0 Views

        หญ้าจื่อหลันมีคุณประโยชน์มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือมันเป็นพิษร้ายแรงต่อสัตว์อสูรจำพวกวานร อสูรวานรระดับเงินทั่วไปไม่อาจทนพิษของมันได้

        ในโลกใบนี้ย่อมมีสิ่งหนึ่งข่มอีกสิ่งหนึ่งได้เสมอ!

        เนี่ยหลีใช้ธนูดอกเดียวก็ยิงวานรยักษ์แขนเทาล้มได้แล้วหรือ?

        ทุกคนต่างงุนงงและแปลกใจ มองหน้ากันไปมา

        มีเพียงหูเหยียนหลันรั่วและเยี่ยจื่ออวิ๋นที่รู้ว่าเนี่ยหลีใช้ยาบางอย่างทาที่ปลายลูกธนู

        กระนั้นก็ตาม สามารถยิงวานรยักษ์แขนเทาล้มได้ด้วยธนูดอกเดียวอย่างง่ายดาย นี่กลับเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

        เห็นเนี่ยหลีใช้หน้าไม้ฆ่าวานรยักษ์แขนเทา เฉินหลินเจี้ยนตะโกนเสียงดัง “ทุกคน หยิบหน้าไม้ออกมา!”

        ลูกน้องของเฉินหลินเจี้ยนรีบหยิบหน้าไม้ออกมา พวกเขาสามารถใช้หน้าไม้กำจัดวานรยักษ์แขนเทาได้

        เสิ่นเยวี่ยก็หยิบหน้าไม้คันหนึ่งออกมา มองๆ หน้าไม้ในมือ ในใจก็รู้สึกขุ่นเคือง เหตุใดเนี่ยหลีจึงดีกว่าเขา? ตั้งแต่เนี่ยหลีโผล่เข้ามาในชีวิต เขารู้สึกว่ายิ่งมาก็ยิ่งห่างเหินจากเยี่ยจื่ออวิ๋น เยี่ยจื่ออวิ๋นเวลานี้เมินเฉยกับความคงอยู่ของเขาอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้ามกลับมีเนี่ยหลีอยู่ในสายตา สิ่งนี้ทำให้ใจของเขาเต็มไปด้วยความริษยาจนแทบบ้า

        ก็แค่ยิงวานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่ง จะยากเย็นแค่ไหนกันเชียว?

        เสิ่นเยวี่ยบรรจุลูกธนูลงในรางธนูและค่อยๆ คืบคลานเข้าไปที่ริมกำแพง หันหน้าไม้ไปที่วานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป สีหน้าจริงจังจดจ่ออย่างยิ่ง เล็งหน้าไม้ไปทางวานรยักษ์ตัวนั้น

        เวลานี้ทุกคนกำลังกลั้นหายใจ สายตาจดจ่ออยู่ที่เสิ่นเยวี่ยตรงริมกำแพง

        “เป้าหมายใหญ่โตอย่างวานรยักษ์แขนเทาเช่นนี้ คิดจะยิงให้ถูกเป้าก็มิใช่เรื่องยากเย็นอะไรสักหน่อย!” เสิ่นเยวี่ยเหนี่ยวไก ขณะที่แตะไกนั้นมือก็เผลอสั่นขึ้นมาคราหนึ่ง

        ซู่ แสงวาบเป็นประกาย ตูม ครู่ต่อมา ลูกธนูปักลงบนโคนไม้ต้นหนึ่งห่างจากวานรยักษ์แขนเทาตัวนั้นอยู่ราวห้า-หกหมี่

        เวลานี้ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยกระตุกเล็กน้อย สีหน้ากลายเป็นซีดขาวน่าเกลียดนัก

        เห็นเช่นนี้ สีหน้าของทุกคนแลดูประหลาดนัก พวกเขากลั้นหัวเราะเสียแทบแย่ หากหัวเราะดังออกมาเสิ่นเยวี่ยคงไม่เหลือหน้าตาแล้ว พวกเขาเข้าใจดีว่าเสิ่นเยวี่ยคิดแข่งกับเนี่ยหลี ทว่าการจะแข่งขันนั้นย่อมทำได้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็อย่าให้น่าหัวเราะถึงปานนี้?

        เสิ่นเยี่ยแทบบ้าแล้ว เขารู้สึกว่าตนสามารถยิงถูกเป้าได้แน่แท้ แต่เหตุไฉนลูกธนูจึงเบี่ยงไปหลังจากที่เขาเหนี่ยวไก?

        เห็นรอยยิ้มของผู้คนรอบด้าน เสิ่นเยวี่ยรู้สึกอับอายยิ่ง ยังมองเห็นได้เลาๆ ถึงรอยยิ้มในดวงตาของเยี่ยจื่ออวิ๋น เป็นแววดูแคลนอย่างหนึ่ง! ‘มารดามันเถอะ ข้าไม่เชื่อหรอก’ เสิ่นเยวี่ยพลันหยิบธนูดอกที่สองขึ้นมาเติมลงในราง มือไม้พัลวันรีบขึ้นลูกธนู จากนั้นก็เล็งหน้าไม้ไปทางวานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป

        ซู่!

        ธนูดอกนั้นตัดผ่านอากาศวาดประกายแสงสีเงินเย็น ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง ราวกับมันสูญเสียกำลังและร่วงลงพื้นไป

        เสิ่นเยวี่ยขึงหน้าไม้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นพอลูกธนูพุ่งออกไปได้เพียงนิดเดียวก็ร่วงลงพื้นแล้ว

        เวลานี้ทุกคนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ในที่สุด ทักษะของเสิ่นเยวี่ยไม่ได้เรื่องเอาเสียจริง เขาต้องการเลียนแบบเนี่ยหลีด้วยการฆ่าวานรยักษ์แขนเทา แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้ามกับเนี่ยหลีอย่างสิ้นเชิง หรือเสิ่นเยวี่ยตั้งใจทำตลก?

        เฉินหลินเจี้ยนฝืนกลั้นหัวเราะอย่างหนักและเดินไปข้างกายเสิ่นเยวี่ย เขาตบบ่าเสิ่นเยวี่ยและพูด “น้องเสิ่นเยวี่ย ลืมมันเสียเถอะ ของเล่นชิ้นนี้ไม่เหมาะกับเจ้า”

        สีหน้าของเสิ่นเยวี่ยม่วงคล้ำแล้ว เสียงหัวเราะของทุกคนฟังแล้วช่างบาดแก้วหูนัก เขายิ่งชิงชังเนี่ยหลีเข้าไปอีก เป็นเพราะเนี่ยหลี เขาจึงต้องเสียหน้าต่อหน้าทุกคนถึงเพียงนี้!

        หากเนี่ยหลีรู้ว่าเวลานี้เสิ่นเยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ เขาคงต้องรู้สึกว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างยิ่ง เขาไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย!

        เสิ่นเยวี่ยถือหน้าไม้อยู่ในมือ หากจะเก็บก็ไม่ถูกต้อง ไม่เก็บก็ไม่ถูกต้อง ช่างสลดจนอยากจะมุดดินหนี

        ในชีวิตหนก่อนของเนี่ยหลี เสิ่นเยวี่ยเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองสูงล้นและมักเยาะเย้ยถากถางเนี่ยหลี เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มุมปากของเนี่ยหลีก็ยิ้มยกเย็นชาพูดขึ้นเบาๆ “มีบางเรื่องราว ไม่ใช่ว่าข้าทำได้ เจ้าก็จะทำได้!”

        ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ความโกรธแค้นในใจของเสิ่นเยวี่ยก็ระเบิดออกมาแล้ว เขาพูดใส่เนี่ยหลี “ทุกอย่างเป็นความผิดของเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า!” ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยเขียวคล้ำปูดโปนด้วยเส้นเลือดและชูหน้าไม้ในมือไปทางเนี่ยหลี รู้สึกแทบบ้าคลั่งแล้ว ในฐานะสายเลือดตรงของตระกูลเสินเซิ่ง จิตใจของเสิ่นเยวี่ยเต็มไปด้วยความภาคภูมิ คำยั่วยุของเนี่ยหลีเมื่อครู่ทำให้เขาสูญเสียความมีเหตุผลทั้งมวลลง

        เสียงตูมดังขึ้นคราหนึ่ง เฉินหลินเจี้ยนใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งปัดหน้าไม้ในมือของเสิ่นเยวี่ยออกไปพร้อมตวาดเสียงต่ำ “พอแล้ว!”

        พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสีหน้าเย็นชาของเฉินหลินเจี้ยน เสิ่นเยวี่ยขวัญหนีดีฝ่อแล้ว เดี๋ยวนี้ทุกคนล้วนเข้าข้างเนี่ยหลี เขาได้แต่หมุนตัวเดินจากไปด้วยความเคืองใจ

        ทุกคนมองตามแผ่นหลังของเสิ่นเยวี่ยและถกกันเสียงเศร้า

        “คิดไม่ถึงว่าเสิ่นเยวี่ยจะเป็นคนเช่นนี้”

        “ไม่มีลักษณะเหมือนชนชั้นสูงเลยสักนิด”

        สายตาของเนี่ยหลีเย็นชายิ่ง หวนนึกถึงตระกูลเสินเซิ่งที่ทอดทิ้งเมืองกวงฮุยในชาติที่แล้วกับการกระทำของเสิ่นเยวี่ย คนเช่นนี้ ครอบครัวเช่นนี้ สมควรจะถูกกวาดล้างเสีย และเนี่ยหลีก็ไม่มีความเห็นใจให้แม้แต่น้อย!

        เยี่ยจื่ออวิ๋นจ้องมองแผ่นหลังเดียวดายของเสิ่นเยวี่ย นางเดินไปข้างกายเนี่ยหลีและพูด “เนี่ยหลี เสิ่นเยวี่ยก็น่าสงสารนัก”

        ได้ยินคำพูดของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่น เขาคิดไม่ถึงว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นจะเห็นใจเสิ่นเยวี่ย จื่ออวิ๋นใจอ่อนเกินไป ในชีวิตหนก่อน เยี่ยจื่ออวิ๋นตกลงหมั้นหมายตามคำวิงวอนของเสิ่นเยวี่ย สุดท้ายสองคนยังไม่ทันแต่งงาน เสิ่นเยวี่ยก็ทิ้งเมืองกวงฮุยหนีไปพร้อมกับตระกูลเสินเซิ่งแล้ว

        กับคนเช่นนี้มีอะไรให้สมควรเห็นใจ

        ในใจเนี่ยหลีเริ่มเดือดดาล จ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋นและพูดเสียงกระด้าง “มันมีอะไรให้น่าเห็นใจ? นับจากนี้ไปอย่าได้ไปเกี่ยวข้องกับมันอีก ไม่เช่นนั้นก็อย่ามาหาข้า คนชั่วช้าเช่นนี้ต่อให้ตายก็สมควรแล้ว!”

        ได้ยินคำดุว่าของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นเบ้ปากแล้ว ‘เจ้าก็มิใช่เพื่อนชายของข้าเสียหน่อย อาศัยอะไรไม่ยอมให้ข้าคบหากับผู้อื่น’ แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ แต่เยี่ยจื่ออวิ๋นกลับตัดสินใจ อนาคตข้างหน้าจะไม่ติดต่อกับเสิ่นเยวี่ยอีก ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับเนี่ยหลี นางรู้สึกกังวลกับความเห็นของเนี่ยหลีอย่างไม่รู้ตัว ทว่าก็ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เหตุใดเนี่ยหลีจึงเกลียดชังเสิ่นเยวี่ยถึงเพียงนี้ หรือว่าระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความเกลียดชังชนิดที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้?

        เนี่ยหลีผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อครู่เขาหงุดหงิดเกินไปหน่อย น้ำเสียงจึงกระด้างอยู่บ้าง แต่ตักเตือนเยี่ยจื่ออวิ๋นสักนิดก็เป็นการดี

        ลูกน้องของเฉินหลินเจี้ยนเริ่มจัดการกับวานรยักษ์แขนเทาด้วยหน้าไม้ แต่พวกเขาต้องพบว่าลูกธนูของตนไม่อาจทำอะไรพวกมันได้เลย เป็นความจริงที่วานรยักษ์แขนเดียวนั้นร่างกายใหญ่โต อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของพวกมันกลับว่องไวนัก พวกเขาพบว่าทันทีที่ธนูถูกยิงออกไป วานรยักษ์แขนเทาก็สามารถกระโจนหนีได้ในทันที ทำให้ลูกธนูพลาดเป้า

        บัดนี้พวกเขาจึงตระหนักแล้วว่าฝีมือยิงหน้าไม้ของเนี่ยหลีสูงส่งปานใด

        เมื่อได้ค้นพบความสามารถอีกอย่างหนึ่งของเนี่ยหลี สายตาที่หูเหยียนหลันรั่วจ้องมองเนี่ยหลีก็เต็มไปด้วยประกายเสน่หา เวลาอยู่ข้างเนี่ยหลีบางครั้งก็วางท่ายั่วยวน อวดสัดส่วนชวนพิศวง ทรวงอกชูชันและร่องลึก

        เนี่ยหลีรู้สึกอับจนคำพูดกับสตรีผู้นี้แล้ว นางสามารถเร่าร้อนขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ยามเผชิญหน้ากับผู้อื่น นางทำสีหน้าเรียบเฉย ครั้นพออยู่ต่อหน้ากับเนี่ยหลี ราวกับมีความสนใจเป็นพิเศษ

        “น้องเนี่ยหลี พวกเราต้องรบกวนเจ้าแล้ว!” เฉินหลินเจี้ยนทอดถอนใจ ในบรรดาคนทั้งหลาย มีเพียงเนี่ยหลีที่สามารถฆ่าวานรยักษ์แขนเทาพวกนั้นได้

        “อืม!” เนี่ยหลีตอบคำพร้อมพยักหน้าน้อยๆ

        เนี่ยหลีเริ่มจัดการกวาดล้างวานรยักษ์แขนเทาไปตามทาง ฝีมือยิงหน้าไม้ของเขาแม่นยำถึงขนาดที่ไม่มีพลาดเป้า ทักษะการยิงหน้าไม้ของเขาล่วงเข้าถึงระดับสูงสุดในชีวิตชาติก่อน แม้ฝีมือยุทธ์ในเวลานี้เพิ่งอยู่ในระดับทองแดงหนึ่งดาว จัดการกับสัตว์อสูรระดับเงินทั่วไปถือว่ายิ่งกว่าพอ

        ทุกคนพากันตะลึงงันกับฝีมือยิงหน้าไม้ของเนี่ยหลีแล้ว แม้ยอดฝีมือระดับเงินผู้หนึ่งอาจพูดว่าการหลบหน้าไม้ของเขามิใช่เรื่องยาก แต่ทว่า ไม่ว่าวานรยักษ์แขนเทาพวกนั้นจะพยายามหลบจากธนูของเนี่ยหลีอย่างไร ลูกศรพวกนั้นกลับดูเหมือนเงาที่ไล่ตามหลังพวกมันไป

        ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ เนี่ยหลีก็กลายเป็นแกนหลักคนหนึ่งของคณะแล้ว

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีและคณะเริ่มค่อยๆ รุดหน้าใกล้ถึงเป้าหมาย จำนวนวานรยักษ์แขนเทาพลันเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน พวกมันมีจำนวนยี่สิบกว่าตัว ทุกตัวจับตามองเนี่ยหลีและพวก

        “โฮ่ว!”

        เสียงคำรามสะท้อนสะท้านดังขึ้นคราหนึ่ง คนทั้งกลุ่มเริ่มตัวสั่นเทาอย่างแรง

        แก้วหูราวกับถูกสั่นจนแทบฉีกขาด ทุกคนได้แต่มองหน้ากันไปมา

        “มันคือสัตว์อสูรที่มีจิตอสูร!” เนี่ยหลีพูดอย่างตื่นตระหนก

        สัตว์อสูรทั่วไปก็เหมือนมนุษย์ พวกมันแบ่งออกเป็นระดับทองแดง เงิน ทอง ทองดำ และระดับตำนาน อย่างไรก็ตาม ในบรรดาระดับเหล่านี้ยังแบ่งออกเป็นพวกปกติ พวกที่มีจิตอสูร และระดับราชา ตัวอย่างเช่นวานรยักษ์แขนเทา วานรยักษ์แขนเทาทั่วไปไม่อาจกำเนิดจิตอสูรในสมองของพวกมันได้ อย่างไรก็ตาม วานรยักษ์แขนเทาที่มีจิตอสูรนั้นมีจิตอย่างหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในสมองของมัน มันยังมีเชาวน์ปัญญาเทียบเท่ามนุษย์อายุสิบปี พลังของมันแข็งแกร่งกว่าวานรยักษ์แขนเทาทั่วไปมาก ส่วนสัตว์อสูรระดับราชานั้น จิตอสูรในสมองของมันได้กลายสภาพเป็นของเหลวและมีความสามารถในการแปลงร่างเป็นมนุษย์ พลังของมันก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

        “พลังของมันเป็นอย่างไร?” สีหน้าของเฉินหลินเจี้ยนแปรเปลี่ยนและเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

        “ระดับเงินห้าดาว ขาดอีกนิดเดียวก็ถึงระดับทองแล้ว!” เนี่ยหลีตอบ ฟังเสียงคำรามของวานรยักษ์แขนเทาตัวนั้นเนี่ยหลีก็พลันยืนยันพลังของมัน

        เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย สัตว์อสูรทั่วไปในระดับเดียวกันกับมนุษย์ปกติแล้วมีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์เล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเป็นวานรยักษ์แขนเทา พวกมันรับมือได้ยากมาก อีกทั้งวานรยักษ์แขนเทาตัวนี้ยังมีพลังพอๆ กับยอดฝีมือระดับทองแล้ว!”

        ด้วยระดับพลังของเนี่ยหลีในเวลานี้ พบกับสัตว์อสูรระดับนี้ถือว่ายากเกินไป

        ส่วนกลุ่มของเฉินหลินเจี้ยน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงระดับเงินเท่านั้น!

        ระดับเงินห้าดาว เฉินหลินเจี้ยนขมวดคิ้วมุ่น นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาพบกับสัตว์อสูรที่มีจิตอสูรในสถานที่แห่งนี้ ทั้งยังเป็นระดับเงินห้าดาว เกรงว่าคงรับมือด้วยยากยิ่ง รอบๆ บริเวณนี้ก็ยังมีวานรยักษ์แขนเทาธรรมดาจำนวนมากคอยเฝ้าดูพวกเขาอยู่ หากต้องต่อสู้กันจริงๆ ก็มีสิทธิที่พวกเขาทุกคนจะถูกฆ่า

        “โฮว!”

        ไกลออกไป วานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรกระโจนขึ้นไปบนกำแพงสูง ยืนอยู่บนกำแพงจ้องมองพวกเนี่ยหลี สายตาดุร้ายนัก

        “ไป ตามข้ามา!” เนี่ยหลีตะโกนและพุ่งตัวเข้าไปในป่าข้างๆ พวกเขา

        ทุกคนมองตากันและวิ่งสับสนตามหลังเนี่ยหลีไป เข้าซ่อนตัวในผืนป่า

        วานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรเห็นเช่นนั้นก็ทุบอกกระทืบเท้า ส่งเสียงคำรามโกรธเกรี้ยว เสียงคำรามสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้นอีกคราหนึ่ง กลุ่มวานรยักษ์แขนเทาธรรมดาเมื่อได้ยินเสียงสั่งของวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรเข้า ต่างก็พุ่งตัวไปยังทิศทางที่เนี่ยหลีและคณะวิ่งหนีไป

        ป่าทึบเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับพวกวานรยักษ์แขนเทาซึ่งมาร่างกายใหญ่โต

        “รวมกลุ่ม!” เฉินหลินเจี้ยนตะโกนลั่นเกรี้ยวกราด กลุ่มนักสู้ระดับเงินรีบอาศัยต้นไม้หนาทึบรอบด้านรวมกลุ่มกันล้อมเป็นวงและนำอาวุธของตนออกมา

        ซู่ ซู่ ซู่!

        วานรยักษ์แขนเทาตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา เนี่ยหลียกหน้าไม้ประทับ ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งลิ่วออกไป

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “บันทึกราชันย์เทพอสูร” : https://bit.ly/2PKqEjk

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/view/505

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม