0 Views

        เมื่อได้ยินว่าผู้อำนวยการหยางมาถึง ผู้คนในตระกูลเทียนเหินก็อดที่จะคิดอยากประจบสอพลอขึ้นมามิได้ พากันแตกตื่นวุ่นวาย

        “เร็วเข้า รีบจัดแถวต้อนรับ! พานางไปที่ห้องโถงใหญ่!” เนี่ยไห่รีบพูด พบกับบุคคลสำคัญเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่กล้าละเลย

        ชั่วขณะที่ทุกคนกำลังตั้งแถวต้อนรับ ไกลออกไปมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังรีบรุดเดินเข้ามา ที่นำหน้าอยู่คือผู้อำนวยการหยางผู้มีเรือนร่างโค้งเว้ายวนตา แม้อีกฝ่ายจะเป็นสตรีเพศ ไม่มีผู้ใดในตระกูลเทียนเหินกล้าแอบคิดดูแคลนนางแม้เพียงน้อย ไม่ว่าอย่างไร นางก็คือบุคคลผู้มีอำนาจคนหนึ่ง

        ผู้อำนวยการหยางเร่งฝีเท้าขณะเดินเข้ามา สายตาของนางกวาดมองใบหน้าของทุกคนในห้องโถง พอเห็นหน้าเนี่ยหลี สีหน้าขึ้งเครียดดวงนั้นในที่สุดจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกคำหนึ่ง ลูกน้องของนางกำลังจับตามองทั่วหมู่บ้านเทียนเหินไว้แล้ว หากมีแม้แต่ลมพัดใบไม้ขยับภายในหมู่บ้านเทียนเหินก็ไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาคนของนางได้ เมื่อนางได้ยินว่าเนี่ยหลีกลับมาที่ตระกูลเทียนเหิน ผู้อำนวยการหยางก็รีบรุดเดินทางมาเพื่อคิดปรึกษาเรื่องราวบางอย่างกับเนี่ยหลี เดิมทีนางจะมาพรุ่งนี้ ทว่าทันทีที่ได้ยินว่าตระกูลเทียนเหินถูกสมาคมมืดโจมตี นางจึงรีบรุดมาแต่กลางดึก

        นอกจากเนี่ยหลีแล้ว ผู้อำนวยการหยางนึกเหตุผลอื่นไม่ออกเลยทีเดียว ว่าภายในตระกูลเทียนเหินจะมีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของพวกสมาคมมืดได้ นางกังวลว่าคนเหล่านั้นคิดจะมาลอบสังหารเนี่ยหลี เวลานี้เนี่ยหลีถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของสมาคมนักปรุงยาวิเศษ อนาคตข้างหน้ายังไม่ทราบจะมีเรื่องราวอีกมากน้อยเท่าไหร่ที่ต้องร่วมมือกัน เนี่ยหลีจะเกิดเรื่องไม่ได้เป็นอันขาด

        เมื่อเห็นว่าเนี่ยหลีปลอดภัย จิตใจอันหนักอึ้งของผู้อำนวยการหยางจึงค่อยผ่อนคลายลงแล้ว

        “รีบนำน้ำชามาให้ท่านผู้อำนวยการหยางเร็วเข้า!” เนี่ยไห่รีบส่งเสียงเรียกสาวใช้หลายคน

        “ไม่จำเป็นแล้ว!” ผู้อำนวยการหยางโบกมือ นางมาถึงที่นี่เพื่อยืนยันความปลอดภัยของเนี่ยหลี มิใช่มาเพื่อดื่มชา นางสบตากับเนี่ยหลีคราหนึ่ง สื่อสารกันทางสายตา

        ภาพนี้ย่อมต้องอยู่ในสายตาของเนี่ยไห่ เนี่ยไห่ก็พลันเข้าใจทันที ดูเหมือนเนี่ยหลีจะมีการติดต่อบางอย่างอยู่กับสมาคมนักปรุงยาวิเศษจริงๆ ทว่าสิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงให้ความสำคัญกับเนี่ยหลีเป็นอันมาก

        ผู้อำนวยการหยางบ่นอุบกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มแย้มขึ้นและพูด “ท่านประมุขเนี่ยไห่ ข้าได้ยินมาว่าท่านถูกพวกสมาคมมืดโจมตี!”

        “ขอรับ ท่านผู้อำนวยการหยาง สองคนนี้เป็นพวกสมาคมมืด นอกจากคนตายสองคนนี้แล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บหนีรอดไปได้อีกคนหนึ่ง!” เนี่ยไห่ชี้ไปที่ศพทั้งสองบนพื้นและพูด

        สายตาของหยางซินตกอยู่ที่ศพทั้งสองบนพื้น นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เป้าหมายของพวกสมาคมมืดคงเป็นเนี่ยหลีอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้คนจากสมาคมมืดคงไม่ยอมรามือง่ายดายเป็นแน่ นางจึงพูดขึ้น “ท่านประมุขเนี่ยไห่ มีบางเรื่องข้าต้องการปรึกษากับท่าน ไม่ทราบจะเป็นไปได้หรือไม่?”

        “ท่านผู้อำนวยการหยางโปรดบอกมา!” เนี่ยไห่พูดอย่างสุภาพยิ่ง สีหน้าของเขาก็ถ่อมตนยิ่ง

        “ข้าเกรงว่าคนของสมาคมมืดยังไม่บรรลุผล พวกมันคงต้องกลับมาอีก ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของตระกูลเทียนเหิน จึงอยากส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองสักหลายคนมาคอยคุ้มกันตระกูลเทียนเหิน ไม่ทราบท่านประมุขคิดเห็นอย่างไร?” หยางซินเอ่ยปากพูด บอกว่าเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของตระกูลเทียนเหิน อันที่จริงนางเพียงต้องการส่งคนมาคุ้มครองความปลอดภัยของเนี่ยหลีเท่านั้น

        “ส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรสักหลายคนมา?” เนี่ยไห่แปลกใจ ความสงสัยในใจยิ่งมาก็ยิ่งแรงขึ้น เนี่ยหลีที่แท้ใช้วิธีอะไรกันแน่ จึงสามารถทำให้สมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องลงทุนถึงปานนี้? นอกจากช่วยซื้อสมุนไพรจำนวนมากในราคาที่สูงจากตระกูลเทียนเหินแล้ว ยังยินดีที่จะส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรหลายคนมาให้ความช่วยเหลือ

        “เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่ค่อยเหมาะสม!” ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้น สองคิ้วของเขาขมวดมุ่น สมาคมนักปรุงยาวิเศษคิดส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรมา ผู้ใดจะทราบว่ามีแผนการอย่างไร?

        “มีตรงไหนไม่เหมาะสม?” เนี่ยหลีจ้องมองเนี่ยเหว่ย “หรือท่านผู้อาวุโสคุ้มกฎคิดว่าสมาคมนักปรุงยาวิเศษคิดจะทำร้ายตระกูลเทียนเหินของเรา? หากเป็นเช่นนั้นท่านผู้อาวุโสก็คงใช้ความคิดของคนน่ารังเกียจมาประเมินหัวใจของสุภาพชนแล้ว!”

        “กำเริบเสิบสานนัก เจ้าว่าผู้ใดเป็นคนน่ารังเกียจ?” เนี่ยเหว่ยตวาดโกรธเกรี้ยว เนี่ยหลียิ่งมาก็ยิ่งกำเริบเสิบสานแล้ว กลับกล้ายอกย้อนเขาต่อหน้าสายตาของทุกผู้คน

        เนี่ยหมิงเคร่งเครียดกังวลดึงชายเสื้อของเนี่ยหลี ขัดแย้งกับท่านผู้อาวุโสเช่นนี้ ผลลัพธ์คงต้องร้ายแรงแล้ว ฐานะของพวกเขาภายในตระกูลไม่อาจเทียบกับผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยได้ แม้หากวันนี้ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยไม่อาจทำอะไรเนี่ยหลี ผู้ใดจะรู้ วันหน้าเนี่ยเหว่ยอาจคิดแก้แค้นก็เป็นได้?

        เห็นเนี่ยเหว่ยตำหนิเนี่ยหลี หยางซินพลันเข้าใจ ดูเหมือนเนี่ยหลียังไม่ได้บอกอะไรกับคนในตระกูล ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเหว่ยผู้นี้กับเนี่ยหลีคงไม่ดีนัก หยางซินหรี่ตาเล็กน้อย ความสำคัญของเนี่ยหลีสูงส่งยิ่งมิต้องสงสัย ดังนั้น แน่นอนว่านางย่อมสามารถหนุนหลังเนี่ยหลีได้

        “ท่านประมุขเนี่ยไห่ ข้ารู้สึกว่าใครบางคนที่นี่มีอคติกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ นี่มิใช่หมายความว่าสมาคมนักปรุงยาวิเศษจะไม่จำเป็นต้องร่วมงานกับตระกูลเทียนเหินอีกต่อไปแล้วกระมัง?” หยางซินร้องฮึเสียงเย็น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชายิ่ง อยู่ในอำนาจมาช้านาน สีหน้าของนางย่อมสามารถแปรเปลี่ยนได้ตามใจปรารถนา กระทั่งบรรยากาศโดยรอบก็หนาวยะเยือกขึ้นมาทันที

        เนี่ยเหว่ยรีบอธิบาย “ท่านผู้อำนวยการหยาง ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น…” เขาไม่กล้าขัดแย้งกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ เพียงรู้สึกว่าการที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษจะจัดส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรมาช่วยคุ้มครองตระกูลเทียนเหินนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องแปลก ดังนั้นจึงเจตนาพูดออกมาเพื่อเตือนเนี่ยไห่เท่านั้น ทว่าเมื่อถูกเนี่ยหลีพูดออกมาเช่นนี้ เจตนาของเนื้อหาย่อมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หากสมาคมนักปรุงยาวิเศษปฏิเสธที่จะร่วมงานกับตระกูลเทียนเหินอีกต่อไป เช่นนั้นเขาคงต้องตกเป็นจำเลยของครอบครัวแล้ว ในใจจึงก่นด่าเนี่ยหลีจนแทบตาย เรื่องสำคัญเช่นนี้ยังกล้าพูดมากไร้สาระ เนี่ยไห่เอาแต่เข้าข้างเนี่ยหลีเช่นนี้ ทำให้เขาหงุดหงิดใจนัก

        เนี่ยไห่ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ จะกล้ากล่าวโทษเนี่ยหลีได้อย่างไร?

        หยางซินชำเลืองมองเนี่ยเหว่ยด้วยสายตาเย็นชาคราหนึ่ง “ข้ากำลังสนทนาอยู่กับท่านประมุขเนี่ยไห่ หาใช่ที่ที่จะให้เจ้าขัดคำขึ้นมาได้!”

        เมื่อได้ยินคำพูดของหยางซิน เนี่ยเหว่ยอ้าปากค้าง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ แม้รู้สึกขัดเคืองใจกับหยางซินยิ่ง ทว่ากลับไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก ไม่ว่าอย่างไร คำพูดของหยางซินสามารถตัดสินชะตากรรมของตระกูลเทียนเหินได้ ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสของตระกูล กลับถูกสตรีอายุยี่สิบ-สามสิบปีผู้หนึ่งเหยียดหยาม ทว่ากลับไม่กล้าตอบโต้คำพูดนาง ความห่อเหี่ยวรันทดใจเช่นนี้ย่อมพอจะจินตนาการถึงได้!

        “ข้าเดาว่าผู้นี้คงเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเนี่ย?” หยางซินจ้องมองเนี่ยไห่ที่อยู่ด้านข้างและเอ่ยถาม

        ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเจือแววขุ่นใจของหยางซิน เนี่ยไห่รีบตอบเงอะงะ “มิผิด คำพูดของผู้อาวุโสท่านนี้ มิได้มีเจตนาจะขัดแย้งกับท่านผู้อำนวยการหยาง ขอท่านผู้อำนวยการหยางโปรดให้อภัยด้วย!” เนี่ยไห่รีบโบกมือไปทางเนี่ยหลี คิดอยากขอให้เนี่ยหลีช่วยบรรเทาความขุ่นข้องหมองใจของผู้อำนวยการหยาง ทว่ากลับเห็นเนี่ยหลีหันหน้าหนีไปทางอื่น ทำทีเมินเฉยต่อเขา

        เมื่ออยู่ต่อหน้าหยางซินย่อมไม่อาจวางท่าสูงส่งเฉกเช่นประมุขผู้หนึ่งจนเกินไป ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนของตน ก็ยังไม่มีปัญญา แต่เขาก็ทำได้เพียงยิ้มขื่น เขาเห็นได้ชัดเจน เหตุผลที่หยางซินให้ความร่วมมือกับตระกูลเทียนเหิน ทั้งหมดเพื่อเห็นแก่หน้าของเนี่ยหลี

        “ข้าเห็นผู้อาวุโสท่านนี้แล้วก็ไม่คิดจะอดทน หากคนผู้นี้ยังเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเทียนเหินอยู่ เช่นนั้นสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็จะชะลอการร่วมมือกับตระกูลเทียนเหินเอาไว้ก่อน!” หยางซินพูดเบาๆ

        เนี่ยไห่สูดลมหายใจลึกคำหนึ่ง เพียงคำเดียวก็หมายถึงการกำจัดผู้อาวุโสของตระกูลเทียนเหินคนหนึ่งแล้ว ทว่าในเมื่อขณะนี้สมาคมนักปรุงยาวิเศษคือผู้กุมเส้นเลือดหล่อเลี้ยงตระกูลเทียนเหิน เขาก็ย่อมไม่กล้าหุนหันพลันแล่น คำขู่จากสมาคมนักปรุงยาวิเศษมิใช่เรื่องล้อเล่น เชื่อว่าหากทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษยุติความร่วมมือกับตระกูลเทียนเหินลงเมื่อใด ไม่ทราบจะมีกี่ครอบครัวลอบกดดันตระกูลเทียนเหินในที่ลับ!

        “นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เนี่ยเหว่ยจะมิใช่ผู้อาวุโสและผู้คุมกฎของตระกูลเทียนเหินเราอีกต่อไป ให้เนี่ยเอินขึ้นรับตำแหน่งแทน!” เนี่ยไห่ประกาศต่อหน้าสาธารณะชน

        เนี่ยเหว่ยอ้าปากค้าง คิดพูดอะไรบางอย่าง สุดท้ายเขาได้แต่จ้องมองหยางซินแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษและพวกของนาง เขาเข้าใจดีแล้วว่าไม่มีที่สำหรับให้ตนได้เจรจาอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่กลืนสิ่งที่คิดอยากจะพูดลงคอไป เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อที่อยู่ด้านข้างก็ทำหน้าราวกับมะเขือม่วงซีดแล้ว ที่ผ่านมาพวกเขาสามารถวางก้ามอยู่ในตระกูลเทียนเหินได้ก็เป็นเพราะท่านปู่ของตนเป็นผู้อาวุโสใหญ่ผู้หนึ่ง

        เพียงคำเดียวก็สามารถลิดรอนฐานะผู้อาวุโสแห่งตระกูลเทียนเหินได้ นี่ก็คืออิทธิพลของสมาคมนักปรุงยาวิเศษอย่างแท้จริง!

        เนี่ยไห่ยังคงประกาศต่อไป “อีกประการหนึ่ง ต่อไปนี้เนี่ยหมิงรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลหอกลาง เนี่ยไคเป็นผู้ช่วยดูแลหอเกษตร!”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ ทั้งเนี่ยหมิงและเนี่ยไคต่างยืนตัวค้างตะลึงลานแล้ว จ้องมองเนี่ยไห่อย่างเหลือจะเชื่อ ไม่เพียงพวกเขา กระทั่งทุกคนก็พากันตกใจ ผู้ช่วยหอกลางกับผู้ช่วยหอเกษตรล้วนเป็นตำแหน่งที่สำคัญอย่างแท้จริงของตระกูลเทียนเหิน ผู้หนึ่งทำหน้าที่ดูแลจัดการการเงิน อีกผู้หนึ่งรับผิดชอบการเพาะปลูกสมุนไพรและงานที่เกี่ยวข้อง ปกติแล้วในวันทำงาน บุตรชายสองคนของเนี่ยเหว่ยเป็นผู้ดูแล

        “ขอบคุณท่านประมุข!” เนี่ยหมิงรีบคุกเข่าลงขานรับด้วยความตื่นเต้น

        “ขอบคุณท่านประมุข!” เนี่ยไคก็รีบคุกเข่าตามลงไป

        เห็นบิดาและอาของตนคุกเข่า เนี่ยหลีอดขมวดคิ้วมุ่นมิได้

        เนี่ยไห่รีบโบกมือพูดเมื่อเห็นสีหน้าของเนี่ยหลี “ไม่ต้องมากมารยาทนัก ต่อไปยามเมื่อพวกเจ้าพบหน้าข้าก็ไม่ต้องคุกเข่าแล้ว!”

        เนี่ยหมิงและเนี่ยไคลุกขึ้นยืน พวกเขายังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

        เนี่ยเหว่ย เนี่ยเอินและทุกคนในที่สุดก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจแล้ว สายตาของเนี่ยเอินเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนเนี่ยเหว่ยเต็มไปด้วยความทดท้อ

        “ในเมื่อสมาคมนักปรุงยาวิเศษยินดีที่จะส่งคนมาช่วยปกป้องตระกูลเทียนเหินของเรา แน่นอนว่าพวกเราย่อมต้องสำนักในพระคุณยิ่ง!” เนี่ยไห่ดูออกว่าการที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องการส่งคนมาให้ความคุ้มครองนี้ คงเพื่อต้องการปกป้องเนี่ยหลี ความสงสัยในใจก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น เหตุใดสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงให้ความสำคัญกับเนี่ยหลีนัก? หลังจากที่หยางซินกลับไป เขาจะต้องถามเนี่ยหลีให้ได้!

        “ดึกมากแล้ว เช่นนั้นข้าไม่รบกวนพวกท่านแล้ว!” หยางซินชำเลืองมองเนี่ยหลีที่อยู่ด้านข้างและพูด “เชิญพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมาเยี่ยมใหม่เวลากลางวัน!”

        “ท่านผู้อำนวยการหยางเดินทางไปๆ มาๆ ลำบากนัก เหตุใดท่านไม่พักค้างคืนอยู่ที่ตระกูลเทียนเหินของข้า ข้าจะรีบให้คนไปจัดเตรียมเรือนรับรองงดงามหลังหนึ่งให้แก่ผู้อำนวยการหยาง ไม่ทราบท่านเห็นเป็นอย่างไร?” เนี่ยไห่รีบพูด

        หยางซินนิ่งคิดครู่หนึ่งและพูด “เช่นนั้นก็ดี!” ไมว่าอย่างไรนางก็ต้องกลับมาหาเนี่ยหลีอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ พักอยู่ที่นี่เสียเลยย่อมเป็นการดีกว่า

        “เนี่ยหลี เจ้าพาท่านผู้อำนวยการหยางไปยังเรือนรับรอบของนางเพื่อพักผ่อนเถอะ” เนี่ยไห่พูดกับเนี่ยหลีที่ยืนอยู่ถัดไป “ข้าจะให้บ่าวรับใช้ไปเตรียมจัดเรือนพักอีกหลังหนึ่งติดกับเรือนพักรับรองของท่านผู้อำนวยการหยางให้เจ้าด้วย!”

        “ขอรับ!” เนี่ยหลีพยักหน้าน้อยๆ

        หยางซินมองๆ เนี่ยไห่ คิดไม่ถึงว่าเนี่ยไห่จะรู้แล้ว ทราบว่านางมีเรื่องต้องการหารือกับเนี่ยหลี

        เนี่ยหลีร่ำลากับเนี่ยหมิงและเนี่ยไค จากนั้นเดินนำหยางซินไปยังเรือนรับรองที่เนี่ยไห่จัดเตรียมให้

        จ้องมองแผ่นหลังของเนี่ยหลี เนี่ยหมิงและเนี่ยไคสองคนพลันเข้าใจแล้ว เนี่ยไห่ถอดถอนเนี่ยเหว่ยพ้นจากตำแหน่ง เลื่อนตำแหน่งให้เนี่ยเอิน ทั้งยังมอบตำแหน่งให้พวกเขาสองคนเป็นผู้ช่วย ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลี พวกเขาพบว่าพวกตนเข้าใจเนี่ยหลีน้อยเกินไปเสียแล้ว เนี่ยหลีกลับมาครั้งนี้มีความเปลี่ยนแปลงขนาดพลิกฟ้าพลิกดิน กับความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงของเนี่ยหลีเช่นนี้ เนี่ยหมิงและเนี่ยไคย่อมปลื้มใจยิ่ง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม