0 Views

        รังสีที่กระจายขึ้นมาจากโลงศิลานี้ ไม่ทราบเหตุใดเนี่ยหลีจึงรู้สึกคุ้นเคยนัก

        ระลอกพลังงานกลุ่มหนึ่งกระจายออกไปทั้งสี่ทิศทาง นี่คงต้องเป็นพลังวิญญาณของยอดคนที่เหลือทิ้งไว้

        พลังวิญญาณเป็นพลังงานอมตะอย่างหนึ่ง ต่อให้ผ่านไปพันๆ ปีก็ยังสามารถสถิตอยู่ในวัตถุเฉพาะนั้นๆ และไม่มีวันสลายหายไป

        โลงศิลานี้สร้างขึ้นจากหินแผ่นเดียว ไม่มีร่องรอยว่าเคยถูกเปิดงัดมาก่อน เกรงว่าแม้แต่เหล่ายอดฝีมือจากเมืองโบราณกู่หลันก็คงเปิดไม่ได้

        เนี่ยหลีรู้สึกว่าอาณาเขตวิญญาณภายในร่างกายกำลังสั่นสะเทือนขึ้นมา เสียงมังกรคำรามที่อยู่ลึกลงไปในอาณาเขตวิญญาณของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นๆ เขาสาวเท้าก้าวหนึ่งเข้าไปที่โลงศิลา มองดูเส้นลายคาถาลึกลับมากมายบนนั้น ในสมองก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา เนี่ยหลีวางมือขวาของตนทาบลงไปบนฝาโลงศิลาทันที

        ทันใดนั้นแสงสว่างลำหนึ่งพุ่งสูงขึ้นฟ้า มองเห็นแต่แสงสีขาวกำลังไหลท่วมอยู่บนโลงศิลานั้น

        ฉับพลันบังเกิดเสียงตูมดังขึ้นคราหนึ่ง!

        ลำแสงทรงอานุภาพนั้นถาโถมเข้าใส่ร่างของเนี่ยหลี

        “อา!” เนี่ยหลีรู้สึกว่าราวกับว่ากระดูกทั่วร่างของตนกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดน่าสะพรึงกลัวนี้กระทั่งเนี่ยหลีผู้มีกำลังใจกล้าแกร่งก็ยังแทบจะทนไม่ไหว

        ลำแสงนี้ราวกับเป็นเข็มเล็กๆ นับพันหมื่นเล่ม ทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของเนี่ยหลี

        อาณาเขตวิญญาณของเขาราวกับถูกโจมตีจนแทบระเบิด

        ห่างออกไป เยี่ยจื่ออวิ๋นที่กำลังสนใจคอยชำเลืองมองเนี่ยหลีเป็นระยะเห็นเนี่ยหลีตะโกนร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด สักพักหนึ่งจึงตื่นตระหนกขึ้นมา

        เกิดอะไรขึ้น?

        เนี่ยหลีเป็นอะไรไป

        เยี่ยจื่ออวิ๋นรีบวิ่งเข้าไปหาเนี่ยหลี ทว่าขณะที่วิ่งใกล้เข้าไปได้ราวห้า-หกหมี่ห่างจากเนี่ยหลี เสียงตูมทรงพลังดังขึ้นคราหนึ่ง พลังสะท้อนกลับแข็งแกร่งชุดหนึ่งกระแทกใส่นางจนกระเด็นออกไป

        นางไม่อาจเข้าใกล้โลงศิลานั้นได้!

        แต่เนี่ยหลีเข้าไปได้อย่างไร?

        เยี่ยจื่ออวิ๋นถูกแสงขาวนั้นสะท้อนกลับออกไป สุดท้ายได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ทว่านางกลับไม่สนใจความเจ็บปวดบนร่างตน ล้วงหยิบกระบี่ยาวระดับเงินเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ สะบัดกระบี่เข้าใส่อาคมเขตแดนรอบโลงศิลานั้น

        ตูม!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นถูกสะท้อนกลับออกมาอีกครั้งหนึ่ง พลังนี้มิใช่สิ่งที่นางจะสามารถจัดการได้ ลำพังแค่ลำแสงสีขาวที่สาดส่องออกมานี้ก็ทำให้นางบาดเจ็บไปทั่วร่างแล้ว แล้วเนี่ยหลีที่อยู่กลางลำแสงนั้นเล่า จะร้ายแรงถึงเพียงไหน? หลังจากถูกอาคมเขตแดนสะท้อนกลับออกมาถึงสองครั้ง อาณาเขตวิญญาณของเยี่ยจื่ออวิ๋นถูกสะเทือนอย่างแรง อวัยวะตันทั้งห้า อวัยวะกลวงทั้งหก*ของนางก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว เปลือกตาของนางยิ่งมาก็ยิ่งหนักขึ้น

        (*อวัยวะภายในตันทั้ง ๕ ได้แก่ ตับ หัวใจ ม้าม ปอด ไต อวัยวะกลวงทั้ง ๖ ได้แก่ ถุงน้ำดี ลำไส้เล็ก กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ ซานเจียว**: ระบบท่อหรือหลอดทั้ง 3 (triple heater) ได้แก่ ระบบหายใจ ส่งผลต่อร่างกายช่วงบน(หัวใจ-ปอด) ระบบย่อยอาหารมีผลต่อช่วงกลางลำตัว(กระเพาะ อาหาร ม้าม ตับ) และระบบขับถ่ายมีผลต่อร่างกายช่วงล่าง(ไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้เล็ก))

        ‘เนี่ยหลี พันหมื่นเจ้าก็ห้ามเกิดเรื่อง!’ ในสมองของเยี่ยจื่ออวิ๋นปรากฏความคิดสุดท้ายขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะสิ้นสติไป

        ในเวลานี้ใจกลางแสงสีขาว ร่างของเนี่ยหลีกำลังกระจายไอหมอกออกมา ความเจ็บปวดทรมานทำให้ทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเหงื่อเหล่านั้นสัมผัสถูกแสงขาวก็ค่อยๆ ระเหยกลายเป็นไอจนแห้งผาก ไอน้ำก็พวยพุ่งขึ้นหุ้มรอบตัว

        “หิวน้ำ!” เนี่ยหลีรู้สึกว่าน้ำในร่างกายของตนระเหยจนแทบเหือดแห้งหมดตัวแล้ว

        เขาพยายามดิ้นรนเต็มที่ เข้าใจดีว่าหากเผลอสติแม้แต่น้อย ตนคงถูกแสงขาวนี้ทำลายจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแน่นอน

        ตูม ตูม ตูม!

        อาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีถูกกระแทกและฉีกขาดไม่หยุด ทว่าก็ถูกรักษาซ่อมแซมทันทีไม่หยุดไปในเวลาเดียวกัน

        จู่ๆ พลังวิญญาณก็ค่อยๆ ก่อรูปกลายเป็นลมหมุนขนาดใหญ่ราวกับปลาวาฬยักษ์ตัวหนึ่ง กลืนกินแสงขาวนั้นอย่างต่อเนื่อง

        เนี่ยหลีเหลือสติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิด ทุ่มปกป้องอาณาเขตวิญญาณไว้อย่างเหนียวแน่น เวลานี้แม้แต่เขาก็ยังสงสัยใจยิ่ง เจ้าสิ่งที่อยู่ในอาณาเขตวิญญาณของตนคืออะไรกัน?

        “ช่างมันแล้ว ในเมื่อมันสามารถดูดซับแสงขาวเหล่านี้ได้ เช่นนั้นก็ดูดซับเลย!”

        เนี่ยหลีใช้พลังงานเฮือกสุดท้ายเข้ากระตุ้นอาณาเขตวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ดูดซับเอาแสงขาวทั้งหมดเข้าไปภายใน

        ตูม ตูม ตูม!

        แสงขาวหลั่งไหลเข้าไปในอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีอย่างต่อเนื่อง ทว่าแสงขาวเหล่านั้นกลับไม่สร้างความปั่นป่วนอันใดให้แก่อาณาเขตวิญญาณ เพียงหายลับไปเสียเช่นนั้น

        เนี่ยหลีรู้สึกว่าแม้แสงขาวนั้นจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ยังคงช่วยขยายอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีออกไปได้หลายส่วน ภายในอัดเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่สาดซัด

        พลังวิญญาณที่บ้าคลั่งส่งผลให้กล้ามเนื้อทั่วร่างแข็งแกร่งขึ้น สิ่งเจือปนภายในผิวหนังถูกขับออกมาพร้อมเหงื่อ ร่างกายของเนี่ยหลีรู้สึกราวกับถูกสร้างใหม่

        “อ๊าก!”

        เนี่ยหลีคำรามลั่น แม้ความก้าวหน้าของเขาในขณะนี้ยังห่างชั้นกว่าชีวิตหนก่อนอีกมากนัก แต่ความรู้สึกที่พลังแข็งแกร่งขึ้นเช่นนี้ยังคงนับว่าไม่เลว

        เมื่อลืมตาขึ้นภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ แจ่มชัด

        เนี่ยหลีรีบหยิบน้ำหลายขวดออกมาจากแหวนมิติ เริ่มดื่มอึกๆ ลงไปอย่างกระหาย ผิวที่แห้งผากเพราะขาดน้ำกลับชุ่มชื่นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์ เวลานี้เนี่ยหลีดูหล่อเหลายิ่งขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก

        หันไปข้างหน้า โลงศิลาตรงหน้ากำลังขยับแยกออกจากกันไม่หยุดและฝาโลงศิลาก็ค่อยๆ เปิดออก

        เนี่ยหลีคิดว่าเขาคงจะได้เห็นซากศพเน่าเปื่อยสักร่างหนึ่ง เพราะโลงศิลานี้ดูเหมือนจะไม่เคยถูกเปิดมาก่อน แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เนี่ยหลีต้องประหลาดใจที่สุดก็คือภายในโลงศิลานั้นกลับว่างเปล่า

        เป็นไปได้อย่างไร?

        เนี่ยหลีคิดว่าตนดูผิด แต่ภายในโลงศิลานั้นว่างเปล่าจริงๆ ไม่มีซากศพใดๆ อยู่ทั้งสิ้น ทั้งยังไม่มีร่องรอยว่าเคยมีศพถูกบรรจุอยู่ภายในนั้น ที่ก้นโลงศิลาดูราบเรียบไม่มีเศษหินเศษดินแม้สักชิ้น

        หากศพในนี้ย่อยสลายไปจนหมดอย่างน้อยก็ต้องเหลือกระดูกอยู่บ้าง

        ทว่าข้างใต้โลงศิลากลับมีของสองชิ้นวางนิ่งอยู่

        ชิ้นหนึ่งเป็นกระดาษหนึ่งหน้า อีกชิ้นเป็นสร้อยอัญมณีหนึ่งเส้น

        ไม่ทราบว่ากระดาษชิ้นนี้ใช้วัสดุอะไรจัดทำขึ้น มันบางราวกับปีกจักจั่น กระทั่งโปร่งใสเล็กน้อย บนกระดาษเขียนตัวหนังสือมากมายด้วยภาษาที่เข้าใจยากสักอย่าง

        หากเป็นผู้อื่นได้เห็นเศษกระดาษชิ้นนี้ พวกเขาคงไม่รู้ว่ามันคืออะไรอย่างแน่นอน ทว่าเมื่อเนี่ยหลีเห็นกระดาษแผ่นนี้กลับรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าคราหนึ่งแล้ว สายตาเต็มไปด้วยความงงงวย ในชีวิตหนก่อนเขาคุ้นเคยกับของสิ่งนี้เกินไป

        มันคือกระดาษหน้าหนึ่งในหนังสือบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลา!

        เขาจะลืมไปได้อย่างไร? เพราะบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเล่มนี้เขาจึงกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งนัก และเขายังเคยอาศัยอยู่ในมิติของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลานานนับร้อยๆ ปี ได้รับความรู้มากมาย และก็เป็นหนังสือเล่มนี้ที่เปียกโชกไปด้วยเลือดสดๆ ของเขาระหว่างการต่อสู้กับราชาเทพอสูรจนได้กลับมาเกิดใหม่

        สิ่งลึกลับภายในอาณาเขตวิญญาณของเขาก็อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเล่มนี้

        ทว่าในอดีตนั้นบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเล่มนี้ไม่สมบูรณ์

        แปดหน้าด้านหลังของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาถูกฉีกหายไป บันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์หน้าตาเป็นอย่างไรเนี่ยหลีก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

        เพราะตัวหนังสือในบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลากำกวมเกินไปเนี่ยหลีจึงไม่เคยเข้าใจมัน ทุกครั้งที่พยายามจดจำคำต่างๆ ที่เขียนอยู่ในนั้น แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็พบว่าในสมองไม่สามารถจดจำข้อความใดๆ ได้เลย

        ในชีวิตหนก่อนเนี่ยหลีพยายามเสาะหากระดาษอีกแปดหน้าที่เหลือ ทว่าในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ร่องรอยอันใด คิดไม่ถึงว่าเมื่อกลับมาเกิดใหม่กลับได้พานพบหน้าหนึ่งของหนังสือบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาที่นี่

        เสียดายบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาขณะนี้ไม่อยู่ในมือของเขา เขาต้องทำเหมือนในอดีต กลับไปที่วิหารทะเลทรายแห่งนั้นและเข้าไปที่แท่นบูชาเทพเจ้าเพื่อเอาหนังสือบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลา!

        ไม่รู้ว่าเมื่อได้หน้าหนังสือเพิ่มขึ้น หนังสือบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาเล่มนั้นจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมาบ้าง?

        เนี่ยหลีเก็บหน้ากระดาษของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาไว้ใกล้ชิดในอกเสื้อ อาณาเขตวิญญาณของเขาราวกับสัมผัสได้ถึงหน้ากระดาษของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาแผ่นนี้ มันเริ่มกระเพื่อมไหวขึ้นมา ช่างเหมือนเช่นชีวิตในชาติที่แล้วของเขา หน้ากระดาษแผ่นนี้มีผลเฉกเช่นเดียวกับบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลา มีผลต่อการบำรุงอาณาเขตวิญญาณ

        สายตาของเนี่ยหลีตกอยู่ที่สร้อยอัญมณีมีค่าเส้นนั้น ใบหน้าแสดงความอัศจรรย์ใจ “ที่แท้เป็นสร้อยหินไพลินสีเข้มเส้นหนึ่ง นี่เป็นของหายากอย่างยิ่ง!” ต่อให้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโมก็เกรงว่าจะไม่เคยได้เห็นหินไพลินสีเข้มเช่นนี้มาก่อน ไพลินสีน้ำเงินเข้มเช่นนี้ถือเป็นสมบัติโบราณล้ำค่าอย่างหนึ่ง!

        อย่างไรก็ตาม แม้ไพลินสีน้ำเงินเข้มจัดเป็นอัญมณีหายากอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาแล้วย่อมกลายเป็นของสามัญยิ่ง

        “สร้อยไพลินเส้นนี้มอบให้จื่ออวิ๋นนับว่าเหมาะสมยิ่ง!” เนี่ยหลีคิดไปยิ้มไป ด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่มีต่อเยี่ยจื่ออวิ๋น ต่อให้มอบกระดาษหนึ่งหน้านี้ให้เยี่ยจื่ออวิ๋นเขาก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม บันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลานี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อเยี่ยจื่ออวิ๋นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สร้อยไพลินเส้นนี้จะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อการฝึกยุทธ์ เมื่อมีสร้อยไพลินเส้นนี้ ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเยี่ยจื่ออวิ๋นจะรวดเร็วขึ้นอย่างน้อยสามเท่าเลยทีเดียว

        เหตุใดกระดาษหนึ่งหน้าของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาจึงมาอยู่ที่นี่? ในใจของเนี่ยหลียังเต็มไปด้วยความสงสัย ในเมื่อโลงศิลานี้ว่างเปล่า ก็หมายความว่าจักรพรรดิคงหมิงไม่อยู่ที่นี่ แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน?

        เรื่องนี้เป็นปริศนายิ่ง

        เนี่ยหลีเก็บของทั้งสองสิ่ง ครั้นเมื่อหมุนตัวไปก็เห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นนอนสิ้นสติอยู่บนพื้น

        “เกิดอะไรขึ้นกับจื่ออวิ๋น?” เนี่ยหลีตกใจพุ่งตัวไปหาเยี่ยจื่ออวิ๋น

        เนี่ยหลีไปถึงข้างกายของเยี่ยจื่ออวิ๋น เห็นตามร่างกายของเยี่ยจื่ออวิ๋นเต็มไปด้วยแผลไหม้ บริเวณทรวงอก ตามแขนทั้งสองข้าง และต้นขาก็มีบาดแผลลึกหลายแห่ง เนี่ยหลีรีบแตะข้อมือของเยี่ยจื่ออวิ๋น ถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปในร่างกายของเยี่ยจื่ออวิ๋นและพบว่านางยังไม่เป็นอะไรร้ายแรงมากนักจึงค่อยโล่งอก

        เห็นอาการบาดเจ็บหนักสิ้นสติของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีรู้สึกปวดใจแล้ว คงต้องเป็นเพราะนางได้ยินเนี่ยหลีตะโกนร้องจึงอยากเข้าไปช่วยเนี่ยหลี อย่างไรก็ตาม นางไม่อาจเข้าใกล้โลงศิลานั้นได้ และบางทีอาจจะพยายามฝืนเข้าไป จึงถูกอาคมเขตแดนนั้นทำร้ายเข้า

        รอยแผลไหม้เหล่านั้นคงเป็นเพราะแสงสีขาว

        เห็นสภาพของเยี่ยจื่ออวิ๋นในเวลานี้ ในใจเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความสงสาร เขาสวมสร้อยไพลินเส้นนั้นไว้กับคอของเยี่ยจื่ออวิ๋น แสงสีน้ำเงินเข้มกระจายออกมาจากไพลิน สาดทอใส่บาดแผลของเยี่ยจื่ออวิ๋น รอยไหม้บนตัวของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ค่อยดีขึ้น

        “เสียเลือดมากเกินไป! ต้องรีบรักษาแผลที่ใหญ่ที่สุดโดยเร็วที่สุด!” เนี่ยหลีนิ่งเงียบ เห็นซีกแก้มผุดผ่องของเยี่ยจื่ออวิ๋นจึงหยุดคิดครู่หนึ่ง เขาคิดมากเกินไปไม่ได้แล้ว อย่างมากก็แค่ถูกเยี่ยจื่ออวิ๋นเข้าใจผิด ยังดีกว่าปล่อยให้บาดเจ็บต่อไป

        เนี่ยหลีนั่งลงกับพื้น ค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นลงมา สองไหล่กลมกลึงและต้นแขนแบบบางขาวราวหยกเผยสู่สายตาของเนี่ยหลี ทรวงอกของเยี่ยจื่ออวิ๋นพันไว้ด้วยแถบผ้าสีม่วง เสริมส่งให้แลดูงดงามยิ่ง

        ทรวงอกแรกรุ่นของเยี่ยจื่ออวิ๋นคู่นี้ยังไม่อวบอิ่มเท่าชาติที่แล้ว แม้ยังไม่สมบูรณ์เท่า แต่ก็มีความน่ารักน่าทะนุถนอม

        หลังจากปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นลงมาแล้ว เขาจึงถอนสายตาหันไปจดจ่ออยู่กับบาดแผลของเยี่ยจื่ออวิ๋น เขาหยิบขี้ผึ้งรักษาแผลขวดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติและค่อยๆ ทาลงบนบาดแผล

        หลังจากบาดแผลได้ยาขี้ผึ้งชโลมทา เลือดก็ค่อยๆ หยุดไหล

        ————————————–

        ที่มา * 五脏六腑  (wǔzàng liùfǔ): สนใจลองอ่านดูนะคะ (ยาวมาก)http://pasajeen.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E4%BA%94%E8%84%8F%E5%85%AD%E8%85%91%E5%A5%87%E6%81%92%E4%B9%8B%E5%BA%9C-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-httpcmed-hcu-ac-th/

        ที่มา** http://xn--22ck6bneezbp5c6bf3hdec0b1d5sja.blogspot.com/2013/05/body-cloak.html

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม