0 Views

        หลายปีที่ผ่านมา ลูกหลานของตระกูลเทียนเหินที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ได้นั้น มีจำนวนแค่สิบกว่าคน แม้บางคนไม่สามารถเข้าเรียนได้ในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ แต่ก็มิได้หมายความว่าคนเหล่านั้นจะไม่มีคุณค่าให้ส่งเสริมเลี้ยงดู อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ได้นั้นมักเป็นผู้มีความโดดเด่น สุดท้ายล้วนมีความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจ

        ในฐานะที่เป็นประมุขของตระกูล เนี่ยไห่มักทำตัวยุติธรรม คำนึงถึงผู้อื่นก่อนเสมอ ไม่เคยลำเอียงกับสาขาใดสาขาหนึ่ง ดังนั้นจึงได้รับความเคารพเสมอมา

        “เนี่ยหลี ไหนเจ้าลองบอกมา เหตุใดจึงมีข้อขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง?” เนี่ยไห่มองเนี่ยหลีและพูด ในความเห็นของเขา เนี่ยหลีมิใช่คนที่ชอบหาเรื่องผู้อื่น คงไม่จู่ๆ ก็มีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งอย่างไม่มีเหตุผล และเวลานี้เนี่ยหลียังได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลัน มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับการส่งเสริมฝึกปรือจากตระกูล

        “เรียนท่านประมุข ข้ามีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งและสร้างปัญหาให้แก่ตระกูลเทียนเหินจริง ทว่าข้าก็ได้แก้ปัญหาให้แล้วมิใช่หรือ?” เนี่ยหลีตอบอย่างไม่หวาดกลัวและไม่โอหัง เขายังคงให้ความเคารพแก่เนี่ยไห่ ทว่าหลังจากเกิดใหม่ แม้ต้องเผชิญหน้ากับท่านประมุขเนี่ยไห่ เขาก็ไม่มีความขลาดเขลาแม้แต่น้อย

        กำลังจิตของเนี่ยหลีสูงส่งเหนือทุกคนเสียแล้ว

        เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยหลี เขาค่อนข้างแปลกใจ รู้สึกว่าเนี่ยหลีในวันนี้ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากเดิม แม้กระทั่งยามเผชิญหน้ากับเขา เนี่ยหลีก็ไม่มีท่าทีขลาดกลัว ทั้งยังมีท่วงท่าการวางตัวที่ดี

        “ฮ่าๆๆ น่าขำนัก ตระกูลเทียนเหินของพวกเราได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ จึงสามารถกำจัดความกดดันจากตระกูลเสินเซิ่งไปได้ สมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องการให้พวกเราช่วยปลูกสมุนไพรหลายชนิดให้ จึงช่วยเหลือตระกูลเทียนเหินของพวกเรา มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า เจ้ามีความสามารถอะไรกันเชียว กลับกล้าพูดว่าได้ช่วยแก้ไขปัญหาของตระกูลเทียนเหินเราแล้ว?” เนี่ยเสี่ยวยื่อยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้น เป็นเนี่ยเหว่ยกระตุ้นให้เขาพูด

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยเสี่ยวยื่อ เนี่ยหลีเพียงชำเลืองมองเนี่ยเสี่ยวยื่อและเนี่ยเหว่ยที่อยู่ด้านข้างเล็กน้อยและพูด “น่าขำ ฐานะของสมาคมนักปรุงยาวิเศษในเมืองกวงฮุยนั้นสูงส่ง กระทั่งเทียบได้กับสามตระกูลหลัก เหตุใดพวกเขาต้องช่วยเหลือผู้น้อยเช่นตระกูลเทียนเหินด้วย? เพียงเพราะว่าตระกูลเทียนเหินจะปลูกสมุนไพรให้หรือ? บ้านอื่นๆ ที่ปลูกสมุนไพรเป็นมีอยู่มากมาย! อีกทั้งเหตุใดผู้อื่นยังต้องให้ราคาซื้อกับตระกูลเทียนเหินสูงกว่าครอบครัวอื่นถึงสามสิบส่วน?”

        เนี่ยไห่และพวกตกใจเล็กน้อย นี่ก็เป็นคำถามหนึ่งที่นอนอยู่ในใจของพวกเขาเช่นกัน สมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่เพียงช่วยเหลือตระกูลเทียนเหิน ทั้งยังพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาสงสัยนัก เหตุใดยักษ์ใหญ่ที่คงอยู่เช่นสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงต้องพยายามผูกมิตรกับตระกูลเทียนเหิน? เรื่องนี้ค่อนข้างดูไม่สมเหตุสมผล

        เห็นท่าทางเรียบเฉยสุขุมของเนี่ยหลี ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยไห่ เนี่ยเหว่ย เนี่ยเอิน หรือผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลเทียนเหิน พวกเขาต่างพากันสงสัย หรือว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีจริงๆ?

        บิดาของเนี่ยหลี เนี่ยหมิง ซึ่งอยู่ด้านข้างเห็นเนี่ยหลีโต้แย้งกับผู้อาวุโสคุ้มกฎ เขาเริ่มหวาดกลัวแล้ว เขาไม่มีวรยุทธ์และเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลสาขา ซึ่งไม่แตกต่างจากชาวนาคนหนึ่ง เมื่อเห็นภาพตรงหน้าตน เขารีบคุกเข่าลงและพูด “ท่านประมุข เนี่ยหลียังเด็กนัก เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด ข้ายินดีรับโทษแทนเขา ท่านประมุขโปรดเมตตา!”

        “ท่านพ่อ รีบลุกขึ้นเถอะ!” เห็นเนี่ยหมิงคุกเข่าลง สองคิ้วของเนี่ยหลีขมวดมุ่น รีบเข้าไปดึงเนี่ยหมิงให้ลุกขึ้น ท่านพ่อเนี่ยหมิงเป็นคนซื่อสัตย์ผู้หนึ่ง “ท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ผู้ใด!”

        “เสี่ยวหลี เจ้าทำผิดใหญ่หลวง ยังไม่ยอมรับอีก!” บิดาของเนี่ยหลีเอ็ดอึง ในความคิดของเขา หากเนี่ยหลีเป็นฝ่ายยอมรับผิด เขายังมีโอกาสขอความเมตตา อย่างไรก็ตาม หากเนี่ยหลียังเอาแต่โต้แย้งกับท่านประมุขเช่นนี้ เรื่องราวก็จะยิ่งยุ่งยากแล้ว

        เห็นเนี่ยหมิงกำลังคุกเข่าเพื่อเขา จมูกของเนี่ยหลีก็แดงรื้นขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือชีวิตในโลกนี้ บิดาของเขาทำเพื่อเขามากมายเกินไปจริงๆ ในชีวิตหนก่อน เขาทำให้บิดาต้องเป็นทุกข์มากเกินไป ชีวิตครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมให้บิดาของตนต้องเป็นทุกข์อีกแม้แต่น้อย เนี่ยหลีกำหมัดแน่น จ้องมองเนี่ยเหว่ย เนี่ยเสี่ยวยื่อ เนี่ยเสี่ยวเฟิงและพวกอย่างโกรธเกรี้ยว

        เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยหลี เขารู้สึกได้เลาๆ ว่าการที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษปกป้องตระกูลเทียนเหินจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลี จึงก้มลงมองเนี่ยหมิงและพูด “เนี่ยหมิง รีบลุกขึ้นเร็วเข้า ก่อนที่เรื่องราวจะกระจ่าง จะไม่มีผู้ใดลงโทษเนี่ยหลีทั้งนั้น แม้เนี่ยหลีมีความขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งจริง ตระกูลเทียนเหินของเราก็มิได้เสียประโยชน์แต่อย่างใด ดังนั้นจะไม่มีผู้ใดลงโทษเนี่ยหลีได้ตามใจชอบ!”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหมิงมีสีหน้าสับสนแล้ว เขาลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย ท่านประมุขไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่องหรือ? กับเรื่องนี้ เขายังคงงุนงงสงสัยอยู่บ้าง

        “ท่านประมุข หากเราไม่จัดการเรื่องนี้กับเนี่ยหลี เกรงว่าจะไม่มีข้อแก้ตัวให้แก่สังคมภายนอก ต่อให้เรื่องนี้ไม่สร้างความเสียหายแก่ตระกูล เนี่ยหลีขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง เรื่องนี้เป็นความจริง พูดไปแล้วก็ไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้า ทางตระกูลเสินเซิ่งจะมาหาเรื่องสร้างความลำบากให้แก่เราหรือไม่!” ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นและพูด

        “ขอถามท่านผู้อาวุโสคุมกฎ ท่านเป็นคนของตระกูลเทียนเหิน หรือเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งกันแน่?” เนี่ยหลีส่งเสียงร้องฮึถามออกไป

        “สามหาว เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาพูดเช่นนี้กับข้า? ไม่ประพฤติตัวให้เหมาะสม ทั้งยังแหกคอก ข้าเพียงรักษากฎของตระกูลเรา!” เนี่ยเหว่ยร้องฮึโกรธเกรี้ยว

        “ผู้อาวุโสคุมกฎ ข้าไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเรียบง่ายปานนั้น เสี่ยวหลีก็มิใช่พวกที่ชอบสร้างปัญหา หากเรื่องพวกนี้ พวกตระกูลเสินเซิ่งเป็นฝ่ายเริ่มต้นเล่า? ไม่เห็นจำเป็นต้องยกความผิดทั้งหมดไว้ที่เนี่ยหลี ในเมื่อเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ!” เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสเนี่ยเอินกำลังช่วยเนี่ยหลีพูด ตระกูลเทียนเหินมีหลายสาขา หากเนี่ยเหว่ยทำโทษเนี่ยหลี เช่นนั้นบารมีของเนี่ยเอินก็ย่อมต้องมีผลกระทบอยู่บ้าง

        “ผู้อาวุโสเจตนารักษากฎให้มีความยุติธรรมจริงหรือ? ครั้งก่อนเนี่ยเสี่ยวยื่อทำร้ายคนของครอบครัวเทียนหลิง ท่านก็แค่ส่งของขวัญไปจำนวนหนึ่ง เหตุใดข้าไม่เห็นผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยทำโทษเนี่ยเสี่ยวยื่อแม้แต้น้อย?” เนี่ยหลีตอกย้ำทุกคำพูด

        “สองเรื่องนี้ไม่อาจเปรียบเทียบ เนี่ยเสี่ยวยื่อขัดแย้งกับเด็กของตระกูลเทียนหลิงก็เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น อำนาจของตระกูลเทียนหลิงย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับตระกูลเสินเซิ่งได้!” ใบหน้าของเนี่ยเหว่ยบูดบึ้ง เนี่ยหลีช่างกินหัวใจหมีดีเสือมาจริงๆ จึงกล้ามาเผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกดดันก็คือ ต่อเรื่องนี้ เนี่ยไห่กลับเข้าข้างเนี่ยหลี และเขาไม่อาจขัดแย้งกับประมุขได้

        “ท่านผู้อาวุโสยังไม่ทันได้สืบสวน ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ามิได้ต่อสู้กับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของผู้คนในครอบครัว? เพียงเพราะว่าท่านไม่กล้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง ก็จะทำโทษข้าอย่างหนัก เพียงเพื่อหาเหตุผลไปส่งมอบให้แก่ตระกูลเสินเซิ่ง? หากตระกูลเทียนเหินไม่สามารถกระทั่งปกป้องคนของตนได้ ตระกูลเช่นนี้ ย่อมไม่สมควรที่ข้าจะอยู่ด้วย!” เนี่ยหลีจ้องมองเนี่ยเหว่ยอย่างเย็นชา

        ทั่วทั้งห้องตื่นตะลึง

        ทุกคนคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะกล้าพูดเช่นนี้ นี่มิใช่เพียงแค่การขัดแย้งกับผู้อาวุโส ความหมายของเนี่ยหลี คือคิดจะออกจากตระกูลเทียนเหินใช่หรือไม่?

        ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของเนี่ยหลีในสายตาของทุกคนมักมีแต่ความขี้ขลาด ทว่าวันนี้ เขากลับกล้าพูดเรื่องเช่นนี้ออกมาต่อหน้าท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโส เรื่องนี้ย่อมไม่ง่ายดายแล้ว

        เนี่ยหมิงที่อยู่ด้านข้างหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว เขาดุด่าเสียงดัง “เสี่ยวหลี เจ้ากำลังพูดอะไร?! ยังไม่รีบขอขมาต่อท่านประมุขเร็วเข้า!”

        “ฮึๆๆ ปีกกล้าขาแข็งแล้ว จึงกล้าคิดจะออกจากตระกูล? เจ้าคงไม่ลืม เป็นตระกูลเทียนเหินที่ชุบเลี้ยงและให้ที่คุ้มหัวแก่เจ้า เจ้าจึงมีวันนี้ได้!” ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยพูดเสียงเย็น “ก็แค่ไอ้ลูกนอกคอกอกตัญญูผู้หนึ่ง!”

        “ตระกูลเทียนเหินเป็นของพวกเราทุกคน ตระกูลเทียนเหินให้ที่คุ้มหัวแก่เรานั่นย่อมมิผิด แต่ทว่ามิใช่ตระกูลเทียนเหินที่เลี้ยงดูข้ามา บิดามารดาข้าทำงานขยันขันแข็งทุกวันเพื่อปลูกผักปลูกข้าว เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ พวกเขายังทำงานอย่างหนักเพื่อตระกูลเทียนเหิน ดังนั้นพวกเราไม่ติดค้างผู้ใด และข้า เนี่ยหลี ก็มิได้ติดค้างผู้ใด!” เนี่ยหลียืดตัวตรงและพูด

        “มีอย่างที่ไหนกัน! กำเริบเสิบสานนัก!” เนี่ยเหว่ยโกรธจนหน้าเขียว คิดจะด่าทอเนี่ยหลีต่อ ทว่ากลับถูกเนี่ยไห่โบกมือห้ามแล้ว

        เนี่ยหมิงฉุดดึงเนี่ยหลีอย่างกังวลใจนัก เขาไม่เข้าใจ วันนี้เนี่ยหลีเป็นอะไรไปแล้ว แต่ก่อนเนี่ยหลีมักขลาดกลัวหัวหด เหตุใดวันนี้จึงกล้าเผชิญหน้ากับพวกผู้อาวุโสและท่านประมุขเช่นนี้?

        เนี่ยไห่หรี่ตาเล็กน้อยจ้องมองเนี่ยหลี วันนี้คำโต้เถียงของเนี่ยหลีมีเหตุมีผล ทำให้เขามองเนี่ยหลีด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสมากมาย กลับไม่มีทีท่าขลาดกลัวดังเช่นเก่าก่อน เขายิ้มแย้มพูด “เนี่ยหลีพูดถูก ตระกูลเทียนเหินเป็นครอบครัวของพวกเราทุกคน ทุกคนมีส่วนช่วยเหลือตระกูล การปกป้องครอบครัวเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตระกูล เรื่องราวยังมิได้สืบสวนให้กระจ่าง ไม่อาจลงโทษผู้ใดได้ตามใจชอบ!”

        เนี่ยเหว่ยไม่เข้าใจแม้แต่น้อยจริงๆ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับท่านประมุข เนี่ยหลีพูดจาสามหาวปานนี้ เนี่ยไห่กลับยังคงเข้าข้างเนี่ยหลี ปกป้องเขา สุดท้ายหมายความอย่างไรกันแน่?

        ได้ยินคำพูดเสริมของเนี่ยไห่ ทั้งเนี่ยหมิง ทุกคนล้วนหน้าตาเซ่อซ่าแล้ว พวกเขาคิดว่าเนี่ยหลีมีข้อขัดแย้งกับผู้อาวุโสถึงเพียงนี้ ต่อให้ไม่ถูกขับออกจากตระกูล ทว่าโทษหนักคงไม่อาจเลี่ยงพ้นได้ อย่างไรก็ตาม ท่านประมุขเนี่ยไห่สักนิดก็มิได้ใส่ใจ ทั้งยังเข้าข้างเนี่ยหลีอีกด้วย

        เนี่ยเหว่ยใบหน้าบูดบึ้ง เขาแอบครุ่นคิดในใจ เนี่ยไห่ เจ้าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้มีบางอย่างไม่ค่อยถูกต้อง! เนี่ยไห่ใจดีกับเนี่ยหลีเกินไป ซึ่งดูไม่สมเหตุผลเอาเสียเลย!

        อีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสเนี่ยเอินและพวกต่างพากันจ้องมองเนี่ยหลีอย่างครุ่นคิด

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ ความโกรธเกรี้ยวในใจของเนี่ยหลีจึงค่อยบรรเทาลง ไม่ว่าอย่างไรเขายังคงมีความผูกพันกับตระกูลเทียนเหินอยู่มากนัก เหตุผลที่เขาพูดออกไปทั้งหมดก็เพียงเพราะเขาไม่ชอบใครบางคนในตระกูลเทียนเหิน ในเมื่อท่านประมุขเนี่ยไห่ใจกว้างกับเรื่องนี้ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว

        “เนี่ยหลี เจ้าเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน และยังต้องพบกับเรื่องราวมากมาย กลับไปพักผ่อนให้สบายเสียก่อนเถิด พรุ่งนี้ปู่เนี่ยไห่จะทดสอบผลการฝึกยุทธ์ของเจ้าด้วยตัวเอง!” เนี่ยไห่ลุกขึ้นยืน เหยียดตัวบิดขึ้เกียจคราหนึ่ง และหัวเราะฮาๆ พูดออกมา

        เวลานี้ สายตาของทุกคนพากันฉายแววตื่นตะลึงออกมาแล้ว ไม่เพียงเนี่ยไห่ไม่ลงโทษกับความผิดที่เนี่ยหลีก่อ ทั้งยังพยายามทำตัวสนิทสนมกับเนี่ยหลียิ่งขึ้น

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหมิงอดที่จะตื่นเต้นขึ้นมามิได้ ท่านประมุขเนี่ยไห่จะทดสอบผลการฝึกยุทธ์ของเนี่ยหลีด้วยตนเอง นี่ช่างเป็นเกียรติยิ่งนัก!

        ไม่ว่าอย่างไร เนี่ยหลีมิใช่ลูกหลานสายตรงของเนี่ยไห่ เนี่ยไห่ดีต่อเนี่ยหลีเกินไปแล้วหรือไม่?

        ครอบครัวชาวเนี่ยทุกคนมองหน้ากันไปมา ทว่ายิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ที่แท้ปัญหาอยู่ที่ตรงไหนกัน

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหลีพลันเข้าใจ เนี่ยไห่อาจจะมองอะไรออก ไม่ว่าอย่างไร เนี่ยไห่ก็เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองผู้หนึ่ง ดังนั้นเขาอาจจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นไอของจิตอสูรภายในร่างกายของเนี่ยหลี ครั้นคิดถึงเรื่องของสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ก็มิใช่เรื่องยากที่จะโยงเรื่องถึงกัน

        หากเป็นเช่นนั้น เนี่ยหลีก็ไม่คิดจะปิดบังตัวอีกต่อไป ต่อให้มิใช่เพื่อตัวเขาเอง ก็สมควรต่อสู้เพื่อประโยชน์ของบิดามารดาและท่านอาท่านอาสะใภ้บ้าง

        ชั่วขณะที่ทุกคนกำลังทั้งแปลกใจทั้งตกใจ ลูกบ้านคนหนึ่งรีบรุดวิ่งเข้ามาและรายงานต่อเนี่ยไห่ “เรียนท่านประมุข ท่านผู้อำนวยการหยางแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษมาเยี่ยมขอรับ!”

        “ผู้อำนวยการหยาง?” ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเอิน เนี่ยเหว่ย หรือกระทั่งเนี่ยไห่ ทุกคนล้วนมีสีหน้าตกใจ

        คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการหยางแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษจะมาเยี่ยมตระกูลเทียนเหินกลางดึกกลางดื่น! พวกเขาเคยติดต่อกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษอยู่หลายครั้ง ปกติย่อมรู้ถึงฐานะของผู้อำนวยการหยางภายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ นางเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่งในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ รองจากท่านประธานและเหล่าผู้อาวุโส

        บุคคลเช่นผู้อำนวยการหยาง เพียงคำเดียวก็สามารถกลบฝังตระกูลชั้นสูงตระกูลหนึ่งจนไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีก และก็สามารถทำให้ตระกูลชั้นสูงตระกูลหนึ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ ครั้งนี้ เมื่อตระกูลเสินเซิ่งกดดันกลั่นแกล้งตระกูลเทียนเหิน ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ผู้อำนวยการหยางก็คือผู้ที่คอยช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างให้

        สมาคมนักปรุงยาวิเศษเป็นสิ่งคงอยู่ซึ่งสามารถเทียบได้กับสามตระกูลหลัก อิทธิพลของมันต่อเมืองกวงฮุยยังมากยิ่งกว่าตระกูลเสินเซิ่งและตระกูลสวรรค์เซิ่งหมิงเสียอีก เป็นรองก็เพียงตระกูลวายุหิมะที่มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานและท่านเจ้าเมืองแห่งเมืองกวงฮุย! ยามเผชิญหน้ากับผู้อำนวยการหยางผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง แม้แต่เนี่ยไห่ก็ต้องให้ความเคารพยิ่ง!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม