0 Views

        ณ สนามฝึกยุทธ์โรงเรียนเซิ่งหลัน ธงทิวปลิวไสวทุกหนแห่ง เสียงกลองสะบัดเร่า

        การสอบปลายปีที่เฝ้ารอคอยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักเรียนทุกคน

        นักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นและชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นต่างมารวมตัวกันอยู่บริเวณกลางสนามฝึกยุทธ์ แม้แต่เนี่ยหลี ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวก ที่ไม่ได้เข้าชั้นเรียนมาเป็นเวลาเกือบสองเดือนก็โผล่มายืนรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ในชั้น

        เห็นเนี่ยหลีมาถึง ทั้งเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อต่างเดินเข้าไปหา

        ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนชายในชั้นเดียวกันหรือชั้นอื่นๆ เมื่อเห็นสองโฉมสะคราญกำลังยืนอยู่ข้างกายเนี่ยหลี แต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาไม่รู้จบ

        เจ้าบ้าเนี่ยหลีเกินไปแล้ว คนเดียวกลับผูกขาดทรัพยากรอันมีค่าเอาไว้คนเดียว

        เนี่ยหลีมองๆ เยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อ เด็กสาวสองคนนี้ยิ่งงดงามกว่าเดิมอีก ราวกับเทพธิดาน้อยก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะเป็นเพราะผลจากการฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุหรือเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรหรือไม่ก็ตาม เคล็ดวิชาทั้งสองนี้ทรงอานุภาพยิ่ง พวกมันสามารถกลั่นร่างกาย ขับสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกมา ทำให้เด็กสาวทั้งสองมีรัศมีกายที่เจิดจ้าราวกับผู้เป็นอมตะแล้ว

        เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อต่างมีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์รวดเร็วยิ่ง เหนือชั้นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปเป็นอันมาก

        ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นหรือเซียวหนิงเอ๋อ ทั้งคู่ต่างรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณของเนี่ยหลี หากปราศจากความช่วยเหลือของเขา พวกนางก็คงไม่มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์รวดเร็วถึงเพียงนี้

        เยี่ยจื่ออวิ๋นดูเหมือนจะเห็นใครบางคน หลังจากทักทายเนี่ยหลีสอง-สามคำก็ขอตัวจากไป!

        “เนี่ยหลี เมื่อเร็วๆ นี้ข้าได้ยินคนที่บ้านพูดกันว่าการค้าของตระกูลเทียนเหินถูกพวกตระกูลเสินเซิ่งกดดันอย่างมาก” เซียวหนิงเอ๋อเดินเข้ามาถึงข้างกายของเนี่ยหลีและกระซิบ

        “แค่เรื่องการค้าหรือที่ถูกกดดัน?” แววตาของเนี่ยหลีล้ำลึกขณะถาม

        “อืม!” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า ต่อให้มีอิทธิพลเพียงใด ตระกูลเสินเซิ่งก็ทำได้แค่เพียงกดดันครอบครัวอื่นๆ ในด้านการค้าเท่านั้น เพราะเมืองกวงฮุยมีข้อห้ามเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในเข้มงวดนัก หากตระกูลเสินเซิ่งกล้าลงมือเข่นฆ่าผู้คนในตระกูลเทียนเหิน เดาว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน ท่านเยี่ยโม่ และท่านเจ้าเมืองคงไม่ยอมปล่อยตระกูลเสินเซิ่งเป็นแน่!

        “เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรน่าห่วงแล้ว!” เนี่ยหลีพูดเบาๆ ตั้งแต่สมาคมนักปรุงยาวิเศษเริ่มขายยาเหล่านั้น เนี่ยหลีมีรายได้ต่อวันกว่าล้านเหรียญ รายได้วันเดียวก็มีค่ามากกว่าการค้าของตระกูลเทียนเหินหลายปีแล้ว การค้าของตระกูลเทียนเหินถูกกดดันจึงไม่นับเป็นอะไรได้ รอการทดสอบปลายปีเสร็จสิ้นลงเขาก็จะกลับบ้าน ถึงเวลานั้นย่อมสามารถพลิกสถานการณ์ของตระกูลเทียนเหินได้

        แม้มิได้ห่วงนักว่าตระกูลเสินเซิ่งจะทำอะไร แต่จำต้องระมัดระวังสมาคมมืดที่ร่วมมือกับตระกูลเสินเซิ่งให้ดี! สมาคมมืดไม่สนใจกฎหมายของเมืองกวงฮุย แต่โชคดีที่เมืองกวงฮุยมีความสงบสุขอยู่ภายใต้ความควบคุมของกองกำลังป้องกันเมือง ดังนั้นสมาคมมืดจึงไม่อาจทำอะไรในเมืองกวงฮุยได้ตามอำเภอใจ

        ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหา ที่แท้เป็นเสิ่นเฟย เสิ่นเยวี่ยและพวกนั่นเอง เห็นเนี่ยหลีกำลังคุยอยู่กับเซียวหนิงเอ๋อ ดวงตาของเสิ่นเฟยทอประกายชั่วร้าย ทว่าเพียงวูบเดียวก็กลบเกลื่อนไป

        เมื่อเห็นเสิ่นเฟยเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อพลันซีดขาวขึ้นเล็กน้อย นางขบริมฝีปากและตั้งใจจะขยับเดินไปด้านข้างสอง-สามก้าว นางไม่กลัวเสิ่นเฟย เพราะนางได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะต่อสู่กับตระกูลเสินเซิ่งจนถึงที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม นางยังคงเป็นกังวลว่าจะสร้างปัญหาให้แก่เนี่ยหลี

        เห็นท่าทางว้าวุ่นใจน้อยๆ ของเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีจึงยื่นมือออกไปคว้าแขนของเซียวหนิงเอ๋อเอาไว้และยิ้มบางพูด “หนิงเอ๋อ เจ้าจะไปไหน?”

        “เนี่ยหลี รีบปล่อยข้าเร็วเข้า ข้าเกรงจะสร้างปัญหาให้แก่เจ้า!” เซียวหนิงเอ๋อเอ่ยเบาๆ

        เนี่ยหลียักไหล่และพูดเรียบๆ “ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง มีอะไรน่ากลัวกัน?” แม้จะมีผ้าไหมผืนบางกั้นอยู่ เนี่ยหลียังคงสัมผัสได้ถึงผิวนุ่มลื่นของเซียวหนิงเอ๋อ

        สองแก้มของเซียวหนิงเอ๋อแดงเรื่อและเอียงอายเล็กน้อย ท่วงท่าชวนให้จิตใจของผู้คนต้องหวั่นไหวเช่นนั้นทำให้บรรดาเด็กหนุ่มรอบด้านอดที่จะมองจนเซ่อซ่าไม่ได้แล้ว ในใจของเซียวหนิงเอ๋ออดที่จะบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้งหวามไหวขึ้นมามิได้ เพื่อนางแล้ว เนี่ยหลีไม่ลังเลที่จะหันไปเผชิญหน้ากับตระกูลเสินเซิ่งหรือ?

        “ปล่อยมือของเจ้าเดี๋ยวนี้!” เสิ่นเฟยเห็นท่าทีเอียงอายและซาบซึ้งของเซียวหนิงเอ๋อ อดที่จะอิจฉาริษยาเนี่ยหลีจนแทบบ้ามิได้ มือข้างหนึ่งผลักเนี่ยหลีออกไป

        ท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมของเนี่ยหลีกับเซียวหนิงเอ๋อในที่สาธารณะไม่ต่างกับการตบหน้าเสิ่นเฟย เพราะแทบทุกคนต่างรู้ดีว่าเซียวหนิงเอ๋อคือคู่หมายของเขา! ท่าทางที่เซียวหนิงเอ๋อปฏิบัติต่อเนี่ยหลีไม่ต่างกับการสวมหมวกเขียว (สวมเขา) ไว้บนหัวของเขาแล้ว!

        รับรู้ได้ถึงฝ่ามือที่ใกล้เข้ามาของเสิ่นเฟย เนี่ยหลีขยับท่าร่าง มือขวาดึงคราหนึ่ง พาเซียวหนิงเอ๋อเบี่ยงตัวพ้นทาง หลบหลีกจากฝ่ามือของเสิ่นเฟย เวลาเดียวกันยังผลักเสิ่นเฟยออกไปได้

        เสิ่นเฟยมองไม่ออกว่าเนี่ยหลีใช้วิธีการอะไรกันแน่ จึงสามารถหลบพ้นฝ่ามือของเขาไปได้ เสี้ยวขณะต่อมาก็พลันมีฝ่ามือหนึ่งพุ่งออกมา ทำให้เขาซวนเซถดถอยไปหลายก้าว ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นจ้องมองเนี่ยหลี เขาพลันพบว่าตนประเมินเนี่ยหลีต่ำไป ต้องทราบว่าเสิ่นเฟยนั้นเป็นนักสู้ระดับเงินสามดาวผู้หนึ่งแล้ว แต่เนี่ยหลียังสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ ทั้งยังตอบโต้มาหนึ่งฝ่ามือ

        ผู้เห็นเหตุการณ์รอบด้านต่างพากันตะลึงงัน เสิ่นเฟยมาจากชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลัน และเขากลับเป็นฝ่ายแบกรับความพ่ายแพ้แก่เนี่ยหลี เรื่องนี้น่าตกใจเกินไปแล้ว ทุกคนกำลังแปลกใจว่าเนี่ยหลีขณะนี้อยู่ในระดับใดแล้วกันแน่

        “เจ้าก็คือเนี่ยหลี?” ดวงตาของเสิ่นเฟยหรี่แคบ จ้องมองเนี่ยหลีอย่างเย็นชา

        “ไม่ผิด เจ้าเป็นใคร?” เนี่ยหลีรู้อยู่แล้วยังแกล้งถาม มือขวาวางอยู่บนเอวคอดกิ่วของเซียวหนิงเอ๋อ ท่าทางเช่นนี้ค่อนข้างกำกวมเล็กน้อย เนี่ยหลีจงใจ เขาจงใจตอกย้ำความเกลียดชังของเสิ่นเฟยและเบนความสนใจมาที่ตน ทำให้เสิ่นเฟยเข้าใจว่าเขาเองเป็นคนที่คอยไล่ตามเซียวหนิงเอ๋อ ด้วยวิธีนี้เสิ่นเฟยย่อมไม่หันไปทำร้ายเซียวหนิงเอ๋อ

        แม้ก่อนหน้านี้นางมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับเนี่ยหลี ทว่าเมื่อถูกเขากอดเอวเอาไว้เช่นนี้ต่อหน้าผู้คน ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อก็อดร้อนผะผ่าวขึ้นมาไม่ได้

        นักเรียนรอบด้านพากันทำสีหน้ายอมรับ เนี่ยหลีเจ้าช่างเด็ดจริงๆ กล้ากอดเอวของคู่หมายผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล ยังกล้าถามอีกฝ่ายว่าเป็นใคร  พวกเขาพลันสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่าง เทพธิดาหนิงเอ๋อไม่มีท่าทีขัดขืนเนี่ยหลีแม้แต่น้อย ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจะไม่ธรรมดาจริงๆ!

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ปอดของเสิ่นเฟยก็แทบจะระเบิดออกมาด้วยความโมโหแล้ว สองตาเบิกกว้าง เส้นเลือดดำตรงลำคอปูดโปน เขาจ้องเนี่ยหลีเขม็งและพูด “เจ้าจำไว้ให้ดี ข้าชื่อเสิ่นเฟย เป็นคู่หมั้นของหนิงเอ๋อ!”

        “คู่หมั้นของหนิงเอ๋อ? ใครยอมรับกัน? หนิงเอ๋อ เขาเป็นคู่หมั้นของเจ้าหรือ?” เนี่ยหลีหันไปมองเซียวหนิงเอ๋อ ยังไม่ทันฟังคำตอบจากนางเขาก็หันไปมองและยิ้มให้เสิ่นเฟย “เจ้าดู ไม่ใช่กระมัง? เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? คางคกคิดอยากกินเนื้อห่านฟ้า รีบตื่นได้แล้ว! เจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะรับหนิงเอ๋อของบ้านข้าเป็นภรรยาเจ้าหรือ?”

        เซียวหนิงเอ๋อมองจนเซ่อแล้ว นางยังไม่ทันได้ตอบอะไร

        บรรดานักเรียนรอบด้านก็เซ่อซ่าแล้วเช่นกัน เจ้าบ้าเนี่ยหลีไร้ยางอายเกินไปแล้ว เทพธิดาหนิงเอ๋อยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย!

        “เขาไม่ใช่คู่หมั้นของข้า ข้าไม่เคยยอมรับ!” เซียวหนิงเอ๋อหันมองเสิ่นเฟยตรงหน้า แสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่ง นางรู้ดีว่าเสิ่นเฟยเป็นคนเช่นไร ไม่นานมานี้เสิ่นเฟยเพิ่งรอดพ้นจากคุกตารางมาได้ เพราะเขาไปล่วงเกินเด็กนักเรียนหญิงสองคนและหาผู้รับผิดแทน แต่ก่อนนี้นางถูกบังคับจากแรงกดดันของตระกูลเสินเซิ่ง จึงไม่กล้าพูดอะไร ทว่าบัดนี้นางไม่ยินดีที่จะทนอีกต่อไปแล้ว

        เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหนิงเอ๋อ สองตาของเสิ่นเฟยทั้งเย็นชาทั้งตะลึงงัน เขาพูดยิ้มเย็น “เซียวหนิงเอ๋อ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าพูดเอง อย่าได้เสียใจภายหลังก็แล้วกัน! ตระกูลเล็กๆ เช่นตระกูลอี้หลง ยังกล้าคิดขัดต่อสวรรค์?”

        ได้ยินคำพูดของเสิ่นเฟย ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อซีดขาวลงเล็กน้อย นางรู้ดีว่ากำลังของตระกูลอี้หลงย่อมไม่อาจต่อกรกับตระกูลเสินเซิ่งได้ ต่อไปตระกูลอี้หลงคงต้องทนทุกข์กับแรงโจมตีปานฟ้าผ่าจากตระกูลเสินเซิ่งเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม หากจะให้เซียวหนิงเอ๋อยอมจำนนก็คงเป็นไปไม่ได้ หากนางต้องอยู่กับเสิ่นเฟย ทุกขณะจิตของนางคงต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกขยะแขยง!

        เมื่อได้ยินคำโต้ตอบระหว่างเซียวหนิงเอ๋อกับเสิ่นเฟย นักเรียนรอบด้านพลันเข้าใจแล้ว เสิ่นเฟยอาศัยอำนาจจากตระกูลเสิ่นเซิงเข้ากดดันตระกูลอี้หลง บีบบังคับเซียวหนิงเอ๋อ! เซียวหนิงเอ๋อมิได้ชอบพอเสิ่นเฟยแม้แต่น้อย!

        “ต่ำช้าไร้ยางอายนัก!”

        “ที่แท้พวกตระกูลเสินเซิ่งก็เป็นคนเช่นนี้นี่เอง!”

        “มิน่าเล่า เทพธิดาหนิงเอ๋อแม้เป็นคู่หมายของเสิ่นเฟย นางกลับไม่เคยต้องการพบปะพูดคุยกับเขา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

        นักเรียนรอบด้านคุยกันใหญ่ เวลานี้สายตาที่พวกเขาใช้จ้องมองเนี่ยหลีไม่หลงเหลือความเป็นศัตรูเช่นเมื่อครู่นี้อีกแล้ว ตรงกันข้าม ทุกคนได้แต่ยอมรับเนี่ยหลี นอกจากเนี่ยหลีแล้ว ยังจะมีผู้ใดกล้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง ผู้ใดจะมีความกล้าพอที่จะปกป้องเทพธิดาหนิงเอ๋อจากไฟนรกนี้?

        ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกนักเรียน ใบหน้าของเสิ่นเฟยยิ่งเคร่งเครียดน่าเกลียด ดวงตาเย็นชากวาดมองนักเรียนรอบด้าน พวกนักเรียนรอบตัวที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์หวาดกลัวขึ้นมาทันที ไม่กล้าพูดมากอีก

        “หากมีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้โดยตรง ข่มขู่สตรีเพศอ่อนแอผู้หนึ่งถือเป็นความสามารถอันใดได้? ไม่ว่าเจ้าอยากเล่นอะไร ข้าเนี่ยหลีก็ยินดีที่จะเล่นกับเจ้าได้ทุกเมื่อ!” เนี่ยหลีจ้องมองเสิ่นเฟยอย่างภาคภูมิ กับคนเช่นเสิ่นเยวี่ยและเสิ่นเฟย พวกมันถือเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่งของเขาเท่านั้น

        “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเนี่ยหลี เป็นความคิดของข้าทั้งหมด!” ดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อจดจ้องเสิ่นเฟยและพูดเสียงเข้ม “เสิ่นเฟย ข้ายอมตายเสียยังดีกว่าที่จะต้องอยู่กับเจ้า!”

        เซียวหนิงเอ๋อเป็นพวกที่ยอมตายดีกว่าอยู่อย่างอัปยศ แม้นางดูอ่อนแอ นิสัยของนางกลับเด็ดเดี่ยวยิ่ง ไม่เช่นนั้นนางคงไม่หนีเข้าไปในป่าปีศาจดำก่อนการแต่งงานจะเริ่มขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว

        โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับนางในชาติที่แล้วของเนี่ยหลี เขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ตั้งแต่แรกที่รักษาอาการป่วยของเซียวหนิงเอ๋อมาจนกระทั่งบัดนี้ พวกเขาต่างสนิทสนมกันแล้ว เนี่ยหลียังมีความประทับใจที่ดีกับสตรีงดงามผู้นี้มากมาย ทั้งน้ำใจและความเข้มแข็ง เขาคิดเสมือนเซียวหนิงเอ๋อเป็นน้องสาวคนหนึ่งของตน

        “หึหึ เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเจ้า!” เสิ่นเฟยหัวเราะเย็นชา

        “เสิ่นเฟย ข้าจะสมัครเข้าด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน หากข้าผ่านการทดสอบ ต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งของเจ้าก็มิอาจทำอะไรข้าได้!” เซียวหนิงเอ๋อประกาศอย่างทระนง

        “ฮ่าๆๆ เซียวหนิงเอ๋อ เจ้าฝันสูงเกินไปแล้ว คิดหรือว่าเจ้าจะสามารถผ่านการทดสอบของด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้? ตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ มีเพียงสามคนที่สามารถผ่านการทดสอบของด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้!” เสิ่นเฟยพูดหยัน

        ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเป็นมิติลับภายในโรงเรียนเซิ่งหลัน มีแต่ยอดอัจฉริยะที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน และหากผ่านการทดสอบออกจากด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้สำเร็จ เขาเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของเมืองกวงฮุย กระทั่งมีคุณสมบัติที่จะได้เป็นศิษย์คนหนึ่งของผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่!

        ผู้ที่จะเข้าด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้ต้องมีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี ให้บังเอิญเซียวหนิงเอ๋อยังอยู่ในเงื่อนไขนี้ ทว่าเซียวหนิงเอ๋อคิดจริงหรือว่าพรสวรรค์ของตนเพียงพอถึงระดับนี้?

        ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของเมืองกวงฮุย มีเพียงสามคนที่สามารถผ่านการทดสอบออกจากด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้ หนึ่งในนั้นก็คือผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่ อีกสองท่านล้วนจากไปแล้ว ทว่าทั้งสองล้วนทะลวงขึ้นถึงระดับทองดำขั้นสูงสุด ห่างจากระดับตำนานอีกเพียงก้าวเดียว

        ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนคือสถานที่ลึกลับอย่างยิ่งในหัวใจของทุกคน!

        หากเซียวหนิงเอ๋อสามารถผ่านด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้จริง เช่นนั้นตระกูลเสินเซิ่งก็จะไม่สามารถกดดันตระกูลอี้หลงได้แล้วจริงๆ!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม