0 Views

        หากเฉินหลินเจี้ยนละโมบโลภมากกับสมบัติล้ำค่าและคิดสำรวจลึกเข้าไปในเขาวงกต เช่นนั้นสถานการณ์ของพวกเขาย่อมเป็นอันตรายใหญ่หลวง

        โชคดีเฉินหลินเจี้ยนเป็นคนเด็ดเดี่ยว

        พวกเขากลับไปถึงป้อมปราการ น้ำตาของหูเหยียนหลันรั่วไหลออกมาไม่หยุดเมื่อนางเห็นเนี่ยหลี

        “เนี่ยหลี เจ้ากลับมาแล้ว ดีแล้วๆ!” หูเหยียนหลันรั่วพริบตาก็กระโจนเข้าหาเนี่ยหลี กอดเขาไว้แน่น ทรวงอกอวบอิ่มคู่นั้นเบียดใส่ช่วงอกของเนี่ยหลี

        “ขอบคุณเจ้าที่เสี่ยงชีวิตช่วยปกป้องข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกวานรยักษ์แขนเทาตัวนั้นกลืนลงท้องไปแล้ว!” หูเหยียนหลันรั่วสองแก้มแดงเรื่อ จ้องมองเนี่ยหลีอย่างเต็มไปด้วยความหลงใหล

        “ข้าแทบถูกเจ้ารัดจนตายแล้ว รีบปล่อยข้าเร็วเข้า!”

        เนี่ยหลีตบหน้าผาก หูเหยียนหลันรั่วแสดงความรักผิดคนแล้ว เหตุผลที่เขาสละตนสกัดกั้นวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรก็เพื่อให้เยี่ยจื่ออวิ๋นปลอดภัย มิใช่เพื่อนาง!

        เห็นสีหน้ายุ่งยากใจของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นอดยิ้มออกมาไม่ได้ โฉมงามสะคราญเช่นหูเหยียนหลันรั่วอยากกอดเนี่ยหลีเขากลับไม่ต้องการ สมองของเนี่ยหลีคงโขกถูกประตูแล้ว ทว่าเมื่อเห็นหูเหยียนหลันรั่วกอดเนี่ยหลีไว้เสียแน่นเช่นนี้ ก็อดรู้สึกบาดใจอยู่บ้างมิได้ นางทำเสียงฮึเบาๆ คราหนึ่ง

        “พวกสมาคมมืด!” เฉินหลินเจี้ยนสูดอากาศเย็นเยือกคำหนึ่ง พูดอย่างตื่นตระหนก

        เฉินหลินเจี้ยนมองออกไปนอกป้อมปราการ เห็นคนสวมชุดดำหลายคนปรากฏตัวสู่สายตา เขาลดเสียงลงและพูด “ตามข้ามา ไปทางนี้!”

        เฉินหลินเจี้ยนพาคณะเดินเข้าป่าทึบด้านหลังป้อมปราการ

        “ระวัง อย่าทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้!”

        ภายใต้การคุกคามของสมาคมมืด ทุกคนเร่งรีบหลบหนีตลอดทาง แทบจะบินไปแล้ว พวกเขารู้ดีว่าหากถูกพวกสมาคมมืดจับตัวไปจะตกอยู่ในสภาพเลวร้ายเพียงไหน

        เนี่ยหลีชำเลืองมองไปทางด้านหลัง ในใจครุ่นคิด แม้เคยเผชิญหน้ากันเพียงหนเดียว แต่เนี่ยหลีก็จดจำรังสีกายของหัวหน้าพวกมันได้แล้ว หัวหน้าของพวกมันก็เคยเห็นหน้าของเนี่ยหลี ดังนั้นต่อให้เขากลับไปถึงเมืองกวงฮุยแล้ว เขายังต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก หากถูกจดจำได้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกจับตามอง

        นอกจากตระกูลเสินเซิ่งแล้วก็ยังมีสมาคมมืดที่คอยคุกคามเมืองกวงฮุย ในใจเนี่ยหลีบังเกิดความรู้สึกเร่งด่วนอย่างหนึ่งขึ้นมา เขาต้องรีบเพิ่มพลังของตนโดยด่วน ไม่เช่นนั้นยามเมื่อหายนะมาถึง กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะปกป้องตนเองก็ยังไม่มี

        เมื่อได้จิตอสูรปีศาจเงามาแล้ว เขาต้องรีบฝึกให้ถึงระดับเงินและหลอมรวมจิตเข้ากับจิตอสูรปีศาจเงา ในเวลาอันสั้นเช่นนี้จึงพอจะปกป้องตนเองได้

        ระดับเงินอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อื่น ทว่าสำหรับเนี่ยหลีแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด

        กระทั่งเนี่ยหลีและคณะกลับถึงเมืองกวงฮุย คนจากสมาคมมืดพวกนั้นจึงไม่สามารถไล่ตามพวกเขาได้ ในใจของทุกคนจึงค่อยรู้สึกโล่งอก

        ข่าวการกลับมาของเฉินหลินเจี้ยนและคณะกระจายออกไปทั่วเมืองกวงฮุยอย่างรวดเร็ว ที่ยิ่งน่าประหลาดใจก็คือผลเก็บเกี่ยวของเฉินหลินเจี้ยนและพวกในครั้งนี้ สมบัติล้ำค่ามากมายน่าตื่นใจนัก การประมูลครั้งใหญ่ถูกจัดขึ้น สมบัติมากมายที่เฉินหลินเจี้ยนนำกลับมาถูกประมูลออกไปได้ในราคาสูงลิ่ว

        ทั้งเมืองกวงฮุยต่างตื่นเต้น หลายคนเริ่มจัดคนออกเดินทางไปยังซากเมืองโบราณกู่หลัน หวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวอะไรกลับมาได้บ้าง

        ความวุ่นวายเหล่านี้ล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลี เขาได้ตะเกียงวิญญาณที่ต้องการมาแล้ว และยังได้กระดาษหน้าหนึ่งของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลากลับมาอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย ผลเก็บเกี่ยวที่ได้รับจากการเดินทางเที่ยวนี้นับว่าเกินความคาดหมายยิ่งแล้ว

        ในเวลาเดียวกัน มีข่าวอย่างหนึ่งที่ทำให้เนี่ยหลีต้องครุ่นคิดอย่างหนัก กล่าวกันว่าขณะที่เฉินหลินเจี้ยนและคณะกลับมาถึงเมืองกวงฮุย เสิ่นเยวี่ยก็กลับมาถึงก่อนแล้ว ทั้งยังไม่มีใครกลับมาพร้อมเสิ่นเยวี่ย

        นี่ออกจะแปลกอยู่บ้าง!

        ลำพังแค่พลังของเสิ่นเยวี่ยเพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านบริเวณอันตรายมากมายกลับมาถึงเมืองกวงฮุยได้!

        เมื่อคิดถึงพวกสมาคมมืดที่พบในซากเมืองโบราณ เนี่ยหลีก็พลันนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง บางทีอาจมีความลับบางอย่างเกี่ยวพันระหว่างตระกูลเสินเซิ่งกับสมาคมมืด เขาน่าจะนึกได้นานแล้ว!

        ท่าทีหลายอย่างของตระกูลเสินเซิ่งในชาติที่แล้ว การทรยศต่อเมืองกวงฮุย เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่คิดปกป้องเมืองกวงฮุยตามหน้าที่ของตนมานานแล้ว เช่นนั้นก็เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกมันอาจจะสมคบคิดกับสมาคมมืด

        ในชาติที่แล้ว เนี่ยหลีไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวแก่สมาคมมืดมากนัก กล่าวกันว่าสมาคมมืดก่อตั้งฐานกำลังของตนในเทือกเขาเซิ่งจู่ ที่นั่นเป็นสถานที่ปลอดภัยและลึกลับอย่างยิ่ง!

        บางทีตระกูลเสินเซิ่งในชาติก่อนทรยศต่อเมืองกวงฮุยก็เพื่อเดินทางไปยังสมาคมมืด ไม่เช่นนั้นพวกมันจะไปที่ไหนได้?

        น่าตายนัก! เหตุใดจึงเพิ่งมานึกได้เอาตอนนี้!

        เนี่ยหลีกำหมัดแน่น เส้นเลือดตามท่อนแขนปูดโปนแทบระเบิด นับตั้งแต่วันที่เขาเฝ้ามองคนในครอบครัวล้มตายใต้กรงเล็บของสัตว์อสูร ตามผู้ลี้ภัยอพยพออกจากเมืองกวงฮุยเข้าสู่ทะเลทรายdกว้างใหญ่ไพศาล เห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นตกตายต่อหน้า และทำให้เขาต้องเดินทางไปทั่วทวีปเซิ่งหลิงราวกับพวกร่อนเร่

        ดวงตาของเนี่ยหลีฉายแววจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเสินเซิ่งหรือสมาคมมืด พวกมันล้วนสมควรถูกทำลาย!

        ห้องสมุดโรงเรียนเซิ่งหลัน

        หลังจากที่เนี่ยหลีกลับมา เขาก็กลับมาฝึกหนักกับตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวก

        หลังจากที่กลับมา อัตราก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเนี่ยหลีก้าวกระโดดไปทุกวัน กระดาษหนึ่งหน้าของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลี

        ด้วยได้รับการกระตุ้นอาณาเขตวิญญาณเช่นนี้ พลังวิญญาณของเขาก็กล้าแข็งขึ้นเป็นอันมาก

        สามวันต่อมา หญ้าจื่อหลันและยาวิเศษมากมายถูกใช้ไป วรยุทธ์ของเนี่ยหลีในที่สุดก็ก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงสองดาวแล้ว

        หากสามารถพัฒนาถึงระดับสามดาวได้ก่อนการทดสอบในอีกสองเดือนที่จะถึงนี้และเป็นที่เปิดเผยออกไป เช่นนั้นเนี่ยหลีและพวกก็จะได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ระดับสูงในโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนในฐานะอัจฉริยะผู้หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ใหญ่หรือพวกขุนนางระดับสูงของเมืองกวงฮุย อัจฉริยะในการฝึกยุทธ์ถือว่ามีความสำคัญที่สุด หากเนี่ยหลีเป็นที่รู้จักเมื่อใด ต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่สามารถแตะต้องเขาได้โดยง่าย!

        ยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงการทดสอบในอีกสองเดือน เนี่ยหลีมีเวลาเหลือเฟือ!

        นอกจากเนี่ยหลีแล้ว ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกก็มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์อย่างก้าวกระโดดเช่นกัน

        วันนี้เสิ่นเยวี่ยไม่อยู่ในสายตาของเนี่ยหลีนานแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไป เสิ่นเยวี่ยก็ยิ่งรุ้สึกว่าช่องว่างระหว่างตนกับเนี่ยหลียิ่งมาก็ยิ่งห่างไกลกันมากขึ้น ในที่สุดก็ถึงขั้นไกลเกินเอื้อม

        เวลานี้ ข่าวลืออย่างหนึ่งแพร่สะพัดออกไปทั่ว

        “เจ้ารู้หรือไม่? คุณหนูหูเหยียนหลันรั่วมาหาเนี่ยหลีที่ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเป็นประจำ!”

        “เจ้ารู้หรือไม่? คุณหนูหูเหยียนหลันรั่วประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่านางจะไล่ตามเนี่ยหลี สุดท้ายยังมีเรื่องขัดแย้งกับคุณหนูเซียวหนิงเอ๋อ”

        ข่าวลือนี้ยิ่งมาก็ยิ่งเข้มข้น ไม่ทราบจริงเท็จเป็นประการใด

        ข่าวซุบซิบแพร่หลายออกไปทั่วโรงเรียน ไม่ว่าอย่างไร เรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงสองคนช่วงชิงเด็กผู้ชายคนเดียวนับว่าหาได้ยาก และจุดที่สำคัญที่สุดก็คือ ทั้งหูเหยียนหลันรั่วและเซียวหนิงเอ๋อต่างก็เป็นยอดพธูงามของโรงเรียนเซิ่งหลัน เด็กสาวที่ดีเลิศปานนี้ หากคนหนึ่งคนใดไล่ตามนักเรียนในชั้นเรียนอัจฉริยะผู้หนึ่งก็ยังว่าไปอย่าง ทว่าคนที่พวกนางไล่ตามกลับเป็นนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น นี่ช่างทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ

        เมื่อเร็วๆ นี้เนี่ยหลีกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงแล้ว ครั้งแรกก็ตบหน้าทำลายชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่ง จากนั้นก็มีความขัดแย้งกับอาจารย์ของตน หลังจากนั้นยังข่าวที่ตระกูลเสินเซิ่งต้องการฆ่าเขา และเวลานี้ยังมีสองโฉมงามไล่ตามเขาอีก เรื่องนี้ช่างทำให้เนี่ยหลีเป็นที่รู้จักไปทั่วโรงเรียน

        หูเหยียนหลันรั่วไปที่ห้องสมุดของโรงเรียนเซิ่งหลันหลายหนและถูกเนี่ยหลีหลบหน้าหนีไป พูดกันว่าหลังเลิกเรียนทุกๆ วัน หูเหยียนหลันรั่วจะไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูโรงเรียนรอคอยเนี่ยหลี

        “เนี่ยหลี เจ้าปีนกำแพงเข้าๆ ออกๆ โรงเรียนทุกวัน หากพวกผู้รักษากฎมาพบเข้า เจ้าต้องเจอดีแน่!” ลู่เพียวหัวเราะหึหึพูดกับเนี่ยหลี

        เนี่ยหลีมีสีหน้าขมขื่นและพูด “หากออกทางประตูหน้าโรงเรียน ก็ต้องเจอยายบ้าผู้นั้นน่ะสิ น่ารำคาญแย่แล้ว!”

        “เนี่ยหลี สารภาพกับพวกเรามาตามตรงเสียดีๆ เจ้าไปยุ่งกับคุณหนูหูเหยียนหลันรั่วได้อย่างไร?” ลู่เพียวทั้งอิจฉาทั้งชังเนี่ยหลีแล้ว ถูกสาวงามเช่นหูเหยียนหลันรั่วไล่ตาม เนี่ยหลีกลับทำเฉยเมย ไม่ทราบจะพูดอะไรดีแล้ว หากเป็นลู่เพียว ไม่ต้องให้หูเหยียนหลันรั่วเป็นฝ่ายเริ่มไล่ตาม เกรงว่าคงเป็นฝ่ายเริ่มส่งตัวไปถึงหน้าประตูแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความงามยวนใจของหูเหยียนหลันรั่ว ลำพังแค่ทรวงอกอวบอูมคู่นั้นก็รู้สึกคึกคักมากมายแล้ว หากมิใช่เพราะเนี่ยหลีเอาแต่บอกพวกเขาว่าตนชอบเยี่ยจื่ออวิ๋น พวกเขาก็แทบจะคิดว่าเนี่ยหลีชอบผู้ชายแล้ว!

        “ข้าไปยั่วนางเสียที่ไหน สตรีผู้นี้ก็แค่ประหลาดจนพูดด้วยไม่รู้เรื่อง!” เนี่ยหลียิ้มขื่นเรื่อยเฉื่อย

        “ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนต่อไปทุกๆ วันพวกเราคงต้องมาปีนกำแพงกับเจ้าแล้ว!” ตู้เจ๋อยักไหล่ยิ้มบาง เขาไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องซุบซิบเหล่านี้นัก เพียงต้องการทุ่มเทใจฝึกยุทธ์และเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัว เนี่ยหลีช่วยให้เขามีโอกาสเช่นนี้ ชีวิตที่เหลือของเขาย่อมต้องรับใช้เนี่ยหลี

        เวลานี้เอง หลายคนที่มีเข็มกลัดติดอยู่บนตัวซึ่งอยู่ไกลออกไประยะหนึ่งเริ่มตะโกน “เฮ่ พวกเจ้าเป็นนักเรียนชั้นไหน? กำลังทำอะไรอยู่ตรงนั้น? หยุดอยู่ตรงนั้นเสียโดยดี!”

        เนี่ยหลีและพวกชำเลืองมองตากัน ซู่ซู่ซู่ ร่างของคนทั้งหกกระโจนขึ้นๆ ลงๆ พลิกตัวข้ามกำแพงของโรงเรียนเซิ่งหลันหนีไป

        โรงเรียนเซิ่งหลัน ชั้นเรียนสำหรับนักเรียนผู้มีพรสวรรค์ นักเรียนหลายคนรวมตัวกันอยู่

        “ฮ่าๆ เสิ่นเฟย ข้าได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเจ้าแทบจะต่อสู้กับหูเหยียนหลันรั่วเพื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เป็นความจริงหรือ?” เด็กหนุ่มร่างสูงท่าทางผึ่งผายอายุราวสิบหก-สิบเจ็ดปีเดินเข้ามาหยอกล้อและหัวเราะ

        ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละกลุ่มไม่ค่อยดีนัก เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อเยี่ยหง เป็นญาติของเยี่ยจื่ออวิ๋น อยู่ในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์มีคนนับหน้าถือตาไม่น้อย มีหลายคนคอยติดตามเขา ปกติไม่ค่อยชอบหน้ากันกับเสิ่นเฟย

        เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยหง เสิ่นเฟยกำหมัดแน่นจนเลือดแทบไหลแล้ว เรื่องทำนองนี้แม้ยังไม่รู้ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวลือบ้าคลั่งในโรงเรียนเซิ่งหลันเรื่องนี้ คนที่อับอายที่สุดย่อมเป็นเสิ่นเฟยแล้ว!

        “ข้าได้ยินน้องสาวเล่าว่าแม่นางคนนั้นไม่ชอบเจ้า หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงฝืนใจผู้อื่น ปล่อยนางเป็นอิสระเถิด วันหนึ่งข้างหน้าจะได้ไม่ต้องสวมหมวกเขียว*ให้เจ้า!” (*สวมเขา) เยี่ยหงหัวเราะ เขาเป็นญาติของเยี่ยจื่ออวิ๋น ดังนั้นจึงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวแก่เซียวหนิงเอ๋อมาบ้าง ด้วยอิทธิพลจากเยี่ยจื่ออวิ๋น เขาจึงเป็นศัตรูกับเสิ่นเฟยในชั้นเรียนทุกครั้งที่ทำได้ … เสิ่นเฟยหดหู่นัก เหตุใดเยี่ยหงจึงคอยหาเรื่อง ทว่าเขากลับไม่มีปัญญาโต้ตอบ ฐานะของเยี่ยหงกดเขาเสียแน่น ต่อให้รำคาญแค่ไหนก็ได้แต่หลีกเลี่ยงความบาดหมางโดยตรงกับเยี่ยหง

        อย่างไรก็ตาม กับเรื่องนี้เสิ่นเฟยไม่อาจทนต่อไปได้อีก เขาร้องฮึโกรธเกรี้ยวและพูด “ไม่มีผู้ใดสามารถแย่งชิงผู้หญิงของข้าไปได้ หากข้าไม่ได้ครอบครอง ผู้อื่นก็อย่าได้ฝันไปเลย!”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม