0 Views

        เยี่ยจื่ออวิ๋นดูเหมือนกำลังทรมานจากความเจ็บปวด นางขมวดคิ้วน้อยๆ

        ใบหน้าที่งดงาม เครื่องหน้าที่ยอดเยี่ยม เรือนผมยาวสยายประบ่า ทั้งหมดล้วนขับเน้นความงามของนาง

        กระทั่งเวลาที่นางกำลังขมวดคิ้วนิ่วหน้าอยู่ก็ยังบังเกิดเป็นรังสีความงามอย่างหนึ่งซึ่งไม่อาจบรรยายได้

        เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นมีเพียงแถบผ้าปกปิดคลุมช่วงอก กระโปรงยาวมีริ้วรอยเสียหายหลายแห่ง เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องซึ่งยิ่งเสริมเติมความยั่วยวนใจ

        หลังเกิดใหม่ เนี่ยหลีสามารถเมินเฉยต่อความยั่วยวนใจของผู้อื่น ทว่ากับความงามของเยี่ยจื่ออวิ๋นนั้น เขาหายใจหนักหน่วงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทุกครั้งที่พบเยี่ยจื่ออวิ๋น เขามักหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับนางในชาติที่แล้ว แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่กลับเป็นความรู้สึกลึกซึ้งทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของเขา

        มีเพียงเนี่ยหลีเท่านั้นที่รู้ อีกไม่กี่ปีเยี่ยจื่ออวิ๋นก็จะยิ่งงดงามตรึงใจ ราวกับบัวหิมะดอกหนึ่งที่เบ่งบาน งดงามสง่าราวกับเทพธิดาจากเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า ทั้งบริสุทธิ์และสูงส่ง

        เวลานั้นมีผู้คนตกหลุมรักเยี่ยจื่ออวิ๋นนับไม่ถ้วน บุรุษมากมายสมัครใจคลั่งไคล้ในตัวนาง รวมถึงเสิ่นเยวี่ย เสิ่นเยวี่ยพยายามพานางออกจากเมืองกวงฮุยนับครั้งไม่ถ้วน ทว่ากลับถูกเยี่ยจื่ออวิ๋นโกรธใส่ ในที่สุดจึงได้แต่ยอมแพ้ ในตอนท้ายเยี่ยจื่ออวิ๋นกลับเลือกคนธรรมดาเช่นเนี่ยหลี และนั่นถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของเนี่ยหลี

        หลังจากที่รักษาบาดแผลของเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอย่างดีแล้ว แม้ยังมีความสับสนใจอยู่บ้าง แต่เนี่ยหลียังคงหยิบเสื้อตัวหนึ่งของตนออกมาคลี่คลุมให้เยี่ยจื่ออวิ๋น เสื้อผ้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นขาดวิ่นจนไม่อาจสวมใส่ได้อีกแล้ว

        เขามีความอดทนพอที่จะรอให้เยี่ยจื่ออวิ๋นยอมรับในตัวเขา รอนางค่อยๆ เติบใหญ่ เฉกเช่นชีวิตในหนก่อน

        เนี่ยหลีนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างเยี่ยจื่ออวิ๋น รับรู้ถึงพลังลึกลับบนแผ่นกระดาษของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลา พลังวิญญาณภายในอาณาเขตวิญญาณก็เริ่มสาดซัดขึ้นมา

        หากมีโอกาสจะต้องรีบไปที่วิหารทะเลทรายโดยเร็วที่สุดเพื่อนำบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเล่มนั้นกลับมา!

        หลังจากดูดซับแสงขาวนั้น เนี่ยหลีรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก เวลานี้พลังวิญญาณของเนี่ยหลีมีเหนือร้อยห้าสิบจุดแล้ว เนี่ยหลีรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังงานภายในแสงขาวเหล่านั้นยังมีมากกว่านี้ และมันซ่อนลึกอยู่ในอาณาเขตวิญญาณของเขา ไม่ทราบเมื่อไหร่จึงจะสามารถดูดซับพลังงานทรงอานุภาพเหล่านี้มาเป็นของตน

        เนี่ยหลีค่อยๆ เข้าสู่สภาวะปราศจากตัวตน พลังวิญญาณดูราวกับสสารจับต้องได้ชนิดหนึ่งหมุนวนอยู่รอบตัวของเนี่ยหลี

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีกำลังจมอยู่ในสมาธิ เยี่ยจื่ออวิ๋นฟื้นสติขึ้นมาแล้ว

        นางแตะร่างของตนและพบว่าบนตัวมิได้สวมใส่เสื้อผ้า ใบหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว

        เนี่ยหลีเจ้าคนชั่วช้า เกินไปแล้ว!

        เมื่อพบว่าตนยังสวมกระโปรงอยู่ เยี่ยจื่ออวิ๋นจึงค่อยเบาใจขึ้นเล็กน้อย ทว่าในใจยังคงทั้งอายและโกรธเกรี้ยว แต่เล็กจนเติบใหญ่ นางไม่เคยถูกเด็กผู้ชายสักคนเห็นเรือนร่าง และเนี่ยหลีกลับอาศัยจังหวะที่นางไม่ได้สติเปลื้องเสื้อผ้าของนาง!

        สีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นซับซ้อนนัก นางรู้ว่าเนี่ยหลีพยายามที่จะช่วยรักษาบาดแผลให้นาง ดังนั้นจึงได้เปลื้องเสื้อของนางออก แต่ทว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นไม่อาจวางใจได้ เนี่ยหลีจะต้องตั้งใจเป็นแน่ ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นบ้างในขณะที่นางหมดสติ!

        ไม่ว่าอย่างไร นางยังไม่เข้าใจเนี่ยหลีดีพอ ดังนั้นในใจของนางจึงยังคงหวาดระแวงในตัวเขา

        เนี่ยหลีผู้นั่งสมาธิอยู่ข้างกายเยี่ยจื่ออวิ๋นค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขายิ้มน้อยๆ “เจ้าฟื้นแล้ว?”

        เห็นสายตาของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นพลันนึกได้ว่านางยังไม่ได้สวมเสื้อจึงรีบกอดเสื้อของเนี่ยหลีที่คลุมตัวอยู่ไว้แน่น นางพูดอย่างกังวลใจ “หันหน้าไปทางอื่น! ข้าต้องสวมเสื้อก่อน!”

        เนี่ยหลีหันหน้าไปทางอื่น ยิ้มแย้มพูด “ทำราวกับข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ใบหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นแดงก่ำแล้ว นางกระทั่งคิดอยากวางภาพพจน์คุณหนูผู้สูงศักดิ์ของตนทิ้งและเข้าไปทุบตีเนี่ยหลีสักครา นางรู้สึกอับอายและเคืองใจยิ่ง แต่เนี่ยหลีกลับสามารถพูดออกมาได้อย่างสบาย แต่ก่อนขณะเนี่ยหลีเอ่ยถึงปานแดงรูปผีเสื้อบนทรวงอกของนาง นางก็สงสัยอยู่ว่าเนี่ยหลีเคยแอบมาถ้ำมองนางขณะอาบน้ำ!

        เยี่ยจื่ออวิ่นรีบสวมเสื้อผ้าของตนและพูดด้วยเสียงต่ำ “เสร็จแล้ว”

        เนี่ยหลีหันมา ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้น เยี่ยจื่ออวิ๋นขณะนี้สวมชุดไหมสีม่วงชุดหนึ่ง ช่วยขับเน้นความงามของวัยรุ่นสาว เยี่ยจื่ออวิ๋นสวมชุดอะไรก็สวย

        เยี่ยจื่ออวิ๋นชำเลืองมองเนี่ยหลี  นางรู้สึกสลดเล็กน้อยแล้ว สีหน้าไร้ยางอายของเนี่ยหลีทำให้นางรู้สึกหมดทางเลือกอยู่บ้าง

        “เนี่ยหลี เจ้าชอบข้าหรือ?” เยี่ยจื่ออวิ๋นก้มศีรษะลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นถามเนี่ยหลี

        “ใช่แล้ว!” เนี่ยหลียิ้มน้อยๆ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

        แม้นางจะรู้แล้ว ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นยังคงสั่นระรัวเล็กน้อย นางสูดลมหายใจลึก พูดกับเนี่ยหลีอย่างจริงจัง “เนี่ยหลี พวกเรายังเยาว์วัยนัก ใครจะรู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง บางทีอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเจ้าอาจจะชอบผู้อื่นก็เป็นได้ พวกเราควรตั้งใจเล่าเรียนเสียก่อน มีแต่ต้องทุ่มเทฝึกยุทธ์จึงจะก้าวไปบนถนนแห่งการฝึกยุทธ์ได้ไกลขึ้น เจ้าควรฝึกให้ถึงระดับทองเสียก่อน หลังจากนั้น หากเจ้ายังคงชอบข้า ข้าจะยอมเป็นเพื่อนหญิงของเจ้า”

        เยี่ยจื่ออวิ๋นแก้มแดงเรื่อ หัวใจเต้นแรงจนไม่อาจบรรยายได้

        เห็นท่าทีเขินอายของเยี่ยจื่ออวิ๋นและได้ฟังคำพูดของนาง เนี่ยหลีพบว่านี่ค่อนข้างน่าสนุก เขาชำเลืองมองเยี่ยจื่ออวิ๋นเล็กน้อย เยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังคิดจะหลอกเด็กหรืออย่างไร? เขากระพริบตาและแกล้งทำท่าตื่นเต้น “จริงหรือ? เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย การฝึกยุทธ์นั้นง่ายมาก ขอเพียงข้าขยันขันแข็ง จะต้องก้าวถึงระดับทองได้ภายในปีหน้าเป็นแน่ และเจ้าก็ห้ามผิดสัญญาเด็ดขาด!” ครั้นกล่าวจบ เนี่ยหลีก็แอบหัวเราะในใจ

        “ปีหน้า?” เยี่ยจื่ออวิ๋นงุนงง ปีหน้าเร็วเกินไปแล้ว เนี่ยหลีจะสามารถก้าวถึงระดับทองได้ภายในปีหน้า? นางรีบพูด “ข้าหมายความว่า พวกเราต้องค่อยๆ คิดให้ดี!”

        สีหน้าของเนี่ยหลีพลันแปรเปลี่ยนและพูด “หรือว่าคุณหนูจื่ออวิ๋นคิดเสียใจแล้ว?” เนี่ยหลียักไหล่และปั้นหน้าเรียบเฉย “ข้ารู้ว่าคำพูดของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าล้วนเชื่อถือไม่ได้ ช่างเถอะ ไม่สำคัญอันใด”

        นางเห็นสีหน้าผิดหวังของเนี่ยหลีแฝงแววเหยียดหยาม เยี่ยจื่ออวิ๋นขบริมฝีปากกัดฟันแน่นและจึงพูด “คำพูดเมื่อพูดออกมาแล้ว แม้ม้าเทียมรถสี่ตัวก็ยากจะตามทัน* หากเจ้าสามารถก้าวเข้าถึงระดับทองได้จริง  คำไหนคำนั้น”

        (* 一言既出驷马难追 หมายความว่าคำพูดที่พูดออกมาแล้ว ยากจะเอากลับคืน แต่ผู้แปลอยากให้เราได้สัมผัสกับตัวอักษรแต่ละตัวแบบเปล่าๆ เปลือยๆ บ้าง เป็นการเปลี่ยนรสชาติ ^-^)

        เห็นสีหน้าจริงจังของเยี่ยจื่ออวิ๋น มุมปากของเนี่ยหลียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขารู้ดีว่าคำพูดของเยี่ยจื่ออวิ๋นสักครึ่งก็ไม่เคยคืนคำ ทว่าจัดฉากให้นางเช่นนี้ออกจะผิดอยู่บ้างหรือไม่? แต่ก็ช่างมันเถอะ ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งที่มีต่อเยี่ยจื่ออวิ๋น สักวันหนึ่งเขาจะต้องเอาชนะใจแม่นางน้อยแสนงามผู้นี้ได้อย่างแน่นอน

        อยากเป็นเพื่อนหญิงของเนี่ยหลีจริงๆ หรือ? เป็นเพื่อนหญิงของเนี่ยหลีต้องทำอะไรบ้าง? เยี่ยจื่ออวิ๋นงุนงงสับสนใจเล็กน้อย นางมีความรู้สึกที่ดีให้แก่เนี่ยหลีอยู่บ้าง ทว่าก็เป็นเพียงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่หากเป็นเรื่องชายหญิง เยี่ยจื่ออวิ๋นพลันว้าวุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว

        เยี่ยจื่ออวิ๋นทุ่มเทใจกับการฝึกยุทธ์ การปรากฏกายของเนี่ยหลีทำลายความสงบในใจของนางแล้ว

        “นี่คืออะไร?” เยี่ยจื่ออวิ๋นมองๆ อัญมณีสีน้ำเงินที่ห้อยอยู่บนคอ สีของอัญมณีสุกใสแพรวพราว ภายในราวกับมีกลุ่มฝุ่นสีขาวรวมตัวกันโคจรอยู่ นางรับรู้ได้ถึงพลังสูงส่งที่บรรจุอยู่ภายในอัญมณีชิ้นนี้

        “ไพลิน นี่เป็นของขวัญที่ข้ามอบให้เจ้า หากเจ้าสวมมันไว้ อัตราเร็วในการฝึกยุทธ์จะเพิ่มขึ้นถึงกว่าสามเท่าตัว มันจะช่วยบำรุงพลังวิญญาณของเจ้าตลอดเวลา กระทั่งยามเดินเจ้าก็ได้ฝึกยุทธ์อยู่!” เนี่ยหลียิ้มน้อยๆ มีเขาคอยช่วยเหลือ ต่อให้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่ขยันฝึกยุทธ์ คิดจะเข้าถึงระดับทองนับว่าง่ายมาก คิดเข้าถึงระดับที่สูงกว่านี้ก็มิใช่จะเป็นไปไม่ได้

        “ของล้ำค่าปานนี้ข้าไม่อาจรับได้!” เยี่ยจื่ออวิ๋นรีบพูด คิดจะถอดสร้อยไพลินออกมา

        เนี่ยหลีคว้ามือของเยี่ยจื่ออวิ๋นเอาไว้ ยิ้มๆ พูด “ข้ามีของที่ดีกว่านี้แล้ว ของสิ่งนี้เจ้าเก็บไว้เถอะ”

        นางรีบดึงมือหนี สองแก้มร้อนผะผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย นิ่งเงียบครู่หนึ่งจึงพูด “เช่นนั้นข้าก็จะช่วยเจ้าเก็บรักษาไว้ก่อน เจ้าสามารถมาเอาคืนได้ทุกเมื่อ”

        “ตกลง!” เนี่ยหลียิ้มแล้วก็ลุกขึ้นยืน “พวกเราหาทางออกจากที่นี่กันก่อนเถอะ!”

        เยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังเตรียมจะลุกขึ้นยืนก็เห็นเนี่ยหลียื่นมือให้ เยี่ยจื่ออวิ๋นลังเลเล็กน้อยจึงวางมือเรียวงามราวหยกของนางลงบนฝ่ามือของเนี่ยหลี

        เนี่ยหลีใช้แรงดึงเล็กน้อยดึงนางลุกขึ้นมา ในใจเป็นสุขยิ่ง เพราะแม่นางน้อยแสนงามตรงหน้ามิได้ปฏิเสธเขาแล้ว

        ทุกอย่างในห้องโถงแห่งนี้ล้วนถูกพวกเขาเก็บไปหมดแล้ว เนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ด้วยกันในทางเดินลึก ช่วยกันมองหาทางออก ที่นี่ถูกสร้างไว้ราวกับเขาวงกต ต่างไม่เคยมาที่นี่และก็ไม่ทราบว่าทางออกอยู่ตรงไหน

        ผ่านไปสองวัน เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นยังคงเที่ยวเดินอยู่ในวงกตใต้ดินอันซับซ้อน ไม่อาจหาทางออกได้ อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนี่ยหลีอาศัยสัมผัสด้านทิศทางอันยอดเยี่ยมของตนค่อยๆ วาดแผนที่ของเขาวงกตใต้ดินแห่งนี้ออกมาฉบับหนึ่ง

        ขณะนี้ ที่ป้อมปราการของเมืองโบราณกู่หลัน

        เฉินหลินเจี้ยน หูเหยียนหลันรั่วและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในป้อมปราการแห่งนี้

        “ยี่สิบเก้าคน!” เฉินหลินเจี้ยนหดหู่ใจเล็กน้อย พวกเขาเดินทางมาผจญภัยที่เมืองโบราณกู่หลัน สมบัติอะไรพวกเขาก็ยังหาไม่พบ แต่กลับสูญเสียพรรคพวกไปแล้วถึงแปดคน หากเป็นผู้อื่นหายตัวไปก็ยังดี ทว่าที่หาไม่พบกลับเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋น เรื่องนี้ย่อมยุ่งยากบ้างแล้ว

        เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นธิดาของท่านเจ้าเมือง หลานสาวของผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง ความรับผิดชอบนี้เขาคงแบกรับไม่ไหว

        หูเหยียนหลันรั่วมองตรงเข้าไปในผืนป่าที่อยู่ไกลออกไป ปรารถนาจะได้เห็นเงาร่างของเนี่ยหลี

        “ไม่ต้องมองหาแล้ว เจ้าผีอายุสั้นผู้นั้นคงตายไปแล้ว!” ฉู่หยวนเดินมาถึงข้างกายของหูเหยียนหลันรั่วและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน

        “เจ้าหุบปากให้ข้าเดี๋ยวนี้!” หูเหยียนหลันรั่วเอ็ดใส่ฉู่หยวนอย่างโกรธเกรี้ยว นางเชื่อมั่นว่าคนเก่งเช่นเนี่ยหลีจะต้องไม่เป็นไร

        “นี่เป็นความจริงอยู่แล้ว! เดาว่าศพของมันคงจะถูกวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรตนนั้นกินลงท้องไปแล้ว!” ฉู่หยวนหัวเราะพูด คิดถึงพลังวิญญาณที่ถูกเนี่ยหลีกลืนกินไป ในใจก็บังเกิดความยินดีปรีดาจนไม่อาจบรรยายได้ เนี่ยหลีทำร้ายพลังวิญญาณที่สะสมมานานปีของเขา ความเกลียดชังนี้ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้

        “ไปให้พ้น!” หูเหยียนหลันถลึงมองฉู่หยวน “หากเจ้ายังไม่ยอมไปให้พ้นๆ ก็อย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจแล้ว!”

        ฉู่หยวนอ้าปากคิดพูดอะไร ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของหูเหยียนหลันรั่วจึงยักไหล่หัวเราะเบาๆ และเดินหลีกไป

        เฉินหลินเจี้ยนขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่ควรให้เยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่กับเนี่ยหลีเลย หากนางมียอดฝีมือระดับเงินสักหลายคนคอยคุ้มครอง เยี่ยจื่ออวิ๋นก็คงไม่หายตัวไป

        “สองคนอยู่ที่นี่รอพวกเขา ที่เหลือตามข้าไปที่โรงเรียนฝึกทหาร!” เฉินหลินเจี้ยนตะโกน เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยวและรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรอคอยอยู่ที่นี่อย่างไร้ความหมาย ดังนั้นพวกเขาจึงควรมุ่งหน้าไปที่โรงฝึกทหารก่อน จากนั้นจึงค่อยค้นหาเยี่ยจื่ออวิ๋นและเนี่ยหลี ได้แต่หวังว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นจะปลอดภัย

        “ข้าจะอยู่ที่นี่รอพวกเขาเอง!” หูเหยียนหลันรั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย หากไม่พบเนี่ยหลีนางก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม