเป็นเช่นนี้จริง มิใช่หมายความว่าตระกูลเสินเซิ่งร่วมมือกับสมาคมมืดหรอกหรือ? สมาคมมืดเป็นศัตรูของเมืองกวงฮุย ดังนั้นการสมรู้ร่วมคิดกับสมาคมมืดจึงมิใช่เรื่องที่จะทนทานรับได้

        “ข้าจะส่งคนไปสืบดู หากตระกูลเสินเซิ่งติดต่อกับพวกสมาคมมืดจริง เช่นนั้นท่านเจ้าเมืองจะต้องไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปแน่!” หยางซินพูดด้วยท่วงท่ามุ่งมั่นเด็ดขาด คำพูดแฝงแววเย็นเยือก การทรยศต่อเมืองกวยฮุยย่อมมิอาจอภัยได้อย่างเด็ดขาด

        “ครั้งนี้พวกมันคนหนึ่งหนีไปได้ นักฆ่าคนอื่นๆ ของสมาคมมืดเรียกมันผู้นี้ว่าผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋า ข้าจะวาดหน้าตาของมันให้ท่านดู” เนี่ยหลีพูด หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากชั้นหนังสือ หลังจากตวัดพู่กันอยู่ไม่กี่หน ภาพวาดของคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น เหมือนกับหน้าตาของผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าไม่ผิดเพี้ยน

        กระทั่งฝีมือวาดรูปก็ยังเก่งกาจปานนี้ เจ้าเด็กคนนี้เก็บสัตว์ประหลาดไว้กี่ตัวกัน? หยางซินแอบตกใจ ทักษะการวาดรูปคนเหมือนเช่นนี้ หากไม่มีประสบการณ์หลายปี เกรงว่าคงไม่อาจเทียบถึงขั้นของเนี่ยหลีได้!

        การภาพวาดสามารถช่วยสร้างความสงบแก่จิตใจได้ จึงเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการฝึกยุทธ์ ดังนั้นเนี่ยหลีจึงใช้เวลาหลายสิบปีในชีวิตชาติที่แล้วเพื่อฝึกวาดภาพ ทักษะของเขาบรรลุถึงระดับที่สมบูรณ์แบบแล้ว

        “เสร็จแล้ว!” เนี่ยหลีส่งภาพวาดที่เสร็จสมบูรณ์แล้วให้หยางซิน

        “อืม!” หยางซินรับภาพวาดมา ก้มศีรษะลงชมดูอย่างละเอียด นางอดที่จะชื่นชมลายพู่กันที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของเนี่ยหลีมิได้ นางเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวเนี่ยหลี เจ้าเด็กลึกลับผู้นี้ยังมีความลับอะไรที่นางยังไม่รู้อีกบ้าง?

        ขณะที่หยางซินก้มตัวลงชมดูภาพวาด ผ่านเสื้อชุดไหมตัวบางของนาง มองเห็นทรวงอกอวบอูมของนางได้เลาๆ ต้องบอกว่าเรือนร่างของหยางซินเร่าร้อนนัก หากเป็นชายอื่นได้มาเห็นภาพฉากนี้ เกรงว่าคงยากที่จะรักษาความสงบของตนเอาไว้ได้แล้ว

        ในฐานะที่มีประสบการณ์มาถึงสองชีวิต ความมั่นคงของเนี่ยหลีเข้าขั้นน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง

        หยางซินเงยหน้าขึ้น เห็นพวงแก้มของเนี่ยหลีเหมือนจะร้อนผะผ่าวอยู่บ้าง จึงพลันนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางอดที่จะรู้สึกขำในใจมิได้ ปัญญาของเนี่ยหลีโดดเด่นเหนือใคร จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าแม้แต่ความรู้เรื่องนี้ก็จะเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกันด้วย เด็กที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย ก็จะมีความรู้ในด้านนี้แล้วกระมัง?

         สังคมภายนอกมักเล่าลือกันว่าผู้อำนวยการหยางนั้นเจ้าชู้ยิ่ง อาศัยรูปโฉมใต้เต้าจนมีตำแหน่งสูงส่ง ทว่าอันที่จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น แม้หยางซินชอบสวมใส่เสื้อผ้ายวนตา ทว่านางยังไม่เคยออกเรือน และก็ไม่มีผู้ใดมีโอกาสเป็นแขกหลังม่านกั้นเตียงของนางได้ นี่เป็นเพราะว่าไม่มีบุรุษคนใดสามารถทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นมองได้ ทั้งด้วยฐานะอันสูงส่งของนาง พวกที่พยายามมาใกล้ชิดนางก็ล้วนแต่มีเจตนาแอบแฝง ดังนั้นหยางซินจึงมักยอมที่จะปลดปล่อยตนเองกลางดึกตามลำพัง ไม่ยินดีให้พวกผู้ชายขี้ตืดเหล่านั้นได้แตะต้องเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของนาง

        อันที่จริงหยางซินเป็นสตรีที่เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนยิ่ง ทว่าแม้ถูกเนี่ยหลีเห็นภาพยวนตาเช่นนี้ของนาง นางกลับไม่ใส่ใจ เนื่องเพราะในสายตาของนาง เนี่ยหลีเป็นเพียงเด็กชายกำลังโตคนหนึ่งเท่านั้น แม้จะแก่เกินวัยอยู่บ้าง ก็จะทำอะไรได้?

        ได้เย้าแหย่เนี่ยหลีบ้าง รู้สึกน่าสนุกยิ่ง

        “น้องชาย เจ้าอยากลองสัมผัสดูหรือไม่?” หยางซินยิ้มเจิดจ้าจ้องมองเนี่ยหลี พูดหยอกเย้าขึ้นมา

        เมื่อได้ยินคำพูดของหยางซิน เนี่ยหลีตะลึงงันเล็กน้อย ดวงตาแฝงแววกระดากอาย หยางซิน สตรีผู้นี้ใจกล้าเกินไปแล้ว กล้าพูดออกมาเช่นนี้ ด้วยท่วงท่ายั่วยวน กับคำพูดกำกวมเช่นนี้ หากเป็นบุรุษทั่วไป เกรงว่าคงยากจะควบคุมตัวเองได้แล้ว

        แม้เพิ่งมีอายุสิบสามปี ทว่าภายใต้ร่างกายเยาว์วัยของเนี่ยหลี กลับซุกซ่อนจิตวิญญาณชายหนุ่มเอาไว้ เขายิ้มขื่นและพูด “พี่สาว ท่านช่วยอย่าล้อเล่นกับข้าด้วยเรื่องเหล่านี้จะดีกว่า!”

        “พี่สาวไม่ได้ล้อเจ้าเล่น ลูบสักรอบหนึ่งก็มิได้ทำให้เนื้อข้าหลุดออกมาเสียหน่อย อัจฉริยะน้อยของเรา พี่สาวไม่รังเกียจสักนิด!” หยางซินฉวยมือของเนี่ยหลีขึ้นมาแล้วก็จับวางลงบนทรวงอกของตน นางรู้สึกว่าน่าสนุกเล็กน้อย เด็กตัวเล็กเพียงแค่นี้ ก็จะรู้จักเกิดความรู้สึกจำพวกนั้นกับนางแล้วหรือไร นางยิ้มหวานพูด “น้องเนี่ยหลี รู้สึกอย่างไรบ้าง?”

        มือขวาของเนี่ยหลีแตะอยู่บนทรวงอกอวบอูมนุ่มมือราวภูเขาและยอดเล็กๆ ที่ชูชัน เขาลอบตกใจ ครุ่นคิดว่าสตรีผู้นี้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เห็นสีหน้าซุกซนของหยางซิน เนี่ยหลีรู้ว่าหยางซินเพียงกำลังเย้าแหย่เขาเล่นเท่านั้น เกรงว่าสตรีผู้นี้คงกำลังคิดว่าตนหยอกล้ออยู่กับเด็กชายอายุเพียงสิบสามปีจริงๆ

        เห็นสีหน้าท่าทางของหยางซิน สองคิ้วของเนี่ยหลีเลิกสูงเล็กน้อย สตรีผู้นี้ดูแคลนเขาถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างสูง ในชีวิตหนก่อน เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นสตรีที่เขารักใคร่ลึกซึ้งที่สุด ทว่าด้วยวันเวลาที่ค่อยๆ ผ่านพ้นไปหลายร้อยปี เนี่ยหลียังได้พบกับผู้หญิงอีกหลายคน

        การกระทำของหยางซิน เห็นได้ชัดว่าตั้งใจเย้าแหย่เขา! เนี่ยหลีบีบลงบนเนินเนื้ออวบอูมนุ่มมือนั้น รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มน่าอัศจรรย์ใจใต้สัมผัส ปล่อยให้สิ่งที่อยู่ในฝ่ามือเปลี่ยนรูปไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังพูดขึ้น “พี่สาวหยางซินลองใช้หญ้าจื่อหลันผสมกับหญ้าหู่มู่ต้มเข้าด้วยกัน จะยิ่งช่วยให้พวกมันสมบูรณ์ขึ้นไปอีก!”

        หยางซินตะลึงงันแล้ว นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนี่ยหลีจะไม่มีความเขินอายหรือความเงอะงะแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับบีบมือลงไปอยู่หลายหน เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีอีกครั้ง หยางซินเผลอส่งเสียงเฮือกคราหนึ่ง ใบหน้าน่ารักพลันแดงเรื่อ นางไม่เคยถูกบุรุษที่ไหนแตะเนื้อต้องตัวมาก่อน เหตุผลที่นางปล่อยให้เนี่ยหลีได้สัมผัสทรวงอกของนาง ก็เพราะนางเห็นเนี่ยหลีเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบสามปีผู้หนึ่ง ไม่ทันระมัดระวังตัวมาก่อน

        เวลานี้ หยางซินลืมสิ้นถึงอายุของเนี่ยหลี นางกลับเห็นเขาเป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

        อย่างไรก็ตาม ครั้นเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังและคำพูดอ่อนโยนของเนี่ยหลีอีกครั้ง หยางซินก็พลันกลับตาลปัตรกลับมารู้สึกว่าเนี่ยหลีเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่ง

        ความรู้สึกประหลาดแปลกแปร่งเช่นนี้ทำให้หยางซินบังเกิดความเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง

        เห็นสีหน้างุนงงของหยางซิน เนี่ยหลีจงใจบีบมือลงไปบนทรวงอกอวบอูมหนักๆ อีกครั้งหนึ่งอย่างซุกซน จากนั้นจึงถอนมือกลับ

        “อา!” หยางซินอดส่งเสียงครวญออกมาครั้งหนึ่งมิได้ เวลานั้น ทั่วร่างของนางราวกับมีกระแสไฟฟ้าสายหนึ่งแล่นผ่าน ทำให้ทั้งร่างสะท้านเฮือกขึ้นมาคราหนึ่ง

        หยางซินพลันรู้สึกว่าตนตกอยู่ในสภาพหลงลืมตัว สองแก้มแดงเรื่อขึ้นมาราวกับเมาสุรา นางรีบลุกขึ้นยืนและปกปิดความรู้สึกประหลาดบนร่างกาย น้ำเสียงสั่นพร่าและพูด “น้องชาย เจ้ากลับไปก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยคุยกันใหม่!”

        “อืม พี่สาวหยางซินรีบเข้านอนเถอะ!” เนี่ยหลีพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา คลี่ยิ้มราวเด็กน้อยใสซื่อ เดินออกไปจากห้องของหยางซิน สตรีผู้นี้เห็นเขาเป็นเพียงเด็กอายุสิบสามปี จึงได้ปล่อยตัวเย้าแหย่เขาเล่น สุดท้ายกลับถูกเขาแหย่คืนแล้ว แต่จะว่าไป สัมผัสเมื่อครู่ก็ไม่เลวเลยทีเดียว

        ขณะจ้องมองเนี่ยหลีจากไป หยางซินยังคงงงงวยอยู่ครู่ใหญ่ สภาพจิตใจของนางสับสนวุ่นวายแล้ว

        “เจ้าเด็กคนนี้เพิ่งอายุสิบสามปีจริงหรือ?” หยางซินท่าทางลนลานเล็กน้อย เกาผมยิกๆ ที่แท้เนี่ยหลีจงใจหรือไม่กัน?

        บนทรวงอกรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าเหตุใด ในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่อาจอธิบายได้ เป็นความรู้สึกราวกับในหัวใจกำลังถูกแมวข่วนใส่

        เป็นเวลานานกว่าที่หยางซินจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาคำหนึ่ง ในที่สุดจึงเลิกคิดวุ่นวายกับคำถามนี้ “อาบน้ำก่อนดีกว่า!”

        ชุดไหมสีขาวค่อยๆ ร่วงลงพื้น หยางซินก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปที่ถังอาบน้ำซึ่งมีน้ำอุ่นร้อนกำลังดีอยู่เต็มถัง ฝ่าเท้าขาวราวหยกค่อยๆ แตะลงไปในถังน้ำ เรือนร่างแบบบางไร้ตำหนิจ่อมจมลงไปในน้ำร้อน สองมือเผลอลูบไล้ทรวงอกอวบอูมของตน เวลานี้ เงาร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมาในห้วงคิดของนางอย่างไม่ทันตั้งใจ นั่นก็คือเนี่ยหลี

        “ข้ากำลังคิดอะไรอยู่กันนี่? เขายังเด็กเท่านี้ ข้าอายุแก่กว่าเขาเป็นสิบปี!” หยางซินสะบัดศีรษะ คิดอยากขับไล่สิ่งรบกวนในใจออกไป อย่างไรก็ตาม เงาร่างของเนี่ยหลียังเผลอพลั้งคงอยู่ ดูเหมือนรอยอุ่นร้อน ณ บริเวณที่เนี่ยหลีเค้นหยอกลงบนทรวงอกก็ยังหลงเหลืออยู่

        หยางซินเผลอใจเฉกเช่นทุกครั้ง มือขวาของนางค่อยๆ ขยับเคลื่อนต่ำลงไปถึงบริเวณกึ่งกลางกาย

        “โอ้ว!” เสียงครวญครางมึนเมายวนใจดังอ้อยอิ่งขึ้นคำหนึ่ง หยางซินตัวอ่อนระทวยนั่งอยู่ในถังอาบน้ำ ผิวพรรณทั่วร่างแดงระเรื่อ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม