0 Views

        ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเล็กๆ ชั้นหนึ่งกลับสามารถระเบิดผลึกวิญญาณเบื้องต้นไปถึงสามชิ้น ข่าวนี้ทำให้ทั้งโรงเรียนเซิ่งหลันสะเทือนแล้ว

        ยังจะมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากชั้นเรียนนี้อีกหรือไม่? พวกนักเรียนในชั้นนี้กินอะไรจนโตกัน?

        การทดสอบนักเรียนชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นผ่านไปหลายคน คนที่ได้ระดับต่ำสุดคือผู้ควบคุมจิตอสูระดับทองแดงหนึ่งดาว มารดามันเถอะ นี่เป็นชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นแน่หรือ?

        ภายในตึกทดสอบ ทุกคนตะลึงลานกับพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ใจของเซียวหนิงเอ๋อและเยี่ยจื่ออวิ๋น

        สองโฉมสะคราญต่างมองตากัน ในดวงตาของคนทั้งสองต่างมีร่องรอยของการเปรียบเทียบกัน

        ตลอดมาเยี่ยจื่ออวิ๋นอยากกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีกับเซียวหนิงเอ๋อเสมอ ในขณะเดียวกันนางมีพรสวรรค์ที่สูงส่งกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน นางไม่เคยถูกเพื่อนวัยเดียวกันเอาชนะได้ ดังนั้นต่อให้เป็นเซียวหนิงเอ๋อ ในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

        พลังยุทธ์ของทั้งสองไม่ห่างกันมากนัก พวกนางรู้ดีว่าพวกตนได้รับความช่วยเหลือจากเนี่ยหลี ไม่เช่นนั้นพลังยุทธ์ของพวกนางคงไม่เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ นอกจากความรู้สึกสำนึกรู้คุณต่อเนี่ยหลีแล้ว พวกนางยังอดบังเกิดความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างขึ้นมามิได้

        เยี่ยจื่ออวิ๋นเม้มปาก แม้เวลานี้นางยังไม่มีความรู้สึกรักใคร่เนี่ยหลีนัก ทว่าเมื่อได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเซียวหนิงเอ๋อแล้ว นางกลับบังเกิดความรู้สึกเคืองใจเนี่ยหลีขึ้นมาเล็กน้อย ‘ในเมื่อเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเซียวหนิงเอ๋อถึงปานนี้แล้ว เหตุใดยังคอยมาไล่ตามข้าอีก?’

        ส่วนสำหรับเซียวหนิงเอ๋อ ตั้งแต่แรกนางก็รู้อยู่แล้วว่าคนที่เนี่ยหลีชอบคือเยี่ยจื่ออวิ๋น ทว่านางยังไม่อาจห้ามตัวเองให้หยุดชอบเนี่ยหลีได้ สิ่งที่นางต้องการทำก็คือคาดหวังว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า นางจะสามารถทำให้เนี่ยหลีหันมาสนใจนางและชอบนางได้

        สองโฉมสะคราญผู้โดดเด่นยืนอยู่เคียงกันราวกับดาวคู่มิถุนที่เจิดจ้า

        “ใครจะเป็นผู้รับการทดสอบคนต่อไป?” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบมองตรงมาทางพวกนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น อารมณ์ของเขาตื่นเต้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ นักเรียนอัจฉริยะหลายคนนี้ อนาคตข้างหน้าคงเติบใหญ่ขึ้นเป็นเสาหลักแก่เมืองกวงฮุย!

        “ข้าเอง!” เนี่ยหลีขยับไปหน้าเสาหินแห่งการทดสอบพละกำลัง

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี สายตาของทุกคนก็ตกอยู่บนร่างของเนี่ยหลี

        พวกผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนมีสีหน้าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ยังมีคนเริ่มขันอาสาพาตัวเข้ารับการทดสอบ หรือนี่จะเป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์น่าตกใจอีกผู้หนึ่ง?

        ส่วนเสิ่นซิ่ว สองมือของนางกำจนแน่น นางจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสายตาชิงชังเป็นล้นพ้น หากเนี่ยหลีเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว นางก็ต้องทำตามคำพูด ลาออกจากโรงเรียนเซิ่งหลัน! นางรู้สึกได้ลางๆ ดวงตาของเนี่ยหลีแฝงแววดูแคลน

        การออกจากโรงเรียนเซิ่งหลันไม่นับเป็นอะไรได้  แต่นางไม่อาจกลืนคำพูดตนเอง และมีความรู้สึกอับอายที่จะถูกขับออกจากโรงเรียนเพราะใครบางคน!

        สายตาของนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นตกอยู่ที่เนี่ยหลี ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนยิ่ง เมื่อครั้งที่เนี่ยหลีอยู่ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นและเกิดความขัดแย้งกับเสิ่นซิ่ว พวกเขาบางคนรู้สึกเห็นใจเนี่ยหลี บางคนก็เยาะเย้ยเนี่ยหลี ทว่าพวกเขาทุกคนต่างคิดว่าเนี่ยหลีจะไม่สามารถทะลวงถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในเวลาสั้นๆ เพียงสองเดือน เว้นแต่ว่าเนี่ยหลีจะแสดงพรสวรรค์พิเศษน่าอัศจรรย์ใจออกมาสักอย่างหนึ่ง

        ทว่าเวลานี้ ขณะเฝ้ามองพวกที่ติดตามเนี่ยหลี แต่ละคน ทีละคนก้าวหน้าไปได้จนน่าอัศจรรย์ใจ พวกเขาอดที่จะยอมรับพวกเนี่ยหลีไม่ได้ พัฒนาการของคนเหล่านี้จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีอย่างแน่นอน

        เพื่ออนาคตข้างหน้า หลายๆ คนเริ่มคิดหาวิธีใกล้ชิดกับเนี่ยหลีแล้ว หากเนี่ยหลีสามารถช่วยพวกเขาเฉกเช่นที่ช่วยตู้เจ๋อ ลู่เพียว เว่ยหนัน และพวกที่เหลือได้ ก็ย่อมคุ้มค่าที่จะทำ

        ในฐานะเป็นผู้ที่มีผลกระทบต่อทุกคน ผลการทดสอบของเนี่ยหลีจึงกลายเป็นความคาดหวังของทุกคนอย่างช่วยไม่ได้

        เนี่ยหลียิ้มบางและเดินตรงไปหน้าเสาหินทดสอบพละกำลัง เขาชำเลืองมองตรงไปยังระเบียงสังเกตการณ์ที่อยู่ไกลออกไป เห็นเสิ่นซิ่วขณะนี้กำลังมองมาทางเขาด้วยใบหน้าหมองคล้ำ ดวงตาของเนี่ยหลีฉายแววเย็นชา

        เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นและพวกทุกคนล้วนพุ่งสายตามาจดจ่ออยู่ที่เนี่ยหลี พวกนางตกใจสุดขีดกับผลการทดสอบของตนในการสอบครั้งนี้ เมื่อครุ่นคิดถึงตนเองว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ใจถึงเพียงนี้ในเวลาอันสั้น ในใจของแต่ละคนก็รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง

        เป็นเนี่ยหลีที่สร้างพวกเขาให้เป็นคนใหม่ ผู้ที่สามารถสร้างอัจฉริยะเหล่านี้ขึ้นมาได้ พลังยุทธ์ของเนี่ยหลีจะต้องก้าวถึงระดับที่น่าตื่นตะลึงยิ่งอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่?

        สีหน้าของเนี่ยหลีดูสงบ ชกหมัดๆ หนึ่งใส่เสาหินทดสอบพละกำลัง

        ตูม!

        เสาหินทดสอบพละกำลังกระจายเสียงเบาๆ ออกมาคราหนึ่ง

        “ระดับทองแดงหนึ่งดาว ผลการทดสอบพละกำลัง หนึ่งร้อยแต้ม!” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบจ้องมองผลลัพธ์และประกาศขึ้นเสียงดัง น้ำเสียงของเขาอดแฝงแววผิดหวังมิได้ อันที่จริงนักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นสามารถทะลวงถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้เช่นนี้ ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีมากแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เห็นผลการทดสอบของเยี่ยจื่ออวิ๋น เซียวหนิงเอ๋อ ตู้เจ๋อ และพวก ผลทดสอบของเนี่ยหลีจึงไม่เป็นที่เตะตาเอาเสียเลย

        “การทดสอบครั้งที่สอง ผลการทดสอบพละกำลัง หนึ่งร้อยแต้ม!”

        “การทดสอบครั้งที่สาม ผลการทดสอบพละกำลัง หนึ่งร้อยแต้ม!”

        อาจารย์ผู้ควบคุมการสอบพึมพำกับตน “ประหลาดนัก นักเรียนทุกคนได้ผลการทดสอบพละกำลังในแต่ละครั้งขึ้นๆ ลงๆ แตกต่างกันบ้าง นักเรียนคนนี้เหตุไฉนจึงได้หนึ่งร้อยแต้มทุกครั้งไป นับว่าหาได้ยากนัก หรือบางทีพละกำลังสูงสุดที่เขาจะสามารถใช้ออกมาได้มีเพียงหนึ่งร้อยแต้มจริงๆ!”

        เห็นผลการทดสอบของเนี่ยหลี ใบหน้าของเสิ่นซิ่วเขียวคล้ำแล้ว หากพลังของเนี่ยหลีสูงกว่าระดับทองแดงหนึ่งดาวไปไกลก็ยังไม่ว่า แต่นี่กลับอยู่ที่ระดับทองแดงหนึ่งดาวพอดิบพอดี ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ เสิ่นซิ่วแทบบ้าแล้ว

        เนี่ยหลีมิได้สนใจผลการทดสอบครั้งนี้ เขายักไหล่และยิ้มบางพูด “โชคของข้าช่างดีจริงๆ ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวพอดี!”

        ตู้เจ๋อ ลู่เพียว และพวกมองหน้ากัน นี่เป็นไปไม่ได้ พละกำลังของเนี่ยหลีไม่มีทางอยู่แค่หนึ่งร้อยแต้ม สิ่งนี้อธิบายได้เพียงอย่างเดียวว่าเนี่ยหลีปิดบังพลังที่แท้จริงของตน! ในใจของตู้เจ๋อและลู่เพียวอดยอมรับมิได้ แม้พลังของพวกเขายังอยู่เหนือเนี่ยหลี ทว่าความสามารถในการควบคุมพลังนั้นด้อยกว่าเนี่ยหลีมากนัก หากเป็นพวกเขา ย่อมไม่สามารถออกหมัดสามครั้งได้ร้อยแต้มเท่าๆ กันเช่นนี้!

        “เจ้าบ้าเนี่ยหลีร้ายกาจเกินไปแล้ว เสิ่นซิ่วเห็นเนี่ยหลีได้ระดับทองแดงหนึ่งดาวพอดิบพอดีสามครั้งติดๆ กันเช่นนี้ เดาว่าปอดของนางคงต้องระเบิดแน่!” ลู่เพียวแอบหัวเราะหึๆ

        ผู้บริหารระดับสูงหลายคนเห็นภาพนี้แล้วต่างมองหน้ากันไปมา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

        “ระดับทองแดงหนึ่งดาวก็ไม่เลวแล้ว!”

        “เสียดาย เทียบกับนักเรียนคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้แล้ว…”

        “รอดูพลังวิญญาณของเขากันดีกว่า อาจจะสามารถทำให้พวกเราแปลกใจก็เป็นได้!”

        หลังการทดสอบพละกำลัง เนี่ยหลีก้าวไปข้างหน้าอีกสอง-สามก้าว ในที่สุดรับผลึกวิญญาณเบื้องต้นชิ้นหนึ่งมาจากอาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบ เขาถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณนั้น แสงสว่างจุดหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นในผลึกวิญญาณ

        “พลังวิญญาณหนึ่งร้อยแต้ม ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาว!” สีหน้าของอาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบฉายแววแปลกใจและประกาศดัง ครุ่นคิดว่านักเรียนผู้นี้ประหลาดเกินไป ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือพลังวิญญาณ เหตุใดจึงหยุดอยู่ที่หนึ่งร้อยแต้มพอดิบพอดี ช่างประหลาดเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดสงสัยอันใด การทดสอบด้วยผลึกวิญญาณไม่มีทางผิดพลาดได้ เนี่ยหลีคงไม่ได้โกง อีกทั้งการโกงเช่นนี้ก็ไม่ให้ประโยชน์อันใดกับเนี่ยหลี?

        ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาว!

        พลังวิญญาณก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวพอดิบพอดี!

        เสิ่นซิ่วโกรธจนแทบบ้าแล้ว ทำไมกัน สุดท้ายทำไมจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้! หากพรสวรรค์ของเนี่ยหลีขาดน้อยลงกว่านี้อีกเพียงนิด ก็จะไม่มีทางก้าวถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้แล้ว!

        เห็นผลการทดสอบของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อต่างก็เข้าใจดี เนี่ยหลีตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ทว่าพวกนางยังแอบสงสัยอยู่บ้าง หากในการทดสอบพละกำลัง เนี่ยหลีสามารถควบคุมพละกำลังของเขาได้ นั่นก็ยังไม่นับว่าเป็นไร ทว่าผลึกวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางผิดพลาดได้ ดังนั้นเนี่ยหลีทำได้อย่างไร?

        เรื่องที่ผู้อื่นทำไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นว่าเนี่ยหลีจะทำไม่ได้

        ความลับในตัวของเนี่ยหลียังคงมากมายเกินไป!

        ภายใต้สายตาของทุกคน เนี่ยหลีเดินไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อ หยุดยืนอยู่ระหว่างพวกนาง เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อเทพธิดาทั้งสอง คนหนึ่งอยู่ด้านขวา อีกคนหนึ่งอยู่ด้านซ้าย นี่ทำให้ทุกคนในสนามอดที่จะอิจฉาขึ้นมาเต็มอกมิได้ เหตุใดเนี่ยหลีจึงมีวาสนาถึงปานนี้?

        เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อ ไม่ว่าเป็นผู้ใด หากหนึ่งในพวกนางสามารถกลายเป็นเพื่อนหญิงของพวกเขาได้ พวกเขาคงยิ้มตั้งแต่ในฝันกระทั่งถึงยามตื่นแล้ว!

        เวลานี้เยี่ยเซิ่งซึ่งกำลังนั่งอยู่บนระเบียงสังเกตการณ์จ้องมองเนี่ยหลีที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อ สีหน้าท่าทางครุ่นคิด เขารู้สึกได้ลางๆ ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างประหลาด แม้เนี่ยหลียังเยาว์วัยอยู่มาก แต่ท่าทางสงบนิ่งของเขากลับทำให้เกิดความรู้สึกโดดเด่นเป็นพิเศษอย่างหนึ่ง

        “ส่งเนี่ยหลีผู้นี้ไปชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์!” เยี่ยเซิ่งพูดขึ้นหลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

        “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ เกรงว่าจะขัดต่อกฎระเบียบ เขาเป็นเพียงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวเท่านั้น!”

        “มีอันใดไม่ถูกต้องตามกฎ? ข้าคาดหวังในตัวเขา ไม่ได้หรือไร?” สองคิ้วของเยี่ยเซิ่งเลิกสูงพูดเสียงต่ำ

        เห็นท่าทางของเยี่ยเซิ่ง ผู้คนที่อยู่ข้างๆ เขาแต่ละคนมองหน้ากัน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก ในเมื่อท่านอาจารย์ใหญ่ไม่อยู่ ท่านรองอาจารย์ใหญ่ย่อมมีอำนาจสูงสุด พวกเขาไม่อาจขัดแย้งกับเจ้านายของตนเพียงเพื่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ได้

        การทดสอบต่อๆ ไปของนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นไม่มีผู้ใดสามารถทำให้ผู้คนตาลุกวาวได้อีก ทุกคนก้าวไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว แม้คณาจารย์ทุกคนจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดดูจนถี่ถ้วนแล้ว เยี่ยเซิ่งและคณะต่างก็พึงพอใจ ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นกลับสามารถมีนักเรียนอัจฉริยะหลายคนโผล่ออกมา นี่ก็นับว่าเกินความคาดหมายของพวกเขาแล้ว

        การทดสอบสำหรับชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นสร้างความแตกตื่นไปทั่วโรงเรียนเซิ่งหลัน ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้คนกลับกลายเป็นที่จับตามองในพริบตา

        ขณะที่การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป เสิ่นซิ่วเดินไปข้างเยี่ยเซิ่ง นางรู้สึกอับอายยิ่ง

        “ท่านรองประทานเยี่ยเซิ่ง ข้าขอลาออก นับจากวันนี้ข้ามิใช่อาจารย์ของโรงเรียนเซิ่งหลันอีกต่อไป!” เสิ่นซิ่วพูด ข้อพนันระหว่างนางกับเนี่ยหลีเป็นที่รู้กันไปทั่วโรงเรียนเซิ่งหลัน หากไม่ทำตามสัญญา เกรงว่าคงต้องถูกผู้คนดูแคลน และกระทั่งส่งผลต่อชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่ง!

        “อาจารย์เสิ่นซิ่ว เหตุใดเจ้าจึงจะลาออก?” เยี่ยเซิ่งยิ้มๆ พูด “เจ้ามีนักเรียนอัจฉริยะตั้งหลายคนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น ทางโรงเรียนกระทั่งตระเตรียมที่จะมอบรางวัลแก่เจ้า! ข้าอยากให้นักเรียนในชั้นเรียนเบื้องต้นทุกคนได้มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีเยี่ยมเช่นเจ้า!”

        เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยโม่ เสิ่นซิ่วมิได้รู้สึกยินดีอันใด ตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกราวถูกตบหน้าฉาดหนึ่ง ร้อนผะผ่าวไปหมด เพราะนางรู้ดีว่าอัจฉริยะหลายคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางแต่อย่างใด บางคนกระทั่งไม่สนใจเข้าเรียนมาเกือบสองเดือนแล้ว นางแกล้งปิดตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง (แกล้งมองไม่เห็น) คิดรอคอยการทดสอบเพื่อดูว่านักเรียนเหล่านี้จะทำอะไรน่าอับอายออกมาบ้าง ทว่าคิดไม่ถึง ตนกลับกลายเป็นคนที่ถูกตบหน้า

        นักเรียนเหล่านี้ไม่เพียงมิได้ทำอะไรน่าเกลียดดังคาด ทว่ายังกลายเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุด!

        “ข้าตัดสินใจแล้ว ขอท่านรองอาจารย์ใหญ่โปรดอนุญาต!” เสิ่นซิ่วยืนกราน

        อันที่จริง เยี่ยเซิ่งรู้เรื่องพนันระหว่างเสิ่นซิ่วและเนี่ยหลีอยู่ก่อนแล้ว เขายิ้มและพูด “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่ฝืนใจเจ้าแล้ว!”

        ได้ยินคำพูดของเยี่ยเซิ่ง เสิ่นซิ่วหันไปมองเนี่ยหลีที่อยู่บนสนามด้วยสายตาชั่วร้ายยิ่ง จากนั้นหมุนตัวจากไปไม่เหลียวกลับ

        ถูกนักเรียนตัวเล็กๆ ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นบีบบังคับให้ต้องลาออก นี่เป็นความอับอายที่สุดในชีวิตของนาง ต้องมีสักวันหนึ่ง ข้า เสิ่นซิ่ว จะต้องกลับมาชำระความแค้นอย่างแน่นอน!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม