0 Views

        หลังจากที่อาณาเขตวิญญาณถูกผนึกเรียบร้อยแล้ว พลังวิญญาณทั้งหมดก็เริ่มโคจรเข้าสะสมอยู่ในอาณาเขตวิญญาณมากขึ้นๆ

        เนี่ยหลีกินยาวิเศษเข้าไปไม่หยุดเพื่อบำรุงพลังวิญญาณที่บริเวณนี้

        เฉกเช่นเดียวกันกับอากาศที่ถูกบีบอัดจนถึงจุดๆ หนึ่ง สามารถทำให้มันมีพลังระเบิดอันน่าอัศจรรย์ใจ

        พลังวิญญาณของเขากำลังถูกบีบอัดอยู่ภายในอาณาเขตวิญญาณ ไม่อาจหาทางออกได้

        ถูกอัดแน่นอย่างต่อเนื่อง และก็ฉีกขาด

        เนี่ยหลีรู้สึกว่าอาณาเขตวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชากและก็สร้างใหม่ทันทีอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บปวดทรมานนี้ทำให้เขาหน้าซีดเผือด เหงื่อหลั่งราวสายฝน

        “อา!” เนี่ยหลีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แม้ความมุ่งมั่นถูกท้าทายไม่ขาดสาย เนี่ยหลียังคงรักษาความกระจ่างแห่งสติสัมปชัญญะไว้ได้ เหนี่ยวนำพลังวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่อง นำให้มันค่อยๆ โคจรช้าลง

        ตูม ตูม ตูม!

        ใจกลางอาณาเขตวิญญาณ จุดสำคัญแต่ละจุดกำลังพองตัวออก ทุกครั้งที่มันระเบิด เนี่ยหลีรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขาขยายตัวขึ้นหลายเท่าในพริบตา

        เสียงตูมสุดท้ายดังขึ้น!

        พลังวิญญาณที่ถูกบีบอัดเริ่มระเบิดตัวออก กวาดไปทั่วอาณาเขตวิญญาณของเขา พลังวิญญาณปั่นป่วนเดือดพล่านไม่หยุด

        ซี๊ด!

        ความเจ็บปวดรวดร้าวนี้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง รู้สึกราวกับกำลังถูกเข็มนับพันหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าใส่สมอง

        เส้นทางโคจรพลังปราณฉีกขาดไม่หยุด เนี่ยหลีฝืนทนต่อความเจ็บปวดรวดร้าวนี้ รอคอยให้พลังวิญญาณที่ถูกบีบอัดเต็มที่ระเบิดอาณาเขตวิญญาณ ทะลวงจุดที่ตีบตันของเส้นทางโคจรลมปราณ

        ฟู่!

        เนี่ยหลีผ่อนลมหายใจออกมาคำหนึ่งอย่างโล่งอก ทั่วร่างผ่อนคลายลง แม้เส้นทางโคจรลมปราณทั่วร่างถูกทำลายไปเป็นอันมากในเวลานี้ ใบหน้าเนี่ยหลีกลับคลี่ยิ้มตื่นเต้น เป็นดังคาด การใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือสกัดจุดพิสดารสามารถขยายอาณาเขตวิญญาณ จึงทำให้อาณาเขตวิญญาณทะลวงถึงระดับเงินได้สำเร็จ

        หลังจากฟื้นฟูพลังวิญญาณแล้ว เนี่ยหลีก็จะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินผู้หนึ่ง!

        เนี่ยหลีกลืนยาฟื้นฟูพลังลงไปหลายเม็ด นั่งลงขัดสมาธิและเริ่มโคจรลมปราณไปเงียบๆ เมื่อก้าวขึ้นถึงระดับนี้ ต่อให้เขาดูดซับพลังหยินยามราตรีก็ไม่เป็นไร เนี่ยหลีสามารถขจัดไอเย็นไปทีละส่วนได้ กอปรกับเขาเป็นผู้ชาย มีพลังหยางเพียงพอ จึงไม่หลงเหลือความเจ็บป่วยทิ้งไว้ในร่างกายดังเช่นเซียวหนิงเอ๋อ

        หลังฝึกยุทธ์อยู่ราวครึ่งชั่วโมง เส้นทางโคจรลมปราณของเนี่ยหลีและพลังวิญญาณก็ได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว

        ในที่สุดเขาก็ก้าวขึ้นถึงระดับเงิน

        เนี่ยหลีลืมตาขึ้น ประกายแสงทอวูบขึ้นในดวงตา ในที่สุดก็สามารถใช้ตะเกียงวิญญาณปีศาจเงาได้แล้ว!

        เนี่ยหลีหยิบตะเกียงวิญญาณปีศาจเงาออกมา มือขวาค่อยๆ ลูบไล้ตะเกียงวิญญาณปีศาจเงานั้น พลังวิญญาณส่วนหนึ่งถูกถ่ายเทเข้าไป ตะเกียงวิญญาณปีศาจเงาพลันส่งเสียงดังฝุบคราหนึ่ง แสงไฟสีเหลืองสลัวเลือนทอแสงวูบขึ้นมา กลางดึกกลางดื่นเช่นนี้ดูราวกับวิญญาณภูตผีดวงหนึ่งก็ไม่ปาน

        เสียงร้องราวปีศาจดังหวนออกมาจากจิตอสูรปีศาจเงา

        ท่ามกลางแสงสว่างสลัวนั้น มีจิตอสูรปีศาจเงาตนหนึ่งซ่อนตัวอยู่!

        อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลีไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาร้องเสียงต่ำออกมาคำหนึ่ง พลังวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนเชือกเส้นหนึ่ง พุ่งเข้าพันแสงสลัวกลุ่มนั้นไว้

        พลังวิญญาณของเนี่ยหลีตรวจจับรับรู้ได้ถึงเงาดำนั้น ทันทีที่พลังวิญญาณของเนี่ยหลีเข้าพันล้อมรอบเงาดำนั้นราวกับเชือกเส้นหนึ่ง จิตอสูรปีศาจเงาพลันกรีดร้องขึ้นมา ดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด คิดทำลายเชือกพลังวิญญาณของเนี่ยหลีให้ขาด

        “คิดหนีหรือ ไม่ง่ายปานนั้นหรอก ยอมรับใช้ข้าเสียโดยดี!” เนี่ยหลีเค้นเสียงต่ำ ทุ่มพลังวิญญาณกระตุกใส่จิตอสูรปีศาจเงาตนนี้อย่างแรงคราหนึ่ง

        จิตอสูรปีศาจเงาตัวสั่นเทาขณะขัดขืนไม่หยุด ทว่าภายใต้พลังวิญญาณที่กดข่มอยู่ของเนี่ยหลี จิตอสูรปีศาจเงาจึงค่อยๆ หยุดต้านทาน เสียงตูมดังขึ้นคราหนึ่ง มันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่อาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลี ครั้นเมื่อจิตอสูรปีศาจเงาเข้าไปในอาณาเขตวิญญาณของผู้ควบคุมจิตอสูรแล้ว พวกมันจะถูกผู้ควบคุมจิตอสูรควบคุม อาศัยอาณาเขตวิญญาณของผู้ควบคุมจิตอสูรคอยเพาะเลี้ยงไว้ หากมันต้องการอิสระ เว้นแต่ผู้ควบคุมจิตอสูรจะเป็นฝ่ายปลดปล่อยมัน ไม่เช่นนั้นจิตอสูรตนนี้ก็จะไม่สามารถเป็นอิสระได้เลย

        ก็เหมือนกับการถูกตีตราด้วยพลังวิญญาณอย่างหนึ่ง

        หลังการหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรปีศาจเงา อาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีก็ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วถึงกว่าสองเท่า เมื่อใดที่หลอมรวมจิตอสูร ผู้ควบคุมจิตอสูรและจิตอสูรตนนั้นจะเชื่อมโยงถึงกัน แม้แต่ความเร็วในการฝึกพลังวิญญาณก็จะส่งเสริมกัน เพิ่มเป็นสองเท่าจากเดิม

        จิตอสูรปีศาจเงาเป็นหนึ่งในจิตอสูรที่ลึกลับที่สุด น้อยคนนักที่จะรู้จักนิสัยของมัน ดังนั้นจึงมีผู้ควบคุมจิตอสูรน้อยคนนักที่จะสามารถดึงความสามารถในการต่อสู้ของมันออกมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้มิใช่เรื่องยากเย็นสำหรับเนี่ยหลี

        ไม่ต้องสงสัยว่าจิตอสูรปีศาจเงานี้มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และยังมีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็วยิ่ง ไม่อาจเทียบกับจิตอสูรทั่วไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในสมองของเนี่ยหลียังเต็มไปด้วยเคล็ดวิชาการต่อสู้มากมายที่เหมาะสมกับจิตอสูรปีศาจเงา ดังนั้นเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากพลังอำนาจของจิตอสูรปีศาจเงาได้จนถึงขีดสุดของมัน

        เนี่ยหลีโบกมือขวาขึ้นคราหนึ่ง เรียกจิตอสูรปีศาจเงาออกมา ร่างกายก็หลอมรวมเข้ากับจิตอสูรปีศาจเงาอย่างรวดเร็ว เวลานี้ร่างกายของเนี่ยหลีปรากฏวับวาบเดี๋ยวจางเดี๋ยวโผล่จนดูราวกับภูตผี หลังแขนสองข้างงอกกระดูกรูปเคียวประหลาดออกมา หน้าตาคล้ายตั๊กแตนตำข้าว จิตอสูรปีศาจเงาสามารถหายตัวได้ทุกเวลา และก็สามารถคืนร่างได้ทุกเมื่อ ขณะเนี่ยหลีหายตัว น้อยคนนักที่จะสามารถจับลมหายใจของเขาได้ อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาหายตัว เนี่ยหลีจะไม่มีพลังโจมตี แต่เขาก็สามารถคืนร่างได้ตลอดเวลา ครั้นเมื่อคืนร่างแล้วก็ย่อมสามารถเข่นฆ่าศัตรูได้!

        จิตอสูรปีศาจเงาเป็นนักฆ่าที่ทรงอานุภาพ ยามเมื่อเผชิญหน้าศัตรู ต่อให้มีระดับสูงกว่าหลายชั้น หากไม่ระวังตัวก็อาจถูกจิตอสูรปีศาจเงาสังหารได้โดยง่าย!

        กระดูกเคียวนี้ยาวราวหนึ่งหมี่ (เมตร) ด้านบนทอประกายเย็นเยือก ดูแหลมคมยิ่ง

        เนี่ยหลีจ้องมองสองแขนที่กลายสภาพไป และก็หันไปมองต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายหมี่ ร่างของเขาพุ่งวูบ เร่งความเร็วเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่นั้น เคียวข้างหนึ่งแล่นวาบสะท้อนแสงแปลบปลาบ เสียงดังฉัวะคราหนึ่ง ต้นไม้ใหญ่ถูกฟันฉับ ล้มครืนลงทันที รอยตัดนั้นเรียบลื่นอย่างยิ่ง

        เนี่ยหลีลดเคียวลงด้วยสีหน้าพึงพอใจ เพียงแค่คิด ร่างกายก็ค่อยๆ โปร่งใสขึ้น หายวับไปจากจุดนั้น ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างของเขาจึงปรากฏกลับขึ้นมาใหม่

        “ช่างสมกับเป็นจิตอสูรปีศาจเงา!” เนี่ยหลียิ้มบาง เผยให้เห็นความพึงพอใจบนใบหน้า จิตอสูรปีศาจเงานี้ช่างสมกับเป็นมือสังหารยามต่อสู้กับศัตรู คนทั่วไปย่อมไม่อาจป้องกันตัวได้ สามารถถูกจิตอสูรปีศาจเงาเข้าประชิดติดพันสังหารได้อย่างง่ายดาย และมันยังมีอัตราการเจริญเติบโตสูงยิ่ง ซึ่งสามารถค่อยๆ ช่วยบำรุงให้วรยุทธ์ของเนี่ยหลีก้าวหน้าขึ้น

        การเลือกจิตอสูรปีศาจเงาเป็นจิตอสูรตนแรกนับว่าไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย!

        โดยทั่วไป เมื่อหลอมรวมกับจิตอสูรเป็นครั้งแรก จะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเข้ากันได้กับจิตอสูรนั้นๆ และจึงมีความเชี่ยวชาญพอที่จะแสดงความสามารถของจิตอสูรตนนั้นออกมาได้ ทว่านี่มิใช่เรื่องยากสำหรับเนี่ยหลี เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงสั้นๆ เนี่ยหลีก็สามารถแสดงความสามารถเหล่านี้ออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว

        “ไม่เลวไม่เลว!” เนี่ยหลียิ้มน้อยๆ นั่งลงขัดสมาธิ เขาชำเลืองมองตะเกียงวิญญาณที่แตกหัก หลังการหลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงาแล้ว ตะเกียงวิญญาณดวงนี้ก็หมดประโยชน์ เนี่ยหลีจึงโยนตะเกียงทิ้งไปที่มุมหนึ่งในแหวนมิติของตน

        เวลานี้ ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปกำลังวิ่งเข้ามาทางเขาอย่างรวดเร็ว

        ภายใต้แสงจันทร์สลัว เนี่ยหลีเห็นรูปร่างของอีกฝ่าย ที่แท้เป็นเสี่ยวอวี่ที่น่ารักนั่นเอง

        “เสี่ยวอวี่ เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่?” เนี่ยหลีเอ่ยถาม จ้องมองเสี่ยวอวี่

        “ข้านอนไม่หลับ ข้าจะเอาอย่างพี่เนี่ยหลี ขยันฝึกยุทธ์เช่นกัน!” เนี่ยอวี่พูด ใบหน้าเยาว์วัยจริงจังยิ่ง

        “ก่อนถึงระดับเงิน ทางที่ดีที่สุดอย่าฝึกยุทธ์ยามค่ำคืน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ได้จะไม่คุ้มเสีย!” เนี่ยหลีสอนเนี่ยอวี่ด้วยสีหน้าจริงจัง

        “แต่ทำไมพี่เนี่ยหลีฝึกได้?”

        “ข้า…” เนี่ยหลีคงไม่สามารถพูดได้ว่าเขาทะลวงฝ่าถึงระดับเงินแล้วกระมัง “เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงไม่เหมือนกัน เด็กผู้ชายเต็มไปด้วยพลังหยาง ไม่ต้องกลัวพลังหยินเข้าสู่ร่างกาย!”

        “ข้าไม่เชื่อท่าน!” เนี่ยอวี่ทำหน้าไม่เชื่อปากยื่นปากยาวตอบ

        เนี่ยหลีได้แต่ส่ายศีรษะ เนี่ยอวี่ยังมีความดื้อรื้นอยู่บ้าง บางครั้ง ไม่ว่าผู้อื่นจะพูดอะไรล้วนพูดไม่เข้าหัวนาง

        เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูด “ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว มาสอนวิชายุทธ์ให้เสี่ยวอวี่สักอย่างหนึ่งดีหรือไม่!”

        “ดีๆ ขอบคุณพี่เนี่ยหลี!” เนี่ยอวี่ปรบมือเล็กๆ ของนางอย่างตื่นเต้น ใบหน้ากลมเล็กเหมือนลูกซาลาเปาน้อยเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

        เนี่ยหลีล้วงผลึกวิญญาณเบื้องต้นออกมาชิ้นหนึ่งจากแหวนมิติและยื่นให้เนี่ยอวี่ “ก่อนอื่นเจ้าถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปในผลึกวิญญาณเบื้องต้นนี้!”

        “อ้อ!” เนี่ยอวี่ไม่คิดมาก นางถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณ ผ่านไปครู่หนึ่ง ภายในผลึกวิญญาณค่อยๆ ทอแสงขึ้นมา

        “พลังวิญญาณสามสิบสองแต้ม เสี่ยวอวี่ไม่เลวๆ อายุแค่เก้าขวบก็มีพลังวิญญาณเท่านี้แล้ว…” เนี่ยหลีพลันหยุดกึก ดวงตาจับจ้องผลึกวิญญาณ เขาตะลึงงันและพึมพำ “ไม่แปลกใจที่เสี่ยวอวี่มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์รวดเร็วยิ่ง ที่แท้เสี่ยวอวี่มีร่างตราสวรรค์เทียนเหิน!”

        “พี่เนี่ยหลี อะไรคือร่างตราสวรรค์เทียนเหิน?” เนี่ยอวี่สงสัยยิ่ง นางไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน พี่เนี่ยหลีกลับพูดว่านางฝึกยุทธ์ได้เร็ว นางไม่รู้สึกอย่างนั้นสักนิด!”

        สิ่งที่เนี่ยอวี่ไม่ทราบก็คือเนี่ยหลีกำลังพูดถึงชีวิตในชาติก่อนของนาง น่าเสียดายที่พรสวรรค์ซึ่งฟ้าประทานมาให้ในชีวิตชาติก่อนยังไม่ทันได้เปิดเผย ก็ต้องร่วงจากสวรรค์ลงในการต่อสู้ครั้งนั้นแล้ว

        เนี่ยหลีตบๆ ศีรษะเล็กๆ ของเนี่ยอวี่เบาๆ และพูด “พวกเราตระกูลเทียนเหินสืบเชื้อสายกันมาแต่ยุคอาณาจักรวายุหิมะ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานยิ่ง เชื้อสายสูงส่งยิ่ง ยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเทียนเหินแทบทุกคนล้วนมีร่างตราสวรรค์เทียนเหิน ความเป็นไปได้ที่สายเลือดของเราจะปรากฏร่างตราสวรรค์เทียนเหินนี้ขึ้นมาคือหนึ่งในร้อยส่วน พูดอีกนัยหนึ่ง ภายในหนึ่งร้อยคน อาจจะมีเด็กคนหนึ่งมีร่างตราสวรรค์เทียนเหินนี้ได้ น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาซึ่งเหมาะสมกับร่างตราสวรรค์เทียนเหินหายสาบสูญไปตั้งแต่ครั้งยุคมืด!”

        “อ้อ…” เนี่ยอวี่กระพริบตาปริบๆ คล้ายจะเข้าใจทว่าไม่เข้าใจ

        โชคดี ในบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลามีเคล็ดวิชาสำหรับร่างตราสวรรค์เทียนเหิน ในใจเนี่ยหลีลิงโลดยิ่ง สามารถใช้เคล็ดวิชานี้ฟูมฟักเสี่ยวอวี่แล้ว!

        “งั้นพี่เนี่ยหลีจะสอนเสี่ยวอวี่ฝึกวิชาไหม?” เนี่ยอวี่เอ่ยถามอย่างกังวลเล็กน้อย ในเมื่อวิชาเหล่านี้สูญหายไปนานแล้ว ใช่จะไม่สามารถฝึกได้แล้วหรือไม่?

        “แน่นอน แต่สิ่งที่ข้าจะสอนเสี่ยวอวี่ เสี่ยวอวี่ห้ามบอกผู้อื่น นี่เป็นความลับเล็กๆ ของเรา เจ้าให้สัญญากับพี่เนี่ยหลีได้หรือไม่?” เนี่ยหลีจ้องมองเนี่ยอวี่ด้วยสายตาอ่อนโยนและพูด ตามที่เนี่ยหลีรู้มา ตระกูลเทียนเหินไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์อันซับซ้อนหลายอย่าง ดังนั้นเนี่ยหลีจึงไม่คิดจะสนับสนุนเคล็ดวิชาสำหรับร่างตราสวรรค์เทียนเหินให้แก่ทางตระกูลอย่างเปิดเผย

        อีกหน่อยเมื่อเนี่ยหลีมีกำลังเข้มแข็งขึ้น เขาจะปกป้องตระกูลเทียนเหิน แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าเนี่ยหลีจะถ่ายทอดทุกอย่างให้แก่ทางตระกูล

        “อื้อ!” เนี่ยอวี่พยักหน้าหงึกๆ อย่างจริงจัง “เสี่ยวอวี่จะไม่บอกใคร!”

        เนี่ยหลีถ่ายทอดส่วนแรกของเคล็ดวิชาร่างตราสวรรค์เทียนเหินให้แก่เนี่ยอวี่ เนี่ยอวี่ท่องตาม ในเมื่อนางมีพลังวิญญาณถึงสามสิบสองจุดแล้ว ความทรงจำของเนี่ยอวี่จึงดีมากแล้ว ไม่นานก็สามารถจดจำเคล็ดวิชาได้หมด

        เพื่อความปลอดภัย สอนส่วนแรกให้ก็เพียงพอแล้ว รอจนเนี่ยอวี่ฝึกสำเร็จส่วนแรก จากนั้นจึงค่อยสอนส่วนต่อไป! ไม่ว่าอย่างไรเนี่ยอวี่ก็ยังเด็กนัก บริสุทธิ์ยิ่ง ดังนั้นนางจึงอาจจะถูกหลอกได้ง่ายๆ

        เนี่ยอวี่พึมพำท่องเคล็ดวิชาในใจ ไม่นานพลังวิญญาณภายในอาณาเขตวิญญาณก็เริ่มสาดซัดขึ้นมา

        ในยุคอาณาจักรวายุหิมะ ผู้ควบคุมจิตอสูรคนหนึ่งที่ฝึกเคล็ดวิชาร่างตราสวรรค์เทียนเหินมีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะหนึ่งในสามผู้ควบคุมจิตอสูรที่ทรงอำนาจที่สุด ในยุคนั้น ผู้มีพรสวรรค์มีเป็นจำนวนมาก ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานมีอยู่ดาษดื่นทั่วอาณาจักร กระนั้นก็ตาม เคล็ดวิชาร่างตราสวรรค์เทียนเหินยังสามารถสร้างชื่อได้ ดังนั้นย่อมจินตนาการได้ว่าเคล็ดวิชาร่างตราสวรรค์เทียนเหินนี้ทรงอานุภาพเพียงใด

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม